เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 96 ริเริ่มโจมตี

ตอนที่ 96 ริเริ่มโจมตี

ตอนที่ 96 ริเริ่มโจมตี


ตอนที่ 96 ริเริ่มโจมตี

เซี่ยหนิงฉางไม่กล้าคิดลึกซึ้งเกี่ยวกับเรื่องที่น่าอับอาย นางหันหน้าไปรอบๆและกล่าวถาม : เจ้าหาที่หลบซ่อนนี้ได้อย่างไร ?

สถานที่แห่งนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นสถานที่หลบซ่อนที่มิดชิดที่สุด มันเป็นสถานที่หลบซ่อนอย่างดีเยี่ยม ในยามค่ำคืน ศิษย์น้องคนนี้หามันเจอได้อย่างไร ?

หยางไค่กล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม : ก่อนที่ศิษย์จะทิ้งให้ข้าอยู่ตามลำพัง ข้าได้เดินสังเกตุไปทั่วบริเวณที่ใกล้เคียงและบังเอิญพบกับสถานที่แห่งนี้ และไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นสถานที่ช่วยชีวิตข้าและศิษย์พี่เอาไว้

เป็นความโชคดียิ่งนัก หยางไค่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ศิษย์พี่พักผ่อนก่อเถิด รอให้ลมวายุสงบลง ข้าจะหาทางออกและพาท่านออกไปจากสถานที่แห่งนี้

ใบหน้าของเซี่ยหนิงฉางแสดงออกด้วยความืดมน นางส่ายหัวและกล่าวอย่างช้าๆ : ไม่สามารถออกจากที่นี้ได้

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับทักษะและความพยายามของพวกเรา ทำไมจะไม่สามารถออกไปได้ ? หยางไค่หัวเราะเบาๆ

เพราะข้าเปิดผนึกโซ่ตรวนทั้ง 8 เส้นของผลึกน้ำแข็งนพเก้า ตอนนี้หุบเขากำลังถูกปิดผนึกจากค่ายกล ก่อนจะถึงวันพรุ่งนี้ ไม่มีใครที่จะสามารถหนีออกไปจากที่นี้ได้

หยางไค่ตกตะบึง : ศิษย์พี่ทิ้งข้าไว้ลำพังเพื่อสร้างค่ายกลนี้ ?

เซี่ยหนิงฉางพยักหน้าเบาๆ : เดิมทีข้าใช้มันเพื่อปิดผนึกผลึกน้ำแข็งนพเก้า แต่ข้าต้องเปิดใช้มันก่อนโดยไม่มีทางเลือก

โซ่ตรวจที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเป็นอำนาจพลังของค่ายกล ? หยางไค่กล่าวถึงฉากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่

ใช่

พวกเขาจะถูกฆ่าหรือเปล่า? ดวงตาของหยางไค่ประกายด้วยความตื่นเต้น หากว่ายอดฝีมือเหล่านั้นตาย พวกเขาทั้งสองจะสามารถหนีรอดออกไปได้อย่างแน่นอน

เซี่ยหนิงฉางส่ายหัว : ไม่สามารถ ค่ายกลนี้ไม่ได้สร้างไว้เพื่อฆ่า กลุ่มคนเหล่านั้นไม่ใช่ผู้ที่อ่อนแอ มันไม่สามารถฆ่าพวกเขาให้ตาย มากที่สุดก็ทำได้เพียงทำลายความแข็งแกร่งของพวกเขา 1 ถึง 2 ขั้นเท่านั้น

มันก็ไม่เลว หยางไค่แอบเสียดายอยู่ในใจ

แต่ว่า............แม้ไม่สามารถฆ่าพวกเขาให้ตาย แต่เมื่อพวกเขาโซ่ตรวจที่พันธนาการพวกเขามลายหายไปในร่างกายของพวกเขา พลังความแข็งแกรงของพวกเขาจะถูกปิดผนึกไปกว่าครึ่ง ก่อนวันพรุ่งนี้พวกเขาไม่สามารถฟื้นฟูพลังความแข็งแกร่งให้กลับมาเหมือนเดิม ต้องดูว่าข้าจะสามารถฟื้นฟูพลังความแข็งแกร่งก่อนวันพรุ่งนี้หรือเปล่า จากนั้นพวกเราจะหนีออกไปจากที่นี้ด้วยกัน

ว่าการเพาะปลูกของพวกเขาถูกปิดผนึกเท่าใดของอำนาจของพวกเขาถูกปิดผนึก?"

ทันใดนั้นหยางไค่ใช้สายตาตาที่ก้าวร้าวจ้องมองไปที่เซี่ยหนิงฉาง เขากล่าวด้วยสุ้มเสียงที่สั่นสะท้าน : ท่านบอกว่า พลังความแข็งแกร่งของพวกเขาถูกปิดผนึก ? มันปิดผนึกมากน้อยเพียงใด ?

เซี่ยหนิงฉางครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะกล่าวตอบ : 6 -7 ส่วน แต่ยอดฝีมือที่อยู่ในเขตแดนลมปราณแท้จริงถูกปิดผนึกประมาณ 8 ส่วน

นั้นหมายถึง พวกเขาไม่สามารถแสดงพลังความแข็งแกร่งที่แท้จริง ? หยางไค่แสดงออกด้วยความตื่นเต้นและต้องการที่จะทดสอบความสามารถของตนเอง

เซี่ยหนิงฉางจ้องมองเขาอย่างกังวล : เจ้าคิดจะทำอะไร ?แม้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะถูกปิดผนึก แต่เจ้าไม่สามารถต่อกรกับพวกเขาได้ ศิษย์น้องเจ้าอย่างดันทุรังทอะไรผลีผลามเป็นอันขาด

เซี่ยหนิงฉางรับรู้ความคิดของหยางไค่

หยางไค่หัวเราะเบาๆ ดวงตาประกายด้วยความกระหาย : ไม่ทดสอบแล้วจะรู้ได้อย่างไร ? เจ้าลืมไปหรือไง สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่รวมตัวของผลึกน้ำแข็งนพเก้า ตอนนี้พวกเขาถูกปิดผนึกพลังความแข็งแกร่ง ยังต้องต่อต้านพลังหยินที่หนาวเย็น เมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาอาจจะอ่อนแอกว่าท่านเสียอีก

แต่พวกเขามีกลุ่มคนจำนวนมาก !! เซี่ยหนิงฉางจับแขนของหยางไค่ ก่อนจะสายหัวไปมาและกล่าวอย่างแผ่วเบา : อย่ารีบร้อน !

หยางไค่ค่อยๆตบมือของนางอย่างนุ่มนวล : วางใจ ข้ารู้จักแยกแยะ หากพวกเราหลบซ่อนตัวอยู่ตรงนี้ตลอดไป ไม่ช้าหรือเร็วพวกเราอาจจะถูกค้นพบจากพวกเขา เราจะกลายเป็นเหยื่อที่นอนคอยความตาย หากว่าพวกเราเริ่มต้นโจมตีพวกเขา อาจจะมีความหวังในการหนีรอดออกไปได้อย่างปลอดภัย

ไม่ได้ เซี่ยหนิงฉางส่ายหัวของนางไปมาอย่างรวดเร็ว : ข้าเป็นศิษย์พี่ เจ้าต้องเชื่อฟังข้า หากเจ้าออกไปในตอนนี้ ไม่เพียงเจ้าจะไม่สามารถต่อต้ารพวกเขา พลังหยินที่อยู่ในหุบเขาแห่งนี้อาจจะทำลายพลังลมปราณของเจ้าทั้งหมด

ศิษย์พี่ตัวน้อย หากเจ้าต้องการมีชีวิตรอด เจ้าอย่าขัดขวางข้า เจ้าดูใบหน้าของคนที่ชื่อหล่งฮุยศิ ท่านน่าจะรู้ดีหากเราตกไปอยู่ในเงื้อมมือของเขาชะตากรรมของพวกเราจะเป็นเช่นไร ?

ร่างกายของเซี่ยหนิงฉางสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

ข้าจะทำเช่นนี้ ท่านอย่างขัดขวางข้า หยางไค่จับมือของเซี่ยหนิงฉางออกจากแขนของเขา

หากเจ้ายืนกรานที่จะออกไป เจ้าจงสวมใส่สิ่งของชิ้นนี้ !! เซี่ยหนิงฉางไม่สามารถหยุดยั้งเขาได้ หากหยางไค่ต้องการที่จะออกไป จากสภาพของเขาในตอนนี้ มิอาจที่จะหยุดยั้นเขาได้ เซี่ยหนิงฉางทำได้เพียงยื่นหยกสีเขียวมรกตให้แก่หยางไค่

ท่านต้องใช้สิ่งนี้มากกว่าข้า หยางไค่ปฏิเสธที่จะรับ : ไม่ต้องเป็นห่วง แม้ว่าข้าจะอยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่มขั้นที่ 4 แต่ข้ามีวิธีฟื้นฟูพลังลมปราณของข้า พลังหยินที่อยู่ในหุบเขาแห่งนี้จะไม่สงผลกระทบต่อข้า แต่ในตรงกันข้าม หากมีใครบางคนค้นหาสถานที่หลบซ่อนแห่งนี้ ท่านจะสามารถต่อต้านพวกเขาได้หรือเปล่า ?

พลังลมปราณของข้าได้รับการฟื้นฟู สามารถที่จะเปิดใช้งานสมบัติแห่งการป้องกัน กลุ่มคนเหล่านี้มีพลังความแข็งแกร่งอยู่ในระดับต่ำ พวกเขาไม่เป็นแรงกดดันต่อข้าแม้แต่น้อย เซี่ยหนิงฉางพยักหน้า

ไม่มีสิ่งที่ต้องกังวลอีกต่อไป " หยางไค่ค่อยลุกๆขึ้น จากนั้นจึงเดินออกไปด้านนอก

หลังจากที่ยับยั้งตนเองเป็นเวลานาน ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาจะสามารถทดสอบตัวเอง ดังนั้นใบหน้าของหยางไค่จึงแสดงออกอย่างดุร้ายและโหดเหี้ยม

หลังจากที่เดินออกไปไม่กี่ก้าว หยางไค่หยุดลงอย่างกะทันหัน และกล่าวกระซิบด้วยเสียงที่แผ่วเบา : ศิษย์พี่ตัวน้อย หากวันพรุ่งนี้ ข้ายังไม่กลับมา ท่านรีบหนีออกไปเพียงคนเดียวโดยเร็วที่สุด !

หัวใจของเซี่ยหนิงจากสั่นระรัว ความเจ็บที่ไม่สามารถอธิบายได้แผ่กระจายไปทั่วหัวใจของนาง

หยางไค่หันหน้าและกล่าวด้วยรอยยิ้ม : หากข้าสามารถกลับมา ท่านสัญญากับข้าสักเรื่องได้หรือไม่ ?

เรื่องอะไร ? เซี่ยหนิงฉางอดทนต่อความเจ็บปวดและกล่าวถามด้วยสุ้มเสียงที่สั่นไหว

รอให้ข้ากลับมา แล้วข้าจะบอกท่านเอง หยางไค่หัวเราะเบาๆ จากนั้นจึงเดินออกจากถ้ำ เขาเดินออกมาข้างหน้าจากนั้นจึงปิดบังทางเข้าของถ้ำ หลังจากที่ตรวจสอบว่ามองไม่เห็นทางเข้าของถ้ำ หยางไค่จึงเดินหายตัวไปในความมืดทันที

เขาทิ้งเซี่ยหนิงฉางไว้ในถ้ำที่เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวเพียงคนเดียว

ยังเหลือเวลาอีกประมาณ 3-4 ชั่วยามกว่ารุ่งอรุณของวันใหม่จะมาเยือน ในขณะที่ศัตรูมีจำนวนหลาย 10 คน !! มันต้องเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากอย่างแน่นอน

ในป่าที่มืดมิด มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว จากเสียงฝีเท้าที่แว่วมามันเป็นการเคลือนไหวของคน 2 คน หยางไค่หลบซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้อย่างสงบเพื่อรอการมาเยือนของพวกเขา

เขาไม่ทราบว่ากลุ่มคนทั้ง 2 ที่กำลังเคลื่อนไหวเข้ามามีความแข็งแกร่งมากน้อยเพียงใด และไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามอยู่ในเขตแดนระดับใด เขาจึงทำได้เพียงตรวจสอบให้ชัดเจนแล้วจึงวางแผนโจมตีต่อไป

หากทั้ง 2 คนที่กำลังเคลื่อนเข้ามามีความแข็งแกร่งในระดับสูง หยางไค่ต้องหลบเลี่ยงการปะทะกับพวกเขา แต่ไปปะทะกับผู้ที่มีความแข็งแกร่งที่อยู่ในระดับต่ำซะก่อน

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มีเสียงการสนทนาดังแว่วเข้ามา : ศิษย์พี่ซ้ง พวกเขาจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ทำไมค้นหาพวกเขาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานยังไม่พอบร่องรอยของพวกเขา

อีกคนกล่าวตอบ : ศิษย์น้องอย่ารีบร้อน ศิษย์พี่นู่วและพวกเศษสวะจากนิกายโลหิตก็กำลังค้นหาตัวพวกเขา หยางไค่ไม่สามารถหลบซ่อนได้นาน พวกเราทำเป็นค้นหาก็เพียงพอแล้ว ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะจับกุมตัวหยางไค่และหญิงสาวคนนั้นได้แล้ว

ศิษย์น้องคนหน้าพยักหน้าและกล่าว : สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง แต่น่าเสียดายหญิงสาวคนนั้น ดูเหมือนว่านางค่อนข้างจะงดงาม หากตกอยู่ในเงื้อมมือของหล่งฮุย ไม่รู้ว่านางจะโดนกระทำอย่างเหยียดหยามเช่นไรบ้าง ?

ศิษย์พี่ซ้งหัวเราะอย่างเยือกเย็น : หล่งฮุยเป็นคนที่หลงใหลในกามราคะ มันกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าเขาไม่มีวันที่จะประสบความสำเร็จ ในอนาคตเมื่อพวกเราเติบโตและแข็งแกร่ง พวกเราจะทวงคืนความอัปยศในครั้งนี้เอง

ในขณะที่กำลังกล่าวสนทนา ทันใดนั้นระยะทางที่ห่างกันประมาณ 10 จ้างได้ปรากฏเงาร่างของกลุ่ม ศิษย์ทั้ง 2 แห่งหอวายุพิรุณจึงกล่าวตะโกนอย่างดุดัน : ใครอยู่ที่นั่น ?

เสียงหัวเราะอย่างเย็นชาดังมาจากด้านหน้า : พวกเจ้ากำลังตามหาตัวข้าไม่ใช่หรือไง ?

หยางไค่ !! ศิษย์พี่ซ้งรู้สึกดีใจอย่างยิ่ง เขาไม่คิดว่าเขาจะพบเจอหยางไค่ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาโชคดีอย่างยิ่งที่ไม่ต้องเสียเวลาในการค้นหาหยางไค่อีกต่อไป

ศิษย์พี่ซ้งรู้สึกตื่นเต้น หยางไค่ก็รู้สึกมีความสุขเช่นเดียวกัน

คำสนทนาของพวกเขาเมื่อสักครู่ทำให้หยางไค่ทราบสถานะของพวกเขาทั้ง 2 อย่างชัดเจน หอวายุพิรุณมีจำนวนคนทั้งหมด 5 คน นอกจากนู่วหล่างที่อยู่ในเขตแดนก่อกำเนิดลมปราณขั้นที่ 1 คนอื่นๆ ล้วนอยู่ในเขตแดนก่อกำเนิดลมปราณ

ผู้ฝึกยุทธุ์ที่อยู่ในเขตแดนระดับนี้ หยางไค่ได้กลัวแม้แต่น้อย

จบบทที่ ตอนที่ 96 ริเริ่มโจมตี

คัดลอกลิงก์แล้ว