เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 135 หลบหนี

ตอนที่ 135 หลบหนี

ตอนที่ 135 หลบหนี


ตอนที่ 135 หลบหนี

เมื่อฝ่ามือปะทะกับหมัดของหยางไค่ ทันใดนั้นหยางไค่รู้สึกว่าพลังลมปราณที่อบอุ่นพุ่งุเข้าสู่ร่างกายของตนเอง มันทะลุทะลวงผ่านเส้นชีพจรลมปราณ ทำให้พลังลมปราณที่กำลัง

เคลื่อนไหวอย่างรุนแรงค่อยๆ สงบลงอย่างช้าๆ ภายใต้การโจมตีของฝ่ามือวายุมรกต แม้แต่เส้นชีพจรลมปราณยังรู้สึกอ่อนล้าลงอย่างมาก

หน่ายหย่งหัวเราะอย่างโหดเหี้ยม : หยางไค่ วันนี้ศิษย์พี่ ทำลายแขนของเจ้าไป 1 ข้าง ถือเป็นบทเรียนโทษโดยศิษย์พี่หน่ายหย่งคนนี้ !!

ทันใดนั้นใบหน้าของหยางไค่ประกายด้วยความโหดเหี้ยม พลังลมปราณที่อยู่ในร่างกายกระตุกไปมาอย่างรุนแรง ต่อต้านฝ่ามือวายุมรกตที่ไหลเวียนเข้าสู่เส้นชีพจร ทำให้สิ่งที่หน่ายหยงคาดคิดจางหายไปในทันที

เจ้ายังคิดที่จะต่อต้าน !! หน่ายหยงขบฟันแน่น เขารู้สึกอับอายที่ไม่สามารถกำราบหยางไค่ในครั้งเดียว เขาพุ่งฝ่ามือเข้ามาอีกครั้ง และกล่าวตะโกนด้วยความเย้ยหยัน : แม้ว่าพลังลมปราณของเจ้าจะแข็งแกร่ง แต่ความแข็งแกร่งของเจ้ามันอ่อนแอเกินไป !! ดูซิ ว่าเจ้าจะต่อต้านการโจมตีของข้าอย่างไร ?!!

ฝ่ามือวายุมรกตพุ่งไปอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ ฝ่ามือวายุมรกตซ่อนเร้นพลังวายุที่รุนแรงอยู่ภายใน แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามันต้องมีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลงหลังจากที่หน่ายหย่งโจมตีเข้ามา

หยางไค่ไม่ปกปิดความแข็งแกร่งของตนเองอีกต่อไป เส้นชีพจรทั้ง 36 เส้นสั่นระลอกไปมาอย่างสนั่นหวั่นไหว การฝึกฝนด้วยความยากลำบากใน 1 วันที่ผ่าน ได้แสดงผลงานที่แท้จริงของมันออกมาในที่สุด

หมัดเปลวเพลิงผลาญสุริยัน !!

ข้าบอกแล้วไง ว่าความแข็งแกร่งของเจ้ามันอ่อนแอ !! หน่ายหย่งหัวเราะอย่างเยือกเย็น ทันทีที่กล่าวจบ ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยลมวายุที่เบาและบริสุทธุ์ได้แปรเปลี่ยนวายุที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง และพุ่งม้วนไปที่หยางไค่ ดูจากการโจมตีของหน่ายหยงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาต้องการจะทำลายแขนของหยางไค่

หมัดเปลวเพลิงผลาญสุริยันของหยางไค่ระเบิดพุ่งออกไปในเวลาเดียวกัน

ปัง !!! เสียงการโจมตีดังสนั่น เปลวเพลิงที่ร้อนแรงประกายออกไป เปลวเพลิงที่ประกายออกไปทำให้บริเวณนี้สว่างไสวเสมือนเป็นช่วงกลางวันที่มีดวงอาทิตย์ส่องประกายความสว่าง ทำให้คนที่กำลังจ้องมองอยู่ใกล้ๆ แสบตาจากแสงสว่างจนไม่สามารถจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้นได้

เกิดอะไรขึ้น ? หน่ายหย่งตะโกนออกมาด้วยความตื่นตะลึง ฝ่ามือวายุมรกตของเขาซ่อนเร้นเจตนาแห่งการฆ่าที่ผันผวนอย่างรุนแรง และไม่คิดว่าหมัดที่ดูสามัญทั่วไปของหยางไค่จะซ่อนเร้นเจตนาแห่งการฆ่าที่รุนแรงเช่นเดียวกับเขา การโจมตีของพวกเขาทั้ง 2 น่าตื่นตะลึงไม่แตกต่างกัน เมื่อฝ่ามือวายุมรกตระเบิดพลังของมันออกมา กลับมีพลังความแข็งแกร่งในการโจมตีที่ไม่แตกต่างกันแม้แต่น้อย

เสียงอึมครึมของทั้งสองฝ่ายดังขึ้น ร่างกายของหน่ายหย่งถูกผลักดันออกไปหลายสิบจ้างและถูกต้นไม้ต้นหนึ่งขวางเอาไว้ในที่สุด เขาทนไม่ไหวนจนกระอักเลือดสีแดงสดออกมาจากปาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างไม่น้อย

ในขณะเดียวกันหยางไค่ไมได้ดีกว่าเขาเลย พลังความแข็งแกร่งของต่ำกว่าหน่ายหย่งถึง 7 ขั้น เขาที่สามารถปลดปล่อยการโจมตีที่มีความแข็งแกร่งที่ไม่แตกต่างจากฝ่ายตรงข้าม มันทำให้น่ายหย่งได้รับบาดเจ็บ แล้วหยางไค่จะปลอดภัยโดยไม่ได้รับบาดเจ็บได้อย่างไรล่ะ ?

หยางไค่ไม่ได้หลบหนีการโจมตีแต่อย่างได้ เขาพุ่งกระบวนท่าการโจมตีไปยังหน่ายหยงเพียงครั้งเดียว ซึ่งทำให้กระดูกภายในร่างกายของเขาต่อต้านอย่างรุนแรง เมื่อพลังลมปราณที่อบอุ่นไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย ทำให้พลังลมปราณที่อยู่ภายในร่างกายปั่นป่วนเสมือนระลอกคลื่นที่ไหลเวียนอย่างวุ่นวาย

ด้วยความเร็วของหมัดที่เสมือนสายฟ้าที่หยางไค่พุ่งโจมตีไปยังกลุ่มคนทั้ง 4 ที่ล้อมรอบเขาเองไว้ เปลวเพลิงที่เสมือนลูกบอลไฟทั้ง 4 ระเบิดอย่างรุนแรงในเวลาเดียวกัน หมัดที่รุนแรงเต็มไปกลิ่นอายแห่งการฆ่าที่ดุดันและโหดเหี้ยมทำให้พวกเขาทั้งหมดต่างตื่นตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

พวกเขาทั้ง 4 อยู่ในเขตแดนที่สูงกว่าหน่ายหย่ง หยางไค่ยังพุ่งโจมตีด้วยความรีบร้อน จึงไม่สามารถทำให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บจากการโจมตี

แต่เมื่อพวกเขาปลดปล่อยกระบวนท่าเพื่อป้องกันการโจมตีของหยางไค่ หยางไค่ที่อยู่ตรงหน้าได้หายไปตัวไปโดยไม่พบแม้แต่เงาของเขา

เสียงตะโกนจากระยะไกลของหยางไค่ดังขึ้นมา : หน่ายหย่ง เจอกันครั้งหน้า ข้าจะเอาชีวิตของเจ้า !!

เสียงที่ตะโกนที่ดังขึ้นสะท้อนไปทั่วบริเวณ จึงไม่สามารถคาดเดาได้ว่าหยางไค่วิ่งหลบหนีไปยังทิศทางใด

ศิษย์น้อ้งหน่าย !! ศิษย์คนหนึ่งได้หันหน้ามองไปยังหน่ายหย่ง มองเห็นเพียงเลือดสีแดงไหลออกมาจากมุมปาก ดวงตาประกายด้วยไม่พอใจ และยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า ?

ไม่เป็นไร !! หน่ายหย่งฝืนตนเองให้ลุกขึ้น : หยางไค่ได้รับบาดเจ็บ ไล่ตามไปเร็ว อย่าปล่อยให้เขาหนีรอดไปได้ !!

ต้องไล่ตามไป ? มีกลุ่มบางคนแสดงท่าทีด้วยความสงสัย พวกเขาไม่เคยมีความแค้นต่อหยางไค่ พวกเขาตามหน่ายหย่งมาเพื่อช่วยเหลือหน่ายหย่งและแสดงให้เจี่ยหงเฉินดูเท่านั้น ตอนนี้หยางไค่ได้หนีไปแล้ว จะไล่ตามเพื่อเหตุผลใด ? ผืนป่าแห่งนี้กว้างใหญ่จนน่าหวาดกลัว ไม่มีใครรู้ว่าจะมีภัยอันตรายอย่างไรซ่อนอยู่ภายใน หากเกิดเหตุไม่คลาดฝัน พบเจอกับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง พวกเขาอาจจะต้องสูญเสียชีวิตของตนเองก็เป็นได้ !!

หน่ายหย่งสัมผัสไดอย่างชัดเจนว่าการกระทำและปฏิกิริยาตอบกลับของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปเขาจึงรีบกล่าว : ศิษย์พี่ทั้งหลาย ต่างมองเห็นพลังความแข็งแกร่งในการโจมตีของเขาใช่ไหม ? นั่นเป็นการโจมตีที่เขาได้รับเมื่อหลายวันก่อน !! เพียงแค่การการโจมตีเช่นนั้นยังทำให้เข้าได้รับบาดเจ็บ ศิษย์พี่ทั้งหลายไม่ต้องการเคล็ดวิชาแห่งการต่อสู้นี้ ?

เมื่อได้ยินคำกล่าวเช่นนี้ ใบหน้าของพวกเขาต่างแสดงออกด้วยความตะลึง

หลังจากนั้นไม่นานมีศิษย์คนหนึ่งกล่าว : งั้นพวกเราจะตามไป แต่พวกเรากล่าวบอกไว้ก่อน การที่พวกเราไล่ตามเพียงเพราะเคล็ดวิชาแห่งการต่อสู้นั้น ความแค้นของเจ้าและหยางไค่ สะสางจัดการด้วยตนเอง อย่าเอาพวกเราเข้าไปเกี่ยวข้อง เจ้าจะฆ่าก็ดี จะทำลายแขนขาของเขาให้กลายเป็นคนพิการก็ดี แต่สิ่งที่เจ้าทำเจ้าต้องรับผิดชอบเพียงผู้เดียว

มันต้องเป็นเช่นนั้น !! หน่ายหย่งแสดงออกอย่างเด็ดเดี่ยว และยังกล่าวสบทด่าพึมพำ : กล้าที่จะขู่ข้า . กล้าที่จะขู่ข้า เจ้าเป็นใคร ยังกล้าที่จะเอาชีวิตของข้า !! อย่าให้ข้าจับตัวเจ้าได้ แล้วเราจะมาดูกันว่าใครจะเอาชีวิตของใครได้ก่อน !!

หลังจากที่กล่าวจบ หน่ายหย่งวิ่งนำไปเป็นคนแรก กลุ่มคนที่เหลือทั้ง 4 ต่างมองหน้าซึ่งกันและกัน และคิดว่าหยางไค่กำลังหลบหนีด้วยอาการบาดเจ็บที่สาหัส หากครั้งนี้เขาถูกหน่ายหย่งจับตัว นั้นหมายถึงความตายที่เขาจะได้รับจากหน่ายหย่งเท่านั้น !

หน่ายหย่งกำลังหาโอกาสในการฆ่าหยางไค่ !!

เมื่อมาถึงทะเลสาบที่หล่างฉู่วเต่และตู่ยี่ฉางเคียอาบน้ำ หยางไค่ไม่สามารถฝืนกลั้นได้อีกต่อ เขากระอักเลือดออกมาอย่างรุนแรง

แม้ว่าเมื่อสักครู่จะสามารถหลบหนีออกมาได้ แต่การปะทะกันอย่างรุนแรง นอกจากหยางไค่ไม่มีใครที่จะสามารถเข้าใจความรู้สึกในตอนนั้นได้

พวกเขาทั้ง 5 ล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธุ์ที่อยู่ในเขตแดนก่อกำเนิดลมปราณ เขตแดนต่ำที่สุดคือหน่ายหย่งที่อยู่ในเขตแดนก่อกำเนิดลมปราณขั้นที่ 4 คนที่มีเขตแดนสูงที่สุดน่าจะอยู่ในเขตแดนก่อกำเนิดลมปราณขั้นที่ 7-8

ศัตรูที่เขาเคยพบเจอในหุบเขาผลึกน้ำแข็งนพเก้าไม่สามารถเทียบได้กับพวกเขา อาจจะกล่าวได้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาเกือบทั้งหมดไม่แตกต่างจากเหวินเฟยเฉินที่ถูกผนึกพลังความแข็งแกร่งเอาไว้

หากไม่ใช่หมัดเปลวเพลิงผลาญวายุที่ระเบิดความแข็งแกร่งขั้นสูงสุดของมันออกมาอย่างกะทันหัน หยางไค่คงไม่สามารถที่จะหนีรอดจากการรุมล้อมของพวกเขา

5 หมัดที่โจมตีออกไป ต่างปะทะกับคนทั้ง 5 ที่แตกต่างกัน ร่างกายของเขาถูกพลังลมปราณ 5 ชนิดพุ่งไหลเวียนเข้ามา ไม่ต้องกล่าวถึงอาการบาดเจ็บที่ได้รับ พลังลมปราณทั้ง 5 ที่พุ่งพล่านอยู่ในเส้นชีพจร ทำให้พลังลมปราณของตนเองไหลเวียนอย่างยากลำบาก หากไม่หาสถานที่ปลอดภัยเพื่อกำจัดพลังลมปราณเหล่านั้น มันอาจทำให้เขาได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงมากขึ้น

กลุ่มคนที่ไล่ล่าเขาเริ่มเข้าใกล้เรื่อยๆ หยางไค่โน้มตัวเพื่อกลบเลือดที่เขากระอักออกมา จากนั้นจึงเดินเข้าไปยังบริเวณด้านในของทะเลสาบเพื่อหลบซ่อนตัว

หยางไค่ไม่ทราบว่าตนเองจะพบเจอกับภัยอันตรายในป่าหรือไม่ แต่จากสถานการณ์ของตนเองในตอนนี้ หากพบเจอภัยอันตรายที่รุนแรงเขาไม่มีทางที่จะสามารถรับมือหรือเผชิญหน้ากับมันได้ ดังนั้นหยางไค่จึงต้องหวนกลับมายังเส้นทางเดิม มีเพียงการหวนกลับเส้นทางเดิม จึงจะปลอดภัยมากที่สุดสำหรับตัวเขาเอง

นอกจากนั้นทะเลสาบแห่งนี้เป็นสถานที่ปลอดภัยในการหลบซ่อนตัวที่สุด หากกลุ่มคนของหน่ายหย่งไม่กล้าที่จะเข้ามาตรวจสอบหาร่องร่องหยางไค่ในทะเลสาป หยางไค่จะสามารถมองเห็นพวกเขาอย่างชัดเจน แต่หากพวกเขากล้าที่จะเข้ามาตรวจสอบร่องรอยของหยางไค่ มันจะเป็นโอกาสที่ดในการโจมตีพวกเขา

หยางไค่กลั้นลมหายใจ ดำน้ำลงไปในทะเลสาบ และหลบซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิด

ทะเลสาบนี้ค่อยข้างกว้างใหญ่ แต่หยางไค่ไม่คิดว่าทะเลสาบจะลึกเช่นนี้ เขาดำน้ำลึกลงไปกว่า 10 จ้างก็ยังไม่ถึงก้นทะเลสาบ แต่น้ำในทะเลสาบกลับหนาวเย็นจนทิ่มแทงเข้าสู่กระดูกมากขึ้น

หยางไค่ไม่กล้าที่จะดำลึกลงไปอีก เขาจึงลอยตัวอยู่ใต้เช่นนี้ และเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวบนผืนน้ำ

เป็นอย่างที่เขาคาดคิดไว้ หลังจากนั้นไม่นานหน่ายหย่งและคนอื่นๆไล่ตามเขาเข้ามาอย่างกะชันชิด แม้ว่าระหว่างที่หยางไค่วิ่งมาเขาจะหลบซ่อนร่องรอยของตนเอง แต่คนเหล่านี้จะมีสัมผัสพิเศษนอกจากนั้นยังมีหน่ายหย่งที่ใกล้ชิดกับหยางไค่ตลอดหลายวันเป็นผู้นำในการไล่ล่าตนเอง

เสียงการสนทนาของคนหลายคนดังมาจากด้านบนของทะเลสาบ นอกจากนั้นยังมีคนกระโดดลงไปที่ทะเลสาปอีกด้วย

ใบหน้าของหยางตื่นตกใจ เขาไม่คิดว่าว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะกล้าทำถึงเพียงนี้ นอกจากนั้นเขายังดูถูกความแค้นของหน่ายหย่งมากเกินไป

เมื่อไร้ซึ่งหนทาง หยางไค่จึงต้องดำน้ำลึกลงไปเรื่อยๆ

น้ำในทะเลสาบเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง โชคดดีที่หยางไค่ฝึกฝนกยุทธุ์หยาง ทำให้พลังลมปราณหยางที่ร้อนระอุแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเขา ความหนาวเย็นเช่นนี้จึงไม่สร้างผลกระทบต่อเขามากเท่าไหร่

คนที่กระโดดลงมายังทะเลสาบว่ายน้ำรอบทะเลสาบ หลังจากที่ตรวจสอบสักครู่ และไม่พบเจอกับร่องรอยของหยางไค่ เขาเองไม่กล้าที่จะดำลึกลงไป จึงค่อยๆคลานออกจากทะเลสาบ

พวกเขาสืบหาร่องรอยรอบบริเวณใกล้เคียงสักครู๋ ในที่สุดพวกเขาก็เดินจากไปจากบริเวณสระหน้ำแห่งนี้

หยางไค่กลั้นหายใจอยู่ในใต้น้ำจนรู้สึกวิงเวียนดวงตาพร่ามั่ว แม้ว่าหยางไค่จะอยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่มขั้นที่ 7 แต่การกลั้นหายใจของเขายาวนานกว่าคนอื่นๆ แต่มันก็ยังมีขีดจำกัดสูงสุดของมัน

ในตอนนี้เกือบถึงขีดจำกัดนั้นแล้ว หากคนเหล่านั้นยังไม่เดินจากไป สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะแย่ไปกว่านี้

ในขณะที่หยางไค่กำลังจะว่ายน้ำขึ้นไปเบื้องบน หู่หู่ !! ทันใดนั้นเสียงดังอย่างแปลกประหลาดได้ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน

เมื่อได้ยินเสียงที่แปลกประหลาด หยางไค่ระมัดระวังตัวมากกขึ้น เขาหันหน้ากวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ แต่ไม่พบเห็นสิ่งปกติหรือสิ่งอื่นๆแม้แต่น้อย

หลังจากนั้น เสียงดังที่แปลกประหลาดดังแว่วขึ้นมาอีกครั้ง เสียงที่ดังขึ้นเสมือนเสียงของสายลม

น่าแปลก ใต้ทะเลสาบจะมีเสียงของสายลมได้อย่างไร ?

ภายใต้ความสงสัย หยางไค่มองไปยังทิศทางของเสียงที่ดังมาจากระยะไกล เขากวาดสายตามอง แสดงออกอย่างตื่นตะลึง ทันใดนั้นเขาได้แหวกว่ายไปยังเบื้องล่างของทะเลสาบทันที

หยางไค่พบว่าใต้ทะเลปสาปแห่งนี้ มีปากถ้ำสีดำที่ประกายไปมาอย่างจางๆ

หยางไค่มาถึงปากถ้ำ เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เสียงการเคลื่อนไหวของสายลมดังแว่วมาจากปากถ้ำอย่างที่คาดคิดเอาไว้

ดวงตาของหยางไค่ประกายไปมา เขามั่นใจว่าภายในถ้ำสีดำแห่งนี้ต้องมีห้วงอากาศที่ไร้ซึ่งสายน้ำแห่งทะเลสาปอย่างแน่นอน นอกจากนั้นมันยังเป็นเส้นทางในการหลบหนีจากหน่ายหย่ง ไม่เช่นนั้นไม่มีทางที่จะมีเสียงของสายลมดังแว่วออกมาอย่างชัดเจนเช่นนี้

เมื่อคิดทบทวนได้ดังนี้ หยางไค่ไม่ลังเล และแหวกว่ายเข้าไปในถ้ำสีดำแห่งนี้ทันที

จบบทที่ ตอนที่ 135 หลบหนี

คัดลอกลิงก์แล้ว