เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 80 หน้าไม่อาย

บทที่ 80 หน้าไม่อาย

บทที่ 80 หน้าไม่อาย


บทที่ 80 หน้าไม่อาย

"นายน้อย!!"

ลูกสมุนสองสามคนที่คอยสังเกตการณ์อยู่หน้าประตูกระจก เห็นนายน้อยผมทองถูกต่อยหมัดเดียวสลบเหมือด ถึงกับร้องโหยหวนออกมา

จากนั้นพวกมันก็รีบพุ่งเข้ามาในร้าน

แต่คนที่อึ้งกว่าพวกมัน...

คือเซียวรื่อหย่า สาวสวยในชุดกี่เพ้า

เธอไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนเลยว่า รุ่นน้องปีหนึ่งหน้าตาใสซื่อคนนี้จะจู่โจมแบบสายฟ้าแลบ แถมยังซัดนักรบอาชีพคลาสหนึ่งอย่างเจ้าหัวทองสลบได้ในหมัดเดียว

ความแรงและความเร็วของหมัดนั้น...

แม้แต่เซียวรื่อหย่าที่เป็นจอมเวทคลาสสอง เลเวล 47 ยังอดรู้สึกใจหายวาบไม่ได้!

นี่คือพลังโจมตีที่เด็กปีหนึ่งทำได้จริงๆ เหรอ?

แถมยังเป็นแค่หมัดตรงธรรมดาๆ ไม่ได้ใช้สกิลอะไรช่วยเลยด้วยซ้ำ!

"รีบพานายน้อยไปหาหมอเร็ว!"

"ไอ้หนู! ฝากไว้ก่อนเถอะ! แกเจอตอเข้าแล้ว!"

"กล้าดียังไงมาต่อยนายน้อยรองแห่งตระกูลหม่าเมืองเฟิ่งเทียน!"

"เตรียมตัวโดนเล่นงานจนพิการได้เลยแก!"

พวกลูกสมุนชี้หน้าด่าทอฉินฝานด้วยความโกรธแค้น ทิ้งคำขู่ไว้สองสามประโยค แล้วรีบหามร่างเจ้าหัวทองหนีไปดื้อๆ

ฉินฝาน: "..."

หนีไปง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?

ตามพล็อตนิยาย พวกแกต้องกรูกันเข้ามารุมกระทืบฉันสิ?

ดูท่าลูกสมุนพวกนี้จะฉลาดไม่เบา

อย่างว่าแหละ รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

เจ้านายตัวเองยังโดนหมัดเดียวร่วง ใครจะโง่เอาตัวเข้าแลกกับฉินฝานสู้ตอนนี้ ทิ้งคำขู่ไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมาคิดบัญชีทีหลัง

"น้องจ๊ะ งานเข้าแล้วล่ะ"

ตอนนั้นเอง

รุ่นพี่สาวชุดกี่เพ้าก็เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

ฉินฝานหันไปมองเธอ แล้วกระแอมเบาๆ "พี่ครับ พี่เองก็งานเข้าเหมือนกันแหละ"

เซียวรื่อหย่า: "???"

"ถ้าพวกแบ็กใหญ่ๆ ของไอ้หมอนั่นตามมาเอาเรื่อง ผมก็จะบอกว่าพี่จ้างผมมาซ้อมมันโดยเฉพาะ ถึงตอนนั้นพี่ก็อย่าหวังว่าจะรอดตัวไปได้"

เซียวรื่อหย่าเบิกตากว้าง จ้องมองเขาด้วยความเหลือเชื่อ

คนอะไรจะหน้าด้านได้ขนาดนี้!

ทั้งที่เธอยังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ หมอนี่ก็ชิงลงมือต่อยคนไปแล้ว ตอนนี้ยังมีหน้ามาโยนความผิดให้เธออีก!

"เฮ้อ! ผมแค่จะมาขายของหาตังค์แท้ๆ ทำไมต้องมาเจอเรื่องซวยๆ แบบนี้ด้วยนะ..."

ฉินฝานบ่นพึมพำกับตัวเอง

เซียวรื่อหย่าสวนกลับทันควัน "เรื่องนี้เดิมทีมันไม่เกี่ยวกับนายเลยนะ นายเองไม่ใช่เหรอที่ไม่พูดพร่ำทำเพลง ซัดหน้าเขาไปเต็มหมัด..."

ฉินฝาน: "..."

พลาดแล้ว

เขาพลาดจริงๆ

หลักๆ คือพล็อตเรื่องช่วงนี้มันคุ้นเกินไป สัญชาตญาณตัวเอกเลยทำงานอัตโนมัติ

จริงๆ แค่เดินหนีไปเฉยๆ ก็จบเรื่องแล้ว แต่ฉินฝานดันอยากลองสวมบทพระเอกนิยายตบเกรียนโชว์เทพดูบ้าง

"ไอ้หัวทองนั่นชื่อ หม่าชิงเฟิง นายน้อยรองแห่งตระกูลหม่าเมืองเฟิ่งเทียน"

"ตระกูลนั้นเป็นตระกูลจอมยุทธ์เก่าแก่ ปัจจุบันมีเทพยุทธ์คลาสสี่เลเวลร้อยคอยคุ้มครองอยู่ถึงสองคน อย่าว่าแต่ในมณฑลเฟิ่งเทียนเลย ต่อให้เป็นระดับประเทศ ตระกูลหม่าก็ถือเป็นตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียง"

"แต่ยังดี ที่นี่คือสถาบันเฟิ่งเทียน ตระกูลหม่ายังเอื้อมมือเข้ามาไม่ถึง"

"แต่นายคงโดนหม่าชิงเฟิงหมายหัวไว้แล้วแน่ๆ แถมทางโรงเรียนก็น่าจะสอบสวนเรื่องที่นายลงมือทำร้ายร่างกายคนอื่นก่อนด้วย"

เมื่อเห็นว่าเรื่องมันจบไปแล้ว รุ่นพี่สาวก็กลับมานั่งไขว่ห้างบนโซฟาหนังแท้ด้วยท่วงท่าสง่างาม ขาขาวเรียวยาวตัดกับชุดกี่เพ้า ดูเซ็กซี่และเป็นผู้ใหญ่จนน่าหลงใหล

"โรงเรียนจะสอบสวน?"

ฉินฝานเอียงคอทำท่าเหมือนมีเครื่องหมายคำถามอันเบ้อเริ่มแปะอยู่บนหัว "ไม่ใช่นะครับพี่ เรื่องมันต้องเป็นแบบนี้ พี่โดนอันธพาลลวนลาม รุ่นน้องอย่างผมทนดูไม่ได้เลยยื่นมือเข้าช่วยซัดมันไปหนึ่งหมัด นี่มันคือการกระทำของวีรบุรุษผู้ผดุงความยุติธรรมชัดๆ จะมาหาว่าทำร้ายร่างกายได้ยังไง?"

เซียวรื่อหย่า: "..."

เธออึ้งไปเลย

แบบนี้ก็ได้เหรอ?

"ในเมื่อตระกูลหม่าเอื้อมมือเข้ามาไม่ถึง ก็ไม่ต้องกังวลแล้วครับ"

"กลับเข้าเรื่องกันดีกว่า พี่ครับ ที่นี่ยังรับซื้อของอยู่ไหม?"

ฉินฝานถามตัดบท

ตระกูลหม่าอาจจะเก่งจริง แต่เห็นได้ชัดว่าในรั้วสถาบันเฟิ่งเทียน ตระกูลจอมยุทธ์เก่าแก่พวกนี้ทำอะไรฉินฝานไม่ได้หรอก

เป็นที่รู้กันดีว่า

มหาวิทยาลัยท็อป 10 ของประเทศ โดยเฉพาะ 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำสายต่อสู้ ไม่มีทางเป็นของเอกชน

เพราะนักศึกษาในสถาบันเหล่านี้ คือตัวแทนของกองกำลังสำรองทางยุทธศาสตร์ระดับชาติ!

นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ส่วนใหญ่พอจบปีสี่ก็ต้องเข้าสู่สนามรบ เข้าสังกัดกองทัพพิเศษทันที!

ตระกูลหม่าจะแน่แค่ไหน กล้าแหย่มือเข้ามาในมหาวิทยาลัยชั้นนำพวกนี้เหรอ?

ไม่ต้องพูดถึงอธิการบดีหรือคณบดีหรอก

เอาแค่รุ่นพี่ที่จบออกไปแล้วไปรับตำแหน่งใหญ่โตในกองทัพพิเศษ

ก็ไม่ใช่คนที่ตระกูลหม่าจะกล้าไปตอแยด้วยแล้ว!

ตระกูลหม่ามีเทพยุทธ์คลาสสี่สองคนแล้วไง? เก่งนักเหรอ?

เก่งแล้วไง!

ในกองทัพพิเศษมีคนที่เก่งกว่าพวกนั้นเป็นสิบๆ คน!

พอคิดได้แบบนี้ ฉินฝานก็เลิกกังวล

เหตุผลที่เขาเลือกเข้า 1 ใน 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ก็เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับสถาบันเหล่านี้มาก

นั่นหมายความว่าต่อให้เป็นคนธรรมดาอย่างเขา ขอแค่มีความแข็งแกร่ง ก็จะได้รับความยุติธรรมอย่างที่สุด!

ถ้าไปเข้ามหาวิทยาลัยทั่วไป เกิดฉินฝานไปมีเรื่องกับคุณหนูคุณชายตระกูลไหนเข้า ต่อให้มีมังกรก็อาจจะไม่รอด

เพราะถ้าเจอยอดฝีมือคลาสสี่หน้าด้านๆ มาเล่นงาน เขาในตอนนี้รับมือไม่ไหวแน่

"รับจ้ะ น้องมีอะไรก็เอาออกมาได้เลย"

พอเป็นเรื่องธุรกิจ สีหน้าของเซียวรื่อหย่าก็กลับมาดูมีความสนใจขึ้นเล็กน้อย

แต่เธอก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะคิดว่าเด็กปีหนึ่งที่เพิ่งเข้าเรียนไม่กี่วันจะมีของดีอะไรมาขายได้

ทว่า...

วินาทีต่อมา...

เคร้ง!!

ฉินฝานลูบแหวนมิติ แสงสว่างวาบขึ้น ของล้ำค่ามากมายก็ร่วงกราวลงมาเกลื่อนโต๊ะ!

หือ!?

เซียวรื่อหย่าที่เคยนั่งนิ่งสงบ ถึงกับเด้งตัวลุกขึ้นยืนทันที จ้องมองกองสมบัติตรงหน้าด้วยความตกตะลึง

ด้วยผลของ 'สกิลตรวจสอบ'

รายละเอียดของสิ่งของเหล่านี้ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธออย่างชัดเจน!

[เครื่องประดับระดับสีม่วง เลเวล 25 'สร้อยคอกลืนเวท'!]

[เครื่องประดับระดับสีม่วง เลเวล 25 'แหวนวายุ'!]

[อาวุธระดับสีม่วง เลเวล 25 'หอกดูดเลือด'!]

[ชุดเกราะระดับสีม่วง เลเวล 25 'เซตเพลิงมาร' 3 ชิ้น!]

[อาวุธระดับสีม่วง เลเวล 25 'ขวานยักษ์ราชาพยัคฆ์'!]

[วัตถุดิบลงอาคมระดับ A 'แก่นอสรพิษน้ำแข็ง'!]

[วัตถุดิบตีเหล็กระดับ A 'กระดูกนิ้วราชาโทลล์'!]

[ตำราสกิลนักเวทระดับ B 'ดาวตกเพลิงระเบิด'!]

[ตำราสกิลนักรบระดับ C 'ยั่วยุผู้กล้า'!]

...

ช็อก!

เซียวรื่อหย่าช็อกตาตั้ง!

แม้แต่ผู้จัดการร้านที่นั่งอยู่บนชั้นสอง ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสมบัติล้ำค่าเหล่านี้

ด้วยความตกใจ

ผู้จัดการสาวสวยรีบวิ่งตึกตักลงมาจากชั้นสอง

และเมื่อเธอเห็นของที่กองอยู่บนโต๊ะ เธอก็ตกตะลึงจนตาค้างไปอีกคน!

ฉินฝานมองปฏิกิริยาของทั้งสองคนด้วยความพึงพอใจ

เพราะยิ่งพวกเธอตกใจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งหมายความว่าของพวกนี้จะขายได้ราคาดีเท่านั้น

และก็เป็นไปตามคาด

หลังจากประเมินราคาเบื้องต้น

ผู้จัดการสาวยื่นข้อเสนอมาที่ 60,000 หน่วยกิต

หลักๆ มาจากตำราสกิลนักเวทระดับ B เล่มนั้น ที่ตีราคาไปถึง 35,000 หน่วยกิตแล้ว!

ต้องรู้ก่อนว่า...

ตำราสกิลระดับ B ขึ้นไปดรอปยากมาก!

ยิ่งทำคะแนนเคลียร์ดันเจี้ยนได้ดี โอกาสดรอปของดีก็ยิ่งสูง!

ดังนั้นถึงจะมีนักศึกษาลงดันเจี้ยนเดิมๆ ทุกวัน แต่ตำราสกิลระดับ B ขึ้นไปก็ยังมีออกมาขายน้อยมาก

แถม...

ที่สำคัญคือมันเป็นตำราสกิลของนักเวท

อาชีพนักเวทมีสัดส่วนประชากรไม่น้อยเลยในหมู่ผู้เปลี่ยนอาชีพ!

สมกับที่เป็นอาชีพลูกรัก!

ทำให้ความต้องการตำราสกิลของอาชีพนี้สูงมากตามไปด้วย

ดังนั้นตำราสกิลระดับ B เล่มนี้ขายได้ 35,000 หน่วยกิต ก็ถือว่าสมเหตุสมผล

ตกลงซื้อขาย รับหน่วยกิตเข้ากระเป๋าเรียบร้อย

ฉินฝานเดินออกจากร้านโดยไม่ลังเล

แน่นอน...

ก่อนจะไป ฉินฝานแอบยัดเงิน 1,000 หน่วยกิตใส่มือรุ่นพี่สาวด้วย

จุดประสงค์ก็เพื่อหวังว่าตอนที่โรงเรียนมาสอบสวนเรื่องนี้ รุ่นพี่สาวจะช่วย 'ให้การที่เป็นประโยชน์' กับเขาหน่อย

ออกจากร้านมา

ท่ามกลางเสียงร้องงุ้งงิ้งอย่างตื่นเต้นของลูกมังกรสองตัวในอกเสื้อ ฉินฝานตรงไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตของโรงเรียน สั่งเนื้อสัตว์อสูรชั้นดี 200 ชั่งให้ส่งไปที่วิลล่าทันที

การเก็บเกี่ยววันนี้ถือว่าอุดมสมบูรณ์มาก!

ได้ของดีจากดันเจี้ยนมาเพียบ

สิ่งที่น่าเสียดายคือ...

ในดันเจี้ยนถ้ำยักษ์โทลล์และรังอสรพิษน้ำแข็ง เขาไม่ได้สกิลระดับ S หรือพรสวรรค์ระดับ A อีกเลย

ของรางวัลพิเศษแบบนั้นมีโอกาสดรอปแค่บางครั้ง ไม่ใช่ว่าทำลายสถิติได้แล้วจะได้ทุกครั้งเสมอไป

สองวันต่อมา

ฉินฝานหมกตัวอยู่แต่ในวิลล่าหรู แทบไม่ออกไปไหน

ไม่ใช่ว่าเขาขี้เกียจหรือจะเริ่มอู้งาน

แต่เพราะหลังจากได้สกิลและพรสวรรค์ใหม่มา เขาต้องเข้าไปในห้องฝึกซ้อมเพื่อฝึกฝนและทำความคุ้นเคยกับมันก่อน

ถึงมังกรจะเก่งแค่ไหน

แต่ความแข็งแกร่งของตัวเขาเองก็มองข้ามไม่ได้

ในขณะเดียวกัน...

ทางโรงเรียนก็เริ่มทยอยส่งมอบของรางวัลที่เคยสัญญาไว้

อย่างแรกคือตำราสกิลอาชีพนักฝึกมังกรระดับ S 'โซ่ตรวนแห่งชีวิต'

[โซ่ตรวนแห่งชีวิต (S): ความเสียหายที่คุณได้รับ 80% จะถูกกระจายไปให้สัตว์เลี้ยงมังกรรับแทน]

หมายเหตุ: หากมีสัตว์เลี้ยงมังกรตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป ความเสียหายจะถูกเฉลี่ยไปให้สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวเท่าๆ กัน

สกิลช่วยชีวิตระดับเทพอีกแล้ว!

เสี่ยวจิ่วและเสี่ยวหานในฐานะเผ่าพันธุ์มังกรศักดิ์สิทธิ์ ความถึกทนย่อมไม่เป็นสองรองใคร

การโจมตีที่อาจทำให้ฉินฝานถึงตาย เมื่อถูกถ่ายโอนความเสียหายไปที่ลูกมังกรทั้งสอง อาจจะเหมือนแค่โดนสะกิดเบาๆ สำหรับพวกมัน!

ส่วนตำราสกิลทั่วไประดับ S สามเล่ม และสิทธิ์เข้าใช้ทรัพยากรเพิ่มค่าประสบการณ์ระดับ A อีกสามแห่ง ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการยื่นเรื่องอนุมัติ

เรื่องนี้ฉินฝานเข้าใจได้

ในโลกที่ทรัพยากรขาดแคลนแบบนี้ ทุกประเทศย่อมต้องควบคุมทรัพยากรอย่างเข้มงวด

การจะเบิกตำราสกิลระดับ S ตั้งสามเล่ม และทรัพยากรระดับ A อีกสามที่ ย่อมต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ซับซ้อน

"เมื่อสามเดือนก่อน เกิดสงครามครั้งใหญ่ขึ้นที่แนวหน้าเขตแตกหักมิติ"

"แม้ในสงครามครั้งนั้น ทหารหาญจากกองทัพนานาชาติจะล้มตายไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีอัจฉริยะหลายคนที่เติบโตและสร้างชื่อเสียงขึ้นมาท่ามกลางสมรภูมิเลือด!"

"พวกเขาสังหารศัตรูไปมากมาย สร้างความดีความชอบไว้มหาศาล"

"ทางรัฐบาลย่อมไม่ปล่อยให้วีรบุรุษต้องน้อยใจ จึงทุ่มงบประมาณจากคลังหลวงไปมหาศาลเพื่อเป็นรางวัล"

"ตอนนี้โควตาตำราสกิลระดับ S และทรัพยากรระดับ A ที่สัญญาไว้กับเธอ เลยต้องรอคิวอนุมัติ"

"คาดว่าอย่างเร็วก็น่าจะอีกสามเดือนถึงจะถึงคิวของเธอ เรื่องนี้ครูจนปัญญาจริงๆ ต้องขอให้นักศึกษาฉินฝานเข้าใจด้วยนะจ๊ะ"

"แต่เรื่อง 'ดันเจี้ยนวิญญาณมังกร' อีกหนึ่งเดือนก็จะเปิดให้เธอเข้าไปใช้ได้แล้ว ถึงตอนนั้นทางโรงเรียนจะแจ้งให้ทราบอีกที"

อาจารย์เฮ่อหย่าหลานได้อธิบายเหตุผลให้ฉินฝานฟังตามนี้

จบบทที่ บทที่ 80 หน้าไม่อาย

คัดลอกลิงก์แล้ว