เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 198 ทำลายสำนักหยุนเซี่ย

ตอนที่ 198 ทำลายสำนักหยุนเซี่ย

ตอนที่ 198 ทำลายสำนักหยุนเซี่ย


ตอนที่ 198 ทำลายสำนักหยุนเซี่ย

เสียงของสตรีนั้นแหลมคมเป็นทุนเดิมเสียงนั้นยังเต็มไปด้วยพลังแห่งการกรีดร้องที่แข็งแกร่ง ในตอนนี้ยังเป็นเวลารุ่งเช้าและเป็นในบริเวณนี้ยังเป็นสถานที่พำพักของผู้อาวุโส รอบบริเวณสงบเงียบไร้ซึ่งสุ้มเสียงรบกวนต่างๆ เมื่อจงเมี่ยวตะโกนเช่นนี้ ดูเหมือนว่าเสียงของนางดังก้องไปไกลกว่า 10 ลี้ ศิษย์สาวกแห่งเกาะเมฆาบรรพกาลที่อยู่ใกล้เคียงต่างได้ยินเสียงตะโกนกรีดร้องของนางอย่างชัดเจน

ศิษย์สาวกชายทั้งสองที่ได้ยินคำกล่าวนี้ ใบหน้าของพวกเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดในทันที เขาของพวกเขาอ่อนยวบลง ราวกับว่าพวกเขาทั้งสองไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะยืนอีกต่อไป

ศิษย์สาวกที่กำลังเดินหรือฝึกฝนวิชายุทธ์อยู่ใกล้เคียง รีบเดินถอยหลังและหนีกลับไปอย่างรวดเร็ว เสียงตะโกนของจงเมี่ยวในครั้งนี้ เปรียบเสมือนว่านางได้ทิ้งสารแห่งความตายเอาไว้ ทุกๆคนที่อยู่ใกล้เคียงต่างหนีเอาชีวิตอย่างวุ่นวาย

แย่แล้ว แย่แล้ว นกยูงของผู้อาวุโสอั่นตาย นกยูงเหล่านั้นเปรียบเสมือนชีวิตของผู้อาวุโสฮั่น !! แม้ว่านกยูงเหล่านี้จะเป็นเพียงสัตว์เดรฉานสามัญทั่วไป แต่พวกมันคือนกยูงของฮู่หญิงอันเป็นที่รักของผู้อาวุโสฮั่นที่ตายไปแล้วช่วยกลับมาและเลี้ยงดูมันอย่างดี ผู้อาวุโสฮั่นเป็นคนที่มั่นคงต่อความรัก หลังจากที่ฮู่หญิงของผู้อาวุโสฮั่นตายไป ผู้อาวูโสฮั่นได้นำความรักความคิดถึงที่มีต่อนางมอบให้แก่นกยูงเหล่านี้ เมื่อใดที่ผู้อาวุโสว่างเว้นหรือมีเวลา เขาจะไปเยี่ยมดูเหล่านกยูงอยู่เสมอ ความรู้สึกที่เขามอบให้แก่นกยูงใกล้ชิดยิ่งกว่าบุตรชายแท้ๆของตนเองเสียอีก

แต่ตอนนี้ พวกมันทั้งหมดตาย

ศิษย์สาวกแห่งเกาะเมฆาบรรพกาลที่ได้ยินคำกล่าวนี้ต่างจินตนาการได้ว่าผู้อาวุโสฮั่นจะเกรี้ยวโกรธมากเช่นไร เปลวเพลิงแห่งประตูเมืองกำลังจะโหมกระหน่ำ หากยังไม่หนีออกไปในตอนนี้ ภัยพิบัติแห่งความเกรี้ยวโกรธของผู้อาวุโสฮั่นจะต้องถาโถไปหาพวกเขาอย่างแน่นอน

เจ้า เจ้าเด็กน้อย .เจ้ารู้ตัวไหมว่ากำลังกล่าวอะไรออกไป ? ศิษย์พี่ชายที่ขัดขวางนางกล่าวถามด้วยความหวาดกลัว สุ้มเสียงของเขาตะกุกตะกัก เขาอยากจะวิ่งหนี แต่ก็ไร้ซึ่งความกล้าหาญที่จะทำเช่นนั้น

ใครกล้ากล่าวคำที่ไร้สาระเช่นนี้ ? เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวโกรธจากผู้อาวุโสฮั่นดังมาจากภายใน เวลาต่อมา เงาร่างของชราผมขาวประกายพุ่งออกมาราวกับสายฟ้า เขาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของศิษย์พี่ชายทั้งสอง เขาก็คือผู้อาวุโสฮั่นเจา

เมื่อมองออกไป นางมองเห็นดวงตาที่แดงก่ำของผู้อาวุโสฮั่นเจา นอกจากนั้นเขายังปรากฏตัวในสภาพที่สวมชุดนอนและถุงเท้าคู่หนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาไม่สนใจกับการเปลี่ยนเสื้อ ไม่สนใจที่จะใส่รองเท้าแต่กลับพุ่งออกมาอย่างรีบร้อน ความกดทับแห่งเขตแดนเทพสวรรค์แพร่ซ่านออกมา ทำให้ศิษย์พี่ชายทั้งสองและจงเมี่ยวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวในทันที

ดวงตาของฮั่นเจาเต็มไปด้วยความโกรธแห่งการฆ่าที่รุนแรง เขากวาดสายตาและจ้องมองไปที่จงเมี่ยวก่อนจะกล่าวถามอย่างดุดัน : เกิดอะไรขึ้นกับนกยูงของข้า ?

จงเมี่ยวตกใจจนตัวสั่นเทา นางไม่กล้ากล่าวตอบ แต่โค้งศีรษะลงและยื่นจดหมายที่อยู่ในเมือให้แก่ผู้อาวุโสฮั่นเจาด้วยความหวาดกลัว

ฮั่นเจาจ้องมองสตรีน้อยที่รับผิดชอบในการให้อาหารนกยูงของตนเองด้วยความสงสัย เขายื่นมือรับจดหมายเอาไว้ สูดลมหายใจเข้าเพื่อข่มความเกรี้ยวโกรธที่กำลังปะทุอย่างรุนแรง ก่อนที่เขาจะดึงหน้าหนังสือสีเหลืองออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ และจ้องมองมันอย่างไม่ใส่ใจ

หลังจากนั้น ดวงตาของฮั่นเจาจ้องเขม่งอย่างตื่นตะลึง ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไปมา ราวกับว่าลมแห่งฤดูหนาวที่หนาวเหน็บได้พัดผ่านไป ลำคอของเขามีไอเบาๆราวกับว่าเขากำลังกลืนกระดูกที่แหลมคมเข้าใปในลำคอ เขาไอเบาๆเป็นเวลานานโดยไม่กล่าวสิ่งใดออกมาทั้งนั้น

เมื่อศิษย์สาวกชายทั้งสองมองเห็นฉากเหตุการณ์เช่นนี้ เหงื่อเย็นเริ่มผุดออกมาจากร่างกายของพวกเขา หัวใจของพวกเขาทั้งสองกระซิบด้วยความขมขื่น ดูเหมือนว่าการตายของเหล่านกยูงส่งผลกระทบต่อผู้อาวุโสฮั่นไม่น้อย ผู้แข็งแกร่งที่อยู่ในเขตแดนเทพสวรรค์ ยังมิอาจทนต่อความรู้สึกแห่งความสูญเสีย

ผู้อาวุโสฮั่น .. เสียงที่อ่อนแอของจงเมี่ยวกล่าวเรียกออกมา

ฮั่นเจาจึงเหมือนว่าเพิ่งตื่นจากความฝัน เขารีบหยักหน้าหนังสือสีเหลืองเข้าไปในซองจดหมาย เขากระทืบเท้าและกล่าวตำหนิต่อจงเมี่ยวอย่างรุนแรง : เรื่องสำคัญเช่นนี้ ทำไมไม่รายงานข้าให้เร็วกว่านี้ !!

หัวใจของศิษย์สาวกชายทั้งสองเย็นยะเยือกในทันที พวกเขาทั้งสองถอยออกไปหลายก้าว เพราะหวาดกลัวว่าจะถูกตำหนิ และจ้องมองจงเมี่ยวด้วยสายตาที่ขอความเมตตา

จงเมี่ยวใช้โอกาสนี้ในการระบายความคับแค้นใจของนางทั้งหมด : ข้าเพิ่งเห็นมันเมื่อรุ่งเช้า ข้ารีบวิ่งเข้ามารายงาน แต่ศิษย์พี่ทั้งสองไม่ยอมให้ข้าเข้าไป ข้าจึงต้องกล่าวตะโกนเช่นนั้น

ผู้อาวุโส ไม่เกี่ยวกับพวกเราทั้งสองเลย . เข่าของศิษย์สาวกชายทั้งสองอ่อนยวบในทันที พวกเขารีบคุกเข่าลงและอ้อนวอนขอความเมตตา

ฮั่นเจาไม่ได้สนใจพวกเขา ร่างกายของประกายและหายตัวไปในทันที

จงเมี่ยวและศิษย์สาวกชายทั้งสองตะลึงกับสิ่งที่พบเห็น

ยังมิทันทีจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ฮั่นเจาที่หายตัวไปได้ปรากฏตัวอีกครั้ง ดวงตาทั้งคู่ของเขาดั่งดวงตาของอินทรีที่เฉียบแหลม เขากล่าวถามด้วยเสียงที่ตริงจัง : มีใครที่รู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกไหม ?

จงเมี่ยวรีบส่ายหัวอย่างรวดเร็ว

ทำได้ดี เจ้ามากับข้า !! ฮั่นเจาจับแขนของจงเมี่ยวและหายตัวไปอีกครั้ง

ผ่านไปเป็นเวลานาน ศิษย์สาวกชายทั้งสองที่คุกเข่าลงกับพื้นค่อยๆลุกยืนขึ้น พวกเขาทั้งสองจ้องมองซึ่งกันและกันด้วยความสับสนโดยไม่กล่าวสิ่งใดออกมา

ผู้อาวุโส ..เลอะเลือนหรือเปล่า ? นกยูงของเขาตายทั้งหมด แต่เขายังกล่าวชมศิษย์น้องว่าทำได้ดี ? ต้องลงโทษนางอย่างรุนแรงถึงจะถูกต้อง ?

นอกจากนั้น ศิษย์น้องตะโกนเช่นนี้ ผู้คนที่อยู่ในเกาะเมฆาบรรพกาลคงได้รู้เรื่องนี้ทั้งหมด ทำไมเรื่องนี้ถึงไม่มีใครรู้เห็นอีก ?

สถานที่พำพักของประมุขแห่งเกาะเมฆาบรรพกาล จงเมี่ยวคุกเข่าอยู่ในตำหนักขนาดใหญ่ รอบบริเวณเต็มไปด้วยความเงียบ ไม่มีร่องรอยของคนอื่นๆแม้แต่คนเดียว

หลังจากที่ฮั่นเจาพานางมาถึงนี้ เขาไมได้สนใจนางอีกเลย แต่จงเมียวกลับพบว่าผู้อาวุโสและผู้นำต่างๆ ต่างวิ่งมารวมตัวอยู่ในตำหนักแห่งนี้อย่างเร่งรีบ

ผู้อาวุโส 7 8 9 10 ต่างมาชุมนุมอยู่ที่นี้ และไม่ทราบว่าพวกเขากำลังหารืออะไรกัน

หลังจากที่รอเป็นเวลากว่าครึ่งวัน กลุ่มคนเหล่านี้เดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พวกเขาค่อยๆเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเหลือเพียงผู้อาวุโสฮั่นเจาและประมุขแห่งเกาะเมฆาบรรพกาล กู่ฟง

พวกเขาทั้งสองเดินไปยังด้านหน้าของจงเมี่ยว กู่ฟงได้กล่าว : ลุกขึ้นสิ !!

ศิษย์มิกล้า !! จงเมี่ยวก้มศีรษะของนางต่ำลง

กู่ฟงหัวเราะอย่างอ่อนโยน เขานำสิ่งของบางอย่างออกมา โยนไปยังด้านหน้าของจงเมี่ยวและกล่าว : นี้คือคำสั่ง ไปเลือกโอสพวิเศษที่ต้องใช้ในการฝึกฝนวิชายุทธุ์ด้วยตนเองที่หอโอสพจากนั้นจึงปิดกั้นตนเองเพื่อฝึกฝนวิชายุทธุ์ที่ถ้ำจิตวิญญานเมฆา

ร่างกายของจงเมี่ยวสั่นสะเท้าน นางเงยหน้ามองกู่ฟงด้วยสายตาที่ไม่เชื่อ

ถ้ำจิตวิญญาณเมฆา !! เป็นสถานที่เต็มไปด้วยพลังแห่งฟ้าสวรรค์และเป็นแหล่งฝึกฝนวิชายุทธุ์และบ่มเพาะพลังที่ดีที่สุดของเกาะเมฆาบรรพกาล เมื่อฝึกฝนวิชายุทธุ์อยู่ในสถานที่แห่งนั้น การบ่มเพาะพลังจะมีประสิทธิภาพมากว่าการบ่มเพาะลังในสถานที่ทั่วไปถึง 3 เท่า ที่ผ่านมามีเพียงศิษย์ที่มีพรสวรรค์และมีความสามารถโดดเด่นจึงจะได้รับคำสั่งจากผู้อาวุโสให้ไปฝึกฝนที่ถ้ำจิตวิญญานเมฆา สำหรับคนที่ต้อยต่ำเช่นนาง ไม่กล้าแม้แต่จะคิดฝัน

แต่ในตอนนี้ ประมุขกลับออกคำสั่งให้นางปิดกั้นตนเองในถ้ำจิตวิญญานเมฆาเพื่อฝึกฝนวิชายุทธุ์และบ่มเพาะพลังของตน

นอกจากนั้น ยังสามารถไปที่หอโอสพเพื่อรับโอสพวิเศษที่ตนเองต้องการ ? ป้ายคำสั่งที่อยู่ตรงหน้า เป็นคำสั่งของประมุข มันเปรียบเสมือนการสั่งการด้วยตัวของประมุขเอง ไม่ใช่ศิษย์ทุกคนที่จะได้รับป้ายคำสั่งที่สูงส่งเช่นนี้ได้

ไม่ต้องสงสัย นี้คือสิ่งที่เจ้าสมควรจะได้รับ ฮั่นเจาที่ไม่เคยเผยรอยยิ้มให้แก่นาง แต่ในตอนนี้เขากลับยิ้มให้แก่นางด้วยสายตาที่อ่อนโยน สีหน้าของเขาแสดงออกอย่างมีเมตตา ราวกับว่าเขาเป็นปู่แท้ๆของนาง : แต่ต้องจำเอาไว้ เรื่องในวันนี้ ไม่ว่าใครก็ตามที่กล่าวถามเรื่องนี้กับเจ้า ..

ศิษย์ไม่รู้อะไรทั้งสิ้น จงเมี่ยวมิใช่คนโง่เขลา นาทราบดีว่าต้องตอบเช่นไร

ฮั่นเจาพยักหน้าด้วยความพอใจ เขาโบกมือใหญ่และกล่าว : ไปได้ !!

ขอบคุณประมุขกู่ ขอบคุณผู้อาวุโสฮั่น !! จงเมี่ยวกล่าวด้วยความรู้สึกดีใจ ราวกับว่าวันนี้นางได้พบเจอกับลาภก้อนโต เพียงแค่นางพบเจอจดหมายที่ประตูหน้าห้องของนาง แต่กลับได้รับผลตอบแทนที่มากมายมหาศาลเช่นนี

เป็นผู้มีพระคุณลึกลับคนไหนที่ได้มอบโชคลาภอันยิ่งใหญ่ให้แก่นาง? เขาไมได้ทิ้งไว้แม้แต่ชื่อของตนเอง แล้วหลังจากวันนี้ตนเองจะตอบแทนพระคุณได้อย่างไร ?

นางเก็บป้ายคำสั่งของประมุข ก่อนจะวิ่งออกจากตำหนักราวกับว่าตนเองกำลังล่องลอยอยู่ในความฝันที่สุดแสนจะวิเศษ

กระแสน้ำแห่งเกาะเมฆาบรรพกาลสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ศิษย์สาวกบางคนที่เฉลียวฉลาดสังเกตุเห็นว่ายอดฝีมือแห่งเกาะเมฆาบรรพกาลรีบร้อนไปชุมนุมยังสาถานที่แห่งหนึ่ง โดยไม่รู้ว่าพวกเขากำลังจะทำสิ่งใด ก่อให้เกิดความรู้สึกตึงเครียดราวกับว่าพายุฝนกำลังจะโหมกระหน่ำ

ในเวลาเที่ยงคืน ยอดฝีมือแห่งเกาะเมฆาบรรพกาลต่างรวมตัวอยู่สถานที่แห่งหนึ่ง พวกเขาขึ้นไปยังเรือลำใหญ่ลำหนึ่ง และแล่นไปยังทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว

บนเรือขนาดใหญ่เต็มไปด้วยยอดฝีมือแห่งเกาะเมฆาบรรพกาลกว่า 200 คน ประมุขเป็นผู้นำทางด้วยตนเอง ผู้อาวุโสระดับสูงทั้ง 4 พร้อมด้วยผู้พิทักษ์อีก 3 คนที่ออกเดินทางไปพร้อมกัน นอกจากนั้น ยังมียอดฝีมือแห่งเขตแดนลมปราณแท้จริงที่มามายนับไม่ถ้วน ความแข็งแกร่งที่ตำที่สุดคือผู้ฝึกยุทธุ์ที่อยู่ในเขตแดนผสานลมปราณ

นอกเหนือจากนั้นมีผู้นำระดับสูงที่รู้ความเป็นจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้และผู้นำคนอื่นๆที่ตกอยู่ในความสับสน

วันที่ 2 เมื่อรุ่งสาง เรือขนาดใหญ่ได้เข้าใกล้กับเกาะแห่งหนึ่ง

นั่นคือเกาะหยุนเซี่ย ? มีคนรู้ว่าเกาะแห่งนี้คือสถานที่ใด

พวกเรามาทำอะไรที่นี้ ?

แม้ว่าสำนักหยุนเซี่ยจะเป็นสำนักที่มีความแข็งแกร่งในระดับที่ 3 แม้ไม่สามารถเทียบได้กับความแข็งแกร่งของเกาะเมฆาบรรพกาล แต่ไม่ว่าอย่างไรมันก็คือสำนักแห่งหนึ่ง สำนักแต่ละสำนักในท้องทะเลต่างมีการพัฒนาความสามารถของสำนักด้วยตนเอง โดยไม่มีการแทรกแซงซึ่งกันและกัน ไม่มีใครคิดว่าจุดมุ่งหมายในการแล่นเรือมา คือเกาะหยุนเซี่ย พวกเขากำลังจะทำสงครามกับสำนักหยุนเซี่ย ?

กู่ฟงที่มีร่างกายกำยำ ดวงตาเฉียบคมดั่งสายฟ้า ไดสร้างบรรยากาศที่น่าเบื่อหน่ายให้ดูน่าตื่นเต้นมากขึ้น เขได้ตะโกนด้วยเสียงที่ดังสนั่น : ข้าได้รับสารลับหนึ่ง นั่นคือเคล็ดวิชาพลิกกายทลายจันทร์ดาราที่สูญหายไปเมื่อ 300 ปีก่อน อยู่ในสำนักหยุนเซี่ยแห่งนี้

พลิกกายทะลายจันทร์ดารา !

คนส่วนใหญ่ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจในทันที นั้นเป็นเคล็ดวิชาระดับสูงสุดของเกาะเมฆาบรรพกาล มันหายไปเมื่อ 300 ปีก่อน จนถึงวันนี้ก็ยังไม่พบมัน แต่ทำไมมันถึงปรากฏอยู่ในสำนักหยุนเซี่ยอย่างกะทันหันเช่นนี้ ?

กู่ฟงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการกล่าวอธิบายมาก เขากล่าวต่อ : วันนี้ เราจะค้นสำนักหยุนเซี่ย พวกเราต้องหาคัมภีร์แห่งเคล็ดวิชาพลิกกายทลายจันทร์ดาราให้พบ และนำมันกลับไปยังเกาะเมฆาบรรพกาล เพื่อทำความปรารถนาสุดท้ายของบรรพบุรุษแห่งสำนักเกาะเมฆาบรรพกาลให้เป็นความจริง หากมีใครกล้าขัดขวาง ฆ่าให้หมด !! หากใครกล่าวหาเกาะเมฆาบรรพกาลฆ่าให้หมด !! สงครามในวันนี้ เพื่อ เคล็ดวิชาพลิกกายทะลายจันทร์ดารา หากพวกเราค้นหามันจนพบและนำมันกลับไป พวกเรสจะกล่าวยเป็นวีรบุรุษของเกาะเมฆาบรรพกาล !!

ขึ้นเกาะ !! กู่ฟงส่งสัญญานให้ขึ้นไปที่เกาะหยุนเซี่ย เขาโบกมือ ยอดฝีมือทั่วไปได้โบยบินขึ้นสู่เกาะหยุนเซี่ยอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้นไม่นาน เสียงกรีดร้องพร้อมคำสาปแช่งดั่งมากจาเกาะหยุนเซี่ย และยังมีเสียงแห่งการต่อสู้ที่รุนแรง ในเวลานี้เป็นช่วงเวลารุ่งสาง เป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายที่สุดของคนเรา เกาะเมฆาบรรพกาลมีการเตรียมพร้อมในการเดินทางมายังเกาะหยุนเซี่ย และลงมืออย่างโหดเหี้ยม นอกจากนั้นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งของพวกเขายังมีจำนวนที่มากมาย สำนักหยุนเซี่ยจะต่อต้านพวกเขาได้อย่างไร ?

สุดท้ายเหลือเพียงผู้อาวุโสระดับสูงเพียง 2 คนที่ออกมาต่อต้าน แต่สุดท้ายก็ถูกผู้อาวุโสระดับสูงของเกาะเมฆาบรรพกาลร่วมมือและฆ่าพวกเขาทั้ง 2 จนสำเร็จ

ประมุขแห่งสำนักหยุนเซี่ยและผู้อาวุโสระดับสูงต่อต้านอย่างสุดกำลัง แต่สุดท้ายพวกเขาก็ถูกฆ่า สถานที่ที่ยอดฝีมือแห่งเกาะเมฆาบรรพกาลวิ่งผ่าน เต็มไปด้วยร่างศพของศิษย์สาวกแห่งสำนักหยุนเซี่ย

ในวันนี้ โลหิตของสำนักหยุนเซี่ยได้หลั่งไหลเป็นสายน้ำ ร่างศพกองเป็นเนินภูเขา ศิษย์สาวกแห่งเกาะหยุนเซี่ยตายไปกว่าครึ่ง ยอดฝีมือที่อยู่ในเขตแดนผสานลมปราณต่างถูกฆ่าตายทั้งหมด

หาเจอแล้ว หาเจอแล้ว ข้าหาเจอกล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า !! มือของฮั่นเจาสั่นเทาเมื่อเขานำมือออกมาจากร่างของผู้อาวุโสระดับสูงคนหนึ่งเพราะเขาพบคัมภร์โบราณสีเหลือง มันคือคัมภรีเคล็ดวิชาพลิกกายทะลายจันทร์ดาราแห่งเกาะเมฆาบรรพกาล

เขารีบน้ำคัมภีร์โบราณกลับไปยังเรือใหญ่และมอบให้แก่กู่ฟง

ประมุขแห่งเกาะเมฆาบรรพกลายตื้นตันจนน้ำตาแห่งความปิดติไหลออกมา เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา : สวรรค์คุ้มครองเกาะเมฆาบรรพกาลของเรา ความปรารถนา 300 ปีในที่สุดก็เป็นจริงความจริง พวกเราค้นพบคัมภร์เคล็ดวิชาพลิกกายทะลายจันทร์ดารา บรรพบุรุษของเกาะเมฆาบรรพกาล พวกท่านนอนหลับได้อย่างสงบสักที

ฮั่นเจากล่าวถามด้วยความกระวนกระวาย : ประมุข แล้วศิษย์สาวกที่เหลือของสำนักหยุนเซี่ยล่ะ เราควตจัดการอย่างไร ?

ฆ่า !! กู่ฟงกล่าวออกคำสั่งด้วยความเยือกเย็น คำพูดเพียงคำเดียวของเขาได้ตัดสินชะตากรรมของศิษย์สาวกแห่งสำนักหยุนเซี่ยที่เหลือ

ไม่ว่าคัมภร์เคล็ดวิชาพลิกกายทะลายจันทร์ดาราจะไปอยู่ในมือของคนแห่งสำนักหยุนเซี่ยได้อย่างไร และไม่ว่าจะมีผู้คนจำนวนกี่คนที่ได้อ่านคัมภร์เล่มนี้ไป การฆ่าพวกเขาทั้งหมด จะเป็นการทำลายผู้คนที่ทราบถึงความลับของเคล็ดวิชาพลิกกายทะลายจันทร์ดารา เพื่อปกป้องไม่ให้เคล็ดวิชาพลิกกายทะลายจันทร์ดารารั่ว่ไหลไปสู่คนภายนอก การฆ่าคนในเกาะเล็กๆเพียง 1 เกาะจะเป็นอะไรไป ?

จบบทที่ ตอนที่ 198 ทำลายสำนักหยุนเซี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว