- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงของฉันคือเทพมังกร
- บทที่ 80 หน้าไม่อาย
บทที่ 80 หน้าไม่อาย
บทที่ 80 หน้าไม่อาย
บทที่ 80 หน้าไม่อาย
"นายน้อย!!"
ลูกสมุนสองสามคนที่คอยสังเกตการณ์อยู่หน้าประตูกระจก เห็นนายน้อยผมทองถูกต่อยหมัดเดียวสลบเหมือด ถึงกับร้องโหยหวนออกมา
จากนั้นพวกมันก็รีบพุ่งเข้ามาในร้าน
แต่คนที่อึ้งกว่าพวกมัน...
คือเซียวรื่อหย่า สาวสวยในชุดกี่เพ้า
เธอไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนเลยว่า รุ่นน้องปีหนึ่งหน้าตาใสซื่อคนนี้จะจู่โจมแบบสายฟ้าแลบ แถมยังซัดนักรบอาชีพคลาสหนึ่งอย่างเจ้าหัวทองสลบได้ในหมัดเดียว
ความแรงและความเร็วของหมัดนั้น...
แม้แต่เซียวรื่อหย่าที่เป็นจอมเวทคลาสสอง เลเวล 47 ยังอดรู้สึกใจหายวาบไม่ได้!
นี่คือพลังโจมตีที่เด็กปีหนึ่งทำได้จริงๆ เหรอ?
แถมยังเป็นแค่หมัดตรงธรรมดาๆ ไม่ได้ใช้สกิลอะไรช่วยเลยด้วยซ้ำ!
"รีบพานายน้อยไปหาหมอเร็ว!"
"ไอ้หนู! ฝากไว้ก่อนเถอะ! แกเจอตอเข้าแล้ว!"
"กล้าดียังไงมาต่อยนายน้อยรองแห่งตระกูลหม่าเมืองเฟิ่งเทียน!"
"เตรียมตัวโดนเล่นงานจนพิการได้เลยแก!"
พวกลูกสมุนชี้หน้าด่าทอฉินฝานด้วยความโกรธแค้น ทิ้งคำขู่ไว้สองสามประโยค แล้วรีบหามร่างเจ้าหัวทองหนีไปดื้อๆ
ฉินฝาน: "..."
หนีไปง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?
ตามพล็อตนิยาย พวกแกต้องกรูกันเข้ามารุมกระทืบฉันสิ?
ดูท่าลูกสมุนพวกนี้จะฉลาดไม่เบา
อย่างว่าแหละ รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
เจ้านายตัวเองยังโดนหมัดเดียวร่วง ใครจะโง่เอาตัวเข้าแลกกับฉินฝานสู้ตอนนี้ ทิ้งคำขู่ไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมาคิดบัญชีทีหลัง
"น้องจ๊ะ งานเข้าแล้วล่ะ"
ตอนนั้นเอง
รุ่นพี่สาวชุดกี่เพ้าก็เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
ฉินฝานหันไปมองเธอ แล้วกระแอมเบาๆ "พี่ครับ พี่เองก็งานเข้าเหมือนกันแหละ"
เซียวรื่อหย่า: "???"
"ถ้าพวกแบ็กใหญ่ๆ ของไอ้หมอนั่นตามมาเอาเรื่อง ผมก็จะบอกว่าพี่จ้างผมมาซ้อมมันโดยเฉพาะ ถึงตอนนั้นพี่ก็อย่าหวังว่าจะรอดตัวไปได้"
เซียวรื่อหย่าเบิกตากว้าง จ้องมองเขาด้วยความเหลือเชื่อ
คนอะไรจะหน้าด้านได้ขนาดนี้!
ทั้งที่เธอยังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ หมอนี่ก็ชิงลงมือต่อยคนไปแล้ว ตอนนี้ยังมีหน้ามาโยนความผิดให้เธออีก!
"เฮ้อ! ผมแค่จะมาขายของหาตังค์แท้ๆ ทำไมต้องมาเจอเรื่องซวยๆ แบบนี้ด้วยนะ..."
ฉินฝานบ่นพึมพำกับตัวเอง
เซียวรื่อหย่าสวนกลับทันควัน "เรื่องนี้เดิมทีมันไม่เกี่ยวกับนายเลยนะ นายเองไม่ใช่เหรอที่ไม่พูดพร่ำทำเพลง ซัดหน้าเขาไปเต็มหมัด..."
ฉินฝาน: "..."
พลาดแล้ว
เขาพลาดจริงๆ
หลักๆ คือพล็อตเรื่องช่วงนี้มันคุ้นเกินไป สัญชาตญาณตัวเอกเลยทำงานอัตโนมัติ
จริงๆ แค่เดินหนีไปเฉยๆ ก็จบเรื่องแล้ว แต่ฉินฝานดันอยากลองสวมบทพระเอกนิยายตบเกรียนโชว์เทพดูบ้าง
"ไอ้หัวทองนั่นชื่อ หม่าชิงเฟิง นายน้อยรองแห่งตระกูลหม่าเมืองเฟิ่งเทียน"
"ตระกูลนั้นเป็นตระกูลจอมยุทธ์เก่าแก่ ปัจจุบันมีเทพยุทธ์คลาสสี่เลเวลร้อยคอยคุ้มครองอยู่ถึงสองคน อย่าว่าแต่ในมณฑลเฟิ่งเทียนเลย ต่อให้เป็นระดับประเทศ ตระกูลหม่าก็ถือเป็นตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียง"
"แต่ยังดี ที่นี่คือสถาบันเฟิ่งเทียน ตระกูลหม่ายังเอื้อมมือเข้ามาไม่ถึง"
"แต่นายคงโดนหม่าชิงเฟิงหมายหัวไว้แล้วแน่ๆ แถมทางโรงเรียนก็น่าจะสอบสวนเรื่องที่นายลงมือทำร้ายร่างกายคนอื่นก่อนด้วย"
เมื่อเห็นว่าเรื่องมันจบไปแล้ว รุ่นพี่สาวก็กลับมานั่งไขว่ห้างบนโซฟาหนังแท้ด้วยท่วงท่าสง่างาม ขาขาวเรียวยาวตัดกับชุดกี่เพ้า ดูเซ็กซี่และเป็นผู้ใหญ่จนน่าหลงใหล
"โรงเรียนจะสอบสวน?"
ฉินฝานเอียงคอทำท่าเหมือนมีเครื่องหมายคำถามอันเบ้อเริ่มแปะอยู่บนหัว "ไม่ใช่นะครับพี่ เรื่องมันต้องเป็นแบบนี้ พี่โดนอันธพาลลวนลาม รุ่นน้องอย่างผมทนดูไม่ได้เลยยื่นมือเข้าช่วยซัดมันไปหนึ่งหมัด นี่มันคือการกระทำของวีรบุรุษผู้ผดุงความยุติธรรมชัดๆ จะมาหาว่าทำร้ายร่างกายได้ยังไง?"
เซียวรื่อหย่า: "..."
เธออึ้งไปเลย
แบบนี้ก็ได้เหรอ?
"ในเมื่อตระกูลหม่าเอื้อมมือเข้ามาไม่ถึง ก็ไม่ต้องกังวลแล้วครับ"
"กลับเข้าเรื่องกันดีกว่า พี่ครับ ที่นี่ยังรับซื้อของอยู่ไหม?"
ฉินฝานถามตัดบท
ตระกูลหม่าอาจจะเก่งจริง แต่เห็นได้ชัดว่าในรั้วสถาบันเฟิ่งเทียน ตระกูลจอมยุทธ์เก่าแก่พวกนี้ทำอะไรฉินฝานไม่ได้หรอก
เป็นที่รู้กันดีว่า
มหาวิทยาลัยท็อป 10 ของประเทศ โดยเฉพาะ 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำสายต่อสู้ ไม่มีทางเป็นของเอกชน
เพราะนักศึกษาในสถาบันเหล่านี้ คือตัวแทนของกองกำลังสำรองทางยุทธศาสตร์ระดับชาติ!
นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ส่วนใหญ่พอจบปีสี่ก็ต้องเข้าสู่สนามรบ เข้าสังกัดกองทัพพิเศษทันที!
ตระกูลหม่าจะแน่แค่ไหน กล้าแหย่มือเข้ามาในมหาวิทยาลัยชั้นนำพวกนี้เหรอ?
ไม่ต้องพูดถึงอธิการบดีหรือคณบดีหรอก
เอาแค่รุ่นพี่ที่จบออกไปแล้วไปรับตำแหน่งใหญ่โตในกองทัพพิเศษ
ก็ไม่ใช่คนที่ตระกูลหม่าจะกล้าไปตอแยด้วยแล้ว!
ตระกูลหม่ามีเทพยุทธ์คลาสสี่สองคนแล้วไง? เก่งนักเหรอ?
เก่งแล้วไง!
ในกองทัพพิเศษมีคนที่เก่งกว่าพวกนั้นเป็นสิบๆ คน!
พอคิดได้แบบนี้ ฉินฝานก็เลิกกังวล
เหตุผลที่เขาเลือกเข้า 1 ใน 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ก็เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับสถาบันเหล่านี้มาก
นั่นหมายความว่าต่อให้เป็นคนธรรมดาอย่างเขา ขอแค่มีความแข็งแกร่ง ก็จะได้รับความยุติธรรมอย่างที่สุด!
ถ้าไปเข้ามหาวิทยาลัยทั่วไป เกิดฉินฝานไปมีเรื่องกับคุณหนูคุณชายตระกูลไหนเข้า ต่อให้มีมังกรก็อาจจะไม่รอด
เพราะถ้าเจอยอดฝีมือคลาสสี่หน้าด้านๆ มาเล่นงาน เขาในตอนนี้รับมือไม่ไหวแน่
"รับจ้ะ น้องมีอะไรก็เอาออกมาได้เลย"
พอเป็นเรื่องธุรกิจ สีหน้าของเซียวรื่อหย่าก็กลับมาดูมีความสนใจขึ้นเล็กน้อย
แต่เธอก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะคิดว่าเด็กปีหนึ่งที่เพิ่งเข้าเรียนไม่กี่วันจะมีของดีอะไรมาขายได้
ทว่า...
วินาทีต่อมา...
เคร้ง!!
ฉินฝานลูบแหวนมิติ แสงสว่างวาบขึ้น ของล้ำค่ามากมายก็ร่วงกราวลงมาเกลื่อนโต๊ะ!
หือ!?
เซียวรื่อหย่าที่เคยนั่งนิ่งสงบ ถึงกับเด้งตัวลุกขึ้นยืนทันที จ้องมองกองสมบัติตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
ด้วยผลของ 'สกิลตรวจสอบ'
รายละเอียดของสิ่งของเหล่านี้ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธออย่างชัดเจน!
[เครื่องประดับระดับสีม่วง เลเวล 25 'สร้อยคอกลืนเวท'!]
[เครื่องประดับระดับสีม่วง เลเวล 25 'แหวนวายุ'!]
[อาวุธระดับสีม่วง เลเวล 25 'หอกดูดเลือด'!]
[ชุดเกราะระดับสีม่วง เลเวล 25 'เซตเพลิงมาร' 3 ชิ้น!]
[อาวุธระดับสีม่วง เลเวล 25 'ขวานยักษ์ราชาพยัคฆ์'!]
[วัตถุดิบลงอาคมระดับ A 'แก่นอสรพิษน้ำแข็ง'!]
[วัตถุดิบตีเหล็กระดับ A 'กระดูกนิ้วราชาโทลล์'!]
[ตำราสกิลนักเวทระดับ B 'ดาวตกเพลิงระเบิด'!]
[ตำราสกิลนักรบระดับ C 'ยั่วยุผู้กล้า'!]
...
ช็อก!
เซียวรื่อหย่าช็อกตาตั้ง!
แม้แต่ผู้จัดการร้านที่นั่งอยู่บนชั้นสอง ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสมบัติล้ำค่าเหล่านี้
ด้วยความตกใจ
ผู้จัดการสาวสวยรีบวิ่งตึกตักลงมาจากชั้นสอง
และเมื่อเธอเห็นของที่กองอยู่บนโต๊ะ เธอก็ตกตะลึงจนตาค้างไปอีกคน!
ฉินฝานมองปฏิกิริยาของทั้งสองคนด้วยความพึงพอใจ
เพราะยิ่งพวกเธอตกใจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งหมายความว่าของพวกนี้จะขายได้ราคาดีเท่านั้น
และก็เป็นไปตามคาด
หลังจากประเมินราคาเบื้องต้น
ผู้จัดการสาวยื่นข้อเสนอมาที่ 60,000 หน่วยกิต
หลักๆ มาจากตำราสกิลนักเวทระดับ B เล่มนั้น ที่ตีราคาไปถึง 35,000 หน่วยกิตแล้ว!
ต้องรู้ก่อนว่า...
ตำราสกิลระดับ B ขึ้นไปดรอปยากมาก!
ยิ่งทำคะแนนเคลียร์ดันเจี้ยนได้ดี โอกาสดรอปของดีก็ยิ่งสูง!
ดังนั้นถึงจะมีนักศึกษาลงดันเจี้ยนเดิมๆ ทุกวัน แต่ตำราสกิลระดับ B ขึ้นไปก็ยังมีออกมาขายน้อยมาก
แถม...
ที่สำคัญคือมันเป็นตำราสกิลของนักเวท
อาชีพนักเวทมีสัดส่วนประชากรไม่น้อยเลยในหมู่ผู้เปลี่ยนอาชีพ!
สมกับที่เป็นอาชีพลูกรัก!
ทำให้ความต้องการตำราสกิลของอาชีพนี้สูงมากตามไปด้วย
ดังนั้นตำราสกิลระดับ B เล่มนี้ขายได้ 35,000 หน่วยกิต ก็ถือว่าสมเหตุสมผล
ตกลงซื้อขาย รับหน่วยกิตเข้ากระเป๋าเรียบร้อย
ฉินฝานเดินออกจากร้านโดยไม่ลังเล
แน่นอน...
ก่อนจะไป ฉินฝานแอบยัดเงิน 1,000 หน่วยกิตใส่มือรุ่นพี่สาวด้วย
จุดประสงค์ก็เพื่อหวังว่าตอนที่โรงเรียนมาสอบสวนเรื่องนี้ รุ่นพี่สาวจะช่วย 'ให้การที่เป็นประโยชน์' กับเขาหน่อย
ออกจากร้านมา
ท่ามกลางเสียงร้องงุ้งงิ้งอย่างตื่นเต้นของลูกมังกรสองตัวในอกเสื้อ ฉินฝานตรงไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตของโรงเรียน สั่งเนื้อสัตว์อสูรชั้นดี 200 ชั่งให้ส่งไปที่วิลล่าทันที
การเก็บเกี่ยววันนี้ถือว่าอุดมสมบูรณ์มาก!
ได้ของดีจากดันเจี้ยนมาเพียบ
สิ่งที่น่าเสียดายคือ...
ในดันเจี้ยนถ้ำยักษ์โทลล์และรังอสรพิษน้ำแข็ง เขาไม่ได้สกิลระดับ S หรือพรสวรรค์ระดับ A อีกเลย
ของรางวัลพิเศษแบบนั้นมีโอกาสดรอปแค่บางครั้ง ไม่ใช่ว่าทำลายสถิติได้แล้วจะได้ทุกครั้งเสมอไป
สองวันต่อมา
ฉินฝานหมกตัวอยู่แต่ในวิลล่าหรู แทบไม่ออกไปไหน
ไม่ใช่ว่าเขาขี้เกียจหรือจะเริ่มอู้งาน
แต่เพราะหลังจากได้สกิลและพรสวรรค์ใหม่มา เขาต้องเข้าไปในห้องฝึกซ้อมเพื่อฝึกฝนและทำความคุ้นเคยกับมันก่อน
ถึงมังกรจะเก่งแค่ไหน
แต่ความแข็งแกร่งของตัวเขาเองก็มองข้ามไม่ได้
ในขณะเดียวกัน...
ทางโรงเรียนก็เริ่มทยอยส่งมอบของรางวัลที่เคยสัญญาไว้
อย่างแรกคือตำราสกิลอาชีพนักฝึกมังกรระดับ S 'โซ่ตรวนแห่งชีวิต'
[โซ่ตรวนแห่งชีวิต (S): ความเสียหายที่คุณได้รับ 80% จะถูกกระจายไปให้สัตว์เลี้ยงมังกรรับแทน]
หมายเหตุ: หากมีสัตว์เลี้ยงมังกรตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป ความเสียหายจะถูกเฉลี่ยไปให้สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวเท่าๆ กัน
สกิลช่วยชีวิตระดับเทพอีกแล้ว!
เสี่ยวจิ่วและเสี่ยวหานในฐานะเผ่าพันธุ์มังกรศักดิ์สิทธิ์ ความถึกทนย่อมไม่เป็นสองรองใคร
การโจมตีที่อาจทำให้ฉินฝานถึงตาย เมื่อถูกถ่ายโอนความเสียหายไปที่ลูกมังกรทั้งสอง อาจจะเหมือนแค่โดนสะกิดเบาๆ สำหรับพวกมัน!
ส่วนตำราสกิลทั่วไประดับ S สามเล่ม และสิทธิ์เข้าใช้ทรัพยากรเพิ่มค่าประสบการณ์ระดับ A อีกสามแห่ง ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการยื่นเรื่องอนุมัติ
เรื่องนี้ฉินฝานเข้าใจได้
ในโลกที่ทรัพยากรขาดแคลนแบบนี้ ทุกประเทศย่อมต้องควบคุมทรัพยากรอย่างเข้มงวด
การจะเบิกตำราสกิลระดับ S ตั้งสามเล่ม และทรัพยากรระดับ A อีกสามที่ ย่อมต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ซับซ้อน
"เมื่อสามเดือนก่อน เกิดสงครามครั้งใหญ่ขึ้นที่แนวหน้าเขตแตกหักมิติ"
"แม้ในสงครามครั้งนั้น ทหารหาญจากกองทัพนานาชาติจะล้มตายไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีอัจฉริยะหลายคนที่เติบโตและสร้างชื่อเสียงขึ้นมาท่ามกลางสมรภูมิเลือด!"
"พวกเขาสังหารศัตรูไปมากมาย สร้างความดีความชอบไว้มหาศาล"
"ทางรัฐบาลย่อมไม่ปล่อยให้วีรบุรุษต้องน้อยใจ จึงทุ่มงบประมาณจากคลังหลวงไปมหาศาลเพื่อเป็นรางวัล"
"ตอนนี้โควตาตำราสกิลระดับ S และทรัพยากรระดับ A ที่สัญญาไว้กับเธอ เลยต้องรอคิวอนุมัติ"
"คาดว่าอย่างเร็วก็น่าจะอีกสามเดือนถึงจะถึงคิวของเธอ เรื่องนี้ครูจนปัญญาจริงๆ ต้องขอให้นักศึกษาฉินฝานเข้าใจด้วยนะจ๊ะ"
"แต่เรื่อง 'ดันเจี้ยนวิญญาณมังกร' อีกหนึ่งเดือนก็จะเปิดให้เธอเข้าไปใช้ได้แล้ว ถึงตอนนั้นทางโรงเรียนจะแจ้งให้ทราบอีกที"
อาจารย์เฮ่อหย่าหลานได้อธิบายเหตุผลให้ฉินฝานฟังตามนี้