เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 182 อันตราย

ตอนที่ 182 อันตราย

ตอนที่ 182 อันตราย


ตอนที่ 182 อันตราย

ทันทีที่ติงจาจือกล่าวคำนี้ออกไป ร่างกายของเขาถูกฉีกเป็น 2 ส่วน โลหิตสีแดงสดสาดพุ่งออกมา อวัยวะภายกระเด็นกระซ่านไปทั่ว แม้แต่ดวงตาที่เบิกโพลงยังกระเด็นออกไปและตกลงสู่ท้องทะเลเบื้องล่าง

เมื่อผู้อาวุโสระดับสูงถูกฆ่าจากสัตว์อสูรที่น่าหวาดกลัว ศิษย์สาวกที่เหลือจะกล้ายืนหยัดต่อสู้ต่อไปได้อย่างไร สัตว์อสูรตนนี้ยังมิทันที่จะเผยให้เห็นตัวตนแท้จริงของมันมันก็สามารถแสดงอำนาจพลังที่มากมายมหาศาล

หากมันเผยตัวตนของมันออกมาพวกเขาทั้งหมดคงต้องตายอยู่ในท้องทะเลแห่งนี้อย่างแน่นอน

ความสุขความดีใจความตื่นเต้นที่ค้นพบเกาะซ่อนเร้นมลาหายไป เหลือไว้เพียงความหวาดกลัวอย่างสุดขีดที่กลืนกินจิตใจของทุกคนอย่างบ้าคลั่ง

เรือมังกรขนาดใหญ่กว่าครึ่งกำลังดิ่งลงสูท้องทะเล แต่หนวดหมึกขนาดมหึมายังคงฟาดโจมตีตัวเรืออย่างไม่หยุด ทุกครั้งที่มันฟาดโจมตี ทำให้เรือมังกรถูกทำลายและเสียหายอย่างมาก

ทำอย่างไรต่อไป ? ศิษย์สาวกแห่งสำนักหยุนเซี่ยคนหนึ่งร่ำไห้ด้วยความหวาดกลัว อายุของเขายังน้อย เขายังมีอนาคตที่สดใส เขาจะมาตายอยู่ในสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร ?

ทันทีที่เขากล่าวจบ เขาถูกฟาดด้วยหนวดหมึกยักษ์จนกลายเป็นชิ้นเนื้อที่แหลกละเอียด เหลือไว้เพียงความฝันในอนาคตที่ทะเยอะทะยานอย่างล่องลอย

ภายใต้สถานการณ์ที่เปรียบดั่งขุมนรกที่เต็มไปด้วยกลิ่นโลหิตที่เหม็นสาบ ภายใต้การโจมตีจากหนวดหมึกยักษ์ขนาดมหึมา ไม่ว่าจะเป็นผู้คนสามัญ ศิษย์สาวกแห่งสำนักหยุนเซี่ย เมื่อคนผู้นั้นถูกโจมตี มีเพียงคำว่าตายเท่านั้น

เมื่อยอดฝีมือที่อยู่ในเขตแดนลมปราณแท้จริงหรือเขตแดนที่สูงกว่า เมื่อพวกเขามองเห็นฮัวเซียงหลันหนีเอาชีวิตรอด พวกเขาต่างโบยบินไปยังทิศทางของเกาะซ่อนเร้น ไม่มีใครที่จะสนใจในความเป็นความตายของเหล่าศิษย์สาวกของพวกเขา

แต่ในตอนนี้แม้จะเป็นยอดฝีมือที่อยู่ในเขตแดนลมปราณแท้จริงหรือเขตแดนที่สูงกว่า ก็ยากจะหนีรอดจากการโจมตีของสัตว์อสูร

ยอดฝีมือที่โบยบินอยู่บนท้องฟ้ามิได้หนีรอดอย่างปลอดภัย ราวกบว่าหนวดหมึกยักษ์มีดวงตาที่มองเห็นทุกสิ่ง พวกมันพุ่งหนวดหมึกขึ้นสู่ท้องฟ้าและพุ่งม้วนรัดยอดฝีมือที่โบยบินอยู่บนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว 1 ครั้งที่หนวดหมึกยักษ์พุ่งออกไป พวกมันสามารถพุ่งรัดร่างกายของยอดฝีมือจำนวน 1 คน ทำให้พวกเขาทั้งหมดตายโดยมิได้นัดหมายอย่างรวดเร็ว

สีหน้าของหยางไค่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก เขาเฝ้าดูเหตุการณ์ตั้งแต่แรกจน ตั้งแต่ที่หนวดหมึกยักษ์ปรากฏออกมาจนถึงตอนนี้ โดยมีระยะเวลาสั้นๆเพียง 10 ลมหายใจ แต่มันกลับทำให้คนของสำนักหยุนเซี่ยตายไปและได้รับบาดเจ็บสาหัสกว่าครึ่ง คนธรรมดาสามัญที่อยู่บนตายไปจนเกือบจะหมด

การอยู่บนเรือต่อไปไม่ใช่เรื่องที่ปลอดภัย หลังจากนี้ เรือมังกรต้องถูกทำลายจนหมดสิ้น และอาจจะถูกลากลงไปยังก้นบึ้งทะเลอีกด้วย

กระโดดลงจากเรือเพื่อหนีเอาชีวิตรอด ใช่ !! มันอาจจะมีโอกาสที่จะมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี้ !! มันอาจเป็นไปได้ที่จะมีชีวิตรอดต่อไป !!

หยางไค่ไม่ต้องการที่จะนั่งรอความตาย ทันใดนั้นเขากล่าวตะโกนด้วยเสียงที่ดุดัน : กระโดดลงจากเรือ !

ไม่ใช่เพราะหยางไค่ยังมีจิตใจที่เป็นห่วงและตักเตือนผู้อื่น แต่หากเขากระโดดลงจากเรือเพียงคนเดียว มันง่ายต่อการถูกจับจ้องจากหนวดหมึกยักษ์นั้น แต่หากทุกคนกระโดดลงไป จะสามารถกระจายความสนใจของสัตว์อสูร

เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงตะโกนของหยางไค่ ราวกับว่าพวกเขาได้ตื่นจากความฝันที่โหดร้าย พวกเขารีบวิ่งไปที่ด้านข้างของเหลือ และกระโดดลงไปยังไม่ลังเล

บนผืนน้ำทะเลปรากฏโลหิตสีแดงสดเป็นหย่อมๆ แสดงให้เห็นว่าผู้คนที่กระโดดลงจากเรือก็มิอาจหนีรอดจากความตายที่โหดร้ายไปได้ แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่สามารถหนีรอดจากการโจมตีของหนวดหมึกยักษ์และว่ายขึ้นไปยังเกาะซ่อนเร้นด้วยความพยายามอย่างสุดชีวิต

เมื่อรู้สึกว่าถึงเวลาอันสมควร หยางไค่ได้กระโดดลงไปเช่นเดียวกัน

ทันใดนั้นราวกับว่าน้ำทะเลในบริเวณนี้ถูกต้มจนเดือนจากความร้อนที่รุนแรง ผู้คนหลายสิบคนต่างแหวกว่ายไปยังทิศทางที่แตกต่างกันเพื่อหนีเอาชีวิตรอด

หยางไค่แหวกว่ายออกไปและสังเกตความเคลื่อนไหวต่างๆที่เกิดขึ้น เพียงไม่นานเเขาก็สังเกตุเห็นสถานการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้น

ผู้ที่แหวกว่ายหนีออกไปอย่างรวดเร็ว จะถูกจับจ้องจากสัตว์อสูรมากกว่าใคร ศิษย์สาวกแห่งสำนักหยุนเซี่ย พวกเขาต่างมีท่าร่างในการเคลื่อนไหวของตนเอง แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถโบยบิน แต่พวกเขาสามารถแหวกว่ายในทะเลได้อย่างว่องไว ความเร็วของพวกเขาเหนือกว่าคนสามัญทั่วไปถึงหลายเท่า

แต่ผู้ที่แหวกว่ายอยู่หน้าสุด ล้วนถูกหนวดหมึกยักษ์พุ่งตวัดและนำพาร่างกายดำดิ่งลงสู่ท้องทะเลเบื้องล่าง โดยไม่เห็นแม้แต่เงาของพวกเขาอีกเลย

แต่เหล่าคนสามัญที่อยู่ด้านหลัง เพียงถูกโจมตีโดยไม่ถึงแก่ความตาย

หยางไค่ไม่รู้ว่าสัตว์อสูรที่อยู๋ใต้ท้องทะเลมีวิธีการตรวจสอบคนเหล่านี้เช่นไร แต่ในเมือเขาพบเห็นสถานการณ์เช่นนี้ เขาต้องใช้สถานการณ์เช่นนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเขา

หยางไค่สูดลมหายใจเข้าออกมาอย่างไร้ซึ้งสุ้มเสียง ทันใดนั้นเขากลั้นลมหายใจ และกดทับการเต้นของหัวใจเอาไว้ ราวกับว่าเขากำลังล่องลอยอยู่บนผืนน้ำ ล่องลอยอย่างช้าๆ ไปยังทิศทางที่ตั้งของเกาะซ่อนเร้น

หนวดหมึกยักษ์มองไม่เห็นเขาดั่งที่คาดการณ์เอาไว้

แต่ในขณะที่จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความหวังที่จะหนีรอดจากเงื้อมมือของสัตว์อสูร ด้านหลังของเขามีเสียงการเคลื่อนไหวที่ดังสนั่น หยางไค่ตื่นตกใจจนใบหน้าซีดขาว เขาหันหน้ามองกลับไป

ซึ่งมองเห็นศิษย์สาวกแห่งสำนักหยุนเซี่ยคนหนึ่งกำลังแหวกว่ายมายังทิศทางที่ตนเองลอยตัวอยู่ การเคลื่อนไหวของเขา

สามารถทำให้เขาตกอยู่ในอันตรายเช่นเดียวกับศิษย์สาวกแห่งสำนักหยุนเซี่ยในตอนนี้

หยางไค่สบทด่าอยู่ภายในใจ

ศิษย์สาวกแห่งสำนักหยุนเซี่ยผู้นั้นแหวกว่ายเข้าใกล้ร่างกายของหยางไค่อย่างรวดเร็ว ศิษย์ผู้นั้นไม่มองเขาแม้แต่น้อย แต่เขากลับยึดจัดหัวไหล่ของหยางไค่เอาไว้ เพื่อหยิบยืมพละกำลังในการหนีเอาตัวรอด

ทันใดนั้นเอง หนวดหมึกยักษ์พุ่งมาจากด้านหลังของพวกเขาทั้งสอง

ไม่ว่าจะเป็นหยางไค่หรือศิษย์สาวกแห่งสำนักหยุนเซี่ย ต่างสัมผัสได้ถึงอันตรายที่อยู๋ด้านหลัง แต่ศิษย์สาวกแห่งสำนักหยุนเซี่ยนั้นมีการรับรู้ทางจิตวิญญาณที่เหนือกว่าหยางไค่ มือข้างที่ยึดจับหัวไหล่ของหยางไค่ปลดปล่อยพลังลมปราณและจับกุมหยางไค่ขึ้นมาเพื่อจะโยนไปยังหนวยหมึกยักษ์ที่พุ่งเข้ามา

แต่เมื่อพลังลมปราณของเขาปลดปล่อยไปยังร่างกายของหยางไค่ หยางไค่เพียงลอยขึ้นจากผิวน้ำเพียงเล็กน้อย ก่อนจะตกลงไปในผืนน้ำอีกครั้ง

เมื่อเป็นเช่นนี้หยางไค่ไดตอบโต้โดยการพุ่งฝ่ามือไปยังหัวไหล่ของเขา เมื่อพลังลมปราณที่บริสุทธุ์พุ่งออกไป ทำให้เขาลอยกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง

เจ้า . ใบหน้าของศิษย์สาวกแห่งสำนักหยุนเซี่ยตื่นตระหนกด้วยความไม่เชื่อ เพราะเสื้อผ้าที่หยางไค่สวมใส่คือเสื้อผ้าของคนสามัญทั่วไปที่อยู่บนเรือมังกร เขาไม่เคยคาดคิดว่าคนสามัญคนนี้กลับเป็นผู้ฝึกยุทธุ์ที่แฝงตัวเข้ามา

ยังมิทันที่เขาจะตอบโต้ ยังมิทันที่เขาจะตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กลับถูกคนสามัญผู้นั่นโจมตีจนลอยกระเด็นออกไป

แต่ทันใดนั้น หนวดหมึกยักษ์ได้ตวัดและรัดร่างกายของเขาเอาไว้แน่น จากเสียงร้องโหยหวนที่ดังขึ้น กระดูกของของศิษย์สาวกแห่งสำนักหยุนเซี่ยผู้นี้แตกเป็นเสี่ยงๆ และกระดูกที่แตกเป็นเสี่ยงๆ

ได้ทิ่มแทงไปยังอวัยวะภายในของเขาทำให้เขาตายอย่างหวาดกลัวในทันที

หยางไค่ไม่กล้าเคลื่อนไหว เขาจ้องมองหนวดหมึกยักษ์ที่ลอยเคว้งอยู่บนกลางอากาศ ก่อนจะหลับตาแน่นด้วยความหวาดกลัว

ผ่านไปเป็นเวลานาน หนวดหมึกยักษ์จึงค่อยๆเคลื่อนไหวออกไปและดำดิ่งสู่ท้องทะเลเบื้องล่าง

เป็นอย่างที่ตนเองคาดการณ์เอาไว้ ยิ่งเคลื่อนไหวมากเท่าไหร่ ยิ่งถูกมันจับจ้องยิ่งต้องพบเจอกับภัยอันตราย การไม่ขยับเคลื่อนไหวไม่สูดลมหายใจเข้าออก จึงเป็นวิธีการในการหนีเอาตัวรอดที่ถูกต้องที่สุด

หยางไค่รอเป็นเวลานาน จึงค่อยแหวกว่ายไปยังทิศทางของเกาะซ่อนเร้น

ระยห่างระหว่างเกาะซ่อนเร้นและเรือมังกรที่พบเจอกับภัยพิบัติอยู่ห่างกันไม่ไกลและไม่ใกล้ ระยะห่างประมาณ 10 ลี้

ระยะห่างเช่นนี้ไม่ได้ลำบากมากเกินไปสำหรับผู้ฝึกยุทธุ์ที่อยู่ติดชายทะเลมาช้านาน หรือแม้คนสามัญทั่วไปก้สามารถแหวกว่ายอย่างสบาย

แน่นอนว่าในตอนนี้ เขาไมได้รับอันตรายจากการโจมตีของหนวดหมึกยักษ์นั่น

ผ่านไปเกือบ 1 ชั่วยามเต็มๆ หยางไค่จึงสามารถว่ายข้ามไปยังเกาะซ่อนเร้น สองเท้าเหยียบย่ำหาดทราย หยางไค่ล้มตัวลงนอนบนพื้นหาดทรายในทันที เขาจ้องมองไปยังท้องฟ้าสีคราม และหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า

ระยะเวลาสั้นๆเพียง 1 ชั่วยาม ฟ้าดินทราบดีว่าจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความหนักอึ้งมากเท่าใด เขาหวาดกลัวว่าด้านหลังของเขาจะมีหนวดหมึกยักษ์พุ่งม้วนตวัดร่างกายของเขาหรือฟาดร่างกายของเขาจนแหลกละเอียด

แต่โชคดี ที่เขาค้นหาวิธีการในการต่อต้านการกระทำของมัน หนวดหมึกยักษ์จึงไม่โจมตีเขาอีกเลย

ในขณะที่หลบหนีจากการถูกโจมตีหยางไค่มิได้สังเกตถึงความเคลื่อนไหวของคนอื่นๆ หลังจากที่เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาจึงได้ยินเสียงที่ขอความช่วยเหลือที่แผ่วเบาจากบริเวณที่ไม่ไกลมากนัก

มันเป็นเสียงร้องของหญิงสาว หยางไค่หันหน้ากลับไปมอง เมื่อเห็นว่าคนผู้นั่นคือใคร หยางไค่จึงสบทด่าด้วยความเกลียดชัง

บริเวณหาดทรายที่ห่างจากเขาประมาณ 30 จ้าง ยู่เอ้าชิงแห่งสำนักหยุนเซี่ยนั่งคุกเข่าอยู่บนหากทราย ร่างกายของนางเปียกชุ่ม เสื้อผ้าแนบเนื้อ เผยให้ทรวงอกที่อวบอิ่ม ก้นที่เต่งตึง สองขาวที่เรียวยาว ซึ่งทำให้ผู้ที่พบเห็น จินตนการอย่างเลยเถิด

นางคงจะเพิ่งหนีขึ้นมาจากท้องทะเลและกำลังสำลักน้ำทะเลอย่างน่าสงสาร ผมสีดำสยายลงไปที่หัวไหล่ ใบหน้าที่งดงามซีดขาวอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่มีจิตใจที่หยิ่งยะโสและชั่วร้าย หยางไค่ไม่มีความรู้สึกดีๆให้แก่นาง ไม่เพียงแค่นางยอมลดตัวลดศักดิ์ศรีของตนเองเพื่อขโมยสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเกาะซ่อนเร้นจากเมียวหลิง หลังจากวันนี้นางยังจะโยนเมียวหลิงลงไปในทะเล จิตใจของนางช่างโหดเหี้ยมดั่งอสรพิษที่น่ารังเกียจ

แม้ว่าหยางไค่อยากฆ่าเมียวหลิงให้ตายคามือก็ตามแต่

เมื่อไม่อยากข้องแวะกับนาง หยางไค่จึงค่อยๆลุกขึ้นและเดินเข้าไปในเกาะซ่อนเร้น

เจ้า หยุดเดี่ยวนี้ !! หยางไค่ไม่อยากข้องแวะกับนาง แต่ยู่เอ้าชิงกลับมองเห็นหยางไค่ และกำลังตะโกนเรียกอย่างไม่หยุด

หยางไค่ไม่สนใจนาง เขายังคงเดินเข้าไปในเกาะซ่อนเร้น

ข้าสั่งให้เจ้าหยุดเดี่ยวนี้ เจ้าไมได้ยินหรือไง ? ยู่เอ้าชิงโกรธเคือง นางรีบลุกขึ้นมาจากพื้นทราย

ร่างกายของนางประกายสองสามครั้งและยืนขวางอยู่ตรงหน้าของหยางไค่ในทันที สีหน้าของหยางไค่แสดงออกอย่างเรียบเฉย

ในขณะที่อยู่บนเรือมังกร หยางไค่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งเขาจึงปฏิบัติตัวอย่างสงบเสงี่ยม แต่ในตอนนี้ในสถานที่แห่งนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องปฏิบัติตัวอย่างสงบเสงียมเช่นเดิม ยู่เอ้าชิงอยู่ในเขตแดนผสานลมปราณ นางอยู่ในเขตแดนที่สูงกว่าหยางไค่อย่างมาก แต่หากพวกเขาต้องต่อสู้กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หยางไค่เชื่อมั่นว่าตนเองไม่มีทางพ่ายแพ้ต่อนาง การวิ่งหนีก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา

ยู่เอ้าชิงจ้องมองหยางไค่ด้วยสายตาที่ประหลาดใจ นางคุ้นหน้าคุ้นตากับคนสามัญที่อยู่บนเรือ แต่นางไม่คิดว่าเมื่อชายคนนี้เผชิญหน้ากับตนเองเขากลับแสดงออกอย่างไม่หวาดกลัว สีหน้าของเขายังนิ่งสงบเหมือนเดิม

อายุยังน้อย!! ดูเหมือนว่าเป็นเขาเป็นเด็กหนุ่มอายุประมาณ 15 16ปี แต่ความกล้าของเขาค่อนข้างใช้ได้ ! ภายในจิตใจของยู่เอ้าชิงหัวเราะอย่างเยือกเย็น นางเคลื่อนไหวพลังลมปราณ ทำให้เสื้อที่เปียบชุ่มของนางแห้งในทันที สภาพที่สะบักสะบอมของนางกลับกลายเป็นสภาพที่หยิ่งยะโสเหมือนเช่นเดิม นางกล่าวถามหยางไค่ด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยัน : เจ้าพบเห็นคนอื่นๆหรือไม่ ?

ไม่พบ หยางไค่ขมวดคิ้วไว้แน่น

ไม่พบแม้แต่คนเดียว?

พบ 1 คน

อยู่ไหน?

เจ้า !!

ยู่เอ้าชิงสูดลมหายใจเข้าอย่างลึกซึ้ง ทรวงอกของนางกระชับขึ้นลงอย่างดุเดือด แต่นางยัคงกล่าด้วยความเย็นชา : เจ้าทำตัวให้ดี มิฉะนั้นอย่าหาว่าข้าไร้ความปราณี

จิตใจของหยางไค่เกลียดชังความหยิ่งยะโสที่เยือกเย็นของนาง แต่สีหน้าของหยางไค่ไมได้แสดงออกมา

หยางไค่กำลังพิจารณาไคร่คราญว่าควรหนีละทิ้งหญิงสาวนางนี้ และเข้าสู่ภายในของเกาะซ่อนเร้น เพราะในเวลานี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการหนีออกไป

แต่ยังมิทันที่เขาจะเคลื่อนไหว บริเวณที่ไม่ไกลมากมีเสียงที่ตื่นตระหนกดังขึ้น : ศิษย์พี่ชิง ช่างเป็นเรื่องที่โชคดีที่ท่านยังปลอดภัย

เมื่อได้ยินเสียงนี้ สีหน้าของหยางไค่แสดงออกด้วยความประหลาดในทันที นี้เป็นการรวมตัวของศัตรูที่เขาเกลียดชัง

เหมียวหลิงสามารถหนีรอดจากการถูกโจมตีเขาหนีขึ้นมาบนฝั่งที่อยู่ไม่ไกล และดูเหมือนว่าเขาจะหนีขึ้นมาบนฝั่งเป็นเวลาสักพัก เพราะในตอนนี้เขากำลังวิ่งมาจากยอดต้นไม้ที่เติบโตในเกาะซ่อนเร้น

ไม่ได้มีมีเมียวหลิงเพียงคนเดียวที่รอดชีวิต ด้านหลังของเขายังมีศิษย์สาวกหญิงแห่งสำนักหยุนเซี่ยคนหนึ่งที่ติดตามเขามา

ในเวลานี้ หยางไค่ไม่สามารถต้านทานศิษย์สาวกแห่งสำนักหยุนเซี่ยทั้ง 3 คน หยางไค่จึงค่อยๆปฏิบัติตัวอย่างอ่อนน้อมในทันที

ทำไมเขายังไม่ตาย !! ยู่เอ้าชิงกัดฟันและกล่าวสบทด่า แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านางไม่เชื่อว่ายังจะพบกบคนที่น่ารำคาญในเกาะซ่อนเร้นแห่งนี้

คนดีมีชีวิตไม่ยืนยาว คนชั่วช้ามีชีวิตยืนยาวเป็นพันปี หยางไค่กล่าวออกมาอย่างเลื่อนลอย

ยู่เอ้าชิงถลึงตาใส่หยางไค่อย่างเยือกเย็น มุมปากของนางเผยให้เห็นรอยยิ้มที่เห็นด้วยกับคำกล่าวของหยางไค่

เมียวหลิงพุ่งเข้ามาหายู่เอ้าชิงก่อนจะกล่าวด้วยความดีใจ : ศิษย์พี่ชิง ข้าดีใจที่ได้พบเจอท่านอีกครั้ง

ยู่เอ้าชิงพยักหน้าด้วยความหยิ่งยะโสอย่างแผ่วเบาดวงตาของนางมองไปที่ด้านหลังของเมียวหลิงและกล่าวถาม : ในบริเวณนี้มีเพียงพวกเจ้าสองคน ?

เมียวหลิงกล่าวตอบ : อืม ข้าขึ้นมาก่อน ในบริเวณนอกจากศิษยืพี่จางยู่ว ไม่มีใครอื่นอีกเลย

ศิษย์สาวกที่ชื่อจางยู่วได้เดินมาหาพวกเขา ในตอนนี้เหลือผู้รอดชีวิตเพียง 4 คนเท่านั้น

ยู่เอ้าชิงสางผมของนางไปไว้ด้านหลังและหันหน้ามองไปยังท้องทะเล เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้นางมิอาจห้ามปรามเสียงถอนหายใจที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก

หยางไค่มองไปยังภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรือมังกรขนาดใหญ่ถูกทำลายจนแตกเป็นเสี่ยงๆ ผืนน้ำบริเวณแห่งนี้กลายเป็นสีแดงสด เนื้อของมนุษย์จำนวนมากมายลอยเคว้งอยู่กลางทะเล ซึ่งได้ดึงดูดความสนใจของสัตว์อสูรในน้ำมิ่ใช่น้อย ราวกับว่ามันเป็นขุมนรกที่โหดร้าย

กลับไปได้ไหม ? ยู่เอ้าชิงกล่าวด้วยเสียงที่อาลัยอาวรณ์อย่างสุดซึ้ง

จบบทที่ ตอนที่ 182 อันตราย

คัดลอกลิงก์แล้ว