เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 94 ผนึก

ตอนที่ 94 ผนึก

ตอนที่ 94 ผนึก


ตอนที่ 94 ผนึก

จากการเคลื่อนไหวของเซี่ยหนิงฉาง พลังหยินที่อยู่ในหุบเขาทั้งหมดต่างมีปฏิกิริยาตอบสนอง เมื่อมองลงไปที่หุบเขาด้านล่างจะดูเหมือนหม้อที่เต็มไปด้วยน้ำเดือด เสมือนว่าพลังหยินนั้นมีชีวิตและกำลังเคลื่อนไหวพลิกไปมาภายในหุบเขาอย่างไม่หยุด ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกตื่นตะลึงและหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด

แย่แล้ว !! เหวินเฟยเฉินตะโกน แม้ว่าเขาไม่ทราบว่าเซี่ยหนิงฉางกำลังทำอะไร แต่ในฐานะที่เป็นยอดฝีมือในเขตแดนลมปราณแท้จริงขั้นที่ 5 เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่สงผลดีต่อพวกเขา

หญิงสาวคนนี้ต้องสร้างค่ายกลในหุบเขาแห่งนี้อย่างแน่นอน และตอนนี้นางกำลังเคลื่อนไหวค่ายกลที่ลึกลับของนาง

หานางสามารถเปิดใช้งานค่ายกลที่เขาไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด สถานการณ์ในตอนนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

โจมตีให้เร็วยิ่งขึ้น !! ทำลายม่านแสงป้องกันนี้ให้ได้ !! เหวินเฟยเฉินตะโกนด้วยความโกรธ ก่อนที่เซี่ยหนิงฉางจะประสบความสำเร็จในการเปิดใช้งานค่ายกลลึกลับเขาต้องจับกุมตัวนางให้ได้ก่อน มิฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้มิอาจที่จะคาดเดา

พวกเจ้าเข้ามาให้หมด ไม่เช่นนั้นฆ่าจะฆ่าพวกเจ้าในตอนนี้ เหวินเฟยเฉินตะโกนเรียกศิษย์แห่งหอวายุพิรุณที่ยืนอยู่ข้างๆ

นู่วหล่างและคนอื่นๆจะกล้าขัดขืนได้อย่างไร เดิมทีการต่อสูที่หนักหน่วงเช่นนี้ไม่จำเป็นที่พวกเขาจะเข้าร่วม พวกเขาต่างทราบอย่างชัดเจน พวกเขาจึงยืนอยู่ข้างๆและจ้องมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เมื่อมีคำสั่งของเหวินเฟยเฉิน พวกเขาต้องเข้าร่วมการต่อสู้โดยที่มิอาจจะขัดขืนได้

แม้ว่าศิษย์แห่งนิกายโลหิตจะมีการพลังการโจมตีที่อ่อนแอ แต่หากพลังเหล่านี้รวมตัวกันมันอาจจะสามารถทำลายม่านแสงแห่งเกราะป้องกันนี้ได้

พวกเขาทั้งหมด 12 คนล้วนมีพลังการโจมตีที่อ่อนแอ แต่พวกเขายังคงโจมตีม่านแสงแห่งเกราะป้องกันโดยไม่คิดชีวิต

แม้ว่าม่านแสงจะประกายเป็นระลอกคลื่นหลายรอบ ดูเหมือนว่ามันกำลังสั่นไหว แต่มันยังคงสามารถยืดหยัดได้อย่างมั่นคง

ภายในม่านแสงแห่งเกราะป้องกัน หัวใจของหยางไค่สั่นระรัว เขาต้องการช่วยเหลือเซี่ยหนิงฉาง แต่พลังความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในระดับต่ำ มันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวข้องได้ เขาจึงทำได้เพียงปกป้องเซี่ยหนิงฉางอยู่ข้างๆเขา เมื่อเวลาผ่านไปหากม่านแสงถูกทำลาย ยังน้อยเขาจะสามารถปกป้องนางไว้ได้

การเคลื่อนไหวด้วยมือของเซี่ยหนิงฉางรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ สองมือของนางเริงระบำจนกลายเป็นเงาลวงตา เสียงแห่งลมพายุที่อยู่ในหุบเขาเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันคล้ายคลึงกับเสียงร่ำไห้โหยหวนของเหล่าภูตผี ทำให้หัวใจคนฟังรู้สึกสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง

ใบหน้าของเหวินเฟยเฉินแสดงออกอย่างเคร่งขรึมและภายใต้การแสดงออกของเขายังปรากฏร่องรอยแห่งความโลภ เขาพบว่าเขาประเมินระดับของสมบัติวิเศษนี้ต่ำเกินไป มันต้องเป็นสมบัติวิเศษระดับฟ้าสวรรค์ขั้นสูง มิฉะนั้นมันจะไม่สามรถยืนหยัดได้เป็นเวลานานโดยที่ไม่พังทลายลงมา

สมบัติวิเศษระดับฟ้าสวรรค์ขั้นสูง สามารถสกัดกั้นการโจมตีจากยอดฝีมือที่อยู่ในเขตแดนเทพสวรรค์ เมื่อครอบครองสมบัติวิเศษชิ้นนี้ จะเสมือนได้รับชีวิตเพิ่มอีก 1 ชีวิต

ระยะเวลากว่า 1 ก้านธูป ในที่สุดม่านแสงได้ปรากฏรอยแตกเล็กๆขึ้น

เมื่อรอยแตกปรากฏ ใบหน้าของเซี่ยหนิงฉางแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดในทันที! ในการใช้สมบัติวิเศษแห่งการป้องกัน นางได้สูญเสียพลังลมปราณเป็นจำนวนมาก และตอนนี้นางต้องเปิดใช้งานค่ายกลที่นางเตรียมไว้ พลังลมปราณที่อยู่ในร่างกายจึงเปรียบเสมือนแม่น้ำที่ไหลทะลักออกไปอย่างบ้าคลั่ง

เมื่อมองเห็นความหวังในครั้งนี้ เหวินเฟยเฉินไม่หยุดที่จะโจมตี เขาเพิ่มรังสีแห่งเจตนาการฆ่าในการโจมตีเพื่อให้มันหนักหน่วงและรุนแรงยิ่งขึ้น เขาระเบิดพลังลมปราณที่อยู่ในร่างกายอย่างรุนแรง เขาค่อยๆพุ่ง เขาค่อยๆพุ่งฝ่ามือและก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

ฝ่ามือของเขาพุ่งโจมตีไปยังม่านแสง ทำให้ม่านแสดงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ร่างกายของเซี่ยหนิงฉางสั่นไหวอย่างรุนแรง ใบหน้าขาวซีดยิ่งกว่าเดิม

คากฉ่าฉ่า.........ในที่สุดม่านแสงได้ปรากฏรอยแตกเสมือนใยแมงมุมที่กระจายไปทั่วม่านแสง

ฮ่าฮ่าฮ่า !! เหวินเฟยเฉินหัวเราะอย่างเสียงดัง เขาเชื่อมั่นว่า ตราบที่เขาปลดปล่อยพลังที่หนักหน่วงและรุนแรงในการโจมตีครั้งสุดท้าย ม่านแสงแห่งเกราะป้องกันต้องพังทะลายอย่างแน่นอน

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะปลอปล่อยการโจมตีครั้งสุดท้าย ทันใดนั้นความเคลื่อนไหวภายในหุบเขาได้สงบลง เสียงโหยหวนที่เสมือนเสียงร่ำไห้ของภูติมลายหายไปอย่างกะทันหัน

ดวงตาที่ประกายด้วยความบริสุทธุ์และความสว่างสุกใสเสมือนดวงดาวกระพริบไปมาอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นปากสีชมพูที่อิ่มเอิบตะโกนด้วยเสียงที่ดังสนั่น : ผนึก !

ในเวลานี้ การเตรียมการของเซี่ยหนิงฉางได้เสร็จสิ้น !

ฮวาลาลา.............บนท้องฟ้า ทันใดนั้นได้มีเสียงแห่งโซ่ตรวจที่กวัดแว่งไปมาอย่างกะทันหัน เฉกเช่นเสียงเพลงของดวงวิญญาณที่กำลังแว่วมาอย่างน่าขนลุก

ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างเงยหน้าขึ้นมอง พวกเขามองเห็นโซ่ตรวนสีดำที่หนาวและแข็งแกร่งซึ่งมีความยาวประมาณ 10 จ้าง กำลังลอยล่องอยู่บนท้องฟ้า โซ่ตรวจเหล่านี้ก่อกำเนิดขึ้นจากพลังหยินที่หนาแน่นและเข้มข้น มันกำลังปลดปล่อยและแพร่กระจายความเยือกเย็นที่หนาวเหน็บไปทั่วทุกอณู

โซ่วตรวนเหล่านี้ลอยรอบศีรษะของศิษย์แห่งนิกายโลหิตและหอวายุพิรุณ หลังจากนั้น โซ่ตรวจเหล่านี้เสมือนว่ามีจิตวิญญาณ มันกำลังพุ่งลงไปหาพวกเขาในทันที

ใบหน้าของเหวินเฟยเฉินเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เขารู้ตัวอย่างชัดเจนว่าเขาช้าไป 1 ก้าว ทันใดนั้นเขาจึงรีบพุ่งฝ่ามือปะทะกับโซ่ตรวนนั้นทันที

ในเวลาเดียว ร่างกายของนางประกาย นางเปิดใช้พลังงานแห่งสมบัติฟ้าสวรรค์ระดับฟ้าสวรรค์อีกครั้ง

พลังของฝ่ามือพุ่งตรงไปหาเซี่ยหนิงฉางทันที มันพุ่งโจมตีไปที่เซี่ยหนิงฉางโดยไม่มีสิ่งใดจะสามารถขัดขวางพลังนี้ได้

ในช่วงเวลาสำคัญ หยางไค่ที่สังเกตการณ์อยู่ข้างเซี่ยหนิงฉางมองเห็นโอกาสในการลงมือ ในขณะพลังการโจมตีจากฝ่ามือกำลังจะถึงตัวนาง หยางไค่รีบดึงมือของนางออกมาจากตำแหน่งเดิม แต่นางยังคงถูกพลังโจมตีนั้นไล่ล่า ร่างกายของนางสั่นสะท้าน ใบหน้าซีดขาดยิ่งกว่าเดิมเหล่าเท่า แต่ทันใดนั้นหยางไค่โอบเอวของนางและอุ้มนางไว้ในอ้อมอก ก่อนจะวิ่งหนีไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับไปมองแม้แต่น้อย

ศัตรูมีจำนวนมากเกินไป ความแข็งแกร่งยังอยู่ในระดับสูง เขาไม่โง่เขลาถึงขั้นที่จะเผชิญหน้ากับพวกเขา

ในขณะที่หยางไค่กำลังพาเซี่ยหนิงฉางหลบหนี ในที่สุดโซ่ตรวจแห่งพลังหยินได้พันธนาการยอดฝีมือแห่งนิกายโลหิตจนสำเร็จ

โซ่ตรวจมีทั้งหมด 8 เส้น เซี่ยหนิงฉางให้ความสำคัญกับเหวินเฟยเฉินมากกว่าใคร เขาเพียงคนเดียวถูกโซ่ตรวจจำนวน 3 เส้นพันธนาการเอาไว้ โซ่ตรวนที่เหลืออีก 5 เส้นต่างพันธนาการยอดฝีมือของนิกายโลหิตที่อยู่ในเขตแดนผสานลมปราณและก่อกำเนิดลมปราณ

ผู้ที่ถูกพันธนาการจากโซ่ตรวนต่างแสดงออกด้วยความหวากลัว พวกเขาคิดว่าชีวิตของพวกเขากำลังจะจบลง และไม่คาดคิดว่าโซ่ตรวนเหล่านี้ได้มลายหายเข้าไปในร่างกายของพวกเขาหลังจากที่พวกเขาถูกพันธนาการ โซ่ตรวจทั้ง 8 เส้นต่างมลายหายไปในทันที

ทันใดนั้นเหวินเฟยเฉินรู้สึกว่าพลังลมปราณแท้จริงที่อยู่ในร่างกายของเขาทั้งหมดถูกระงับและกดทับโดยพลังที่ไร้ซึ่งรูปร่าง เขาทรมาณจนต้องตะโกนคำรามออกมา เมื่อเขาอ้าปากคำรามเขาได้กระอักเลือดสีแดงสดออกมาด้วย

ยอดฝีมือที่อยู่ในเขตแดนผสานลมปราณและอีก 1 คนที่อยู่ในเขตแดนก่อกำเนิดลมปราณขั้นสูงสุดต่างอยู่ในสภาวะที่ไม่ต่างกัน ใบหน้าของพวกเขาซีดาว และกำลังกระอักเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่ยังเหลือศิษย์แห่งนิกายโลหิตที่อยู่ในเขตแดนก่อกำเนิดลมปราณระดับต่ำ ทันใดนั้นเขาหยุดหายใจอย่างเฉียบพลัน เขาล้มลงกับพื้นและตายในทันที !!

เกิดอะไรขึ้น ? หล่งฮุยตะโกนออกมาด้วยความเกรี้ยวโกรธ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาทุกอย่างที่เกิดขึ้นกำลังเป็นไปอย่างราบรื่น พวกเขากำลังจะทำลายสมบัติวิเศษระดับฟ้าสวรรค์ของฝ่ายตรงข้าม ในใจของเขาครุ่นคิดวิธีการสร้างความอัปยศให้แก่เซี่ยหนิงฉางจนเสร็จสิ้น แต่เพียงพริบตา คนของฝ่ายเขากลับตายไป 1 คน ได้รับบาดเจ็บ 5 คน แม้แต่ใบหน้าของเหวินเฟยเฉินยังแสดงถึงความทุกข์ทรมาณ

มันจะไม่ทำให้หล่งฮุยเกรี้ยวโกรธได้อย่างไร ? เพราะเหยื่อที่ใกล้จะตายกำลังหลบหนีออกไปต่อหน้าต่อตาของเขา !!

นายน้อยหล่งโปรดระงับความโกรธ เหวินเฟยเฉินขบฟันต่อความความเจ็บปวด เขากำลังเคลื่อนไหวลมปราณเพื่อกำจัดและไข่ลับความหนาวเหน็บที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในร่ากาย ก่อนจะกล่าวอธิบายด้วยเสียงที่แผ่วเบา : หญิงสาวคนนั้นได้จัดเตรียมค่ายกลบางอย่างที่ลึกลับไว้ตั้งแต่ทีแรก นางหยิบยืมพลังจากค่ายกลเพื่อปะทะกับพวกเรา รอข้าอีกสักประเดี่ยว ข้าต้องจับนางได้อย่างแน่นอน !

เจ้าขยะไร้ค่า พวกเจ้ามันเป็นเพียงขยะที่โง่เขลา !! หล่งฮุยระเบิดความเกรี้ยวโกรธที่เสมือนสายฟ้าฟาด เขาตะโกนด่าอย่างเสียงดัง : กลุ่มคนจำนวนมากต่อสู้กับพวกมันเพียงแค่ 2 คน แต่กลับพ่ายแพ้อย่างน่าอับอาย !

ใบหน้าของเหวินเฟยเฉินประกายด้วยความรู้สึกโกรธ แต่เขาระงับความโกรธของตนเองเอาวไ ก่อนจะเปิดปากกล่าวอีกครั้ง : แม้ว่าพวกเราจะสูญเสียเป็นอย่างมาก แต่หญิงสาวคนนั้นมิได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ร่างกายของเขาไม่มีพลังลมปราณเหลืออยู่แม้เพียงน้อยนิด หากตอนนี้สามารถไล่ตามพวกเขาได้ พวกเขาจะกลายเป็นผู้ที่พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง !!

หล่งฮุยกล่าวอย่างควบคุมไม่ได้ : แล้วยังรออะไรอีก รีบไล่ตามไปซิ !!

สายตาของเหวินเฟยเฉินมองไปที่ศิษย์แห่งหอวายุพิรุณก่อนจะกล่าวออกคำสั่งด้วยใบหน้าที่ดุดัน : ข้าจะให้โอกาสในการมีชีวิตรอดแก่พวกเจ้า 1 ครั้ง หากสามารถจับเป็นหญิงสาวคนนั้น ข้าเหวินเฟยเฉินสัญญาว่าจะพาพวกเจ้าออกไปจากที่นี้อย่างปลอดภัย !!

โซ่ตรวนของเซี่ยหนิงฉางต่างเผชิญหน้ากับยอดฝีมือแห่งนิกายโลหิต ดังนั้นกลุ่มคนแห่งหอวายุพิรุณจึงไมได้รับบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว พวกเขาเดินทางเข้ามาในหุบเขาจำนวน 5 คน และยังมีชีวิตเหมือนเดิม 5 คน สถานการณ์ของพวกเขาดีกว่านิกายโลหิตอย่างมาก

จบบทที่ ตอนที่ 94 ผนึก

คัดลอกลิงก์แล้ว