เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 163 ศิษย์พี่ที่ไม่ได้สติ

ตอนที่ 163 ศิษย์พี่ที่ไม่ได้สติ

ตอนที่ 163 ศิษย์พี่ที่ไม่ได้สติ


ตอนที่ 163 ศิษย์พี่ที่ไม่ได้สติ

ข้าทราบแล้ว หยางไค่พยักหน้าด้วยความเคร่งขรึม

หากว่าเจ้าไม่สามารถปราบปรามความปรารถนาของเจ้า เจ้าสามารถไปหาหญิงสาวคนอื่นๆได้ เปลือกตาและขนตายาวสลวยของซู่เหยียนสั่นเล็กน้อย แต่สีหน้าของนางแสดงออกมาอย่างดุดัน

ไม่จำเป็น ข้าไม่ใช่คนที่กระหายในกาม หยางไค่กล่าวด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่น

ซู่เหยียนพยักหน้าอย่างช้าๆ : เจ้าไม่เข้าใจ ในขณะที่ความรู้สึกแห่งความปราถนาพุ่งทะยานเข้าสู่ร่างกาย ความทุกข์ทรมาณที่เจ้าไม่อยู่ข้างกายมันหนักหนาสาหัสอย่างยิ่ง ข้ามาหาเจ้าตั้งแต่ 2 วันก่อน แต่ว่าศิษย์น้องคนนี้อยู่ในบริเวณแห่งนี้ตลอดเวลา ข้าจึงไม่มีหนทางอื่น ข้าจึงต้องลงมือโดยวางยาให้นางสลบไป อ่า หวังว่าตอนที่น่างฟื้นมานางจะไม่โกรธเคืองข้า

ความรู้สึกเช่นนั้นรุนแรงมาก ? หยางไค่ขมวดคิ้วไปมา ซู่เหยียนมีลักษณะนิสัยอย่างไรเขาเข้าใจอย่างชัดเจน เขาสามารถทำให้หญิงสาวที่มีนิสัยเยือกเย็นและเต็มไปด้วยความสง่างามสลัดศักดิ์ศรีที่สูงส่งของนางเพื่อเดินทางมาหาเขาในการตอบสนองความต้องการของตนเอง นั่นหมายความว่าความรู้สึกที่นางได้รับต้องถึงขีดสุดจนนางจะมิอาจปราบปรามมันได้อีก

รุนแรงมาก รุนแรงจนทำให้ร่างกายและจิตใจของสั่นเทาตลอดเวลา !! ซู่เหยียนกล่าวดวยความจริงจัง : ดังนั้น ข้าจึงไม่คัดค้านให้เจ้าไปหาหญิงสาวคนอื่นเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง

คำพูดของนางทำให้จิตใจของหยางไค่สั่นสะท้าน ทำให้เขาไม่กล้าที่จะตอบรับคำกล่าวของนาง

ซู่เหยียนซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของหยางไค่ ดวงตาของนางมองเม่อออกไปและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน : ตัวอย่างเช่น ศิษย์น้องเซี่ยคนนี้ ข้าเห็นว่านางให้ความสำคัญต่อเจ้าอย่างมาก แม้ว่านางจะปกปิดใบหน้าด้วยผ้าคลุมหน้า แต่ข้าเชื่อว่านางเป็นหญิงสาวที่งดงามคนหนึ่ง ความแข็งแกร่งอยู่ในระดับสูง มีจิตใจงดงาม มีนิสัยที่อ่อนโยน หากเจ้าไม่รำคาญข้าอยากให้เจ้าลองใกล้ชิดกับนางมากกว่านี้ หากว่าเจ้าไม่สามารถอดทนต่อความปรารถนา ข้าเองไมได้อยู่ข้างกายเจ้า ก็ยังมีคนคอยปลอบประโลมเจ้า

โปรดอย่ากล่าวคำพูดเหล่านี้ ผลที่ตามมาอันตรายมากกว่าที่เราคิด ทันทีที่หยางไค่คิดถึงเม้งวู่หยามันทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวกับความเกรี้ยวกราดของเขา

พวกเจ้ารู้จักกันได้อย่างไร ?

หยางไค่กล่าวอธิบายถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเทือกเขาผลึกน้ำแข็งนพเก้าให้แก่ซู่เหยียนทั้งหมด แต่เขาไม่ได้กล่าวถึงการจูบที่หอมหวานนั้น ไมใช่เพราะหยางไค่ต้องการปิดบังซู่เหยียน แต่ว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงชื่อเสียงของเซี่ยหนิงแง เขาจะกล่าวพูดอย่างพร่ำเพรื่อได้อย่างไร?

มันเป็นเช่นนี้ ข้าควรจะขอบคุณนาง เมื่อซู่เหยียนกล่าวจบ ทำให้นางประทับใจในตัวของเซี่ยหนิงฉาง ผลึกน้ำแข็งนพเก้าที่หยางไค่มอบให้แก่นาง แบ่งมากจาผลึกน้ำแข็งนพเก้าของเซี่ยหนิงฉาง

เมื่อนางตื่นขึ้นมา ข้าต้องหาเวลาขอโทษต่อการกระทำในครั้งนี้ ศิษย์พี่เซี่ยคงไม่กล่าวโทษเจ้า หยางไค่กล่าวด้วยเสียงหัวเราะที่ขมขื่น

อืม ข้าจะทำเช่นนั้น

ค่ำคืนที่แสนสั้นในวันนี้ พวกเขาต่างพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆของกันและกัน

หลังจากนั้น ซู่เหยียนลุกขึ้นจากเตียงและสวมเสื้อผ้าอาภรณ์ของนาง

ข้าต้องไปแล้ว ซู่เหยียนกล่าวอย่างแผ่วเบา สำหรับนางแล้วการทำเช่นนี้ถือเป็นการฝึกในและเป็นบททดสอบของจิตใจ

รอก่อน อย่าเพิ่งไป !! หยางไค่กุมมือของนางและพานางไปยังปากถ้ำ ก่อนจะชี้ไปยังโสมีปีศาจหยิงหยางที่กำลังหยั่งรากของมันในจวนถ้ำของหยางไค่ : ถ่ายทอดพลังลมปราณให้มันสักนิด

มันคือะไร ? ซู่เหยียนค่อยๆก้มตัวลงและจ้องมองโสมีปีศาจหยินหยางด้วยความสงสัย และอดไม่ได้ที่จะกล่าวถา : มันยิ้มให้ข้า มันเป็นสมบัติแห่งฟ้าสวรรค์ที่มีจิตวิญญาณหรือเปล่า ?

ใช่ มันเป็นสมบัติแห่งฟ้าสวรรค์ที่ดูดซับพลังหยินและหยาง ในสถานที่แห่งนี้มีเพียงพลังหยาง มันกำลังรอการเติมเต็มพลังหยินจากเจ้า

ซู่เหยียนไม่รีรอ นางยื่นมือสัมผัสไปถึงโสมปีศาจหยินหยาง พลังลมปราณที่อยู่ภายในร่างกายค่อๆถ่ายทอดไปยังร่างกายของโสมปีศาจหยินหยาง มันทำให้โสมปีศาจหยินหยางแสดงออกมาด้วยความสุขที่มากยิ่งขึ้น

หลังจากนั้น ซู่เหยียนค่อยปล่อยมือจากโสมปีศาจหยินหยาง นางลุกขึ้น และส่วมกอดหยางไค่

หลังจากที่โอบกอด ซู่เหยียนหันหลังและเดินจากไป

หยางไค่จ้องมอมเงาด้านหลังของนางด้วยรอยยิ้ม โดยไม่ยื้อนางไว้อีกต่อไป

แต่ในขณะที่เงาด้านหลังของซู่เหยียนกำลังจะหายไป หยางไค่ฉุกคิดถึงเรื่องหนึ่ง และกล่าวถามอย่างรวดเร็ว : ใช่แล้ว ศิษย์พี่เซี่ยจะตื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ ?

รุ่งอรุณของวันพรุ่งนี้ เสียงของซู่เหยียนดังแว่วเข้ามาด้วยความแผ่วเบา

นางไมได้พาเซี่ยหนิงฉางกลับไปด้วย นางตั้งใจให้เซี่ยหนิงฉางอยู่ที่นี้ต่อไป เพราะนางต้องการให้หยางและนางอยู่ใกล้ชิดกัน ซู่เหยียนไม่ต้องกังวลเรื่องที่นางตื่นขึ้นมาแล้วหยางไค่จะกล่าวอธิบายให้แก่นางอย่างไร จากไหวพริบของหยางไค่ เพียงแค่การพูดปดเพียงเล็กน้อย ก็สามารถเอาชนะความโกรธเคืองของนางได้

เมื่อออกมาจากจวนถ้ำของหยางไค่ ซู่เหยียนบินขึ้นไปยังเบื้องบนของคุกคุมขังมังกร ซู่เหยียนหันหน้ากลับไปมองอยู่ชั่วครู่ จิตใจภายในเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความอัปยศ นางรู้สึกว่าตนเองเป็นหญิงสาวที่เลวทรามคนหนึ่ง ถูกความปรารถนาเข้าครอบงำ จนต้องเข้ามาหาหยางไค่เพื่อระบายความปราถนาที่ครุกกรุ่นอยู่ภายใน เมื่อได้รับการเติมเต็มอย่างรื่นเริงจากหยางไค่ จึงเดินจากไปเขาไปในทันที

เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้น ใบหน้าของซู่เหยียนแดงก่ำด้วยความอับอาย

ซู่เหยียนรู้สึกผิดต่อตนเองอยู่บนเบื้องบนของคุกคุมขังมังกร หยางไค่ยืนอยู่บนปากถ้ำโดยที่จิตใจชาซ่านและว้าวุ่น เมื่อคุร่นคิดไปมาเป็นเวลานาน ร่างกายของเขาเปียกชุ่มด้วยเหงื่อเย็น

เขาคิดถึงเรื่องทสำคัญที่เขามองข้ามไปอย่างกะทันหัน

จากคำกล่าวของซู่เหยียน นางวางยาสลยจนทำให้เซี่ยหนิงฉางสลบไป แต่ว่า ซู่เหยียนไม่ทราบเลยว่าร่างกายของเซี่ยหนิงฉางเป็นร่างกายเช่นไร !!

ร่างกายจิตวิญญานบริสุทธุ์ !! ร่างกายของนางเป็นเตาหลอมยาแห่งฟ้าดินที่ดีที่สุด จากการฝึกฝนวิชายุทธุ์ของนาง นางสามารถสกัดทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกให้กลายเป็นโอสพวิเศษได้

หากเป็นการปรุงยา เซี่ยหนิงฉางเป็นปรมาณจารย์ของทุกสรรพสิ่ง !! เซี่ยหนิงฉางที่มีร่างกายที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้จะถูกวางจนหมดสติไปได้อย่างไร ?

แม้ว่านางจะหมดสติไป นางคงไม่ตื่นขึ้นในรุ่งอรุณของวันนี้ จากร่างกายที่วิเศษของนาง เพียงระยะเวลาสั้นๆ นางคงตื่นจากอาการหมดสิตได้อย่างแน่นอน

เป็นไปไม่ได้

เหงื่อเย็นของหยางไค่ผุดออกมาอย่างต่อเนื่อง

ร่างกายของหยางไค่แข็งทื่อ เขายันตัวเองภายนอกปากถ้ำ โดยไม่ขยับเขยื้อนกว่า 1 ชั่วยาม โดยหยางไค่มีความคิดที่จะขูดหลุมลึกและฝังตัวอยู่ภายใต้หลุมลึกนั้น

ผ่านไปเป็นเวลานาน หยางไค่ค่อยหันร่างกายกลับมา และเดินไปยังห้องนอนที่มีเตียงหินขนาดใหญ่ของเขา

เตียงหินที่ถูกเจียระไนขัดเกล่าจนเรียบ ยังครุกกรุ่นด้วยกลิ่นหอมแห่งห้วงอารมณ์พิสวาสของพวกเขาทั้งสอง

จากการเข้าใกล้ของหยางไค่ หยางไค่สัมผัสถึงลมหายใจที่หนักหน่วงก่อนเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา มันแผ่วเบาอย่างมาก หากไม่สังเกตอย่างถี่ถ้วนก็มิอาจสัมผัสได้ถึงลมหายใจของยาง แต่ในตอนนี้ความคิดจิตใจและจิตวิญญานของหยางไค่ต่างพุ่งเป้าหมายไปยังเซี่ยหนิงฉางจนหมดสิ้น ทุกการกระทำทุกการเคลื่อนไหวของนางจะหลบพ้นจากสายตาของหยางไค่ได้อย่างไร ?

มันน่า อึดอัดใจสิ้นดี

หยางไค่เช็ดเหงื่อที่ผุดอยู่ตรงใบหน้า เขาค่อยๆเดินเข้าไปมาเซี่ยหนิงฉางและนั่งลงข้างนาง

หลังจากที่เขาอุ้มศิษย์พี่ตัวน้อยของเขามายังเตียงหิน ศิษย์พี่ตัวน้อยของเขาหลับใหลอยู่เช่นนี้โดยไม่มีการเคลื่อนไหว หน้าอกของนางกระชับขึ้นลงจากการสูดลมหายใจของนาง ร่างกายที่กะทัดรัดของนางนอนแน่นิ่งอยู่อีกฝั่งของเตียงหิน ขาเรียวยาที่เย้ายวนของนาง เสื้อกระโปรงสีเขียวที่สยายลงบนเตียงหิน ทำให้ดูเหมือนว่าเตียงหินนี้ถูกแต่งแต้มด้วยต้นหญ้าแห่งฤดูใบหม้ผลิที่ประณีตและงดงาม

หยางไค่จ้องมองนางอย่างเงียบเชียบ โดยไม่กระพริบตา

ทันใดนั้นเสียงลมหายใจของเซี่ยหนิงฉางเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เสียงหัวใจที่เต้นอยู่ภายในเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ เปลือกตาของนางสั่นเทาไปมา ใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาในทันที

อ๊าย หยางไค่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาค่อยๆโน้มตัวลง และกล่าวเรียกอยู่ข้างหูของเซี่ยหนิงฉางด้วยเสียงที่แผ่วเบา : ศิษย์ตัวน้อย ศิษย์พี่ตัวน้อย ..

เซี่ยหนิงฉางไม่ขยับเคลื่อนไหว ไม่ลืม ราวกับว่านางยังคงไมได้สติ

เมื่อไม่มีทางเลือก หยางไค่จึงกล่าวขึ้นมา : ข้าจะฉีกผ้าคลุมหน้าของเจ้า

ตั้งแต่ที่หยางไค่รู้จักกับเซี่ยหนิงฉาง หยางไค่ไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของนาง ทุกครั้งที่เซี่ยหนิงฉางปรากฏตัว นางจะสวมผ้าคลุมหน้าอยู่เสมอ แม้จะเป็นจุมพิตในเทือกเขาผลึกน้ำนพเก้า นางฉีกผ้าคลุมหน้าของนางเพียงเล็กน้อย โดยไม่เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของนางแม้แต่น้อย

จากการกระทำของนาง สำหรับหยางไค่แล้วเขาค่อนข้างประหลาดใจ แต่คงไม่ไร้สาระจนไปขอร้องอ้อนวอนฝ่ายตรงข้ามเพื่อขอดูใบหน้าที่แท้จริงของนาง

ในเวลานี้ หยางไค่ต้องทำในสิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับนาง ในขณะที่กล่าว เขาค่อยๆยื่นมือไปยังผ้าคลุมหน้าของเซี่ยหนิงฉาง

ตั้งแต่ตอนนี้ หยางไค่จ้องมองการเปลี่ยนแปลงของเซี่ยหนิงฉางตลอดเวลา

แต่ในขณะที่เขากำลังจะฉีกผ้าคลุมหน้าของออกจนสำเร็จ เซี่ยหนิงฉางก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้

ช่างมีความอดทนยิ่งนัก !! หยางไค่ชื่นชมนางอย่างยิ่ง

หลังจากทีทดสอบด้วยวิธีการอื่นๆ หยางไค่พบว่านางไม่มีวันตื่นขึ้นมาอย่างแน่นอน หยางไค่จึงปล่อยผ้าคลุมหน้าของนางและหัวเราะด้วยเสียงที่ประหลาด : ศิษย์พี่ตัวน้อย หากว่าเจ้ายังไม่ตื่น ข้าจะ .ฮึอึฮึ

เสียงหัวเราะนี้เต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยเสียงแห่งความปรารถนา แม้ว่าเขาไม่กล่าวก็สามารถรับรู้ได้ถึงความหมายของเขา

ระหว่างที่กล่าว หยางไค่กางเล็บทั้ง 10 เสมือนกรงเล็บของพญาอินทรี เขาค่อยๆวาดนิ้วไปยังท้องน้อยของเซี่ยหนิงฉางด้วยความสั่นเทา เมื่อสัมผัสร่างกายของนาง กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อึดอัด

เซี่ยหนิงฉางขยับร่างกายไปมาในทันที มุมปากของนางเผยให้ความเศร้าโศกในทันที

แต่นางยังคงไม่ลืมตา ไม่ว่าจะเป็นการทรมาณด้วยวิธีการต่างๆ นางยังนอนแน่นิ่งหมดสติเช่นเดิม

ก็ได้ เจ้าหมดสติไปจริงๆ เมื่อต่อสู้กับนางเป็นเวลานานในที่สุดหยางไค่จึงยอมรับความพ่ายแพ้ และกล่าวถอนหายใจ : ศิษย์พี่ตัวน้อย เจ้านอนหลับให้สบาย เมื่อถึงรุ่งเช้า ข้าหวังว่าเจ้าจะจำอะไรไม่ได้สักอย่าง .

หลังจากที่กล่าวจบ หยางไค่ลุกขึ้นเดินไปยังปากถ้ำนั่งขัดสมาธิและฝึกฝนวิชายุทธุ์ต่อไป

ในค่ำคืนนี้ไร้ซึ่งสุ้มเสียง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันนี้ หยางไค่เดินไปดูอาการของเซี่ยหนิงฉางอีกครั้ง โดยไม่กล่าวสิ่งใดแม้แต่น้อย

นางต้องตกระกำลำบาก โดยการนอนอยู่ในท่วงท่าเช่นนี้โดยไม่ขยับเขยื้อนเป็นเวลากว่า 1 คืน ไม่รู้ว่าร่างกายของนางจะเมื่อยล้าเพียงใด เมื่อคิดได้เช่นนี้ หยางไค่จึงพลิกตัวของนางให้นางนอนตะแตงในเตียงหินของเขา

หลังจากที่เสร็จสิ้น หยางไค่จึงปีนออกจากถ้ำจากทางเดินที่เขาสร้างเอาไว้ และปีนป่ายขึ้นไปยังเบื้องบนของคุกคุมขังมังกร

สำหรับเซี่ยหนิงฉาง หยางไค่วางใจในตัวนาง ไม่ว่านางจะหมดสติ หรือมีสติ แต่เพราะนิสัยของศิษย์พีท่านนี้เต็มไปด้วยความใสซื้อบริสุทธุ์และยังมีจิตใจที่งดงาม แม้ว่านางจะทราบความลับของเขาและซู่เหยียน นางจะไม่มีทางขู่เข็ญหยางไค่ด้วยเรื่องนี้อย่างแน่นอน

หยางไค่เดินเข้าไปยังภายในของหอประลอยุทธุ์หลิงเซี่ยว เข้าไปยังหอแลกเปลี่ยนวิเศษ เม้งวู่หยากล่าวต้อนรับอย่างอุบอ่นุ : หยางไค่น้อย

สีหน้าของหยางไค่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ราวกับว่าเขาไม่ยิน เขาเร่งฝีเท้าของเขาและหายไปจากสายตาของเม้งวู่หยาอย่างรวดเร็ว

วิ่งทำไม เม้งวู่หยาขมวดคิ้วไปมาเป็นเวลานาน โดยคิดไม่ออกว่าเขาล่วงเกินหยางไค่น้อยตรงไหน

เม้งวู๋หยาจะรู้ได้อย่างไร เป็นเพราะเรื่องของเมื่อคืน จึงทำให้จิตใจของหยางไค่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ทักท่าย เหรัญญิกเม้ง !! ศิษย์สาวกแห่งหอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยวต่างทำความเคารพแก่เม้งวู่หยา

ก่อนหน้าที่งถ้ำสวรรค์แห่งมรดกฟ้าสวรรค์จะปรากฏ ตาเฒ่าเม้งจะได้รับการปรณิบัติเช่นนี้ได้อย่างไร ? พวกเขาทั้งหมดต่างเห็นว่าเขาเป็นเพียงเหรัญญิกคนหนึ่ง

แต่หลังจากวันนั้นการแสดงตัวที่น่าหวาดกลัวและยิ่งใหญ่ของเขา คนคนหนึ่งที่สามารถควบคุนิกายโลหิตได้ หลังจากที่เรื่องนี้แพร่สะพัดออกไป พวกเขาทุกคนต่างทราบว่าเม้งวู่หยาเป็นยอดฝีมือระดับสูงที่แข็งแกร่งและโหดเหี้ยม พวกเขาจะกล้าจะเสียมารยาทต่อหน้าเขาได้อย่างไร ? พวกเขาเรียบร้อยยิ่งกว่ากระต่ายน้อยเสียอีก

เมื่อเห็นว่าตาเฒ่าเม้งไม่ได้ตามมา หยางไค่จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ระหว่างที่เขากำลังเดินอยู่นั้น เขามองเห็นหอแห่งการต่อสู้ต่างรายล้อมไปด้วยฝูงชนจำนวนมากมาย มันเต็มไปด้วยความครึกเคร้ง หลังจากที่ยืนอยู่ในระยะไกล หยางไค่เริ่มเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

หลังจากเหตุการณ์การปรากฏตัวของถ้ำสววรค์แห่งมรดกฟ้าสวรรค์ ศิษย์สาวกจำนวนมากต่างได้รับเคล็ดวิชา วิชายุทธุ์ ทักษะการต่อสู้จากภายในถ้ำอย่างมากมาย สำหรับเคล็ดวิชายเหล่านี้ มันเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการฝึกฝนวิชายุทธ์ของพวกเขาให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

หากว่าศิษย์สาวกในสำนักยินยอมที่จะมอบเคล็ดวิชาและตำราต่างๆที่เขาได้รับมา ผลตอบแทนที่พวกเขาจะได้รับคือแต้มแห่งชัยชนะ แต้มแห่งชัยชนะที่มากมายมหาศาล

ไม่เพียงศิษย์สาวกแห่งสำนักหลิงเซี่ยวที่ทำเช่นนี้ ศิษย์สาวกแห่งนิการโลหิตและหอวายุพิรุณต่างทำเช่นนี้

หยางไค่ได้รับทักษะการต่อสู้จากถ้ำสวรรค์แห่งมรดกฟ้าสวรรค์ถึง 2 ชุด ชุดแรกคือหมัดเปลวเพลิงผลาญสุริยัน และ ตราผนึกดวงดารา แต่เขาไม่สนใจที่จะนำทักษะการต่อสู้ของเขาแลกเปลี่ยนกับแต้มแห่งชัยนะ โดยเฉพาะ ตราผนึกดวงดารา มันคือการโจมตีของตนเองที่เปรียบเสมือนการโจมตีด้วยศัตราวุธที่มีพลังอำนาจมากมายมหาศาล

จบบทที่ ตอนที่ 163 ศิษย์พี่ที่ไม่ได้สติ

คัดลอกลิงก์แล้ว