เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 66 โปรดชี้แนะ

ตอนที่ 66 โปรดชี้แนะ

ตอนที่ 66 โปรดชี้แนะ


เมื่อเห็นหลี่หยุนเทียนและคนอื่นๆคุกเข่าลงที่พื้น เหว่ยจวางยิ่งแสดงออกอย่างหึมเหิมและหยิ่งยะโส ก่อนที่เขาจะกล่าวด้วยเสียงหัวเราะ : “เพียงแค่การคุกเข่ายังไม่สามารถแสดงความจริงใจของพวกเจ้า !!”

ใบหน้าของหลี่หยุนเทียนและคนอื่นๆ เขียวคล้ำ พวกเขากัดฟันแน่น ก่อนที่จะค่อยๆลดศีรษะกระทบกับพื้นดิน และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่โศกเศร้า : “ศิษย์พี่เหว่ยจวาง ได้โปรดเมตตา !!”

 

เหว่ยจวางหรี่ตาลงรอยยิ้มของเขาค่อยๆหายไปเพราะความกล้าหากญของหลี่หยุนเทียนและคนอื่นๆ

 

“เหว่ยจวาง !!” ซู่มู่กลืนเลือดที่อยู่ในปากเข้าไปในท้องและกล่าวด้วยความเกลียดชัง : “ข้าและเจ้า ไม่สามารถอยู่ร่วมโลกกันได้ !!”

 

“เด็ดขาดจริงๆ” เหว่ยจวางกุมมือทั้งสองขึ้น และกระแทกลงไปที่หน้าอกของซู่มู่

 

ป๊าป !! เสียงกระแทกดังขึ้น ซู่มู่กระอักเลือดออกมา ก่อนที่จะหมดสติไปอย่างช้าๆ

 

“นายน้อยซู่ !!” หลี่หยุนเทียนและคนอื่นๆตะโกนด้วยควาโกรธ เขาไม่คิดว่าเหว่ยจวางจะผิดสัญญากับคำพูดของตนเองต่อหน้าฝูงชนที่มากมายเช่นนี้

 

“อย่าปล่อยออกไปแม้แต่คนเดียว !!” เหว่ยจวางออกคำสั่งอย่างโหดเหี้ยม จากนั้นเขาได้ลุกขึ้นยืนข้างๆซู่มู่ ก่อนจะเตะซูมู่เสมือนสุนัขที่ตายไปแล้วอย่างน่าเวทนา

 

ศิษย์สาวกแห่งหอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยที่เผชิญหน้าหับหลี่หยุนเทียนและคนอื่นๆเมื่อสักครู่ต่างหัวเราะด้วยความเยือกเย้น พวกเขารีบวิ่งออกไปข้างหน้า เพื่อแสดงเจตนาในการต่อสู้ !!

 

หลี่หยุนเทียนและคนอื่นๆกำลังโกรธเคือง พวกเขาไม่รู้วิธีที่จะระบายความโกรธ เมื่อพวกเขาเสนอตัวเขามา มีหรือมี่พวกเขาจะไม่ตอบตกลงกับการท้าทายต่อสู้ในครั้งนี้ ?

 

นี้เป็นการต่อสู้แบบกลุ่ม แต่ว่าแต่ละฝ่ายต่างมีคู่ต่อสู้ที่เล็งเป้าหมายไว้ตั้งแต่แรก

 

เหว่ยจวางยิ้มอย่างเยือกเย็น ก่อนจะมองที่หลี่หยุนเทียนและคนอื่นๆ และกล่าวด้วยความเยาะเย้ย : “ใครไม่พอใจ ใครไม่เชื่อฟัง ฆ่าให้หมด ถ้าหากว่าตายจะถือเป็นการกระทำของเขา !!”

เขาต้องการสั่งสอนบทเรียนที่มีค่าให้แก่พวกเขา ให้พวกเขารู้ว่าการติดตามผู้นำที่ผิดจะได้รับผลอย่างไร

 

เนื่องจากหยางไค่ยืนใกล้กับหลี่หยุนเทียน เขาจึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่คนของเหว่ยจวางเล็งเอาวไว้ คนคนนี้พุ่งเข้าไปข้างหน้า เขาตะโกนชื่อของเขาเพียงอย่างเดียวและไม่รอให้หยางไค่ตอบสนอง เขารีบพุ่งโจมตีไปที่หยางไค่ทันที

 

หยางไค่เตะออกไปที่ท้องของคนคนนั้น จากแรงเตะที่หนักหน่วงรุนแรง ทำให้เขาล้มลงไปที่พื้นทันที

 

มันสมควรกับความโชคร้ายในครั้งนี้ ความแข็งแกร่ของเขาน่าจะอยู่ในเขตแดนกายาเริงอารมณ์ ถ้าหากเป็นไปตามกฏเขาไม่สามารถที่จะท้าประลองต่อหยางไค่ แต่ว่าเขาเป็นคนที่พุ่งเข้ามาโจมตีหยางไค่ก่อน จึงไม่สามารถตำหนิเขาได้

 

หยางไค่ค่อยๆ หลบหลีกจากความวุ่นวายในสนามแห่งการต่อสู้ ค่อยๆเดินเข้าไปหาซู่มู่อย่างช้าๆ

 

“อืม ?” เหว่ยจวางจ้องมองหยางไค่ ดวงตาของประกายด้วยความสงสัย

 

คนของซู่มู่มีกี่คน ชื่อะไร เขารับรู้มันอย่างชัดเจนกว่าใคร แต่ว่าเขาไม่เคยเห็นหยางไค่ ทำให้เขาไม่สามารถระบุฐานะและตัวตนของหยางไค่

 

หยางไค่เดินเข้ามาหาซู่มู่อย่างเงียบๆ โดยไม่กล่าวสิ่งใด ก่อนที่เขาจะขยับมือไปที่จมูกของซู่มู่เพื่อทดสอบลมหายใจของเขา และพบกว่าซู่มู่เพีงหมดสติไป ทำให้คลายความไม่สบายได้อย่างมาก

 

“เจ้าเป็นใคร ?” เหว่ยจวางรู้สึกไม่พอใจอย่างกะทันหัน เขาและซู่่มู่มีช่องว่างระหว่างกันเพียงเล็กน้อย แต่คนคนนี้กลับกล้าที่จะตรวจสอบอาการบาดเจ็บของหยางไค่ มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าตัวเขาเองไม่อยู่สายตาของเขาแม้แต่น้อย

 

หยางไค่ลุกขึ้นและจ้องมองเหว่ยจวางอย่างเงียบๆ

 

“ข้าถามว่าเจ้าเป็นใคร” เหว่ยจวางยกคางขึ้น ก่อนจะตวาดด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน

 

“ศิษย์ฝึกหัดหยางไค่ ได้โปรดชี้แนะ !!” หยางไค่ยกมือคำนับเหว่ยจวาง มันเป็นมารยาทในการท้าประลองยุทธุ์ของศิษย์แห่งหอประลองยุทธุ์นั่นเอง

 

“หยางไค่ ?” เหว่ยจวางตื่นตะลึง ก่อนที่รีบดึงสติของตนเองกลับคืนมา : “เจ้าก็คือหยางไค่ ศิษย์ที่บ้าคลั่งและชนะการประลองยุทธุ์ในทุกครั้ง ?”

 

“มิกล้า ! แต่ถ้าหากว่าสำนักของเราไม่มีศิษย์คนอื่นๆที่ชื่อหยางไค่ คนที่เจ้ากล่าวก็คือข้า”

 

“ตลกสิ้นดี !! เป็นเพียงศิษย์ฝึกหัดคนหนึ่ง แต่กล้าที่จะท้าประลองกับข้า !! เจ้ามีสิทธิ์และคุณสมบัติข้อไหน ?” เหว่ยจวางหัวเราะเยาะอย่างไม่หยุด

 

“กฏของสำนัก ตราบใดที่ศิษย์สาวกมีเขตแดนที่ห่างกันไม่เกิน 3 ขึ้น พวกเขาทั้งหมดสามารถที่จะท้าประลองยุทธุ์ต่อกันได้ !!”

 

“ข้าอยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่มขั้นที่ 3 แล้วเจ้าล่ะคือเศษสวะอะไร ?” เหว่ยจวางมองหยางไค่ด้วยสายตาที่ชิงชัง ศิษย์ฝึกหัด เป็นเพียงศิษย์ที่ไม่สามารถก้าวเข้าสู่เขตแดนลมปราณแรกเริ่ม ถ้าหากยังไม่ได้อยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่ม นั่นแสดงว่าเขาต้องมีเขตแดนที่ห่างกว่าเขามากกว่า 3 ขั้น

 

“ข้าก็อยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่มขั้นที่ 3” หยางไค่กล่าวตอบอย่างเฉยชา

 

ทันใดนั้นเสียงแห่งการนินทาการกล่าวออกความคิดเห็นได้ดังขึ้นอย่างกะทันหัน

 

“เป็นไปไม่ได้ ที่หยางไค่จะอยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่มขั้นที่ 3”

 

“มีคำรำลือมาว่าเขาใช้เวลาสามปีในการฝึกยุทธุ์ก็อยู่ในเขตแดนกายาเริงอารมณ์ขั้นที่ 3 เท่านั้น ? หรือว่าคำร่าลือนั้นจะผิดไป ? หรือคำพูดของตัวเองจะผิดไป ? หรือว่าความจำของเขาจะคลาดเคลื่อน”

 

“เป็นเรื่องแปลกยิ่งนัก ก่อนหน้าหน้าที่หยางไค่ท้าประลองยุทธุ์กับเขา เขาอยู่ในเขตแดนกายาเริงอารมณ์ขั้นที่ 8 เท่านั้น ยังผ่านไปไม่ถึงเดือน ทำไมเขตแดนของเขาจึงอยู่ในขั้นนี้ ?”

 

คำถามทุกประเภท ถูกกล่าวถามขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

 

เหว่ยจวางยังสังเกตุหยางไค่ด้วยความสงสัย เขากำลังครุ่นคิดว่าหยางไค่โกหกหรือไม่ ในเมื่อเขาอยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่ม แล้วทำไมจึงเป็นเพียงศิษย์ฝึกหัด ?

 

สิ่งที่เขาไม่รู้คือ หยางไค่เพิ่งก้าวข้ามเขตแดนเมื่อวานนี้ และยังก้าวข้ามเขตแดนจากกายาเริงอารมณ์ขั้นที่ 9 ไปยังลมปราณแรกเริ่มขั้นที่ 3 ในครั้งเดียว

 

“ตอนนี้ฉันมีสิทธิ์และคุณสมบัติที่จะท้าประลองแล้วใช่ไหม ?” หยางไค่หรี่ตากล่าวถาม ดวงตาของเขายังประกายด้วยความโหดเหี้ยม

 

“ถ้าหากเจ้ามีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับนี้ เจ้าก็มีสิทธิ์และคุณสมบัติที่เพียงพอ” เหว่ยจวางพยักหน้า หัวเราะด้วยความประสงค์ร้าย : “ถ้าหากเจ้าไม่กลัวตาย !!”

 

หยางไค่หัวเราะอย่างเย็นชาและกล่าวตอบ : “ข้าก็หวังว่าเจ้าจะไม่กลัวตายเช่นเดียวกัน !!”

 

“พูดจาอวดใหญ่ !!” เหว่ยจางเกรี้ยวโกรธ ในใจเขาคิดว่าเขาสวมใส่สมบัติแห่งการป้องกน แม้ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธุ์ที่อยู่ในเขตแดนที่สูงุสดของเขตแดนลมปราณก็มิอาจที่จะทำลายการป้องกันจากสมบัติแห่งการป้องกัน นั่นหมายความว่าเขาจะไม่มีวันพ่ายแพ้ ส่วนหยางไค่คนนี้อยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่มขั้นที่ 3 จะสามารถเอาชนะเขาได้อย่างไร ?

 

“มา ข้าจะให้เจ้าโจมตีมา 1 ครั้งเพื่อทดสอบ !!” เหว่ยขางกล่าวด้วยความเย่อหยิ่งและโบกมือเรียกหยางไค่ให้โจมตีเข้ามา

 

มีหรือที่หยางไค่จะเกรงใจ ? เขาพุ่งไปข้างหน้าและพุ่งหมัดไปที่หน้าอกของเหว่ยจวางทันที

พลังงานหยางร้อนระอุที่ถูกปลดปล่อยออกมา ไม่เพียงไม่สามารถทำอันตรายให้แก่เหว่ยจวาง แต่มันกับสะท้อนกลับไปที่หยางไค่ ทำให้เขาต้องถอยหลังไปหลายก้าว เขาก้มหน้ามองออกไป หมัดของเขาแดงก่ำ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าถูกพลังงานหยางของตนเองทำร้าย

 

“ฮ่าฮ่า !! ไม่เจียมตัว !!” เหว่ยจวางแสดงออกอย่างภาคภูมิใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ยังมิทันที่คำพูดจะกล่าวออกไปทั้งหมด ใบหน้าของเขาก็แสดงออกอย่างตกตะลึง เพราะเขามองเห็นดวงตาของหยางไค่แดงก่ำเสมือนสายเลือดขึ้นมาอย่างกะทันหัน พลังลมปราณที่รุนแรงกำลังแผ่รัศมีออกมาจากร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่องและมันยังเต็มไปด้วยความร้อนระอุที่เสมือนเปลวเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างโหดเหี้ยม

 

สายตาของเขาไม่มีเจตนาแห่งการหลบหนีและหวาดกลัวแม้แต่น้อย มันมีแต่ความตื่นเต้นเกินกว่าที่จะเปรียบเทีย ดวงตาคู่นี้ เสมือนดวงตาของสัตว์ป่าที่ดุร้ายกำลังจ้องมองเหยื่อของมันด้วยความหิวกระหาย มันเต็มไปด้วยเจตนาที่ต้องการกลืนกินเหยื่อของมัน

 

ทันใดนั้นจิตใจของเหว่ยจวางรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างกะทันหันโดยไม่มีสัญญานแจ้งล่วงหน้า หยางไค่กำลังกระโจนเข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้มที่น่าหวาดกลัว หยดน้ำพลังลมปราณหยางปรากอยู่ที่นิ้วมือของเขา จากการสั่งการด้วยจิตวิญญาน มันได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นใบมีดสีเลือดืั้เสมือนปีกนก

 

เมื่อแสงสีเลือดได้ประกายผ่านไปตามมาด้วยเสียงกรีดตัดเบาๆ ร่างกายของหยางไค่และเหว่ยจวางได้ก้าวผ่านซึ่งกันและกัน

?

ทันใดนั้นเหว่ยจวางรู้สึกว่าท้องของเขาเย็นลงอย่างกะทันหัน เขาก้มศีรษะลงมอง หัวใจของเขาเสมือนตกลงไปที่ตาตุ่ม เขากรีดร้องด้วยความตื่นตะลึง : “เกราะป้องกันเมฆาของข้า !!”

 

เสื้อแห่งเกราะป้องกันเมฆ่าเป็นสมบัติขั้นสามัญระดับกลาง แม้ว่าจะเป็นอยู่ในขั้นที่ไม่สูงมาก แต่มันเหมาะสำหรับผู้ฝึกยุทธุ์ที่อยู่ในเขตแดนนี้ เขาไม่รู้ว่าผู้อาวุโสที่หนึ่งได้รับมันจากที่ไหน แต่ผู้อาวุโสที่หนึ่งได้มอบให้แก่เขา ตอนนั้นผู้อาวุโสที่หนึ่งเคยกล่าวว่า ผู้ฝึกยุทธุ์ที่อยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่ม โดยทั่วไปพวกเขาจะไม่สามารถทำลายสมบัติแห่งการป้องกันชิ้นนี้ นอกเสียจากว่าพวกเขาจะใช้อาวุธแห่งการฆ่าที่มีพลังมหึมา

แต่ว่าตอนนี้ สมบัติที่เขาได้รับมา กลับถูกศิษย์ฝึกหัดที่อยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่มผ่าทำลายในระยะการต่อสู้ที่กำลังเริ่มขึ้นเท่านั้น

 

เมื่อสักครู่เขาใช้อาวุธอะไร !! หรือว่าใบมีดสีแดงเลือดจะเป็นอาวุธลัของเขา ? และมันยังมีระดับขึ้นที่สูงกว่าเกราะป้องกันเมฆ่า ? ถ้าหากไม่เป็นเช่นนี้ ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์ที่น่าตื่นตะลึงนี้ขึ้น ?

จบบทที่ ตอนที่ 66 โปรดชี้แนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว