- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงของฉันคือเทพมังกร
- บทที่ 135 ไร้ผู้ดูแคลนอีกต่อไป
บทที่ 135 ไร้ผู้ดูแคลนอีกต่อไป
บทที่ 135 ไร้ผู้ดูแคลนอีกต่อไป
บทที่ 135 ไร้ผู้ดูแคลนอีกต่อไป
ขณะทำอาหารให้ลูกมังกรสามตัวที่คอยเอาหัวมาถูไถแข้งขาอย่างออดอ้อน
ในหัวของฉินฝานก็มีเสียงระบบแจ้งเตือนการมอบรางวัลสำหรับภารกิจ 'สำแดงเดชต่อหน้าธารกำนัล'
หีบสมบัติเพชรหนึ่งใบ
ยาน้ำแห่งโชคหนึ่งขวด
รางวัลอาจดูไม่เยอะ แต่สำหรับฉินฝาน 'ยาน้ำแห่งโชค' คือสิ่งที่ทำให้เขาดีใจที่สุด
เพราะเขาได้สัมผัสความน่ากลัวของยาวิเศษสายมูเตลูนี้ด้วยตัวเองมาแล้ว
ทั้งลงอาคม ตีบวก สำเร็จรวดร้อยเปอร์เซ็นต์!
แม้แต่ตอนไปซื้อของ ยังโชคดีได้กินฟรีอีกต่างหาก!
"แค่เปิดหีบสมบัติเพชรใบเดียว คงไม่ต้องถึงกับกินยาหรอกมั้ง..."
ฉินฝานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจเปิดหีบสมบัติเพชรที่ได้มาทันที
ทว่าความจริงพิสูจน์แล้วว่า
เมื่อไม่มียาวิเศษช่วย
โชคของฉินฝานก็ไม่ได้ดีขนาดนั้น
[ท่านเปิดหีบสมบัติเพชรสำเร็จ! ท่านได้รับรางวัลดังต่อไปนี้!]
[รางวัลที่ 1: วัสดุลงอาคมระดับ B 'หินเพลิงโลกันตร์'!]
[รางวัลที่ 2: วัสดุตีเหล็กระดับ B 'แร่ผลึกนิล'!]
[รางวัลทั้งหมดถูกจัดส่งเข้าคลังระบบโดยอัตโนมัติ โปรดตรวจสอบหรือนำออกมาใช้ด้วยตนเอง]
"รางวัลเกลือชะมัด..."
"แต่ก็ปกติแหละ ถ้าเปิดได้ของดีตลอดสิ คงต้องระแวงว่าอายุขัยตัวเองจะเหลืออีกกี่ปี"
ฉินฝานหัวเราะเยาะตัวเอง
ลองคิดดูดีๆ ช่วงนี้เขาดวงดีเกินไปจริงๆ จนบางทีก็แอบสงสัยว่าต้องแลกด้วยอายุขัยหรือเปล่า
เขายกเนื้อย่างเกือบสามร้อยชั่งออกจากเตาอบขนาดยักษ์ ลูกมังกรสามตัวนั่งรออย่างเรียบร้อยอยู่บนโต๊ะอาหารขนาดใหญ่พิเศษที่ดัดแปลงมาโดยเฉพาะ
ตรงหน้าพวกมันมีจานใบมหึมาวางอยู่
และที่พุงป่องๆ ของพวกมัน ก็มีผ้ากันเปื้อนผืนเล็กน่ารักผูกไว้อยู่
แต่มันแทบไม่มีประโยชน์อะไรกับเสี่ยวจิ่วเลย
ทันทีที่เนื้อย่างชุ่มฉ่ำวางตรงหน้า เจ้าตัวเล็กก็ใช้กรงเล็บน้อยๆ สองข้างอุ้มก้อนเนื้อขึ้นมาแทะทันที
ผ้ากันเปื้อนที่ฉินฝานเตรียมให้เลยไร้ความหมาย
ส่วนเสี่ยวหานที่วางมาดสง่างามดุจเจ้าหญิง รอให้ฉินฝานหั่นเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ ให้ก่อน แล้วค่อยๆ ละเลียดกินทีละคำ
ส่วนน้องสามอย่างจิ๊จิ๊...
อืม เรียกว่าเสี่ยวโยวดีกว่า
เสี่ยวโยวหันมองพี่ใหญ่เสี่ยวจิ่วที่กินอย่างตะกละตะกลาม
แล้วหันมองพี่รองเสี่ยวหานที่กินอย่างผู้ดี
สุดท้ายก็เลือกเลียนแบบพี่รอง ค่อยๆ กินเนื้อย่างตรงหน้าทีละคำ
ส่วนทำไมไม่เรียกมังกรพิษน้อยว่าจิ๊จิ๊...
หลักๆ คือฉินฝานมานั่งคิดดูแล้วว่า
ถ้าวันหนึ่งเขามีเพื่อนสนิทจริงๆ
แล้วเพื่อนเห็นมังกรพิษตัวน้อยน่ารัก แล้วจู่ๆ พูดขึ้นมาว่า: "ขอลูบจิ๊จิ๊ (จู๋) นายหน่อยได้ไหม?"
ฉินฝานคงจุกจนพูดไม่ออกแน่
มองดูลูกมังกรสามตัวกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ฉินฝานในฐานะเจ้านายก็ยืนมองด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ
คณบดีเฮ่อหย่าหลานส่งข้อความมาแจ้งข่าวฉินฝานแล้ว
รอบคัดเลือกศึกชิงแชมป์นานาชาติโซนประเทศมังกร จะจัดขึ้นในวันที่ 18 เดือนหน้า ณ เมืองหลงตู มณฑลเฟิ่งเทียน
สถานที่คือ 'สนามกีฬามังกรเทพ'
เมื่อถึงเวลานั้น
เหล่าอัจฉริยะรุ่นใหม่ระดับท็อปของประเทศจะมารวมตัวกันที่นั่น!
ในฐานะสนามกีฬาทีใหญ่ที่สุดในประเทศมังกร ที่นั่งผู้ชม 150,000 ที่นั่งเปิดให้เข้าชม นั่นหมายความว่าจะมีผู้ชมกว่า 150,000 คนมาเป็นสักขีพยาน!
พร้อมกันนั้น...
จะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ!
ให้ผู้เปลี่ยนอาชีพทุกคนในประเทศได้เห็นการถือกำเนิดของอันดับหนึ่งรุ่นใหม่ของประเทศมังกรด้วยตาตัวเอง!!
และ...
ผู้เข้าร่วมการแข่งขันรอบคัดเลือกนี้ ไม่ได้มีแค่ตัวแทนจากสถาบันชั้นนำเท่านั้น!
ยังมีอัจฉริยะที่ได้รับการฟูมฟักอย่างดีจากตระกูลใหญ่และตระกูลเก่าแก่!
รวมถึงเผ่าพันธุ์อื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศมังกรและได้รับสัญชาติเป็นพลเมืองใหม่แล้ว!
ตัวอย่างเช่นตระกูลของสวี่เนี่ยนเนี่ยน ที่มีสายเลือดเอลฟ์ไหลเวียนอยู่
ความจริงแล้วก่อนเหตุการณ์ภัยพิบัติโลก
ตระกูลของสวี่เนี่ยนเนี่ยนไม่ได้มีตัวตนอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง
แต่หลังจากเกิดภัยพิบัติ พื้นที่ที่เรียกว่า 'ป่าจันทราสีเงิน' ก็ปรากฏขึ้นในเขตแดนของประเทศมังกร
เผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในนั้นคือ 'เอลฟ์จันทราสีเงิน'
ซึ่งล้วนมีผมสีเงินเป็นประกายดุจทางช้างเผือก
ส่วนสวี่เนี่ยนเนี่ยนเป็นเอลฟ์จันทราสีเงินเพียงคนเดียวที่มีผมสีทอง ซึ่งเกิดจากการกลายพันธุ์ตอนที่เธอปลุกพรสวรรค์เวทมนตร์แห่งความโกลาหล
นอกจากเผ่าเอลฟ์แล้ว
ในประเทศมังกรยังมีเผ่าพันธุ์อื่นๆ ปรากฏขึ้นด้วย
เช่น คนแคระ, กึ่งมนุษย์, ยักษ์ และอื่นๆ
เดิมทีพวกเขาเป็นชนเผ่าเล็กๆ ในเกม แต่หลังภัยพิบัติก็ได้ข้ามมิติมาอยู่ที่นี่ และผ่านการเจรจาตกลงยอมเป็นรัฐในอารักขาของประเทศมังกร ถือเป็นพลเมืองของประเทศมังกรเช่นกัน
เพราะเพื่อความเป็นเอกภาพของดินแดนและความสงบสุขของประชาชน ประเทศมังกรย่อมไม่ยอมให้มีประเทศ กลุ่มอำนาจ หรือองค์กรที่ไม่มั่นคงปรากฏอยู่ในเขตแดนของตน
ดังนั้น...
ในรอบคัดเลือกโซนประเทศมังกรครั้งนี้ คู่ต่อสู้ที่ฉินฝานต้องเจอ ไม่ได้มีแค่อัจฉริยะจากสถาบันชั้นนำ
แต่ยังมีอัจฉริยะจากชนเผ่าต่างๆ ที่ปกติทำตัวโลว์โปรไฟล์อีกด้วย
แม้ฉินฝานจะมั่นใจว่าการมีมังกรเลี้ยงจะทำให้เขาคว้าแชมป์ได้แน่นอน แต่เขาก็ไม่ประมาทหรือหลงตัวเอง
เขายึดถือคติที่ว่า
เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน
ต่อให้มีระบบและทำสัญญากับมังกรศักดิ์สิทธิ์ถึงสามตัว แต่ก็ประมาทไม่ได้เด็ดขาด
จะปล่อยให้เรือล่มปากอ่าวไม่ได้
ด้วยเหตุนี้
ฉินฝานจึงวางแผนสำหรับหนึ่งเดือนข้างหน้านี้ไว้แล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น
ฉินฝานมาที่หอเกียรติยศดันเจี้ยนอีกครั้ง และใช้หน่วยกิตที่เหลืออยู่ 8,000 แต้ม ยื่นขอสิทธิ์เข้าดันเจี้ยนระดับเพชรเลเวล 30 จำนวน 4 แห่ง
สิ่งที่น่าสังเกตคือ...
เมื่อนักศึกษาปีหนึ่งและปีสองที่อยู่ในหอเกียรติยศเห็นร่างที่โด่งดังเดินเข้ามา
ฝูงคนที่จอแจก็แหวกทางให้เขาโดยอัตโนมัติ
สายตาของทุกคนที่มองฉินฝาน เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
หวาดเกรง, ตกใจ, อึดอัด, จนใจ...
แต่สิ่งที่หายไปอย่างสิ้นเชิงคือความดูถูกและเหยียดหยาม
ผ่านเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อวานที่มีคนตายเกิดขึ้น ชื่อเสียงของฉินฝานก็โด่งดังไปทั่วสถาบันเฟิ่งเทียน!!
ในฐานะที่หนึ่งของรุ่น เขาบดขยี้รุ่นพี่ปีสองทุกคนจนราบคาบ!!
แม้แต่อันดับหนึ่งของปีสองอย่างเซวียเซิ่งยังต้องสังเวยชีวิต!
หลังจากนักบวชชุบชีวิตขึ้นมา จอมดาบวิญญาณผนึกมารที่เดิมทีเลเวล 59 และอีกก้าวเดียวจะแตะคลาสสาม ก็เลเวลลดฮวบไปถึง 10 เลเวล!
เหลือแค่เลเวล 49!
ร่วงจากอันดับหนึ่งของชั้นปี ลงไปอยู่อันดับสองร้อยกว่า!!
ได้ยินมาว่า...
เมื่อคืนสภานักศึกษาเรียกประชุมด่วน และมีมติเอกฉันท์ให้ปลดเซวียเซิ่งออกจากตำแหน่ง
ที่น่าตลกคือ...
มตินี้ผ่านแบบเอกฉันท์
ลูกน้องเก่าต่างพากันแปรพักตร์
กลายเป็นเก๋อตงซูที่ได้ขึ้นเป็นรองประธานสภานักศึกษาคนใหม่แทน
และอีกเรื่องคือ...
ภายในเวลาแค่สามชั่วโมงหลังจากเซวียเซิ่งฟื้นคืนชีพ ก็มีนักศึกษาปีสองกว่าร้อยคนยื่นคำท้า 'ประลองชิงอันดับ' กับทางโรงเรียน
'การประลองชิงอันดับ' ก็คล้ายกับรอบท้าชิงในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
นักศึกษาอันดับต่ำกว่ามีสิทธิ์ท้าชิงอันดับกับคนที่สูงกว่าได้เดือนละครั้ง
และคนที่ถูกท้าชิงไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ หากปฏิเสธ อันดับจะถูกสลับทันที