เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 การเจรจากับลั่วหลินมู่เย่!

บทที่ 120 การเจรจากับลั่วหลินมู่เย่!

บทที่ 120 การเจรจากับลั่วหลินมู่เย่!


บทที่ 120 การเจรจากับลั่วหลินมู่เย่!

"ลูกพี่เซวี่ยตี้ รอบนี้พี่น่าจะได้หินปลุกพรสวรรค์ระดับศักดิ์สิทธิ์มาสองก้อน กับเซตอุปกรณ์ระดับทองแดงอีกสิบเซตใช่ไหม..."

หลินเทียนฮ่าวเห็นข้อความก็รู้ทันทีว่าข่วงจั้นเตาเฟิงกำลังคิดอะไรอยู่

"เซตทองแดงเซตละสองแสนเหรียญทอง ส่วนหินปลุกพรสวรรค์ระดับศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ขาย"

อุปกรณ์สวมใส่เป็นเพียงของผ่านทาง ถ้าหลินเทียนฮ่าวอยากได้ของดีๆ ภายหลังเขาสามารถหาใหม่ได้สบาย

แต่หินปลุกพรสวรรค์ระดับศักดิ์สิทธิ์นั้นต่างออกไป

ในอนาคตเมื่อเขาสร้างอาณาเขต เขาจำเป็นต้องดึงดูดยอดฝีมือเข้ามา หินพวกนี้จะมีประโยชน์อย่างมากในตอนนั้น

ลำพังตัวคนเดียวไม่อาจต่อกรกับกาแล็กซีอาราตที่จะบุกมาหลังวันสิ้นโลกได้ เขาจำเป็นต้องมีอาณาเขตและขุมกำลังของตัวเอง

"ตกลง"

ข่วงจั้นเตาเฟิงไม่พูดพร่ำทำเพลง ตกลงทำการซื้อขายกับหลินเทียนฮ่าวทันที

"ไม่รู้เหมือนกันว่าชาตินี้เพราะฉัน โลกจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน"

หลังทำการซื้อขายเสร็จ รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าของหลินเทียนฮ่าว

ในชาติก่อน แทงค์ที่ผูกมัดกับโจวเสี่ยวพั่งถือว่าใช้ได้ แต่ก็แค่ใช้ได้เท่านั้น แถมยังสืบทอดได้แค่ค่าเลือด เกราะ และต้านเวท ทำให้ความอึดของโจวเสี่ยวพั่งอยู่ในระดับกลางๆ

ส่วนเจ้าลิง

รายนั้นยิ่งน่าอนาถ

ชาติก่อนเจ้าลิงนอกจากอัปเลเวลแล้ว ก็ได้แต้มสถานะอิสระจากภารกิจบ้างประปราย ครั้งละไม่กี่แต้มหรือสิบยี่สิบแต้มเท่านั้น

แถมอาชีพนักรบของเขามีสกิลที่ใช้พลังเวทน้อยมาก ค่าพลังเวทที่มีจึงแทบจะเป็นของประดับ

ผิดกับกิลด์บ้าคลั่ง

ที่อาศัยแบ็กกราวนด์ของรัฐบาลผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำในเซิร์ฟเวอร์ประเทศมังกรอย่างรวดเร็ว

แม้จะได้ผลประโยชน์มากมาย แต่ในช่วงเวลานี้ การจะหาเซตอุปกรณ์ระดับทองแดงเลเวล 25 มาได้ถึงสิบเซต ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

หลินเทียนฮ่าวเปรียบเสมือนผีเสื้อที่แบกรับพลังแห่งกาลเวลา การขยับปีกของเขา กำลังเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตของผู้คน

แน่นอน

มีผู้เสียหายรายใหญ่คนหนึ่งในเรื่องนี้

โก่วเต้าหว่านกู่ (สายซุ่มหมื่นปี)!

เดิมทีเขาควรเป็นคนแรกที่ดูคลิปเปิดตัวจบ แต่ตอนนี้โดนหลินเทียนฮ่าวปาดหน้าเค้กไป

ทำให้จนป่านนี้เขายังไม่ตื่นรู้พรสวรรค์ระดับเทพเลย

แต่ทว่า

โก่วเต้าหว่านกู่เป็นคนที่ต้องดึงตัวมาให้ได้ ในอนาคตถ้ามีหินปลุกพรสวรรค์ระดับเทพ หลินเทียนฮ่าวจะพิจารณามอบให้เขา

แม้หมอนี่จะชอบเล่นสายซุ่มโป่ง แต่เรื่องนิสัยใจคอถือว่าผ่าน เมื่อถึงคราวคับขัน จุดยืนของเขามั่นคงมาก

จำได้ว่าในชาติก่อนตอนต่อสู้กับกาแล็กซีอาราต โก่วเต้าหว่านกู่ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่น้อย

ดึงสติกลับมา

หลินเทียนฮ่าวเริ่มเตรียมตัวสำหรับแผนการต่อไป

เขาเพิ่งจะรูดทรัพย์จากเมืองเหมันต์ไปรอบเดียว ถ้าเมืองเหมันต์เหมือนกับเมืองวายุทมิฬ ย่อมมีรางวัลรอเขาอยู่อีกเพียบ

ดังนั้น

หลินเทียนฮ่าวตัดสินใจจะบุกเมืองเหมันต์อีกครั้ง

ทว่า

ยังไม่ทันจะถึงเมืองเหมันต์ ก็มีร่างหนึ่งมายืนขวางทางเขาไว้

คนคนนี้หลินเทียนฮ่าวคุ้นหน้าอยู่บ้าง

"จอมพล?"

วินาทีที่หลุดปากคำว่าจอมพล หัวใจของหลินเทียนฮ่าวก็เต้นระรัว มือกระชับคันธนูแน่น เตรียมพร้อมปะทะทันที

"เซวี่ยตี้ ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น ข้าไม่ใช่จอมพล ข้าคือน้องชายของเขา ลั่วหลินมู่เย่"

หลินเทียนฮ่าวเลิกคิ้ว เขาพอมีความรู้เกี่ยวกับบุคลากรภายในของอาณาจักรดวงดาวอยู่บ้าง

แต่ลั่วหลินมู่เย่คนนี้ ความทรงจำของเขาเลือนรางมาก

ดูเหมือนอาณาจักรดวงดาวจะมีคนชื่อนี้อยู่จริง แต่จืดจางจนแทบไม่มีตัวตน

"นายมาล้อมปราบฉัน?" หลินเทียนฮ่าวถาม

ลั่วหลินมู่เย่ส่ายหน้า "ไม่ เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้มาล้อมปราบเจ้า ข้ามาที่นี่เพื่อเจรจากับเจ้า"

"ในนามของจอมพล? หรือในนามของราชา?"

"ราชา"

ลั่วหลินมู่เย่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เรื่องคำสั่งแบนของราชา เจ้าอาจจะกำลังเข้าใจผิด"

"เข้าใจผิดอะไร? หรือว่าในคำสั่งเขียนไม่ชัดเจน?" หลินเทียนฮ่าวย้อนถาม

"เฮ้อ ราชาเพียงแค่ไม่ต้องการให้เจ้าเข้ามาพัวพันกับศึกชิงบัลลังก์ รอให้ศึกชิงบัลลังก์จบลง คำสั่งแบนก็จะถูกยกเลิกไปเอง"

หลินเทียนฮ่าวยิ้มอย่างไม่ยี่หระ "แล้วไง? เขาถึงต้องเขียนคำสั่งแบบนั้นลงไป?"

"เจ้าได้เห็นเนื้อหาในประกาศคำสั่งหรือยัง? คิดว่าเป็นสิ่งที่ราชาควรทำงั้นรึ?"

ลั่วหลินมู่เย่มีสีหน้าแปลกๆ เห็นชัดว่าเขารู้เนื้อหาในประกาศดี

"ราชาเพียงแค่ออกคำสั่งแบน แต่ไม่ได้ระบุเนื้อความในประกาศ เนื้อความพวกนั้น คนของอัครมหาเสนาบดีเค่อเซินหลัวเป็นคนจัดการ"

มุมปากของหลินเทียนฮ่าวยกยิ้ม เป็นไปตามที่คาดไว้

เนื้อหาในประกาศนั่น จงใจเขียนเพื่อยั่วโมโหเขาชัดๆ

อัครมหาเสนาบดีเค่อเซินหลัววางแผนไว้แล้ว และแผนนี้คงไม่ได้มีแค่ชั้นเดียว

"แล้วไงต่อ?"

"เซวี่ยตี้ เจ้าหลงกลคนอื่นแล้ว แต่ไม่ว่าจะอย่างไร คำสั่งก็ออกมาในนามของราชา พระองค์จึงส่งข้ามาเจรจากับเจ้า"

ระหว่างพูด

ในมือของลั่วหลินมู่เย่ก็ปรากฏม้วนคัมภีร์ขึ้นมาหนึ่งม้วน

"ของสิ่งนี้น่าจะมีประโยชน์กับเจ้า"

"ม้วนภารกิจเริ่มต้นสำหรับรับพรจากทวยเทพ"

หลินเทียนฮ่าวเลิกคิ้ว นึกไม่ถึงว่ามาถึงปุ๊บจะได้เจอของดีปั๊บ

ดูท่ากษัตริย์อาเบลลาจะรู้ใจเขาไม่น้อย

[เนื่องจากท่านโจมตีเมืองหลัก ส่งผลกระทบต่อกิจการภายในของอาณาจักรดวงดาว ลั่วหลินมู่เย่ต้องการให้ท่านหยุดมือ]

[เงื่อนไขภารกิจ: เซวี่ยตี้ต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในของอาณาจักรดวงดาว เป็นเวลา 7 วัน]

[บทลงโทษ: ไม่ระบุ]

[รางวัลภารกิจ: แต้มสถานะอิสระ 100 แต้ม, พรจากทวยเทพ 1 อย่าง]

เวลาเจ็ดวัน...

ดูเหมือนไม่นาน แต่ถ้าผ่านเจ็ดวันนี้ไป ศึกชิงบัลลังก์ของอาณาจักรดวงดาวก็อาจจะจบลงแล้ว

"ภารกิจนี้ฉันรับได้ แต่ฉันก็มีข้อเรียกร้องเหมือนกัน"

ลั่วหลินมู่เย่พยักหน้า ดูจะไม่แปลกใจที่หลินเทียนฮ่าวมีข้อแลกเปลี่ยน

"ข้อแรก การโจมตีใส่ราชาจะยังไม่ยุติ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เรื่องนี้เกี่ยวกับอีกภารกิจของฉัน"

สีหน้าของลั่วหลินมู่เย่ดูไม่ค่อยดีนัก แต่เขาก็ยังพยักหน้า "ไม่มีปัญหา"

"ข้อสอง ฉันมีอิทธิพลในหมู่นักผจญภัยมาก ถ้าการบุกเมืองหลักครั้งนี้จบลงแบบครึ่งๆ กลางๆ มันจะกระทบต่อชื่อเสียงของฉันอย่างรุนแรง"

"แล้วเจ้าต้องการอะไรอีก?!!"

ลั่วหลินมู่เย่หน้าเครียด เขาเริ่มเดาอะไรบางอย่างได้ลางๆ

"ฉันต้องบุกเมืองวายุทมิฬ และต้องยึดให้ได้!"

"เป็นไปไม่ได้!"

ลั่วหลินมู่เย่ปฏิเสธทันควันแทบไม่ต้องคิด

"เมืองวายุทมิฬเป็นเมืองหลักของอาณาจักรดวงดาว จะให้เจ้าตีแตกตามใจชอบได้ยังไง"

หลินเทียนฮ่าวไม่ยอมถอย ผายมืออย่างไม่แคร์ "งั้นก็คุยกันไม่รู้เรื่อง เมืองวายุทมิฬต้องแตก ไม่อย่างนั้นฉันเซวี่ยตี้เสียหน้าแย่"

ความจริงแล้ว

หลินเทียนฮ่าวไม่ได้กลัวเสียหน้าหรอก แต่เพราะนี่เป็นภารกิจของหัวหน้าชุดดำ

ดังนั้น เขาจำเป็นต้องตีเมืองวายุทมิฬให้แตก

"เรื่องนี้ข้าตัดสินใจเองไม่ได้ รอข้าสักครู่"

ลั่วหลินมู่เย่เดินเลี่ยงไปด้านข้าง เห็นได้ชัดว่ากำลังติดต่อกับกษัตริย์อาเบลลา

ผ่านไปครู่ใหญ่ ลั่วหลินมู่เย่จึงเดินกลับมา สีหน้าเคร่งขรึม

"ราชาบอกว่า เรื่องที่เจ้าจะตีเมืองวายุทมิฬพระองค์อนุญาต แต่เจ้าต้องรับปากเงื่อนไขบางอย่างด้วยเช่นกัน"

จบบทที่ บทที่ 120 การเจรจากับลั่วหลินมู่เย่!

คัดลอกลิงก์แล้ว