เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 82 เจ้าคือคนในค่ำคืนนั้น

ตอนที่ 82 เจ้าคือคนในค่ำคืนนั้น

ตอนที่ 82 เจ้าคือคนในค่ำคืนนั้น


“ใครกันแน่ที่สกปรก เอาแต่จ้องมองก้นและเรียวขาของหญิงสาวตลอดทั้งวัน” หยางไค่เถียงกลับโดยไม่มีการผ่อนปรนแม้แต่น้อย

“เจ้าพูดเรื่องนี้อีกแล้ว” เม้งวูหยากวาดสายตามองไปทุกทิศทาง และไม่รู้ว่าเขากลัวว่าใครจะได้ยิน เขารีบยกมือห้าม : “นายน้อยหยาง นายน้อยหยาง เราจะไม่กล่าวถึงเรื่องนี้ ข้ามองเพื่อดูว่าพวกนางมีการเติบโตเช่นไร ข้าไม่คิดจะทำอะไรพวกนางแม้แต่น้อย”

เมื่อเห็นว่าเขายอมแพ้ หยางไค่ไม่ติดตามและหาเรื่องต่อไป เขาจึงกล่าวตอบอย่างเคร่งขรึม : “สิ่งที่ท่านต้องการให้ข้าช่วย เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ ?”

 

“ถูกต้อง !!” เมื่อกล่าวเรื่องราวที่เป็นทางการ เม้งวูหยาแสดงออกอย่างเข้มงวดอีกครั้ง : “ดังนั้นหยางไค่น้อย เจ้าต้องตอบข้าด้วยความจริง เจ้าเคยทำอะไรกับหญิงสาว........อื่ม มันเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง”

ใบหน้าของหยางไค่แสดงออกด้วยความอาย เขาสูดหายใจเข้าหลายๆรอบและกล่าวตอบ : “ไม่เคย !!”

“ดี !!” หัวใจทีหนักอึ้งของเม้งวูหยาผ่อนคลายในที่สุด : “ดีมาก !! เจ้าเป็นเด็กดีที่สุด !!”

ในวัยนี้ ชายหนุ่มจำนวนมากที่มีอายุ 14-15 ปีจะเคยมีความสัมพันธุ์ระหว่างหญิงสาว หากเป็นครอบครัวที่ยากจนพวกเขาจะแต่งงานกันอย่างรวดเร็ว เพื่อให้พวกเขาอยู่ด้วยกันในระยะยาว หากเป็นเด็กในครอบครัวที่ร่ำรวยยิ่งไม่ต้องกล่าวถาม พวกเขาที่อายุอายุนามไม่เท่าไหร่ก็เข้าร่วมห้องกับสาวใช้ในจวนไปแล้ว

มีเพียงผู้ฝึกยุทธุ์ ที่สนใจต่อการฝึกยุทธุ์ จึงไม่สนใจเรื่องพวกนั้น ดังนั้นจึงเป็นระยะเวลานานกว่าที่พวกเขาจะสูญเสียพรหมจรรย์ไป ผู้ฝึกบางยุทธุ์บางคนจะไม่สนใจเรื่องราวความรักหรือความสัมพันธุ์ระหว่างหนุ่มสาวเลย ในสายตาของผู้ฝึกยุทธุ์ที่ค้นขวายการฝึกยุทธุ์และความแข็งแกร่ง เรื่องราวความรักความใคร่เป็นเพียงความฝันที่มัวเมา เมื่อเวลาผ่านไปหลายร้อยปี พวกเขาจะกล่าวเป็นเศษขี้เถ้า ดังนั้นการเป็นจอมยุทธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดและอยู่ในจุดสูงสุดจึงเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการ เมือมีความแข็งแกร่งที่ยิ่งใหญ่ ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่เจอหญิงงามที่พวกเขาต้องการ

ศิษย์สาวกชายในหอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยว มีเด็กหนุ่มวัยแรกรุ่นอายุประมาณ 15-16 พวกเขาก็จะไปยังสถานเริงรมย์เพื่อตามหาความสุขที่พวกเขาต้องการ แม้ว่าเม้งวูหยาจะเชื่อว่าหยางไค่ไม่ไช่คนประเภทนั้น แต่สิ่งที่มองเห็นอาจไม่ใช่ความจริง เพราะฉะนั้นการไตร่ถามให้ชัดเจนเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

“หมายความว่า ข้าสามารถช่วยท่านได้ ?” หยางไค่จ้องมองไปที่เม้งวู่หยา

“หากว่าเจ้ายังช่วยไม่ได้ คนในใต้หล้าทั้งหมดก็มิอาจช่วยข้าได้ ด่านนี้เจ้าผ่าน !!” เม้งวูหยารู้สึกดีใจ เขาหัวเราะอย่างมีความสุข

 

“แล้วเมื่อสักครู่เจ้าบอกว่าต้องให้อีกคนหนึ่งพึงพอใจ ?” หยางไค่กล่าวถามด้วยความสงสัย

 

เสียงหัวเราะของเม้งวูหยางได้หยุดลง เขาแสดงออกอย่างแข็งกระด้างและกล่าว : “เจ้าต้องทำให้นางพึงพอใจ หากว่านางไม่พอใจ เรื่องนี้คงไม่สำเร็จ กล่าวโดยไม่ปิดบัง หลายเดือนที่ผ่านมาข้าก็ค้นพบใครบางคนที่ตรงตามเงื้อนไขของข้า แต่ว่านางไม่พึงพอใจ ดังนั้นเขาจึงต้องทิ้งเรื่องนี้ไป ช่างมัน ข้าจะพาเจ้าไปพบกับนาง สำเร็จก็ดี ไม่สำเร็จก็.........ไม่ได้สิ ต้องสำเร็จ !!”

 

หลังจากที่กล่าวมานาน เม้งวูหยาไม่รู้ว่จะกล่าวอย่างไรต่อไปอีก เขาจึงถอนหายใจเบาๆ และเดินนำหยางไค่ออกไปด้านนอก

 

หยางไค่กล่าวอย่างเร่งรีบ : “ก่อนอื่นต้องบอกไว้ก่อน ว่าข้ามาเพื่อช่วยเหลือท่าน เพื่อตอบแทนบุญคุของท่าน หากว่าคนคนนั้นให้ข้าทำอะไรที่มากเกินไป ข้าจะไม่ตกลงอย่างแน่นอน”

 

“ไอ่เด็กโง่ !!” ในขณะที่เหรัญญิกเม้งกำลังรู้สึกอึดอัดใจ เมื่อได้ยินคำกล่าวที่ไม่เต็มใจเช่นนี้ จึงทำให้เขารู้สึกโกรธ เขาคิดอยู่ในใจ ถ้าหากรู้ว่าเรื่องที่ต้องการให้เขาช่วยเป็นเรื่องอะไร เขาต้องกล่าวตอบโดยไม่ลังเล และคงจะแสดงท่าทีที่เชื่อฟังอยู่ตรงหน้าของตนเอง

 

ขณะที่เดินเม้งวูหยาง เขามองสังเกตบริเวณรอบๆ หยางไค่พบว่าพวกเขาทั้งสองกำลังเดินไปที่ทิศทางของคุกคุมขังมังกร

 

นอกจากนั้น ยังเป็นตำแหน่งที่เขาเข้ามาฝึกยุทธุ์เป็นประจำ

 

ไปที่นั่นทำไม ?ตอนที่เขากำลังฝึกยุทธุ์เขาไม่เห็นร่องรอยที่อยู่อาศัยของคนเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าคุกคุมขังมังกรเป็นสถานที่อันตราย ดังนั้นจึงไม่มีใครแวะเวียนเข้ามา

 

เมื่ออยู่ห่างจากสถานที่ฝึกยุทธุ์ของตนเองประมาณ 100 จ้าง เม้งวู่หยาหยุดเดินอย่างกะทันหัน ก่อนจะชี้ไปด้านหน้า : “ดูตรงนั้น”

 

หยางไค่เงยหน้ามองไป และต้องตกตะลึงกับสิ่งที่มองเห็น

 

สถานที่ตนเองฝึกฝนวิชายุทธุ์อยู่ประจำของตนเอง ในตอนนี้มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ที่นั่น นางยืนอยู่ตรงหน้าต้นสามสุริยันที่ตนเองปลูกเอาไว้ นางสวมใส่ชุดกระโปรงสีเขียวอ่อน และไม่รู้ว่านางกำลังครุ่นคิดสิ่งใด จนเข้าไปในความคิดที่ลึกซึ้งนั่น ร่างกายของนางไม่ขยับเขยื้อน จากลมที่พัดมาอย่างบ้าคลั่ง ดูเหมือนว่านางกำลังลอยตัวอยู่กลางสายลม

 

นางสวมใส่ผ้าคลุมหน้า ไม่ยอมให้ใครเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของนาง

 

บนหน้าผากของเธอ อัญมณีสีน้ำเงินประกายแพรวพราวอยู่บนหน้าผากด้วยความโดดเด่น เพื่อประกาศศักดิ์ดาว่านางเป็นหญิงสาวที่งดงามอย่างไร้ฐิติ

 

ร่างกายของนางดูอ่อนแอเปราะบางเหมือนจะไม่สามารถทนต่อลมที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง แต่มันกลับซ่อนความรู้สึกสง่างามที่มิอาจอธิบายออกมาได้

 

ดวงตาภายในทั้งสองประกายด้วยความไร้เดียงสาและบริสุทธุ์ ราวกับเด็กที่ยังไม่เติบโต

 

เมื่อมองเห็นนาง หยางไค่พลันหวนคิดถึงค่ำคืนนั้น ภายใต้แสงจันทร์ หญิงงามหลับไหลอยู่บนเตียงที่ทรุดโทรมของเขา

 

“เป็นนาง !!” สายตาของหยางไค่พลันเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างกะทันหัน

 

“เจ้ารู้จักนาง ?” เม้งวูหยารู้สึกตื่นตะลึง เพราะศิษย์รักของตนเองเคยกล่าวจากปากของนางว่าไม่เคยพูดคุยกับหยางไค่ แต่เมื่อมาถึงหยางไค่ กลับแสดงออกว่าพวกเขาทั้งสองรู้จักกัน ?

 

“ท่านต้องการให้ข้าช่วยนาง?” หยางไค่มองไปที่เม้งวูหยางและกล่าวถาม

 

“ใช่ !!” เม้งวู่หยาพยักหน้า

 

“ข้าจะช่วย !!” เหนือความคาดหมายของเหรัญญิกเม้ง หยางไค่กล่าวตอบโดยไม่ลังเล เพียงพริบตา ข้ากล่าวตอบตกลง ดูเหมือนว่าคำพูดที่โน้มน้าวใจ และคำกล่าวอ้อนวอนของเขา และคำพูดกดดันบังคับ คงไม่ได้ใช้มันทั้งหมด

 

ภายในหัวใจของเม้งวูหยาก่อเกิดความรู้สึกทิ่ไม่ดีโดยไม่มีเหตุผล เขารู้สึกเสียใจที่ขอความช่วยเหลือจากหยางไค่อย่างกะทันหัน

 

“ทำไมเจ้าถึงตอบตกลงอย่างมีความสุขเช่นนี้ ?” เม้งวูหยากล่าวถามด้วยความระมัดระวัง

 

“ท่านต้องการให้ข้าช่วยท่านไม่ใช่หรือไง ?” หยางไค่ขมวดคิ้ว มองไปที่เม้งวูหยาด้วยความไม่เข้าใจ ทำไมตาเฒ่าคนนี้ถึงปรับเปลี่ยนทัศนคติได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้

 

“มันไม่ผิดที่ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า แต่เจ้าตอบตอบตกลงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีความลังเล” เม้งวูหยางโบกมือไปม : “เจ้าต้องอธิบายให้ข้าเข้าใจ”

 

“แล้วท่านต้องการหรือไม่ต้องการความช่วยเหลือจากข้า ?” หยางไค่กล่าวถามด้วยความไม่แยแส

 

"ต้องการสิ แน่นอนว่าข้าต้องการ "

 

“แล้วท่านจะถามอะไรอีก ข้าตอบตกลงกเป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรือไง ?”

 

ใช่สิ เขาตอบตกลงย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่ทำไมตนเองกลับรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง ? เม้งวูหยาค่อนข้างซับสนกับเรื่องนี้

 

หยางไค่ค่อยๆก้าวเดินไปข้างหน้า

 

เสียงฝีเท้าทำให้เซี่ยหนิงฉางสะดุ้งจากห้วงความคิดที่ลึกซึ้ง เมื่อนางรู้สึกตัว หยางไค่เดินมาถึงด้านข้างของนางแล้ว

 

เซี่ยหนิงฉางตกใจอย่างกะทันหัน นางจ้องมองไปที่หยางไค่โดยไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไป

 

มีทางที่จะไม่ให้นางตื่นตระหนกเช่นนี้หรือไง นางพบเจอกับเขาในยามค่ำคืนถึง 2 ครั้ง และทุกครั้งกลับสร้างเรื่องราวที่น่าอับอาย แล้วจะทำให้เซี่ยหนิงฉางสงบสติอารมณ์ไ้ดอย่างไร ?

 

“ศิษย์พี่เซี่ย” หยางไค่จ้องมองเธอ : “ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี้ ?”

 

 

“ข้า…..มาช่วยเจ้าดูแลต้นผลไม้ของเจ้าไงล่ะ เจ้าไม่มาที่นี้หลายวัน ข้ากลัวว่าผลไม้เหล่านี้จะถูกผู้อื่นเด็ดไป” เซี่ยหนิงฉางกล่าวตอบอย่างฉับพลัน

 

หยางไค่หันหน้ามอง และพบว่าผลไม้ต้นสามสุริยันหายไปจนหมด เหลือเพียงต้นสุดท้ายที่ยังเหลือผลไม้สามสุริยันที่กำลัวจะสุกง่อมจำนวน 3 ลูก

 

“ผลไม้เหล่านี้เป็นของเจ้า ข้าปรุงกลั่นให้มันเป็นยา” เซี่ยหนิงฉางกล่าวและนำขวดยาเล็กๆออกมายื่นให้แก่หยางไค่

 

พบว่าขวดยานี้มีผลไม้สามสุรุิยันจำนวน 9 ลูกที่ถูกปรุงกลั่นกลายเป็นยา ในขวดยายังเต็มไปด้วยพลังงานหยางที่เข้มข้นอย่างมาก

 

บริสุทธุ์ ไม่มีส่วนผสมอื่นๆแม้แต่น้อย แต่ว่า………..ใช้เพียงผลไม้สามสุริยัน แล้วนางปรุงกลั่นให้มันเป็นยาได้อย่างไร ?

 

“ศิษย์พี่รู้ว่าข้าฝึกฝนวิชายุทธุ์อยู่ที่นี้” หยางไค่เงยหน้ากล่าวถาม ถ้าหากไม่เป็นเพราะเหตุผลนี้ ทำไมนางเธออยู่ที่นี้เพื่อดูแลต้นสามสุริยันให้แก่ตนเอง

 

เซี่ยหนิงฉางหลบเลี่ยงการจ้องตา : “ข้าพบโดยบังเอิญ”

 

 

“หญิงสาวในค่ำคืนนั้นเป็นท่านจริงๆด้วย” หยางไค่ยิ้มเบาๆ ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาจากหัวใจ !!

จบบทที่ ตอนที่ 82 เจ้าคือคนในค่ำคืนนั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว