เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 127 พบเจออันตราย

ตอนที่ 127 พบเจออันตราย

ตอนที่ 127 พบเจออันตราย


ตอนที่ 127 พบเจออันตราย

ทันใดนั้น พวกเขาต่างสูดลมหายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วง

หล่างฉู่วเต่กล่าว : พวกเราสำรวจตรวจสอบบริเวณทั้ง 4 ทิศทางว่ามีอันตรายหรือกับดักหรือเปล่า !!

หล่างฉู่วเตค่อนข้างมีสติ นางรู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้มิใช่สถานที่สามัญทั่วไป สมบัติที่มากมายกองอยู่ตรงหน้า ไม่แน่ว่ามันอาจจะมีกับดักที่อันตรายก็เป็นได้

พวกเขาทั้ง 5 กระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว และสำรวจตรวจตราบริเวณใกล้เคียง หลังจากนั้นจึงรวมกลุ่มกันอีกครั้ง โดยไม่พบสิ่งผิดปกติหรือกับดักใดๆแม้แต่น้อย

แต่หล่างฉู่วเต่ยังไม่คลายความระแวง นางค่อยๆปลดปล่อยฝ่ามืออกไป เมื่อฝ่ามือที่เต็มไปด้วยลมวายุของนางกระทบกับก้อนหินพลังหยินและก้อนหินพลังหยางโดยไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้กลับมา นางจึงพยักหน้าและกล่าว : ปลอดภัย !!

พวกเขาทั้ง 5 มองหน้าซึ่งกันและกัน ก่อนจะวิ่งเข้าไปอย่างเร่งรีบ เพื่อตักตวงก้อนหินพลังหยินและพลังหยางให้ได้มากที่สุด

คนอื่นๆตักตววหินทั้ง 2 ชนิด แต่หยางไค่ไม่ทำเช่นพวกเขาเก็บเฉพาะก้อนหินพลังหยาง

หลังจากที่พวกเขาตักตวงเก็บก้อนหิน ทันใดนั้นหล่างฉู่วเต่ที่ยิ้มมาตลอด ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและโยนก้อนหินที่อยู่ในมือทิ้งไป จากนั้นจึงถอนหายใจอีกครั้ง

ศิษย์พี่หล่าง เป็นอะไรหรือเปล่า ? หน่ายหย่งเงยหน้ากล่าวถามด้วยความสงสัย

หยุดเก็บก้อนหินเถอะ หล่างฉู่วเต่กล่าวดวยเสียงที่เรียบเฉย : หากพวกเรานำถุงก้อนหินขนาดใหญ่ออกเดินทางไปด้วย ไม่เพียงแต่ต้องสูญเสียพละกำลังของเรา หากพบเจอกับอันตรายมันจะกลายเป็นภาระของเราในภายหลัง เมื่อถึงตอนนั้นพวกเราต่างต้องโยนมันทิ้งเช่นเดียวกับตอนนี้

เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ คนอื่นๆต่างตอบสนองกับคำพูดของหล่างฉู่วเต่ เมื่อสักครู่เป็นเพราะพวกเขาพาลพลกับลาภก้อนใหญ่ดีใจตื่นเต้นจนลืมระมัดระวังความปลอดภัยของตนเอง

หล่างฉู่วเต่มองไปยังทุกคนและกล่าวต่อ : นอกจากนั้นพวกเราเดินทางได้เพียงระยะสั้นๆ แต่พบเจอกับก้อนหิมกองมหึมาขนาดนี้ หากการคาดเดาของข้าไม่ผิด ก้อนหินเหล่านี้เป็นสมบัติที่มีค่าน้อยที่สุดในถ้ำสวรรค์แห่งนี้ !! อาจจะกล่าวได้ว่าก้อนหินเหล่านี้เป็นเพียงสิ่งที่ไร้ค่าที่สุด แต่สมบัติวิเศษที่แท้จริงกำลังรอเราอยู่ !!

ศิษย์พี่หล่างกล่าวได้ถูกต้องที่สุด หน่ายหย่งเห็นด้วย จ่อวอันก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นเดียวกัน

ตู่ยี่ฉางมองก้อนหินที่อยู่ในมือ และโยนมันทิ้งอย่างไม่เต็มใจมากนัก

มีเพียงหยางไค่คนเดียว ที่กำลงฝึกฝนวิชายุทธุ์ ดูดซับพลังหยางของก้อนหินราวกับว่าไม่ได้ยินคำพูดของหล่างฉุ่วเต่ การกระทำเช่นนี้จึงทำให้ผู้ที่อาวุโสกว่าขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

อ่าอ่า เมื่อโยนมันทิ้งในขณะที่พบเจอกับอันตรายมันก็ม่สาย ในขณะที่หยางไค่ดูดซับพลังหยางและเขาได้กล่าวอธิบายไปด้วย

ตามสบาย หล่างฉู่วเต่ไม่ได้ห้ามปราม นางกล่าวด้วยเสียงเรียบเฉย : แต่พวกเราจะไม่เสียเวลาให้มากกว่านี้เพราะเจ้าเพียงคนเดียว หากเจ้าฝึกฝนวิชายุทธุ์จนพอใจ เจ้าค่อยตามพวกเรามา อย่าใช้เวลามากเกินไปล่ะ

อืม พวกเจ้าไปก่อน !! หยางไค่พยักหน้า

หล่างฉู่วเต่ไม่เสียเวลาอีกต่อไป นางเดินผ่านก้อนหินนี้ไปในทันที ในขณะที่จ่อวอันจ้องมองหยางไค่ด้วยสายตาที่ดูถูก หน่ายหย่งกล่าวอย่างตรงไปตรงมา : ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยหินใครที่ยากจนเช่นนี้ ! ไม่ช้าหรือเร็วเจ้าจะตามพวกเราไม่ทัน เสียเวลาเสียพละกำลังโดยเปล่าประโยขน์

ข้าจะรอเจ้าแล้วไปพร้อมกัน ตู่ยี่ฉางกล่าวด้วยความห่วงใย

ไม่ต้อง เจ้าไปก่อน !! หยางไค่ถอดเสื้อผ้าของตนเองออกมา ดูเหมือนว่าเขาต้องการที่จะฝึกฝนวิชายุทธุ์ต่อไปโดยไม่สนใจคนอื่นๆ

เมื่อเห็นเขาดื้อดึงเช่นนี้ ตู่ยี่ฉางไม่ทำลายความต้องการของหยางไค่ เขาพยักหน้าและวิ่งไปสมทบกับคนอื่นๆ

หลังจากทั้ง 4 คนเดินออกไป หยางไค่ไม่ต้องปิดบังการฝึกฝนวิชายุทธุ์ของตนเองต่อไป กลยุทธุ์หยางเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่ง และดูดซับพลังงานหยางจากก้อนหินพลังหยางที่อยู่ตรงหน้าและอยู่ในถุงผ้าของหยางไค่

หลังจากที่สูญเสียเรี่ยวแรงไปไม่มาก ในที่สุดจุดตันเถียนของเขามีหยดน้ำพลังลมปราณหยางเพิ่มขึ้นอีก 20 หยด นอกจากนั้นในถุงผ้าของเขายังเต็มไปด้วยก้อนพลังงานหยางจำนวนมาก

เมื่อเสร็จสิ้นการดูดซับพลังงานหยาง แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะมีพลังหยางที่มากมาย แต่หยางไค่ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะเก็บมันทั้งหมด เกิดเป็นมนุษย์ไม่ควรที่จะโลภเกินไป คำกล่าวของหล่างฉู่วเต่กล่าวได้อย่างถูกต้อง หินเหล่านี้คงเป็นสมบัติที่อยู่ในระดับต่ำที่สุด ดังนั้นจึงไม่ควรสูญเสียพละกำลังจำนวนมากเพราะมัน

ระยะเวลาผ่านไป 1 ก้านธูป ในที่สุดหยางไค่ได้เดินตามพวกเขาจนทัน ด้วยระยะเวลานี้ หยางไค่ยังสามารถดูดซับพลังหยางได้จำนวนหนึ่ง

หลังจากที่เข้าร่วมกับพวกเขา นอกจากตู่ยี่ฉาง สายตาของคนอื่นๆทั้ง 3 คนต่างมองเขาด้วยความไม่พอใจ

ในเง่ของพลังความแข็งแกร่ง หยางไค่อยู่ในระดับที่ต่ำที่สุด อยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่มเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาเป็นภาระให้แก่ทุกคน ไม่น่าแปลกใจที่คนอื่นๆจะดูถูกค่าว่าเป็นคนไร้ค่า หากว่าหยางไค่ไม่ได้มาจากสำนักเดียวกันกับพวกเขา หล่างฉู่วเต่และหน่านหย่งคงไม่อนุญาตให้หยางไค่เข้าร่วมกับพวกเขาอย่างแน่นอน

สถานที่ที่เต็มไปด้วยแท่งหินมีอาณาเขตที่กว้างไกล พวกเราเดินจนถึงตอนนนี้กลับหาทางออกไปไม่เจอ หล่างฉู่วเต่ขมวดคิ้วแน่น : พวกเราลองตรวจสอบอีกครั้ง หากยังหาทางออกไม่พบ พวกเราก็หาสถานที่พักผ่อนสักครู่

ได้ !! ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้กลุ่มคนทั้งหมดต่างฟังคำแนะนำของหล่างฉู่วเต่ พวกเขาจึงไม่ต่อต้านคำพูดของหล่างฉู่วเต่

1 ชั่วยามผ่านไป ตอนนี้ถึงเวลาที่พวกเจาจะเป็นผู้นำทาง ? ดวงตาที่งดงามของหล่างฉู่วเต่จ้องมองพวกเขาทั้ง 4 คน

ไม่มีใครรู้ว่าสถานที่แห่งนี้ซ่อนเร้นอันตรายใดบ้าง แต่ไม่ว่าจะเป็นอันตรายใด คนที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นคนที่โชคร้ายที่สุด ดังนั้นหล่างฉู่วเต่จึงออกข้อเสนอให้สลับกันเดินนำคนละ 1 ชั่วยามตั้งแต่แรก

หน่ายหย่งกล่าว : สถานที่แห่งนี้มีศิษย์ของทั้ง 3 สำนัก หอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยวทำหน้าที่ไปแล้ว 1 คน ต่อมาน่าจะเป็นศิษย์แห่งนิกายโลหิตหรือหอวายุพิรุณ

ในขณะที่กล่าว เขาจ้องมองไปยังจ่อวอันและตู่ยี่ฉาง

จ่อวอันขมวดคิ้วแต่ไม่ได้กล่าว ตู่ยี่ฉางก้าวออกไปและกล่าวด้วยเสียงที่แผวเบา : ข้าจะนำทางเอง !!

หยางไค่ถอนหายใจเบาๆ ในเวลานี้พวกเขาทั้ง 5 รวมเป็นกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง แต่ว่าภายในกลุ่มนี้คนที่มีจิตดีที่สุดคงเป็นตู่ยี่ฉาง คนอื่นที่เหลือ 4 คนรวมถึงหยางไค่ ต่างมีแผนการของตนเงอยู่ในจิตใจ

ในกลุ่มของพวกเขาไม่ได้เป็นกลุ่มที่มีความสามัคคี !! หากเผชิญหน้ากับอันตราย กลุ่มของพวกเขาจะพังทลายในทันที

หลังจากที่เดินออกไปประมาณครึ่งชั่วยาม ทันใดนั้นด้านหน้าของพวกเขาปรากฏพื้นที่ว่างเปล่าขนาดใหญ่ ในขณะที่พวกเขาเดินทางมาจนถึงตอนนี้พวกเขาถูกล้อมด้วยเสาหินขนาดใหญ่มาโดยตลอด ในที่สุดพวกเขาได้เดินทางมาถึงสถานที่แตกต่างกัน ดังนั้นพวกเขาจึงตื่นเต้นอย่างมาก

ภายใต้การนำทางของตู่ยี่ฉาง พวกเขาทั้ง 5 รีบวิ่งไปยังพื้นที่นั้นอย่างรวดเร็ว

พวกเขามาถึงตำแหน่งของสถานที่ว่างเปล่า สถานที่แห่งนี้เป็นบริเวณเดียวกับกันเสาหินที่วุ่นวาย แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดบริเวณแห่งนี้จึงแตกต่างจากสถานที่อื่นๆ นอกจากนั้นสถานที่ว่างเปล่านี้ ยังมีรูปปั้นแกะสลักที่แตกต่างกันจำนวนมากมาย และรูปปั้นเหล่านี้ล้วนเป็นรูปร่างของมนุษย์

รูปั้นเหล่านี้มีความสูงเท่ากับมนุษย์ บางรูปปั้นกำหมัดที่ว่างเปล่า บางรูปปั้นถืออาวุธแห่งการต่อสู้ อาวุธเหล่านั้นยังเป็นอาวุธที่มากมายหลากหลายชนิดที่แปลกประหลาดอย่างมาก

พวกเขาทั้ง 5 ไม่มีใครกล้าที่จะเดินเข้าไปมากกว่านี้ ดังนั้นหล่างฉู่วเต่และหน่ายหย่งจึงทดสอบและพบว่ามันไร้ซึ่งอันตราย พวกเขาจึงให้ตู่ยี่ฉางเดินนำทางต่อไปอีก

ทันใดนั้น จิตใจของหยางไค่ก่อเกิดความรู้สึกที่เป็นอัตรายอย่างกะทันหัน ความรู้สึกเช่นนี้ผุดออกมาอย่ากกะทันหัน แต่มันชัดเจนอย่างยิ่ง มันทำให้หัวใจของหยางไค่กระตุกไปมาอย่างรุนแรง

เมื่อหันหน้ามองคนอื่นๆ การแสดงออกของพวกเขาไร้ซึ่งความผิดปกติ พวกเขากำลังเดินชมรูปปั้นเหล่านี้ที่เสมือนว่ามันมีชีวิตด้วยความตื่นเต้น

หยางไค่กวาดสายตามองไปทุกทิศทาง ทันใดนั้นหยางไค่มองเห็นรูปปั้นที่อยู่ด้านหลัง จ้องมองพวกเขาด้วยดวงตาที่แดงก่ำ

กลิ่นคาวเลือดพัดโชยมากับลมที่ล่องลอยอยู่บนอากาศ ด้านข้างของรูปปั้นที่มีดวงตาแดงก่ำยังมีเศษผ้ากระจัดกระจายเอาไว้ มันน่าจะเป็นเศษเสื้อของมนุษย์อย่างแน่นอน

ยังไม่มีโอกาสที่จะได้กล่าวอย่างละเอียด ทันใดนั้นหยางไค่กล่าวตะโกนด้วยสัญตญานของตนเอง อันตราย ระวัง !!

ในขณะเดียวกัน รูปปั้นที่ล้อมรอบพวกเขากว่า 100 รูปกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้นเสมือนจิตวิญญาณของพวกเขาทั้ง 4 หลดลอยออกไป หล่างฉู่วเต่ หน่ายหย่งและจ่อวอันมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วอย่างมาก พวกเขาหันกลับมาและรีบถอยออกมาในทันที แต่ตู่ยี่ฉางที่เดินนำหน้ากลับตื่นตะลึงจนตัวแข็งทื่อโดยไม่ขยับเขยื้อน

การตื่นตะลึงในครั้งนี้ทำให้นางเสียโอกาสในการหลบหนี

ด้านข้างของนางมีรูปปั้น 2 รูป กำลังยกหมัดขึ้นและทุบลงไปที่ตำแหน่งของนางอย่างรุนแรง

รูปปั้นมีการโจมตีด้วยพลังกำลังที่มากมายมหาศาล หมัดของมันมีขนาดใหญ่ หากถูกทุบด้วยหมัดของรูปปั้นคงต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน

ตู่ยี่ฉางตระหนักถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น พลังลมปราณของนางปลดปล่อยอกมาอย่างกะทันหัน หญิงสาวที่เรียบร้อยในตอนแรก กลับมีกลิ่นอายรัศมีที่บ้าคลั่งแพร่กระจายออกมา

มันเป็นพลังลมปราณที่แข็งแกร่งของเขตแดนก่อกำเนิดลมปราณ เมื่อพลังความแข็งแกร่งอยู่ในเขตแดนนี้ ในเวลาโดยทั่วไป พลังลมปราณที่อยู่ภายในสงบนิ่งและมั่นคง ไม่สามารถที่จะสัมผัสลมปราณที่แท้จริงได้ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับการต่อสู้ พลังลมปราณจะถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเวลาที่เกรี้ยวโกรธ พลังลมปราณลมปราณอันทรงพลังที่ปดปล่อยออกมาจะกดดันคนรอบข้างอย่างรุนแรง หากมีการควบคุมที่ไม่ดีพออาจทำให้พลังอำนาจของลมปราณควบคุมจนสูญเสียตัวตนที่แท้จริง

แต่เมื่อตู่ยี่ฉางปลดปล่อยพลังลมปราณออกมา ดวงตาของนางสงบนิ่ง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านางมีความสามารถในการควบคุมตนเองอย่างดีเยี่ยม

นางหมุนตัว และพุ่งฝ่ามือออกไปยังทิศทางด้านซ้ายอย่างรุนแรง ในขณะเดียวกันนางรีบก้าวถอยหลัง เพื่อหลบหนีจากการโจมตีของรูปปั้น

แต่เสมือนว่านางหมดสิ้นหนทางที่จะหลบหนี การโจมตีของรูปปั้นที่ 2 รวดเร็วยิ่งกว่าสิ่งใด มันกำลังจะโจมตีไปถึงช่วงไหล่ของนาง

ในช่วงเวลาที่ตื่นตะลึงด้วยความหวาดกลัว ก้อนหินพลังหยางสีแดงลอยพุ่งเข้ามาเสมือนฝนดาวตก ซึ่งมาพร้อมกับพละที่แข็งแกร่งและพุ่งกระทบไปยังหมัดของรูปปั้นรูปที่ 2

ปังปัง !!เสียงปะทะกันอย่างรุนแรง แม้ไม่สามารถหยุดยั้นการโจมตีของรูปปั้นรูปที่ 2 แต่มันทำให้ทิศทางการโจมตีของรูปปั้นไขว้เคว้ไปซึ่งมันได้เฉียดเสื้อผ้าของตู่ยี่ฉางไปอย่างหวุดหวิด

ไป !! เสียงตะโกนของหยางไค่ดังมาจากด้านหลัง ทันใดนั้นตู่ยี่ฉางรู้สึกว่าร่างกายของเขาลอยตัวอยู่ในอากาศ เสมือนว่าตนเองกำลังถูกดึงออกไป

ในขณเดียวกัน ตู่ยี่ฉางได้พุ่งฝ่ามือออกไปปะทะกับการโจมตีของรูปปั้น

เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น หยางไค่และตู่ยี่ฉางลอยกระเด็นออกไป ร่วงลงไปที่พื้น พวกเขาทั้งสองรีบวิ่งหนีโดยไม่หันหลังมองสิ่งที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย

ดังหลังของพวกเขา เสียงดังเสมือนสีฝีเท้าของม้านับหมื่นตัวที่กำลังวิ่งอยู่บนพื้นหญ้าดังสนั่นหวั่นไหว พวกเขาทั้ง 5 ที่กำลังวิ่งหนีหันหน้ากลับไปมอง ทันใดนั้นความหวาดกลัวได้ก่อเกิดในหัวใจ รูปปั้นกว่า 100 ตัว กำลังไล่ฆ่าพวกเขา รูปปั้นแต่ละตัวต่างมีความเร็วที่เสมือนสายลม เมื่อรูปปั้นที่หนักหน่วงเหยียบย้ำบนพื้นดิน ก่อนให้เกิดเสียงอึกกะทึกสนั่นหวั่นไหวเสมือนฟ้าดินกำลังจะทล่มทลาย

อย่าหันหน้ากลับไปมอง วิ่งอ้อมเสาหินให้เร็วที่สุด !! หล่างฉู่วเต่กล่าวตะโกนอย่างเสียงดัง

เมื่อทุกคนรับรู้คำพูดของหล่างฉู่วเต่ พวกเขารบีวิ่งเข้าใปในเสาหินที่วุ่นวายเสมือนผี้เสื้อที่กำลังบินออกไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อผ่านไปชั่วครู่ พวกเขาสามารถหลบหนีจากการไล่ฆ่าของรูปปั้น และหลังจากนั้นอีกสักพัก เหล่ารูปปั้นที่ไล่ตามมาเริ่มหายไปจนมองไม่เห็นแม้แต่เงา

มีเพียงรูปปั้นทั้ง 2 ตัวที่โจมตีหยางไค่และตู่ยี่ฉาง พวกมันทั้ง 2 ยังไล่ติดตามหยางไค่และตู่ยี่ฉางเสมือนปลิงที่ไล่กัดพวกเขา โดยไม่มีทีท่าที่จะหยุดลง

หยางไค่ตัวซวย อย่าวิ่งมาทางฝั่่งนี้ !! หน่ายหยงที่วิ่งอยู่หน้าสุดกล่าวตะโกนด้วยความโกรธ

ใบหน้าของหยางไค่แสดงออกอย่างจริงจังโดยไม่สนใจหน่ายหย่งแม้แต่น้อย

หล่างฉู่วเต่ที่มีร่างกายอ้อนแอ้นอรชนซ่อนตัวอยู่หลังเสาหิน นางหันหน้ากลับไปมอง และพบว่าด้านหลังไม่มีรูปปั้นที่ไล่ตามมา และจ้องเขม่งไปยังหยางไค่และตู่ยี่ฉางที่มีรูปปั้นจำนวน 2 ตัวไล่ติดตามอย่างไม่หยุดหย่อน ดวงตาของนางสั่นระรัว และมีสายตาแห่งความลังเลปรากฏ

หลังจากนั้นไม่นาน นางตัดสินใจและกล่าวตะโกน : หยุดวิ่ง มันเป็นเพียงรูปปั้นที่เหลือเพียง 2 ตัวเท่านั้น พวกเราร่วมมือกัน ทำลายมัน !!

พวกเขากำลังวิ่งซ่อนตัวอยู่ในเสาหิน เมื่อได้ยินหล่างฉู่วเต่กล่าวเช่นนี้ หัวใจของพวกเขาต่างอึ้งกับสิ่งที่นางตะโกนออกมา

เมื่อสักครู่หยางไค่และน้องตู่ยี่ฉางสามารถต่อต้านการโจมตีของมัน นั้นหมายความว่าพลังความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่ได้อยู่ในระดับสูง !! คำกล่าวของหล่างฉู่วเต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ความเด็ดเดี่ยว : จ่อวอัน เจ้าหันเหความสนใจของรูปปั้น 1 ตัว จากนั้นพวกเราทั้ง 4 จะโจมตีรูปปั้นที่เหลืออีก 1 ตัว

จ่อวอันขมวดคิ้ว แต่ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา เขารีบหมุนตัวกลับ หลังจากนั้นเขาตะโกนด้วยความโกรธและพุ่งหมัดที่เต็มไปด้วยพลังลมปราณไปยังรูปปั้นอีก 1 ตัวที่เหลือ

รูปปั้นรูปนี้กำลังไล่ตามหยางไค่และตู่ยี่ฉางอย่างบ้ากระหาย เมื่อถูกโจมตีด้วยหมัดของจ่อวอัน ทำให้ลำตัวของมันแตกกระจายววนเซไปมาอย่างรุนแรง

จบบทที่ ตอนที่ 127 พบเจออันตราย

คัดลอกลิงก์แล้ว