- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงของฉันคือเทพมังกร
- บทที่ 150 นอกจากเขาแล้วใครจะเป็นกัปตันได้
บทที่ 150 นอกจากเขาแล้วใครจะเป็นกัปตันได้
บทที่ 150 นอกจากเขาแล้วใครจะเป็นกัปตันได้
บทที่ 150 นอกจากเขาแล้วใครจะเป็นกัปตันได้
มู่ซินอวี่ได้ยินคำพูดของคณบดีเฮ่อหย่าหลาน ก็ทำสีหน้าเที่ยงธรรมเปี่ยมคุณธรรมพลางกล่าวว่า
"คณบดีเฮ่อ ต่อให้ท่านไม่บอก พวกเราก็ตัดสินใจแล้วว่าจะให้รุ่นน้องฉินฝานเป็นกัปตันทีมครับ!"
"ทุกท่าน ว่าไงครับ?"
พูดจบก็หันไปมองคนอื่น
"ใช่ครับๆ!"
"ถูกครับๆ!"
"ความจริงพวกเราตัดสินใจนานแล้วว่าจะให้รุ่นน้องฉินฝานเป็นกัปตัน เรื่องก่อนหน้านี้แค่เข้าใจผิด..."
"ถูกต้อง คลื่นลูกหลังย่อมแรงกว่าคลื่นลูกแรก ผมนับถือฝีมือรุ่นน้องฉินฝานจากใจจริง และดีใจที่สถาบันเฟิ่งเทียนมีอัจฉริยะอย่างรุ่นน้องฉินฝาน"
"..."
ทุกคนรีบพยักหน้ารับ พูดจาเอาตัวรอดกันสุดฤทธิ์
ถ้าพูดเรื่องความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้า อัจฉริยะกลุ่มนี้กล้าบอกว่าเป็นที่หนึ่ง ในสถาบันเฟิ่งเทียนคงไม่มีใครกล้าบอกว่าเป็นที่สอง
"รู้ความ..."
เหล่าอาจารย์เห็นอัจฉริยะปีสามรู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดีแบบนี้ ก็กดไลก์ให้ในใจเงียบๆ
"ฉินฝาน เธอก็น่าจะยินดีรับตำแหน่งกัปตันนี้ใช่ไหม?"
คณบดีสาวสวยหันมาถามความเห็นฉินฝาน
ทว่า
ยังไม่ทันที่ฉินฝานจะตอบ
มู่ซินอวี่ก็หัวเราะร่าแทรกขึ้นมาว่า "คณบดีเฮ่อ ดูท่านถามเข้า... ในทีมพวกเรานอกจากรุ่นน้องฉินฝานแล้ว ยังมีใครเป็นกัปตันได้อีกเหรอครับ?"
"นั่นสิครับ!"
"คณบดีเฮ่อถามเกินความจำเป็นแล้ว ถ้ารุ่นน้องฉินฝานไม่เป็นกัปตัน แล้วพวกเราใครจะมีคุณสมบัติเป็นได้?"
"เรื่องรุ่นน้องฉินฝานเป็นกัปตัน พวกเราเห็นด้วยล้านเปอร์เซ็นต์! แถมรับประกันว่าในทีมถ้ารุ่นน้องฉินฝานสั่งไปทางซ้าย พวกเราจะไม่ไปทางขวาเด็ดขาด!"
"..."
คนพวกนี้กลัวฉินฝานปฏิเสธ
หรือไม่ก็กลัวว่าถ้าเผลอรับตำแหน่งกัปตันมาจะโดนลูกมังกรสามตัวเพ่งเล็ง เลยรีบผสมโรงกันยกใหญ่
แม้แต่อันนาเจ้าหญิงเผ่ามนุษย์มังกรยังรีบพยักหน้าเห็นด้วย
ช่วยไม่ได้...
ลูกมังกรสามตัวบนตัวฉินฝานยังคอยชำเลืองมองมาเป็นระยะ
เจ้ามังกรพิษในอ้อมอกยังโอเค ไม่น่ากลัวแถมยังน่ารัก แต่มังกรไฟบนไหล่กับมังกรน้ำแข็งบนหัวฉินฝานนี่สิ
ตัวตึงแน่นอน
โดยเฉพาะมังกรไฟ
พวกเขาเจอความน่ากลัวมากับตัวแล้ว
ลมหายใจเดียวเกือบพาไปทัวร์นรก
พูดตามตรง
พวกเขาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน
"ในเมื่อตัดสินใจกันได้แล้ว งั้นวันนี้ก็แยกย้ายกันก่อน..."
"พรุ่งนี้เริ่มฝึกซ้อม พวกเธอจำไว้ว่าสิ่งที่เห็นวันนี้ต้องเก็บเป็นความลับ ห้ามแพร่งพรายออกไป"
"อีกอย่าง..."
"อย่าลืมเตรียมชุดราตรีกันไว้ด้วยคนละชุด"
"รอบคัดเลือกศึกชิงแชมป์นานาชาติปีนี้ มีอัจฉริยะจากประเทศราชและตระกูลลับส่งเด็กปั้นมาร่วมด้วยเยอะ..."
"ทางผู้จัดงานเลยจัดงานเลี้ยงขึ้นมา"
"ถึงเวลานั้นผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องเข้าร่วม งานแบบนี้มีประโยชน์กับพวกเธอไม่น้อย เผื่อจะได้ทำความรู้จักสร้างคอนเนกชันกันไว้"
"วันหน้าพวกเธอจะรู้เองว่าคอนเนกชันมันดียังไง"
เฮ่อหย่าหลานเตือนทิ้งท้าย
ทุกคนพยักหน้ารับทราบ
พร้อมกับสีหน้าจริงจังขึ้น
คู่ต่อสู้ต่อไปคือเหล่าปีศาจที่ปกติทำตัวโลว์โปรไฟล์แต่ฝีมือประมาทไม่ได้
สาเหตุที่ประเทศราชและตระกูลลับส่งเด็กปั้นมาแย่งโควตา
ย่อมมีผลประโยชน์มหาศาลขับเคลื่อน
สู้เพื่อชาติ
หากทำอันดับได้ดี
ทั้งตระกูล โรงเรียน และตัวเองจะได้รับรางวัลตอบแทนจากรัฐอย่างงาม
และครั้งนี้...
เดิมทีความมั่นใจไม่ค่อยมี แต่พอมีฉินฝานเข้ามาร่วมทีม ความมั่นใจก็พุ่งปรี๊ด!
นี่คือนักฝึกมังกรที่มีมังกรศักดิ์สิทธิ์เชียวนะ!
โอกาสคว้าแชมป์แทบจะเรียกได้ว่า 90% เลยทีเดียว!
ที่เผื่อไว้ 10% เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน
ใครจะการันตีได้ว่ามีมังกรศักดิ์สิทธิ์แล้วจะไร้เทียมทานในรอบคัดเลือกหรือระดับโลกจริงๆ!!
เมื่อฉินฝานเดินออกมาจากสนามประลอง
ผู้คนที่ถูกกั้นอยู่ข้างนอกรอมานานแล้ว
สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขา
ลูกมังกรสามตัวมุดกลับเข้ามิติสัตว์เลี้ยงไปนานแล้ว
พอเห็นฉินฝานเดินออกมาจากเขตป้องกันแบบไร้รอยขีดข่วน ทุกคนก็ตกตะลึง
โดยเฉพาะนักศึกษาปีสามที่กะมารรอสมน้ำหน้า ถึงกับนิ่งค้าง
"อ้าว..."
"ไม่ได้ตีกัเหรอ?"
"แปลกมาก... ไหนคนของสภานักศึกษาบอกว่าวันนี้ประธานอันนาจะสั่งสอนฉินฝานไง?"
"หรือว่า... เขาคว่ำพวกปีสามได้หมด?"
"เป็นไปไม่ได้มั้ง..."
"..."
เสียงวิจารณ์รอบข้างไม่ได้ส่งผลต่ออารมณ์ของฉินฝานแม้แต่น้อย และไม่ได้ทำให้เขาหยุดเดินเลยสักวิ
เพราะลูกมังกรสามตัวในมิติสัตว์เลี้ยงกำลังร้องเร่งยิกๆ ให้ฉินฝานรีบไปทำมื้อใหญ่ให้กิน
สาเหตุที่เร่งได้อย่างเต็มภาคภูมิ ก็เพราะเสี่ยวจิ่วรู้สึกว่าวันนี้ทำผลงานชิ้นโบแดงด้วยการสยบมนุษย์ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำพวกนั้นเพื่อเจ้านาย
ความชอบมหาศาล
ย่อมมีเหตุผลให้กินมื้อใหญ่
เรื่องนี้ฉินฝานย่อมไม่มีปัญหา
ลูกมังกรของตัวเองก็ต้องตามใจสิ
อีกอย่าง...
ตอนนี้ฉินฝานไม่มีที่ให้ใช้หน่วยกิตแล้ว
ดันเจี้ยนระดับเพชรเลเวล 30-40 ในหอเกียรติยศดันเจี้ยน ฉินฝานเคลียร์ไปหมดแล้ว
ส่วนดันเจี้ยนเลเวล 40 ขึ้นไป ยังอยู่ใน 'ช่วงพักฟื้น'
คำว่า 'ช่วงพักฟื้น' ก็คือช่วงเวลาที่รอมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนเกิดใหม่
ดันเจี้ยนทุกแห่งเมื่อมีปาร์ตี้เคลียร์จบ หมายความว่าบอสข้างในตายแล้ว
ต้องรอระยะเวลาหนึ่งถึงจะเข้าใหม่ได้
ดันเจี้ยนเลเวล 40-50 เป็นที่ต้องการสูงสุดในสถาบันเฟิ่งเทียน
เพราะพวกปีสองและปีสามที่เลเวลตามหลังต้องการเข้าไปเก็บเลเวล
ดังนั้นดันเจี้ยนที่เหมาะกับฉินฝานตอนนี้จึงอยู่ในช่วงพักฟื้น แถมยังมีคนต่อคิวรออยู่เพียบ
ทำให้ตลอดครึ่งเดือนนี้ ฉินฝานไม่มีความจำเป็นต้องใช้หน่วยกิตลงดันเจี้ยน
วันเวลาต่อจากนี้
นอกจากการฝึกซ้อม
ก็คือการฝึกซ้อม
ที่น่าสังเกตคือ...
ผ่านไปไม่กี่วัน
พวกไป๋อู๋ซวงและหลัวเฮ่าก็กลับมาโรงเรียน
ตอนไปฮึกเหิม
ตอนกลับห่อเหี่ยวกันทุกคน
ผลงานในงานประลองนักศึกษาใหม่ครั้งนี้ ดีที่สุดในประเภทเดี่ยวคือรอบ 4 คนสุดท้าย โดยหลัวเฮ่า ส่วนไป๋อู๋ซวงที่ถูกตั้งความหวังไว้สูงลิ่ว ตกรอบแรกด้วยน้ำมือหลินชิวหลิง
แต่ประเภททีมยังพอถูไถ คว้าตำแหน่งรองแชมป์มาได้
โดยแพ้ให้กับทีมสถาบันที่นำโดยหลินชิวหลิงนั่นเอง