เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 หยดน้ำพลังลมปราณหยาง

ตอนที่ 35 หยดน้ำพลังลมปราณหยาง

ตอนที่ 35 หยดน้ำพลังลมปราณหยาง


หยางไค่ไม่ทราบว่าบุคคลอื่นๆเมื่ออยู่ในเขตแดนกายาเริงอารมณ์ขั้นที่ 7 ภายในร่างกายของพวกเขาจะมีพลังลมปราณหยางเท่าใด แต่มันคงมีไม่มากอย่างแน่นอน การบ่มเพาะพลังลมปรารณในช่วงแรกคงจะเป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่เพราะตัวเขามีการฝึกฝนกลยุทธุ์หยางจากตำราสีดำ จึงสามารถดูดซับพลังงานหยางที่อยู่ในโลก และในโลกแห่งนี้จะมีเคล็ดวิชาหรือตำราอื่นๆที่มีความวิเศษและลึกลับเช่นกลยุทธุ์หยาง

 

ในวันนี้ หลังจากที่หยางไค่ฝึกยุทธุ์จนเสร็จสิ้น เขาค่อยๆ ลืมตาอย่างช้าๆ

หลายวันที่ผ่านมาพลังงานหยางที่เขาดูดซับเข้ามาในร่างกายเรืิ่มมีความหนาแน่นมากขึ้น เส้นชีพจรลมปราณเริ่มมีความรู้สึกอุ่นที่มากขึ้น หยางไค่รู้สึกว่า พลังลมปราณที่อยู่ในร่างกายเริ่มสะสุมจนใกล้จะถึงขีดจำกัดสูงสุดที่ร่างกายของเขาจะรับได้

เมื่อพลังปราณของกลยุทธุ์หยางสะสมจนถึงขีดจำกัดสูงสุด มันจะแปรเปลี่ยนและอยู่ในรูปแบบของเหลว กลายเป็นหยดน้ำพลังลมปราณหยางซึ่งมันจะถูกกักเก็บไว้ในจุดตันเถียน หยดน้ำพลังปราณหยาง สามารถใช้ในการต่อสู้ และยังสามารถแสดงอำนาจต่างๆที่มิอาจคาดเดา ดังนั้น หยางไค่จึงรอคอยมันหย่างคาดหวัง

หยางไค่ลืมตาอย่างช้าๆ ในขณะที่เขากำลังปรับสายตาเพื่อมองไปยังด้านหน้า ทันใดนั้นสายตาที่กำลังจับจ้องไปด้านหน้ามองเห็นบุคคลคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านข้างของเขา หยางไค่แสดงออกมาอย่างตกใจ ในขณะที่เขากำลังฝึกฝนวิชายุทธุ์ เขากลับไม่สามารถสัมผัสได้ว่าบุคคลคนนี้เดินมาหาเขาตั้งแต่ตอนไหน

บุคคลคนนี้ยืนอยู่ข้างๆ เขาและหันหลังให้แก่เขา เขาสวมใส่เสื้อคลุมสีน้ำเงิน เขามีแขนที่สง่างาม รูปร่างที่สูงใหญ่ แม้ว่าผมของเขาจะกลายเป็นสีขาว แต่มันกลับเงาวาวเป็นธรรมชาติ คางของเขาไว้เคราที่เสมือนเคราแพะ เมื่อมองออกไป เขาน่าจะมีอายุไม่ห่างจากเหรัญญิกเม้งแห่งหอวิเศษมากนัก แต่ว่ารัศมีกลิ่นอายความสง่าที่เปล่งประกายออกมาจากตัวเขากลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เมื่อมองเห็นเขา สมองของหยางไค่ได้มีความคิดที่ว่าเขาเป็นเทพสวรรค์อย่างไม่ได้ตั้งใจ รัศมีกลิ่นอายที่เปล่งออกมาไม่เพียงแตกต่างจากเหรัญญิกเม้งแต่เขารู้สึกว่ารัศมีกลิ่นอายที่กำลังเปล่งประกายออกมาบริสุทธุ์ ขาวสะอาดราวกับกลิ่นอายที่ลอยลงมาจากฟากฟ้า เมื่อเปรียบเทียบกับเหรัญญิกเม้ง มันช่างแตกต่างราวฟ้ากับดิน

แต่ในตอนนี้มือข้างหนึ่งของบุรุษคนนี้ไขว้อยู่ข้างหลัง ส่วนมืออีกข้างกำลังจับเคราของตัวเอง เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าของคุกคุมขังมังกร สายตาของเขาช่างแปลกประหลาด มันแปลกประหลาดจนกลายเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อน

บุรุษคนนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาต้องเป็นผู้อาวุโสที่เป็นนักปราชย์หรือปัญญาชั้นสูงคนหนึ่ง ในขณะเดียวกันเขาอาจจะเป็นผู้อาวุโสที่มีฝีมือในการต่อสู้ที่เยี่ยมยอด !! หยางไค่มีความชัดเจนในจิตใจ เขารีบลุกขึ้นมา แล้วคำนับแสดงความเคารพ : “ศิษย์หยางไค่ แสดงความเคารพต่อผู้อาวุโส !!”

เมื่อถูกเสียงของหยางไค่รบกวน ชายชราค่อยๆหันหลัง จากนั้นจึงเหลือบมองไปที่หยางไค่ ก่อนจะพยักหน้าและกล่าวตอบอย่างช้าๆ : “อืม”

“ไม่ทราบว่าศิษย์ควรจะเรียกท่านผู้อาวุโสว่าอย่างไร ?” แม้ว่าหยางไค่จะทราบว่าเขาต้องเป็นผู้อาวุโสระดับสูงของหอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยว แต่หยางไค่ไม่เคยพบเจอกับเขา ดังนั้นเขาจึงต้องไถ่ถาม เพื่อไม่เสื่อมเสียต่อบรรดาศักดิ์ของเขา

ชายชรากล่าวพึมพำเบา ขมวดคิ้วไว้แน่น เสมือนว่าหยางไค่กำลังกล่าวถามคำถามที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ จากนั้นเขาจึงกล่าวตอบอย่างช้ๆ : “เจ้าเรียกข้าว่า ผู้อาวุโสสิบเอ็ด ก็พอ”

ผู้อาวุโสสิบเอ็ด ? หยางไค่รู้สึกสงสัย แม้ว่าผู้อาวุโสของหอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยวจะมีจำนวนมาก แต่ไม่มากพอที่จะมีผู้อาวุที่สิบเอ็ด แต่ในเมื่อเขาเป็นถึงผู้อาวุโส ในเมื่อเขาได้กล่าวเช่นนี้ หยางไค่จึงต้องปฏิบัติอย่างที่เขากล่าว จากนั้นหยางไค่จึงคำนับและกล่าว : “ศิษย์หยางไค่ แสดงความเคารพต่อผู้อาวุโสสิบเอ็ด”

ผู้อาวุโสสิบเอ็ดหัวเราะเบาๆ ใบหน้าของเขาแสดงออกอย่างเป็นมิตต ก่อนจะกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน : “เจ้ากำลังฝึกยุทธุ์ ?”

“ใช่” หยางไค่พยักหน้า

“และมันเป็นทักษะการต่อที่เกี่ยวข้องกับพลังปราณหยาง ? ?”

“ใช่ ‘ หยางไค่ทราบดีว่าคนที่อยู่ตางหน้าเป็นคนที่มีความสามารถที่แข็งแกร่ง ทำไมเขาจะไม่สามารถสัมผัสได้ว่าตนเองกำลังดูดซับพลังงานหยางเพื่อฝึกฝนวิชายุทธุ์ ?

“การฝึกฝนเป็นอย่างไรบ้าง ?”

“เพิ่งรับการฝึกฝนได้ไม่กี่วัน แต่ว่าความคืบหน้าของมันก็มิได้เลวร้าย”

ผู้อาวุโสสิบเอ็ดได้กล่าวถามอีกไม่กี่คำถาม หยางไค่จึงกล่าวตอบทุกคำถาม ทำให้จิตใจของเขารู้สึกตื้นตัน ผู้อาวุโสท่านี้เป็นมิตรและอ่อนโยน เขาปฏิบัตต่อศิษย์ที่อยู่ในระดับล่างสุดอย่างเท่าธรรมเทียมและยังเป็นห่วงไถ่ถามศิษย์ที่ไร้ความสามารถเช่นเขา ทำให้จิตใจของหยางไค่ก่อเกิดความรู้สึกดีๆต่อเขา

เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสท่านนี้กล่าวอย่างเป็นมิตร หยางไค่จึงกล่าวถามต่อเขา : “ผู้อาวุโสสิบเอ็ด ศิษย์ฝึกฝนวิชายุทธุ์เป็นเวลาหลายวัน แต่ยังมีข้อสงสัยที่มิอาจหาคำตอบได้”

“โอ้ว ไหนกล่าวมาซิ” ผู้อาวุโสสิบเอ็ดกระทำอย่างกระตือรื้อร้น

“ทำไมเบื้องหลังของคุกคุมขังมังกรจึงมีพลังงานหยางพุ่งออกมา ?”

ผู้อาวุโสสิบเอ็ดหัวเราะเมื่อได้ยินคำถามนี้ : “มันเป็นเพราะด้านล่างของคุกคุมขังมังกรมีสมบัติที่มีพลังงานหยางอยู่ไงล่ะ”

หยางไค่หัวเราะอย่างขืมขื่น เขาคิดในใจว่าเรื่องเช่นนี้เขาทราบดี แต่สิ่งที่เขาไม่ทราบก็คือสิ่งที่อยู่เบื้องล่างของคุกคุมขังมังกรคืออะไรกันแน่

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าคุกคุมขังมังกรเกิดขึ้นได้อย่างไร ?” ผู้อาวุโสสิบเอ็ดได้กล่าวถามหยางไค่อย่างกะทันหัน

แม้ว่าหยางไค่ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสสิบเอ็ดจะทำเพื่ออะไร แต่เขาก็ยังส่ายศรีษะอย่างจริงใจ

ผู้อาวุโสสิบเอ็ดมองไปยังคุกคุมขังมังกร ก่อนจะกล่าวอย่างช้าๆ : “มันสร้างขึ้นจากการฟันของดาบในครั้งเดียว”

หยางไค่อึ้งเสมือนว่าถูกฟ้าผ่า !! คุกคุมขังมังกร !! มีความกว้างหลายพันจ้าง และยังไม่รู้ว่ามันลึกเท่าไหร่ เพราะมิอาจมองเห็นเบื้องล่างของมัน แต่มันถูกสร้างมาจากการฟันของดาบในครั้งเดียว ? ถ้าหากว่าเป็นคนอืนๆที่ได้ยินเรื่องนี้ คงไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่เขาพูด แต่ว่าผู้อาวุโสที่อยู่ตางหน้าเขาไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกหกเขา

แต่ว่าเป็นใครที่สามารถรอยแยกของแผ่นดินจนกลายเป็นคุกคุมขังมังกรด้วยการฟันดาบในครั้งเดียว ? บุคคลนี้มีการบ่นเพาะพลังอยู่ในเขตแดนขั้นที่เท่าไหร่กันแน่ ?

“หลายร้อยปีก่อน สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่หอประลองยุทธุืของข้า” สายตาของผู้อาวุโสสิบเอ็ดมีความลึกลับและเขายังกล่าวด้วยเสียงต่ำ

หยางไค่ทราบว่าดีว่าผู้อาวุโสคนนี้กำลังจะเปิดเผยความลับบางอย่างที่ไม่มีใครทราบ เขาจึงกลั้นหายใจ ก่อนจะจ้องมองและตั้งใจฟังในสิ่งที่ผู้อาวุโสสิบเอ็ดกำลังจะกล่าว

“ตอนนั้นในขณะที่ปรมาณจารย์กำลังเดินทางผ่านดินแดนนี้ เขาได้พบเจอกับปีศาจที่มีความแข็งแกร่งอย่างสุดซึ้งโดยบังเอิญ ทั้งสองต่อสู้อย่างรุนแรงในสถานที่แห่งนี้ ไม่มีใครทราบรายละเอียดในการต่อสู้ แต่เมื่อถึงนาทีสุดท้ายในการต่อสู้ ปีศาจตนนั้นมีความสามารถในการรับรู้ที่เก่งกล้า มันจึงตวัดดาบที่มีอำนาจเหลือล้นของมัน” ในขณะที่กล่าว ผู้อาวุโสสิบเอ็ดใช้มือทั้งสองแสดงท่าทีในการต่อสู้ และยังแสดงท่าทีการฟันดาบของปีศาจ “เมื่อมันตวัดดาบ และฟันลงไป ทำให้เกิดเป็นคุกคุมขังมังกร !! ปีศาจตนนั้นตกลงไปยังเบื้องล่างของคุกคุมขังมังกร ปรมาจารย์ตามล่ามันลงไปยังเบื้องล่าง เขาต้องใช้ความพยายามที่มากมายและความลำบากแสนเข็ญจึงสามารถฆ่าปีศาจตนนั้น !!”

“แต่ว่าปีศาจตนนั้นมีความแข็งแกร่งที่มากเกินไป แม้ว่าร่างกายของมันจะตายจิตวิญญานของมันจะสลาย แต่ปรมาจารย์ยังไม่วางใจ ดังนั้นเขาจึงก่อตั้งหอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยวที่นี้ เฝ้าดูแลสถานที่แห่งนี้นานนับสิบปี จนยืนยันได้ว่ามันไร้ซึ่งอันตรายต่อมวลมนุษย์ เขาจึงออกไปจากหอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยว และให้ข้ามายังหอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยวแห่งนี้”

“คุกคุมขังมังกรก่อเกิดมาหลายร้อยปี เบื้องล่างของมันมืดมนไร้ซึ่งแสงสว่างแห่งดวงอาทิตย์ หลังจากนั้นยังได้โยนศิษย์ที่ทรยศต่อหอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยวลงไปยังเบื้องล่าง เมื่อเป็นเช่นนี้มันอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เบื้องล่างของมันก่อเกิดสมบัติที่มีพลังหยางก็เป็นได้ และมันยังเป็นเหตุผลที่เจ้าสามารถดูดซับพลังงานหยางจากที่นี้”

หยางไค่พยักหน้า กล่าวถามอย่างสงสัย : “การที่ผู้อาวุโสสิบเอ็ดมายังสถานที่แห่งนี้ เพราะว่าท่านต้องการเห็นสมบัติที่อยู่เบื้องล่างว่ามันคืออะไร ?”

“ข้า ?‘ ใบหน้าของผู้อาวุโสสิบเอ็ดแสดงอย่างแปลกใจ ก่อนจะกล่าวตอบอย่างช้าๆ :”ข้าไม่ได้มาเพื่อดูสมบัติ ข้ามาพบใครบางคน ? ”

“พบใครบางคน?”

ผู้อาวุโสสิบเอ็ดกล่าวตอบด้วยเสียงหัวเราะ : “เมื่อคนเข้าสู่วัยชรา มันจะกล่าวอะไรเยอะแยะ วันนี้ขอให้จบการสนทนาของเราเพียงเท่านี้ เจ้าฝึกฝนวิชายุทธุ์อย่างตั้งใจ แต่อย่าคิดที่จะลงไปยังเบื้องล่างนี้ ด้านล่างเต็มไปด้วยอันตรายที่มากมาย แม้แต่ข้ายังไม่กล้าที่จะลงไป”

หลังจากที่กล่าวจบ ผู้อาวุโสได้หันหลังและเดินจากไป แม้ว่าหยางไค่จะมีคำถามมากมาย แต่ก็ทำได้เพียงเก็บคำถามนั้นไว้กับตัวเอง

เมื่อทำจิตใจของตนเองให้ผ่อนคลาย หยางไค่เริ่มต้นฝึนฝนการควบคุมพลังลมปราณหยางอีกครั้ง เวลานี้การฝึกฝนทักษะการต่อสู้แห่งกลยุทธุ์ทำให้เขาสามารถเคลื่อนไหวพลังลมปราณที่อยู่ในร่างกาย และยังสามารถดูดซับพลังงานหยางอย่างรวดเร็ว

หลายชั่วยามผ่านไป หยางไค่รู้สึกว่าเส้นชีพจรของเขากำลังจะระเบิด แม้แต่จุดตันเถียนยังรู้สึกอัดแน่น เสมือนว่ากินอาหารมากเกินไป จนทำให้ช่องท้องแทบจะระเบิดออกมา

มันกำลังถึงขีดจำกัดสูงสุด ? หยางไค่ไม่แปลกใจแต่กลับปลื้มปิติ เขาจึงตั้งใจมากขึ้น

หลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม เส้นชีพจรลมปราณและจุดตันเถียนรู้สึกเบาหวิวอย่างกะทันหัน ความรู้สึกที่เส้นชีพจรลมปราณจะระเบิด ความอึดอันที่จุดตันเถียนมหลายหายไปจนหมด เวลานี้พลังลมปราณที่อยู่ในร่างกายได้พุ่งผสานเข้าไปยังจุดตันเถียน ทันใดนั้นความรู้สึกร้อนได้ปรากฏออกมาและแปรเปลี่ยนเป็นหยดนั้ำ เข้าไปยังจุดตันเถียน หยางไค่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหยดของหยดน้ำที่เบามาก

หยดน้ำพลังลมปราณหยาง !! ในที่สุดร่างกายของเขาก็ได้สร้างหยดน้ำหยดแรกของพลังลมปราณหยาง !!

จบบทที่ ตอนที่ 35 หยดน้ำพลังลมปราณหยาง

คัดลอกลิงก์แล้ว