เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 128 รางวัลแห่งการต่อสู้

ตอนที่ 128 รางวัลแห่งการต่อสู้

ตอนที่ 128 รางวัลแห่งการต่อสู้


ตอนที่ 128 รางวัลแห่งการต่อสู้

เมื่อพบเจอกับจุดด้อยเช่นนี้ และยังมีประสบการณ์ในการต่อสู้ ในที่สุดแผนการโจมตีที่วางแผนไว้ก็ได้เสร็จสิ้น

จะมีคนหนึ่งที่ล่อรูปปั้นหินให้ออกมา จากนั้นคนที่เหลือจะหาโอกาสโจมตีรูปปั้นหิน 1 หรือ 2 ตัวตามลำดับ โจมตีด้วยพลังกำลังทั้งหมด เพื่อทำลายรูปปั้นหินให้เร็วที่สุด

ปัญหามาตามมาอีกครั้ง

ใครจะเป็นตัวล่อรูปปั้นออกมา ? มันเป็นคำถามที่ตรงไปตรงมา เพราะคนที่ล่อรูปปั้นหินออกมาต้องเผชิญหน้ากับภัยอันตรายอย่างมาก รูปปั้นหินกว่าร้อยตัวไล่ล่าเข้ามาพร้อมๆกัน หากไม่ระวังหรือเกิดข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจจะต้องสูญเสียชีวิตอยู่ในถ้ำแห่งฟ้าสวรรค์ทันที

ทุกคนต่างทราบดีว่าหน้าที่นี้มีความเสี่ยงที่หมายถึงชีวิตของตนเอง พวกเขาจ้องมองซึ่งกันและกัน ไม่มีใครสักคนที่กล่าวออกมา

หลังจากนั้น หน่ายหย่งจ้องมองหยางไค่ด้วยสายตาที่รังเกียงและกล่าว : หากเป็นการโจมตีรูปปั้น ต้องให้ผู้ที่มีพลังความแข็งแกร่งมากที่สุด ดังนั้นการล่อรูปปั้นหินออกมา ควรเป็นคนที่มีพลังความแข็งแกร่งที่อยู่ในระดับต่ำที่สุด หากเลือกเส้นทางในการวิ่งหนี้ให้ดี แม้ว่าความเร็วในการวิ่งจะช้าก็สามารถละทิ้งการไล่ตามของรูปปั้นหินได้ เมื่อสักครู่ข้ามองเห็นความเร็วของศิษย์น้องหยางไม่เลว ศิษย์น้องหยางรับหน้าที่เป็นผู้ล่อรูปปั้นหินออกมาดีไหม ?

หยางไค่หัวเราะเสียงดัง : ได้ซิ !!

หยางไค่............. ตู่ยี่ฉางดึงเสื้อของหยางไค่เบาๆ เมื่อสักครู่นางถูกรุปปั้นหินทั้ง 2 รูปล่าไล่โจมตี หยางไค่ก็อยู่ในเหตุการณ์ตลอดเวลา แต่ในตอนนี้หยางไค่กำลังเต็มใจที่จะรับหน้าที่นี้ ทำให้นางไม่ต้องการที่จะให้หยางไค่สัมผัสกับสิ่งที่นางไดพบเจอ

ไม่เป็นไร หยางไค่กล่าวด้วยรอยยิ้มจางๆ

หล่างฉู่วเต่เหลือบมองหยางไค่ และกล่าวด้วยความประหลาดใจ : เจ้ามั่นใจว่าสามารถรักษาชีวิตของตนเองให้ปลอดภัยจากการไล่ล่าของรูปปั้นหิน ? หากว่าเจ้าไม่มั่นใจอย่านำชีวิตของเจ้าไปเสี่ยง ข้าจะรับหน้าที่เป็นผู้ล่อรูปปั้นหินเอง เรื่องที่เป็นอันตรายถึงชีวิตไม่ควรจะให้เจ้าไปทำเพียงคนเดียว

ไม่เชื่อมั่นว่าจะสำเร็จ แต่ไม่มีทางที่จะทำให้มันล้มเหลว หยางไค่กล่าวตอบ

แม้เหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อสักครู่จะเต็มไปด้วยอันตราย แต่มันไมได้เกินความสามารถของหยางไค่ การต่อสู้ที่รุนแรงในค่ำคืนแห่งหบุเขาผลึกน้ำแข็งนพเก้า ทำให้หยางไค่ทราบวิธีการใช้งานของพลังลมปราณ แม้ว่ามันไม่ใช่เคล็ดวิชาการต่อสู้ทีแท้จริง แต่มันสามารถเพิ่มระดับความเร็วของเขาได้

เมื่อเปรียบเทียบกับการเผชิญหน้ากับรูปปั้นหิน ตัวเขาเองน่าจะเป็นตัวล่อรูปปั้นที่ดีที่สุด เพราะจากการสัมผัสกับการต่อสู้เมื่อสักครู่ หากต้องต่อสู้กับรูปปั้นหินคงจะสร้างอันตรายให้แก่เขาอย่างแน่นอน แม้ว่าการเปิดใช้เคล็ดวิชาความอดทนที่ไร้พ่ายจะช่วยยกระดับความแข็งแกร่ง แต่มันเป็นไพ่ตาย ไม่สามารถที่จะเปิดเผยโดยง่ายดาย

ในเมื่อจากยังยืนยันที่จะทำเช่นนี้ งั้นพวกเรามาทดสอบกันดีกว่า หากว่าเจ้าทำไมได้ จะได้เปลี่ยนคนล่อได้ทันท่วงที หล่างฉู่วเต่สรุปอย่างรีบเร่ง

หลังจากที่อธิบายทุกอย่างจนเสร็จสิ้น พวกเขาทั้ง 5 ได้เดินทางกลับยังบริเวณที่มีรูปปั้นหิน

ระหว่างทาง หล่างฉู่วเต่หาจุดที่ดีที่สุดในการต่อสู้ ให้คนที่เหลือหลบซ่อนอยู่บริเวณนั้นเพื่อซุ่มโจมตีรูปปั้นหินที่พวกเขากำลังจะล่อมาให้ติดกับ

หยางไค่ เมื่อสักครู่ต้องขอบใจเจ้า !! ตู่ยี่ฉางกล่าวขอบคุณหยางไค่ด้วยเสียงที่แผ่วเบาอยางกะทันหัน เพราะในช่วงเวลาที่สำคัญหยางไค่เป็นคนที่ดึงมือของนางออกมา

ไม่เป็นไร ไม่ต้องใส่ใจ หยางไค่กล่าวด้วยเสียงหัวเราะที่บางเบา

ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องขอบใจเจ้า

เมื่อเดินมาถึงบริเวณที่รวมตัวของรูปปั้นหิน พวกเขาทั้งหมดเงยหน้ามอง ซึ่งพบว่ารูปปั้นหินเหล่านั้นได้กลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมของพวกมัน หยางไค่สังเกตร่องรอยบริเวณที่มีรอยเลือด และพบว่าบริเวณนั้นมีร่างศพ 2 ศพกองอยู่บนพื้น

ไม่รู้ว่าเป็นศิษย์สำนักไหน ที่เข้ามาในถ้ำสวรรคืแล้วไม่มีโอกาสเดินออกไป มันน่าเสียดายที่พวกเขาต้องตายอยู่ที่นี้

เตรียมพร้อมหรือยัง ? หล่างฉู่วเต่กล่าวถามด้วยความกระวนกระวาย

อื่ม หยางไค่พยักหน้า

หล่างฉู่วเต่กล่าวต่ออีกครั้ง : อีกสักครู่ หากว่าเจ้าถูกพวกมันไล่ตาม ให้เจ้าวิ่งมาทางด้านนี้ หลังจากนั้นข้าและหน่ายหย่งจะล่อรูปปั้นหินทั้ง 2 ตัวให้ออกจากกัน และหาทางจัดการกับรูปปั้นหินที่ไล่ตามา ตู่ยี่ฉางและจ่อวอันเมื่อเห็นโอกาสให้ลงมือโจมตี หากว่ายังมีโอกาส แต่หากไม่มีโอกาสอย่าฝืนโจมตี ทุกการกระทำความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมือ เมื่อล่อรูปปั้นหินออกมาได้ ให้วิ่งไปยังตำแหน่งที่ข้ากล่าวบอกเมื่อสักครู่ ให้ต่อสู้ที่นั่น นอกจากนั้น หยางไค่เจ้าห้ามเข้าใกล้บริเวณพื้นที่การต่อสู้ ให้พวกเราจัดการกับมันให้เสร็จสิ้น เจ้าจึงจะสามารถกลับมาได้

หล่างฉู่วเตาอธิบายหน้าที่ของทุกคนอย่างชัดเจน เมื่อพวกเขาเข้าใจหน้าที่ของตนเองต่างพยักในทันที

ดี เริ่มกันดีกว่า !! หยางไค่ เจ้าต้องระวังตัว !! หล่างฉู่วเต่จ้องมองหยางไค่ด้วยสายตาที่ให้กำลังใจ

หยางไค่โยนถุงก้อนหินพลังหยางของเขาไว้บนพื้น จากนั้นจึงเดินไปยังกลุมของรูปปั้นหินเหล่านั้น

พวกเขาทั้งหมดต่างจ้องมองการกระทำของหยางไค่ด้วยความกังวล ภายใต้แรงดึงดูดจากเคล็ดวิชาแห่งการต่อสู้ ในตอนนี้หน่ายหยงเริ่มรู้สึกกังวลหยางไค่ขึ้นมา หากว่าล้มเหลวแล้วหยางไค่ตาย หากกล่าวในทางที่ถูกต้อง คนที่ต้องรับหน้าที่เป็นตัวล่อรูปปั้นหินก็คือเขา เพราะเหลือเพียง 4 คนและพลังความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุด

อย่าทำตัวไร้ค่า !! หน่ายหย่งกล่าวตะโกนด้วยน้ำเสียงที่กังวล

เสมือนเหตุการณ์เมื่อสักครู่ หยางไค่มาถึงด้านหน้าของรูปปั้นหิน ในเวลานี้รูปปั้นหินอยู่ในบริเวณตำแหน่งเดิมของพวกมัน ซึ่งหยางไค่ก็รู้ดีว่าตนเองยังไมได้ย่างก้าวเข้าไปยังตำแหน่งการโจมตีของพวกมัน

หยางไค่ค่อยๆก้าวออกไปด้วยความระมัดระวัง ระยะห่างของเขาและรูปปั้นหินใกล้กันจนแทบจะสามารถสัมผัสกันได้

หยางไค่กระทืบเท้าของตนเอง เขาพบว่าระยะห่างประมาณนี้น่าจะเพียงพอ ทันใดนั้นรูปปั้นหินเหล่านี้เริ่มมีการเคลื่อนไหวตามมาด้วยเสียงที่อึกทึกดังสนั่น การเคลื่อนไหวของพวกมันจากช้ากลายเป็นเร็ว เพียงพริบตาความเร็วในการเคลื่อนไหวของพวกมันได้เพิ่มจนถึงขีดสุด

ไร้ซึ่งความลังเล หยางไค่หมุนตัววิ่งกลับออกไปอย่างตำแหน่งของคนอื่นๆที่หลบซ่อนอย่างรวดเร็ว และยังส่งสัญญานมือให้แก่พวกเขา และรีบหลบหนีไปยังด้านข้าง

ปังปังปัง.................รูปปั้นหินนับร้อยตัวกำลังเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง พวกมันต่างวิ่งตามหยางไค่อย่างบ้าคลั่ง

ในขณะที่รูปปั้นหินเหล่านี้กำลังวิ่งตามอย่างรวดเร็ว 4 คนที่กำลังซ่อนตัวพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว หล่างฉู่วเต่และหน่ายหยงอยู่กลุ่มเดียวกัน จ่อวอันและตู่ยี่ฉางอยู่กลุ่มเดียวกัน พวกเขาร่วมมือกันล่อรูปปั้น 2 ตัวสุดท้ายออกไป และวิ่งหนีไปยังตำแหน่งบริเวณการต่อสู้ที่พวกเขาวางแผนเอาไว้

เมื่อแผนการมาถึงขึ้น ถือว่าประสบความสำเร็จไปกว่าครึ่ง

กลุ่มคนทั้ง 4 หากมี 2 คนที่ร่วมมือกัน ก้จะสามารถทำลายรูปปั้นหินได้อย่างง่ายดาย

แต่ยังมี่สิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยมั่นใจนั้นคือหยางไค่ที่รับผิดชอบการล่อรูปปั้นหินจะสามารถสลัดการไล่ล่าของรูปปั้นหินได้หรือเปล่า ?

พวกเขาทั้ง 4 ไม่มีใครทราบเลยว่า ทางด้านของหยางไค่สบายและผ่อนคลายที่สุด เพียงแค่เขาวิ่งอ้อมเสาหินไปมา ก็สามารถสลัดการไล่ตามของรูปปั้นหินได้ในทันที แม้ว่าในครั้งแรกไม่สามารถสลัดการไล่ล่าของมัน แต่หลังจากที่วิ่งวนหลายๆรอบ ในที่สุดรูปปั้นหินที่ไล่ตามอยู่ข้างหลังได้ลดจำนวนน้อยลงน้อยไปในที่สุด

เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1 ก้านธุป ด้านหลังของหยางไค่เหลือเพียงรูปปั้นหินจำนวน 3 รูปที่ไล่ตามมาเท่านั้น

หยางไค่มองไปรอบๆ และไม่ได้วิ่งหนีพวกมันอีก แต่เขากลับลดความเร็วในการวิ่ง และล่อมันไปยังบริเวณพื้นที่การต่อสู้

ระยะเวลาที่ยาวนานเช่นนี้ การต่อสู้ในบริเวณอื่นๆคงจะสิ้นสุดลง

การคาดเดาขอหยางไค่ไม่ผิดเพี้ยน การต่อสู้ของหล่างฉู่วเต่และคนอื่นๆได้สิ้นสุดลง พวกเขาทั้ง 4 กำลังนั่งพักผ่อนที่พื้น เพื่อรอการกลับมาของเขา

ในขณะที่กำลังรอ พวกเขาทั้งหมดได้ยินสั่นสะเทือนจากระยะที่ไม่ห่างและมันกำลังเข้าใกล้พวกเขามากขึ้นๆ มากขึ้น

พวกเขาทั้ง 4 เบิกตาโพลง การแสดงออกของหน่ายหยงเปลี่ยนแปลงไปและกล่าวสบทด่า : ไอ่สวะที่ไร้ค่า มันล่อรูปปั้นหินมาทิศทางนี้ !! พวกเราจะถอยก่อนหรือไม่ ?

ในความคิดของหน่ายหยง หยางไค่คงไม่สามารถสละการไล่ล่าจากรูปปั้นหิน ดังนั้นจึงล่อพวกมันมายังทิศทางของพวกเขา

หล่างฉู่วเต่ครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะส่ยหัว : หยางไค่ไม่ใช่คนเช่นนั้น และจากเสียงที่ได้ยิน ด้านหลังของเขาคงเหลือรูปปั้นหินไม่มาก มากที่สุดประมาณ 3 รูปเท่านั้น

3 รูป ดวงตาของจ่อวอันประกายด้วยความร้อนรนและกล่าวตอบในทันที : จากการได้ยินของข้า มันแข็งแกร่งกว่ารูปปั้นรูปอื่นๆ !!

เขาตั้งใจ !! หล่างฉู่วเต่ยิ้มจาง : เตรียมตัวลงมือ !!

ในระหว่างที่กล่าว เงาของหยางไดค่ได้ปรากฏออกมาในระยะไกล เขาได้ส่งสัญญานมือให้แก่พวกเขา จากนั้นจึงพุ่งเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว

ในที่สุด รูปปั้นหินที่ไล่ตามหยางไค่มาได้แสดงตัวตนออกมาในทันที

หากเป็นแผนการโดยทั่วไป หล่างฉู่วเต่จะอยู่กับหน่ายหยง จ่อวอันอยู่กับตู่ยี่ฉาง พวกเขาทั้ง 2 กลุ่มจะรับผิดชอบทำลายรูปปั้นหินคนละ 1 รูป

หลังจากที่ต่อสู้จนเสร็จสิ้น หยางไค่ได้ล่อรูปปั้นหินไปยังบริเวณตำแหน่งเดิม

พวกเขาทั้ง 5 ลงมือเพียง 2 -3 ครั้งก็สามารถทำลายรูปปั้นหินจนแตกกระจายได้ในทันที

ไม่เลว หล่างฉู่วเต่ยิ้มให้แก่หยางไค่ ในแผนการของนาง มากที่สุดก็สามารถเหลือรูปปั้นหินที่ไล่ตามมาเพียง 2 รูปเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าภายใต้การควบคุมของหยางไค่ เขาจะสามารถนำพารูปปั้นหินเข้ามาถึง 3 ตัว

และยังอยู่ในรัศมีบริเวณที่พวกเขาสามารถกำจัดพวกมัน

ตรวจสอบก่อนว่ามีรางวัลแห่งการต่อสู้หรือเปล่า หยางไค่กล่าวตักเตือน

พวกเขาที่เหลือรีบเข้าไปค้นหาหินทารกที่อยู่ในเศษก้อนหินที่แตกกระจัดกระจาย รูปปั้น 2 รูปที่ถูกทำลายไม่พบหินทารก ทำให้พวกเขาค่อนข้างที่จะผิดหวัง

ในครั้งนี้พวกเขาค่อนข้างที่จะโชคดี รูปปั้นหิน 3 ตัวสุดท้ายที่หยางไค่ล่อออกมา ตู่ยี่ฉางเจอหินทารก 1 ตัว

หินทารกตัวนี้คล้ายคลึงกับหินทารกที่พบเจอในตอนแรก เส้นสีแดงที่อยู่ภายในร่างกายของหินทารกมีจำนวนที่เกือบเท่ากัน แต่ลักษณะการเชื่อมของเส้นสีแดงกลับแตกต่างกัน นั้นหมายความว่ามันเป็นเคล็ดวิชาการต่อสู้ที่แตกต่างกัน

ตู่ยี่ฉางมอบหินทารกให้แก่หล่างฉู่วเต่

ถือว่าดี !! หล่างฉู่วเต่พยักหน้า : ดูเหมือนรูปปั้นหินทุกตัวไม่ได้มีหินทารกอยู่เสมือไป ในครั้งนี้พวกเราทำลายรูปปั้นหิน 2 ตัว แต่ได้รับหินทารก 1 ตัว แต่ในครั้งนี้รูปปั้นหิน 5 ตัวที่ถูกทำลายแทบจะไม่หินทารกเลย ดูเหมือนว่าอาศัยโชคชะตาเข้าช่วย

หน่ายหยงกล่าว : สถานที่แห่งนั้นมีรูปปั้นหินกว่าร้อยตัว หากพวกเราสามารถทำลายมันจนหมด ข้าคิดว่าพวกเราน่าจะได้หินทารกประมาณ 20 ตัว

หินทารก 20 ตัว มันคือเคล็ดวิชาการต่อสู้ 20 ประเภท !! นั้นหมายความว่าพวกเขาจะได้รับคนละ 4 เคล็ดวิชาการต่อสู้

ดวงตาของทุกนคนต่างประกายด้วยความต้องการที่กำลังลุกเป็นไฟ

ต้องฟื้นฟูพลังความแข็งแกร่งของร่างกายเสียก่อน !! เมื่อฟื้นฟูจนเสร็จสิ้น พวกเราค่อยลงมือโจมตีอีกครั้ง !! ใบหน้าของหล่างฉู่วเต่แสดงออกด้วยความตื่นเต้น

พวกเขาทั้ง 5 พยัหน้าตกลง จากนั้นจึงไปหาเสาหินที่อยู่ใกล้เคียง นำยาสมุนไพรฟื้นฟูพลังลมปราณออกมาเพื่อฟื้นฟูพละกำลังของตนเอง

พวกเขาทั้งหมดต่างอยู่ในเขตแดนก่อกำเนิดลมปราณ ดังนั้นพวกเขาจึงพกยาฟื้นฟูพลังลมปราณอยู่เสมือ เมื่อเทียบกับพวกเขา หยางไค่น่าจะสูญเสียพละกำลังมากกว่าพวกเขา

แต่ว่าหยางไค่ไม่ต้องใช้ยาฟื้นฟูพลังลมปราณ เมื่อสักครู่พวกเขาทั้ง 4 เข้าสู่การต่อสู้ต้องสูญเสียพลังลมปราณเป็นจำนวนมาก แต่สำหรับหยางไค่เขาแทบจะไม่มีการสูญเสียแม้แต่น้อย

หน่ายหย่งทำดีกับหล่างฉู่วเต่ตลอดเวลา แม้แต่ตอนฟื้นฟูพลังความแข็งแกร่งยังต้องการที่จะนั่งเคียงข้างหล่างฉู่วเต่ แต่ครั้งนี้หล่างฉู่วเต่ไมไ่ด้ทำตามในสิ่งที่เขาต้องการ นางกล่าวสั่งสอนหน่ายหยง จนสามารถผลักดันให้หน่ายหยงออกจากตัวไปได้

หยางไค่หัวเราะเยาะเย้ยอยู่ภายในใจ หญิงสาวเช่นหล่างฉู่วเต่ มีความมั่นใจ มีความสามารถ มีความกล้า มีความเด็ดขาด นางไม่ใช่หญิงสาวที่หน่ายหย่งจะสามารถกำราบได้

หากอยากได้หัวใจของหล่างฉู่วเต่ ต้องมรความมั่นใจมากกว่านั้น มีความแข็งแกร่งมากกว่านาง แน่นอน ว่าต้องมีความสามารถที่เหนือว่านาง มีความเด็ดขาดความกล้าหาญที่มากมาย จึงจะสามารถเอาชนะหัวใจของนางได้

เมื่อกล่าวอย่างไม่น่าฟัง หญิงสาวนางนี้ค่อนข้างที่จะตรงไปตรงมา !! แม้ว่าตลอดที่ผ่านมานางจะแสดงออกอย่างสง่างามและอ่อนโยน แต่หยางไค่เข้าใจสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในดวงตาของนางทั้งความหยิ่งยะโสและความลุ่มลงในตนเอง ความงดงามของนาง จะมอบให้แก่ชายหนุ่มที่มีความสามารถที่เหลือล้น แล้วนางจะสนใจหน่ายหย่งที่ต่ำต้อยได้อย่างไร ?

พวกเขาทั้ง 4 กำลังฟื้นฟูพลังลมปราณ หยางไค่ก็ไม่แตกต่งจากพวกเขา

หยางไค่เดินไปยังบริเวณที่เขาโยนถุงผ้าทิ้งไว้ จากนั้นจึงนำถุงผ้าที่เต็มไปด้วยก้อนหินพลังหยาง จากนั้นจึงหาสถานที่เงียบสงบ ดูดซับพลังหยางจากก้อนหินพลังงานหยางอย่างเงียบๆ

หลังจากที่ผ่านไปครึ่งวัน ก้อนหินที่อยู่ภายในถุงผ้าเหลือเพียงครึ่ง หยางไค่คาดว่าพวกเขาทั้ง 4 คงจะฟื้นฟูพลังลมปราณจนเสร็จสิ้น ดังนั้นจึงเดินไปยังบริเวณที่ทำการต่อสู้ !!

จบบทที่ ตอนที่ 128 รางวัลแห่งการต่อสู้

คัดลอกลิงก์แล้ว