เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 85 ยอดคู่แฝดแห่งรายชื่อนักยุทธ์ลำธารวิญญาณ

ตอนที่ 85 ยอดคู่แฝดแห่งรายชื่อนักยุทธ์ลำธารวิญญาณ

ตอนที่ 85 ยอดคู่แฝดแห่งรายชื่อนักยุทธ์ลำธารวิญญาณ


ตอนที่ 85 ยอดคู่แฝดแห่งรายชื่อนักยุทธ์ลำธารวิญญาณ

“เจ้าเป็นอินจิ่วเจี้ยนอย่างนั้นหรือ? ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าจะเข้าร่วมวิหารยมทูต!”

อู๋ฝานตกใจมาก

ในแคว้นหาญเมฆามีรายชื่อหนึ่งที่เรียกว่า รายชื่อนักยุทธ์ลำธารวิญญาณ ซึ่งบันทึกชื่อของนักยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดสิบคนในขอบเขตลำธารวิญญาณ

ผู้ที่สามารถเข้าสู่รายชื่อนี้ได้ล้วนเป็นอัจฉริยะชั้นยอดของแคว้นหาญเมฆา

ผู้คนสิบคนในรายชื่อนั้น ส่วนใหญ่เป็นอัจฉริยะจากสำนักสี่แห่งใหญ่ที่ครอบครองรายชื่อ แต่มีอยู่หนึ่งคนที่ไม่ได้เป็นศิษย์ของสำนักใด กลับเข้ามาเป็นอันดับสอง

บุคคลนั้นคืออินจิ่วเจี้ยน!

อินจิ่วเจี้ยนเคยประมือกับอัจฉริยะมากมายในสิบอันดับแรกของรายชื่อนักยุทธ์ลำธารวิญญาณและเอาชนะได้ทุกคน ยกเว้นเพียงซวีซานเจี่ยที่ผลการประลองเสมอกันบ้างและแพ้บ้าง

ในบรรดานักยุทธ์สิบอันดับแรกในรายชื่อนักยุทธ์ลำธารวิญญาณ นอกจากซวีซานเจี่ยและอินจิ่วเจี้ยนแล้ว ความแตกต่างในพลังระหว่างกันไม่ได้มากนัก และทั้งสองถือเป็นยอดคู่แฝดแห่งรายชื่อนักยุทธ์ลำธารวิญญาณ!

อย่างไรก็ตามอินจิ่วเจี้ยนมักจะสวมหมวกปีกกว้างปิดบังใบหน้า ไม่เคยเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงของเขา ดังนั้นจึงมีน้อยคนมากที่จะได้เห็นรูปลักษณ์ของเขา!

“ดี ข้าตกลงร่วมมือกับเจ้า!”

อู๋ฝานแสดงสีหน้าโหดเหี้ยมและพยักหน้าตอบตกลง

การแก้แค้นให้ลูกชายเป็นเรื่องรอง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือโอกาสที่อยู่กับลู่เหริน หากเขาสามารถแย่งชิงโอกาสนั้นได้ การบรรลุถึงขอบเขตดาราฟ้าในภายหน้าจะทำให้เขาไม่ต้องการลูกชายอีกต่อไป การฝึกฝนตัวเองน่าพึงพอใจกว่าเป็นไหนๆ!

เขาต้องการเลี้ยงดูบุตรชายก็เพราะเขาเห็นว่าไม่มีหวังในตนเอง

“แต่ว่าลู่เหรินได้ล่วงเกินซวีซานเจี่ยไปแล้ว ด้วยลักษณะนิสัยของซวีซานเจี่ย ข้าเกรงว่าเขาจะไม่ปล่อยลู่เหรินไป หากเขาฆ่าลู่เหรินไปก่อน มันจะเป็นปัญหาใหญ่!”

อู๋ฝานเตือนขึ้นมา

“ไม่ต้องห่วง ข้ารู้ดีว่าต้องทำอะไร”

อินจิ่วเจี้ยนกล่าวอย่างเยือกเย็น

“ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่คิดเล่นตลกอะไรกับข้า!”

อู๋ฝานกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“อู๋ฝาน เจ้าเป็นถึงนักยุทธ์ขอบเขตสมุทรเทวะ ข้าจะกล้าเล่นตลกอะไรได้?”

อินจิ่วเจี้ยนหัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าวต่อ “ยิ่งไปกว่านั้น หากข้าได้เข้าสู่หุบเขาทมิฬ ข้ามีความมั่นใจถึงสิบส่วนว่าจะฆ่าลู่เหรินและแย่งชิงทุกสิ่งของเขาได้สำเร็จ”

....

ในห้วงอวกาศที่เป็นทรงกลม...

ลู่เหรินใช้ขาทั้งสองข้างเหยียบพื้นอย่างแรงราวกับช้างเทพยักษ์ จากนั้นก็กระโดดขึ้นไปสูงถึงสามจั้ง ร่างกายของเขาในอากาศบิดเป็นวงเหมือนมังกรที่สะบัดหาง พลังลมปราณภายในกายเขาพุ่งเข้าสู่ขาขวาอย่างบ้าคลั่ง แปรเปลี่ยนเป็นกีบช้างเทพขนาดยักษ์ฟาดลงบนหินก้อนใหญ่ด้านล่าง

ตู้ม!

หินก้อนนั้นที่สูงถึงหนึ่งจั้ง ถูกขาของเขาฟาดจนแตกกระจายทันที

ลู่เหรินหมุนตัวในอากาศ ขาอีกข้างหนึ่งฟาดลงไปยังหินก้อนใหญ่ข้าง ๆ ทำให้หินนั้นแตกกระจายเช่นกัน

เมื่อลู่เหรินลงสู่พื้น เขาขมวดคิ้วและพูดกับตัวเองว่า “วิชามังกรช้างเหยียบสวรรค์นี่ไม่ธรรมดาเลย เป็นวิชาระดับแผ่นดินชั้นสูงที่ยากจะฝึกฝนจริง ๆ!”

ตลอดเวลาสิบปี เขาใช้หินวิญญาณระดับต่ำถึงยี่สิบเม็ดไปจนหมดสิ้น แต่ก็ยังไม่สามารถฝึกฝนวิชามังกรช้างเหยียบสวรรค์จนสำเร็จได้

วิชามังกรช้างเหยียบสวรรค์เป็นวิชาโบราณระดับแผ่นดินชั้นสูง ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ฝึกฝนได้ง่าย ๆ

ในอีกสองวันถัดมา ลู่เหรินมุ่งมั่นฝึกฝนดูดซับพลังวิญญาณจากฟ้าดิน ปัจจุบันเขาเพิ่งเข้าสู่ขอบเขตลำธารวิญญาณขั้นเจ็ด เส้นลำธารวิญญาณที่เจ็ดเพิ่งจะแตกออกมาและยังไม่แข็งแกร่งมากนัก

เวลาในการฝึกฝนผ่านไปอย่างรวดเร็ว สามวันผ่านไปในพริบตา

เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งวันก่อนที่หุบเขาทมิฬจะเปิด

ยามเช้า แสงอาทิตย์อ่อน ๆ ส่องลงมา

แต่เช้าตรู่ฉินกวานส่งคนมารับลู่เหรินไปยังโถงใหญ่ของตระกูลฉิน

ในขณะนั้นฉินอวี้ได้รออยู่ที่โถงใหญ่นานแล้ว ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานางได้มุ่งมั่นฝึกฝนจนทำให้ตนเองเข้าสู่ขอบเขตลำธารวิญญาณขั้นเจ็ดได้เช่นกัน

ฉินกวานสังเกตพลังของลู่เหรินอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ก็ต้องแปลกใจและพูดขึ้นว่า “ลู่เหริน เจ้าเองก็เข้าสู่ขอบเขตลำธารวิญญาณขั้นเจ็ดด้วยหรือ? นี่เป็นไปได้อย่างไร?”

ต้องรู้ว่าที่ลูกสาวของเขาสามารถเลื่อนขั้นได้เร็วขนาดนี้ เพราะนางรับประทานสมบัติแห่งฟ้าดินเพื่อเสริมสร้างรากฐานของตนเอง อีกทั้งยังคอยดูดซับพลังจากหินวิญญาณระดับต่ำมาโดยตลอด จึงสามารถก้าวจากขอบเขตลำธารวิญญาณขั้นสี่ไปสู่ขั้นเจ็ดได้ในเวลาอันสั้น

แต่ลู่เหรินเพียงแค่ฝึกฝนด้วยตนเองเท่านั้น เขาทำเช่นไรจึงสามารถบรรลุขอบเขตลำธารวิญญาณขั้นเจ็ดได้?

“ก็แค่การได้รับมรดกจากจักรพรรดิโบราณ ไม่ใช่เรื่องใหญ่”

ลู่เหรินอธิบาย

“อย่างนี้นี่เอง!”

ฉินกวานพยักหน้า คงเป็นเพราะในร่างกายของลู่เหรินมีมรดกจากจักรพรรดิโบราณแฝงอยู่ เพียงแค่เขาค่อย ๆ ฝึกฝนและหลอมรวมมรดกนั้น พลังของเขาก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แต่มรดกนี้ย่อมมีวันหมดไป

เมื่อหมดแล้ว ด้วยพรสวรรค์ที่ด้อยกว่ามาตรฐานของเขา การก้าวไปสู่ขั้นต่อไปย่อมยากเย็นเหมือนปีนขึ้นสวรรค์

“อวี้เอ๋อร์ ลู่เหริน เมื่อหุบเขาทมิฬเปิดขึ้นในครั้งนี้ หลายตระกูลได้เชิญผู้ช่วยมา เจ้าทั้งสองต้องระวังให้ดี!”

ฉินกวานกล่าวต่อ

“ผู้ช่วยหรือ?”

ลู่เหรินขมวดคิ้ว

“มีหลายตระกูลที่คนรุ่นใหม่ไม่มีอัจฉริยะที่เพียงพอ จึงต้องเชิญผู้ช่วยมา และผู้ช่วยเหล่านั้นน่าจะเป็นอัจฉริยะที่ติดอันดับในรายชื่อนักยุทธ์ลำธารวิญญาณ!”

ฉินกวานอธิบาย

“อย่างนี้นี่เอง!”

ลู่เหรินลอบตื่นตระหนกในใจ ดูเหมือนว่าการเดินทางครั้งนี้ในหุบเขาทมิฬจะไม่ง่ายอย่างที่คิด

“เราไม่ได้มีความแค้นกับพวกเขา ไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก แต่สิ่งเดียวที่เจ้าต้องระวังคือซวีซานเจี่ย!”

ฉินกวานกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“อืม!”

ลู่เหรินพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรอีก

ถ้าซวีซานเจี่ยมาหาเรื่องจริง ๆ ก็ต้องหาทางหลบไปก่อน รอให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นแล้วค่อยจัดการ

หากเขาไม่ล่วงเกินเรา เราก็จะไม่ล่วงเกินเขา แต่หากเขาล่วงเกินเรา สวรรค์และโลกก็จะต้องพินาศ!

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เราออกเดินทางกันเถอะ!”

ฉินกวานกล่าวจบ ก็เปล่งเสียงเบา ๆ ออกมา ไม่ช้าก็เกิดลมพัดแรงจากนอกโถง มีสัตว์อสูรขนาดยักษ์ปรากฏตัวขึ้น

มันคือสัตว์อสูรชั้นสามที่เทียบเท่ากับขอบเขตสายธารเมฆาชื่อว่า “สิงโตอินทรี” มีร่างกายและกรงเล็บของสิงโต ศีรษะและปีกของอินทรี ความยาวลำตัวถึงสิบกว่าเมตร ปีกที่กางออกกว้างครอบคลุมท้องฟ้า ดูน่าเกรงขามยิ่งนัก

สิงโตอินทรีหยุดอยู่หน้าทางเข้าของโถงใหญ่

“อวี้เอ๋อร์ ลู่เหริน ขึ้นมาบนหลังสิงโตอินทรีพร้อมกับข้า!”

ฉินกวานกล่าวจบ ก็เป็นคนแรกที่กระโดดขึ้นหลังสิงโตอินทรี ลู่เหรินและฉินอวี้ก็ตามขึ้นไปด้วย

“เกาะให้มั่น!”

ฉินกวานกล่าวสั้น ๆ สิงโตอินทรีก็กางปีกและทะยานขึ้นฟ้า มุ่งหน้าไปนอกเมือง

ความเร็วในการบินของสิงโตอินทรีนั้นเร็วกว่าความเร็วของนกอินทรีถึงสองเท่า เมื่อตัดผ่านท้องฟ้า ลมแรงกระแทกเข้ากับร่างกาย พวกเขาจึงต้องใช้พลังลมปราณสร้างเกราะป้องกันรอบตัวเพื่อรับมือกับลม

สิงโตอินทรีบินอยู่ครึ่งวัน จนกระทั่งมาถึงเทือกเขาใหญ่แห่งหนึ่ง

ภายในเทือกเขานั้น มีหุบเขาใหญ่ที่ถูกล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชันหลายร้อยเมตร แทบจะไม่มีทางออกใดๆ

ฉินกวาน ลู่เหริน และฉินอวี้ลงจากหลังสิงโตอินทรี หลังจากนั้นมันก็บินขึ้นฟ้าและจากไป

ลู่เหรินมองไปรอบ ๆ พบว่ามีผู้คนอยู่ในหุบเขาไม่น้อย

ทันใดนั้น สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับหญิงสาวที่งดงามคนหนึ่ง

หญิงสาวคนนั้นมีผิวพรรณขาวเนียน รูปร่างและหน้าตาดูดีมาก นางสวมชุดศิษย์ชั้นนอกของสำนักอัคคีแยก นางคือจางจื่อเสวียนผู้ที่เขาเคยช่วยไว้จากมือของเนี่ยหลิ่วเซียงในอดีต

จางจื่อเสวียนมองเห็นลู่เหรินเช่นกัน นางยิ้มอย่างมีเสน่ห์แล้วกล่าวว่า “ลู่เหริน ข้าบอกแล้วว่าเจ้าจะหนีไม่พ้นเงื้อมมือข้า พวกเราพบกันอีกแล้ว!”

“นานแล้วไม่ได้พบกัน!”

ลู่เหรินยิ้มอย่างหมดหนทาง

จางจื่อเสวียนเดินเข้ามาใกล้และพูดกับฉินอวี้อย่างยิ้มแย้มว่า “ศิษย์น้องฉินอวี้ หากข้าอยากเข้าร่วมทีมกับพวกเจ้า เจ้าจะไม่คิดมากใช่หรือไม่?”

______________________________

รถไฟชนกัน ไม่แย่เท่ารถไฟรู้จักกัน แท๊นนน~

จบบทที่ ตอนที่ 85 ยอดคู่แฝดแห่งรายชื่อนักยุทธ์ลำธารวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว