เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 61 ตกตะลึงไปทั่ว

ตอนที่ 61 ตกตะลึงไปทั่ว

ตอนที่ 61 ตกตะลึงไปทั่ว


ตอนที่ 61 ตกตะลึงไปทั่ว

ลู่เหรินรับหินวิญญาณมาแล้วก็เดินไปยังเขตระดับแรกเริ่ม ตั้งใจจะนำหินวิญญาณบางส่วนไปคืนให้หวังเถิง แต่เมื่อสอบถามแล้วกลับทราบว่าหวังเถิงถูกขับออกจากสำนักเมฆาขจี และกลับไปสืบทอดกิจการของครอบครัวแล้ว

“คงต้องหาโอกาสคืนเขาในภายหลังแล้วกัน!”

ลู่เหรินส่ายหัวเล็กน้อย ขณะที่กำลังเตรียมตัวกลับไปยังเขตนอกสำนัก ทันใดนั้นเสียงตะโกนดังกึกก้องก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“ลู่เหริน ข้าขอท้าทายเจ้า!”

เสียงตะโกนดังสนั่นไปทั่วเชิงเขา ทำให้ศิษย์ระดับแรกเริ่มที่อยู่รอบ ๆ ต่างตื่นเต้นและพากันออกมาดูสถานการณ์ แม้แต่เซียวหั่วหั่วก็ยังออกมาดูเช่นกัน

ดวงตาของลู่เหรินส่องประกายเมื่อเขาหันไปเห็นร่างที่คุ้นเคย ซึ่งก็คือจ้าวอี้ศิษย์ใหม่ของระดับแรกเริ่ม

จ้าวอี้จ้องมองลู่เหรินด้วยความเกรี้ยวกราด “ตอนนี้เจ้าเป็นศิษย์ชั้นนอกแล้ว จะไม่กล้ารับคำท้าของข้าศิษย์ระดับแรกเริ่มงั้นหรือ?”

ในวันนั้นเขาถูกจู่เฟยหยางทำให้สลบไป เมื่อตื่นขึ้นมาก็ได้รู้ว่าลู่เหรินเอาชนะจู่เฟยหยางได้ และยังได้รับการยกย่องจากอาวุโสจนได้เลื่อนเป็นศิษย์ชั้นนอก นี่ทำให้เขารู้สึกยอมรับไม่ได้ที่ศิษย์ที่ไม่มีสายเลือดกลับมีพัฒนาการแซงหน้าเขา

ลู่เหรินมองจ้าวอี้ด้วยความเย็นชา “เจ้าเคยบอกว่าข้าที่มีสายเลือดไร้ค่า ไม่คู่ควรเป็นศิษย์ของอาจารย์ข้าใช่หรือไม่?”

“ใช่แล้ว!”

จ้าวอี้พยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ “แม้เจ้าจะมีความสามารถพิเศษทางการบำเพ็ญเพียร แต่เจ้าก็ยังเป็นแค่คนที่มีสายเลือดไร้ค่า เจ้ายังไม่ได้สัมผัสถึงความแตกต่างที่พรสวรรค์ในสายเลือดจะสร้างขึ้น เมื่อระดับของเจ้าเพิ่มขึ้น เจ้าจะรู้ว่าคนที่มีสายเลือดไร้ค่าจะไม่มีวันก้าวขึ้นสู่ระดับสูงได้เลย!”

คำพูดนี้ทำให้ศิษย์ระดับแรกเริ่มรอบ ๆ เห็นด้วย เพราะในการฝึกยุทธพรสวรรค์ในสายเลือดย่อมสำคัญที่สุด

“แต่ตอนนี้เจ้ายังไม่คู่ควรที่จะสู้กับข้า!”

ลู่เหรินส่ายหัวและพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“เจ้าว่าอะไรนะ?”

จ้าวอี้ชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นจึงหัวเราะเยาะและพูดว่า “ลู่เหรินเจ้าเปิดช่องจิตเจ็ดช่อง ข้าเองก็...”

อย่างไรก็ตาม เขายังพูดไม่ทันจบก็รู้สึกได้ถึงพลังอันน่าทึ่งที่ปะทุออกมาจากตัวลู่เหริน

เพียงเห็นลู่เหรินงอขาเล็กน้อย พลังดุจเสียงคำรามของมังกรและช้างก็ดังก้องออกมา

ตูม!

พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของลู่เหรินเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และที่ใต้เท้าของเขาก็ปรากฏหลุมขนาดใหญ่

“นี่มัน!”

ทุกคนที่เห็นฉากนี้ต่างตกตะลึง พวกเขาไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเอง

นี่พลังอะไรกัน?

ไม่ต้องพูดถึงการเปิดช่องจิตเจ็ดช่อง แม้แต่นักยุทธ์ขอบเขตลำธารวิญญาณขั้นแรกก็ยังไม่สามารถสร้างพลังที่น่ากลัวเช่นนี้ได้

โดยเฉพาะเซียวหั่วหั่วที่ถึงกับตะลึงอ้าปากค้าง ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าลู่เหรินจะมีพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้

เขายังเป็นคนที่มีสายเลือดไร้ค่าอยู่หรือ?

เช่นนี้จะให้เขาไล่ตามลู่เหรินได้อย่างไร?

ใบหน้าของจ้าวอี้ยิ่งดูแย่ลงไปอีก เขายิ่งตื่นตระหนกไม่อยากเชื่อว่าลู่เหรินจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้

“ขอบเขตลำธารวิญญาณ เจ้าถึงขั้นเข้าสู่ระดับลำธารวิญญาณแล้ว!”

จ้าวอี้อุทานออกมาด้วยความตกใจ

“อะไรนะ? ลู่เหรินเข้าสู่ขอบเขตลำธารวิญญาณแล้ว? นี่มันเป็นไปได้ยังไง?”

“คนที่มีสายเลือดไร้ค่าไม่ใช่ว่าไม่มีทางเข้าสู่ขอบเขตลำธารวิญญาณได้หรือ?”

ศิษย์ระดับแรกเริ่มหลายคนต่างตกตะลึงกันถ้วนหน้า

ในหมู่พวกเขามีไม่น้อยที่เคยเข้าร่วมการสอบคัดเลือกระดับแรกเริ่มพร้อมกับลู่เหริน พวกเขายังอยู่ในช่วงการเปิดช่องจิต แต่ลู่เหรินกลับก้าวเข้าสู่ขอบเขตลำธารวิญญาณแล้ว

“จ้าวอี้ ข้ามีคุณสมบัติที่จะเป็นศิษย์ของอาจารย์แล้วหรือไม่?”

ลู่เหรินถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ใบหน้าของจ้าวอี้เปลี่ยนเป็นสีเขียวด้วยความอับอาย เขากัดฟันพูดว่า “ลู่เหริน เจ้ารู้หรือไม่ว่าท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์มีความสำคัญเพียงใดในแคว้นหาญเมฆา? ในไม่ช้า เจ้าจะต้องประสบปัญหาใหญ่เพราะสถานะศิษย์ของท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์!”

ลู่เหรินไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของจ้าวอี้ เขาเพียงหันหลังและเดินจากไป

ลู่เหรินกลับมายังเรือนพักของศิษย์นอกสำนัก ตั้งใจจะพักผ่อนสักครู่แล้วจึงเริ่มการฝึกฝนต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เขาเข้าสู่เรือนพัก อวิ๋นชิงเหยาบินมาจากระยะไกลและหยุดลงตรงหน้า

วันนี้อวิ๋นชิงเหยาสวมชุดฝึกซ้อมรัดรูปสีขาวนวล ซึ่งเน้นส่วนโค้งเว้าของร่างกายได้อย่างชัดเจน

ผมยาวสีดำสนิทของนางหล่นลงมาปรกแก้ม ทำให้ผิวพรรณของนางดูขาวใสยิ่งขึ้น ใบหน้าที่งดงามไร้ที่ตินั้นเปล่งประกายราวกับแสงสว่างเล็กน้อย

ลู่เหรินถึงกับมองตาค้าง ยืนงงอยู่กับที่

อวิ๋นชิงเหยาเดินเข้ามาหาเขา พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ลู่เหริน ยื่นมือออกมา!”

_______________________________

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังสนับสนุนเค้ามาถึงตรงนี้นะคะ <3

จบบทที่ ตอนที่ 61 ตกตะลึงไปทั่ว

คัดลอกลิงก์แล้ว