เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 115 เกมชิงไหวชิงพริบ!

บทที่ 115 เกมชิงไหวชิงพริบ!

บทที่ 115 เกมชิงไหวชิงพริบ!


บทที่ 115 เกมชิงไหวชิงพริบ!

ในขณะที่โลกออนไลน์กำลังสั่นสะเทือน ทางฝั่งอาณาจักรดวงดาวเองก็หาได้สงบสุขไม่

แม้เมืองวายุทมิฬจะไม่ถูกตีแตกพ่าย แต่ความเสียหายที่ได้รับนั้นสาหัสสากรรจ์

จำนวนทหารยามและนักสู้ที่ล้มตายรวมกันเกือบจะทะลุหลักพัน

ในยามปกติที่ไม่ได้เตรียมพร้อมทำสงคราม เมืองหลักอย่างเมืองวายุทมิฬมีกำลังพลประจำการอยู่เพียงห้าถึงหกพันนายเท่านั้น

แต่การปะทะกับหลินเทียนฮ่าวไม่ถึงสิบห้านาที พวกเขาเสียกำลังพลไปแล้วหนึ่งพัน

เมืองวายุทมิฬ จวนเจ้าเมือง

บูตยาเออร์สมีสีหน้ามืดมนดุจเมฆฝน เขาหันไปถามชายชราด้านหลัง "ส่งข่าวขึ้นไปหรือยัง? เบื้องบนจะส่งกองทัพมาช่วยเมื่อไหร่"

ชายชราด้านหลังส่ายหน้า "ท่านเจ้าเมือง ข้าส่งข่าวไปแล้วขอรับ แต่ยังไม่มีการตอบกลับมาเลย"

"เรื่องคอขาดบาดตายขนาดนี้ ยังไม่ตอบกลับอีกหรือไง พวกมันไม่รู้เหรอว่าการเปิดค่ายกลพิทักษ์เมืองค้างไว้มันผลาญผลึกพลังงานขนาดไหน?"

บูตยาเออร์สกัดฟันคำรามด้วยความเดือดดาล จากนั้นก็หยิบยันต์สื่อสารออกมา "ข้าจะรายงานท่านอัครมหาเสนาบดีด้วยตัวเอง"

บูตยาเออร์สกระตุ้นการทำงานของยันต์สื่อสาร ผ่านไปครู่ใหญ่ ปลายสายถึงจะมีเสียงตอบกลับมาอย่างไม่สบอารมณ์

"บูตยาเออร์ส เจ้าช่างบังอาจนัก กล้ารบกวนเวลาพักผ่อนของท่านอัครมหาเสนาบดีเชียวรึ!!"

"พ่อบ้านใหญ่คูร์ ข้าก็ไม่อยากทำเช่นนี้ แต่สถานการณ์ทางนี้มันตึงมือเกินไป ข้าไม่มีทางเลือก"

"หึ ก็ไอ้เซวี่ยตี้อะไรนั่นมันถอยไปแล้วไม่ใช่รึ? แค่นักผจญภัยคนเดียว จะตื่นตูมอะไรกันนักกันหนา เจ้าก็จัดการไปตามสมควร ท่านอัครมหาเสนาบดีคาดหวังในตัวเจ้ามาก ท่านเชื่อใจเจ้าและเชื่อว่าเจ้าจะจัดการไอ้นักผจญภัยตัวเล็กๆ ที่แสนจะไร้ค่าคนนี้ได้แน่นอน"

"ท่านเจ้าเมืองบูตยาเออร์ส สู้เขานะ!!"

สิ้นเสียงสุดท้าย ยันต์สื่อสารก็ถูกตัดการเชื่อมต่อ

บูตยาเออร์สมองยันต์ในมือที่ไร้สัญญาณตอบรับ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ

"นักผจญภัยตัวเล็กๆ ที่แสนจะไร้ค่า?"

เขาโกรธจนแทบจะหัวเราะออกมา

อะไรคือเล็กๆ? อะไรคือไร้ค่า?

พวกมันตาบอดหรือไงถึงมองไม่เห็นพลังรบของเซวี่ยตี้?

หนึ่งคนท้าชนหนึ่งเมือง บีบให้พวกเขาต้องเปิดค่ายกลพิทักษ์เมือง

นั่นเรียกว่าเล็กๆ ไร้ค่ารึ?

นั่นมันนักผจญภัยที่โหดระยำตำบอนจนหาขอบเขตไม่เจอต่างหากโว้ย

"ท่านเจ้าเมือง ข้ามีข่าวดีมาบอกขอรับ" ชายชราเอ่ยขึ้น

"หือ?"

บูตยาเออร์สหูผึ่งทันที "ข่าวดีอะไร?"

"ภารกิจค่าหัวเซวี่ยตี้ที่เราประกาศไป มีคนทำสำเร็จแล้วขอรับ แถมยังสังหารเซวี่ยตี้ไปถึงสิบครั้ง"

บูตยาเออร์สขมวดคิ้ว "นี่มันข่าวดีตรงไหน? เจ้าหัดใช้สมองบ้างสิ"

"เห็นชัดๆ ว่าเซวี่ยตี้จงใจให้เพื่อนตัวเองฆ่า ของรางวัลก็เข้ากระเป๋าพวกมันหมด"

บูตยาเออร์สหายใจหอบถี่ด้วยความโมโห

เขารู้สึกว่าวันนี้เขาต้องอกแตกตายแน่ๆ

ทว่า

ชายชรากลับส่ายหน้า แล้วกล่าวว่า "ท่านเจ้าเมือง นี่แหละคือข่าวดีขอรับ"

บูตยาเออร์สมองชายชราด้วยสายตาแปลกๆ "นี่นะข่าวดี? ไหนลองว่ามาสิ มันดียังไง"

ชายชรายิ้มอย่างมีเลศนัย "ท่านเจ้าเมือง ตอนนี้เราสามารถปิดค่ายกลพิทักษ์เมืองได้แล้ว ขอแค่มีคนทำภารกิจค่าหัวสำเร็จ หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง เราก็ประกาศภารกิจใหม่ทันที เซตอุปกรณ์เหล็กดำเรามีเยอะแยะไม่ต้องเสียดาย ส่วนแต้มสถานะอิสระก็ให้น้อยลงหน่อย คุมไว้ไม่ให้เกินครั้งละหนึ่งร้อยแต้ม"

"เจ้าหมายความว่าไง?"

บูตยาเออร์สเริ่มงุนงง

"ง่ายมากขอรับ ถ้าเราออกใบสั่งจับเรื่อยๆ เซวี่ยตี้ก็จะไม่บุกเมืองเราง่ายๆ กลับกัน คนที่ร้อนรนจะเป็นฝั่งราชาต่างหาก"

"ทำไมล่ะ?"

บูตยาเออร์สยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่สัญชาตญาณบอกว่าแผนนี้มีเงื่อนงำซ่อนอยู่

"สาเหตุหลักที่เซวี่ยตี้บุกเมืองวายุทมิฬคืออะไร? คือคำสั่งแบนของราชา ดังนั้นเนื้อแท้ของการบุกเมือง ก็คือการเล่นงานราชา"

"การที่เราออกใบสั่งจับเรื่อยๆ พูดตรงๆ ก็คือการป้อนแต้มสถานะและอุปกรณ์ให้เซวี่ยตี้ทางอ้อม"

"พอเซวี่ยตี้กับเพื่อนเก่งขึ้น พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องมาเสียเวลาตีเมืองวายุทมิฬของเรา พอปีกกล้าขาแข็ง เขาก็ควรจะไปบุกเมืองเทียนซิงแทน"

พอบูตยาเออร์สได้ฟังบทวิเคราะห์ของชายชรา เขาก็รู้สึกหนาวสันหลังวาบ แผนการนี้... อำมหิตนัก!

"แล้วถ้าเซวี่ยตี้กลับมาตีเราอีกล่ะ?" บูตยาเออร์สถาม

ชายชราแสยะยิ้ม "ง่ายนิดเดียว ก็ประกาศรางวัลค่าหัวเป็นม้วนคัมภีร์วิวัฒนาการอาวุธ กับหินปลุกพรสวรรค์ระดับศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านมีอยู่สองก้อนนั่นไง รวมไปถึงอาวุธหลัก สร้อยคอ และแหวนระดับทองที่มีอยู่ เทหมดหน้าตักไปเลย"

"อะไรนะ?!!"

บูตยาเออร์สตกใจแทบสิ้นสติ "นี่มันเลี้ยงเสือให้กัดตัวเองชัดๆ แถมทำแบบนั้น เกิดเซวี่ยตี้มันจ้องจะฟาร์มของจากข้าคนเดียวจะทำยังไง?"

ชายชราหัวเราะ "ข้าถึงบอกไงว่าถ้าเซวี่ยตี้ 'กลับมาโจมตีอีก' ท่านค่อยเอาของดีพวกนี้มาล่อ"

"เซวี่ยตี้มาได้ไกลขนาดนี้ ย่อมเป็นคนฉลาด เขาต้องเข้าใจความนัยนี้แน่นอน"

"ถ้าเป็นอย่างนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะเริ่มมหกรรม 'รูดทรัพย์' โดยการไปไล่ถล่มเมืองหลักอื่นๆ เพื่ออัปเกรดตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น จนสุดท้ายก็กลายเป็นภัยคุกคามต่อเมืองเทียนซิง"

บูตยาเออร์สพยักหน้าอย่างหนักแน่น แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียม

"หึ ปัญหาที่ราชาเป็นคนก่อ แต่กลับทำตัวลับๆ ล่อๆ ไม่อยากแก้ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็โยนเผือกร้อนกลับไปให้มันซะเลย"

เมื่อเห็นบูตยาเออร์สตกปากรับคำ นัยน์ตาของชายชราก็ฉายแววเจ้าเล่ห์ดุจแผนการสำเร็จ

"ประกาศทั่วทั้งเมือง: เนื่องจากผู้เล่น เซวี่ยตี้ เจตนาบุกรุกเมืองวายุทมิฬ สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ทางเมืองวายุทมิฬจึงขอออกประกาศค่าหัว สังหารเซวี่ยตี้"

...

เสียงประกาศดังขึ้นอีกครั้ง แม้ตอนนี้ในเมืองวายุทมิฬจะไม่มีผู้เล่นเหลืออยู่ แต่ผู้เล่นในเขตพื้นที่รอบนอกเมืองวายุทมิฬต่างก็ได้รับภารกิจนี้ถ้วนหน้า

เพราะเขตการปกครองของเมืองหลักไม่ได้มีแค่ตัวเมือง แต่ยังครอบคลุมไปถึงพื้นที่ป่าและหมู่บ้านรอบนอก เปรียบเสมือนอำเภอเมืองในโลกจริง ที่ไม่ได้มีแค่ตัวเมือง แต่รวมถึงชานเมืองและชนบทโดยรอบด้วย

และการปรากฏของภารกิจค่าหัวรอบใหม่นี้ ก็ทำให้หลายคนรู้สึกทะแม่งๆ

"ภารกิจค่าหัว: สังหารเซวี่ยตี้"

"เงื่อนไขภารกิจ: สังหารเซวี่ยตี้ 2 ครั้ง"

"บทลงโทษ: ไม่มี"

"รางวัลภารกิจ: ทุกการสังหาร 1 ครั้ง จะได้รับแต้มสถานะอิสระ 50 แต้ม และเซตอุปกรณ์ระดับเหล็กดำเลเวล 25 จำนวน 1 เซต"

เทียบกับรอบที่แล้ว จำนวนครั้งที่ต้องฆ่าน้อยลง แต้มสถานะลดลง แต่ของรางวัลที่เป็นอุปกรณ์กลับดีขึ้น

เซตอุปกรณ์เหล็กดำเลเวล 25 ต่อให้เป็นผู้เล่นระดับท็อปในตอนนี้ ก็ยังเป็นที่ต้องการ

เพียงแต่... แม้จะเห็นรางวัลล่อตาล่อใจ แต่คนที่คิดจะลงมือจริงๆ กลับมีน้อยมาก ก็พลังรบของหลินเทียนฮ่าวเล่นโชว์หราซะขนาดนั้น

หนึ่งคนท้าชนหนึ่งเมือง

ผู้เล่นเหล่านี้ยังพอมีสติรู้จักรเจียมกะลาหัวอยู่บ้าง

กิลด์ทรราชเดียวดาย

ตู๋ป้าเทียนเซี่ยมองดูภารกิจค่าหัว แล้วกวาดสายตามองชายหญิงคู่หนึ่งข้างกาย

"พวกนายคิดว่า... เรามีโอกาสฆ่าเซวี่ยตี้มากน้อยแค่ไหน?"

จบบทที่ บทที่ 115 เกมชิงไหวชิงพริบ!

คัดลอกลิงก์แล้ว