- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงของฉันคือเทพมังกร
- บทที่ 9 ความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึง! สังหารหมู่ปีศาจวัวในพริบตา!
บทที่ 9 ความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึง! สังหารหมู่ปีศาจวัวในพริบตา!
บทที่ 9 ความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึง! สังหารหมู่ปีศาจวัวในพริบตา!
บทที่ 9 ความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึง! สังหารหมู่ปีศาจวัวในพริบตา!
ดูดซับพลังงานทั้งหมดของไขกระดูกหยกอัคคีเทพระดับ S ไปแล้ว แต่เลเวลกลับเพิ่มขึ้นแค่ 4 เลเวลเนี่ยนะ!
พระช่วย!
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
ต้องรู้ก่อนว่า สำหรับมนุษย์ที่เลเวล 1 หากสามารถกินและย่อยสลายของวิเศษระดับ S ได้ ป่านนี้เลเวลคงพุ่งกระฉูดไปเป็นสิบกว่าแล้ว!
แต่สำหรับเสี่ยวจิ่ว กลับขึ้นมาแค่ 4 เลเวลเท่านั้น!
นี่แสดงให้เห็นชัดเจนเลยว่าค่าประสบการณ์ที่เผ่าพันธุ์มังกรต้องการในการอัปเลเวลนั้น มากกว่ามนุษย์มหาศาลจริงๆ
แน่นอน...
ก็เพราะแบบนี้แหละ การเพิ่มขึ้นของค่าสถานะจากการอัปเลเวลถึงได้น่ากลัวขนาดนี้!
ค่าพลกำลังและปัญญาพุ่งจาก 300 ไปเป็น 500!
ค่าความว่องไวและร่างกายพุ่งจาก 270 ไปเป็น 450!
เอิ่ม...
ทำได้แค่พูดว่าสมกับเป็นเผ่าพันธุ์มังกรจริงๆ!
“ก๊าววว!!”
ทันใดนั้น
เสี่ยวจิ่วที่กำลังคลอเคลียฉินฝานอย่างออดอ้อนก็เงยหน้าขึ้นอย่างระแวดระวัง ดวงตามังกรสีทองจับจ้องไปยังมุมหนึ่งของหุบเขาเล็กๆ
ฉินฝานมองตามสายตาของเสี่ยวจิ่วไป กลับพบว่าเป็นฝูงปีศาจวัวที่ถือหินก้อนโตอยู่ในมือ!!
[มอนสเตอร์: ปีศาจวัว]
[เลเวล: 12]
[ประเภท: มอนสเตอร์สัตว์ป่า]
[สกิล: ขว้างปา, เขาพุ่งชน]
[คุณสมบัติ: เหล็กดำ★★★]
[หมายเหตุ: มอนสเตอร์ทั่วไปที่พบได้บ่อยในเทือกเขาป่าทมิฬ ชอบกินเนื้อปีศาจแมว เป็นศัตรูคู่อาฆาตกับปีศาจแมว]
เมื่อเห็นฝูงปีศาจวัวพวกนี้ ฉินฝานก็รู้ทันทีว่าพวกมันตั้งใจจะเข้ามาในหุบเขานี้เพื่อล่าปีศาจแมวนั่นเอง!
เพียงแต่สิ่งที่พวกมันคาดไม่ถึงก็คือ...
ปีศาจแมวพวกนั้นตายเกลี้ยงหมดแล้ว!
และสิ่งที่มาแทนที่ คือมังกรศักดิ์สิทธิ์เพลิงกัลป์!!
เคร้ง!!
เหล่าปีศาจวัวที่เดิมทียกโขยงกันมาอย่างดุดัน เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าฟันอันบ้าคลั่ง บัดนี้ภายใต้อำนาจมังกรของเสี่ยวจิ่ว พวกมันกลับตัวสั่นงันงก แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
แม้แต่หินในมือที่เอาไว้ใช้ปาใส่ศัตรูก็ยังเผลอปล่อยหลุดมือ
เห็นได้ชัดว่า ต่อหน้าเผ่าพันธุ์มังกรซึ่งอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร มอนสเตอร์ชั้นต่ำพวกนี้ขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว
“ก๊าววว?”
แม้ในใจจะหงุดหงิดเจ้าฝูงปีศาจวัวที่บังอาจมาขัดจังหวะเวลาออดอ้อนเจ้านาย
แต่เสี่ยวจิ่วก็ยังหันมาขออนุญาตฉินฝานอย่างว่าง่าย
เจ้านาย หนูฆ่าพวกมันได้ไหม?
ฉินฝานย่อมไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธเสี่ยวจิ่ว
เมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้านาย
เสี่ยวจิ่วก็ดีใจขึ้นมาทันที
เพียงแค่สะบัดปีกคู่เล็กเบาๆ!
ฟึ่บ!!
ราวกับแสงวูบเงาผ่าน แม้แต่ฉินฝานที่เป็นเจ้านายก็ยังมองไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้น...
ร่างของเสี่ยวจิ่วก็ไปโผล่อยู่ตรงหน้าฝูงปีศาจวัวที่ขวัญกระเจิงพวกนั้นแล้ว!
โดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย...
ปากมังกรอ้าออก!
‘ลมหายใจเพลิง’!!
ซูมมม!!
เห็นเพียงเปลวเพลิงโหมกระหน่ำดั่งสายน้ำตกพรั่งพรูออกมาจากปากของเสี่ยวจิ่ว เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว...
“มอออ!!!”
ฝูงปีศาจวัวก็จมหายไปในทะเลเพลิง ถูกเผาผลาญจนไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก
สังหารหมู่ในวินาทีเดียว!!
ฉินฝานยืนอึ้งตะลึงงันกับภาพตรงหน้า
ต้องรู้ว่าถ้าไม่มีพรสวรรค์ระดับ SSS ‘ญาติมิตรแห่งสรรพสัตว์’ แค่ฉินฝานจะจัดการปีศาจแมวตัวเดียวยังหืดขึ้นคอ
ต่อให้ชนะได้ ก็ต้องเปลืองแรงไปไม่น้อย
และถ้าต้องเจอกับปีศาจแมวทีเดียวสองสามตัว ฉินฝานก็มีแต่ต้องวิ่งหนีเท่านั้น
ไม่ใช่ว่าฉินฝานอ่อนหัด
แต่เพราะมอนสเตอร์มีความแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ในเลเวลเดียวกันอยู่มาก
ไม่อย่างนั้นทำไมผู้เปลี่ยนอาชีพจำนวนมากถึงต้องจับกลุ่มปาร์ตี้กันเข้ามาในเทือกเขาป่าทมิฬนี้ล่ะ?
ขนาดปีศาจแมวยังรับมือยากขนาดนั้น นับประสาอะไรกับปีศาจวัวเลเวล 12?
การจะจัดการฝูงปีศาจวัวที่มากันเป็นโขยงแบบนี้ อย่างน้อยต้องใช้นักผจญภัยเลเวล 15 จำนวน 5 คนถึงจะเอาอยู่
แต่ต่อหน้าเสี่ยวจิ่วที่มีศักดิ์ฐานะเป็นถึงมังกรศักดิ์สิทธิ์...
มันเป็นแค่เรื่องง่ายๆ เหมือนการพ่นลมหายใจทิ้ง
ประเด็นคือนี่มันขี่ช้างจับตั๊กแตนชัดๆ
จากการประเมินของฉินฝาน แค่เสี่ยวจิ่วตบกรงเล็บไปทีเดียว พวกปีศาจวัวก็น่าจะตายเกลี้ยงแล้ว
เพียงแต่มันคงรังเกียจ กลัวว่าเลือดสกปรกของพวกปีศาจวัวจะเปื้อนกรงเล็บสวยๆ ของมันมากกว่า
ต้องเข้าใจว่าระดับสติปัญญาของเผ่าพันธุ์มังกรนั้นไม่ด้อยไปกว่ามนุษย์ ดังนั้นพวกมันจึงมีความสง่างามที่ไม่มีใครเทียบได้
แม้แต่เรื่องอาหารการกิน ก็ไม่เหมือนมอนสเตอร์ทั่วไปที่จับกินดิบๆ
แต่ต้องผ่านการปรุงสุก หรือจัดการอย่างพิถีพิถันเสียก่อน ถึงจะยอมเอาเข้าปาก
“ก๊าววว!!”
หลังจากกำจัดฝูงปีศาจวัวที่แม้แต่ฉินฝานยังต้องกุมขมับได้อย่างง่ายดาย เสี่ยวจิ่วก็กระพือปีกมังกรบินกลับมาหาฉินฝานด้วยท่าทางตื่นเต้น
แล้วทำหน้าทำตาประมาณว่า ‘รีบชมหนูเร็วเข้า’
“เก่งมาก!!”
ฉินฝานยิ้มพลางยื่นมือไปลูบหัวเสี่ยวจิ่ว
เมื่อเสี่ยวจิ่วล่ามอนสเตอร์ได้ ในฐานะเจ้านาย เขาก็ได้รับค่าประสบการณ์ร่วมด้วย
เลเวลของฉินฝานจึงขยับจาก 11 ขึ้นเป็น 12
“ก๊าววว!”
หลังจากได้รับคำชม เสี่ยวจิ่วก็ยื่นกรงเล็บมังกรออกมาตบพุงน้อยๆ ที่เต็มไปด้วยลวดลายเปลวเพลิงสีทองเบาๆ
ฉินฝานที่สื่อใจถึงกันได้ ย่อมเข้าใจความหมายที่มันจะสื่อ:
หนูหิวแล้ว
ทำเอาฉินฝานหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
เจ้าตัวตะกละนี่เพิ่งจะดื่มไขกระดูกหยกอัคคีเทพเกลี้ยงขวดไปหยกๆ นะ!
พ่นไฟทีเดียวหิวอีกแล้วเรอะ!
“ฉันจัดการซากปีศาจแมวกับปีศาจวัวให้ เธอกินไหม?”
ฉินฝานลองถามดู
เขายังไม่ค่อยเข้าใจธรรมชาติของมังกรเท่าไหร่
นึกว่าเหมือนมอนสเตอร์ทั่วไปที่ป้อนซากอะไรให้ก็กิน
“ก๊าววว!!”
ไม่ผิดคาด เสี่ยวจิ่วส่ายหน้าดิกด้วยความรังเกียจ
มันไม่กินของน่าขยะแขยงพวกนั้นหรอกนะ!
มันจะกินอาหารเลิศรส!!
“โอเคๆ เดี๋ยวเรามาทำของอร่อยกินกัน! แต่ต้องไปล่ากระต่ายเขาเดียวกับละมั่งปีศาจมาก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะทำกระต่ายย่างกับแพะย่างให้กิน!”
ฉินฝานพูดปลอบยิ้มๆ
การเข้าป่าทมิฬครั้งนี้ ฉินฝานเตรียมตัวมาค้างแรมหลายวันอยู่แล้ว
ในช่องเก็บของมิติมีเครื่องปรุงและอุปกรณ์ยังชีพในป่าเตรียมไว้เพียบ
เพราะสำหรับเขา ภารกิจฆ่าปีศาจแมว 30 ตัว ไม่ใช่เรื่องที่จะทำเสร็จได้ในรวดเดียว
แค่คาดไม่ถึงว่าด้วยผลของพรสวรรค์ ‘ญาติมิตรแห่งสรรพสัตว์’ จะทำให้เขาทำภารกิจเสร็จรวดเร็วปานสายฟ้าแลบแบบนี้
“โฮก!!”
พอได้ยินว่าฉินฝานจะทำของอร่อยให้กิน เสี่ยวจิ่วก็คำรามอย่างดีใจ กระพือปีกพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!
ทำเอาสัตว์อสูรระแวกนั้นกลัวจนตัวสั่น หมอบราบไปกับพื้น ไม่กล้าขยับเขยื้อน
มังกรคือสุดยอดนักล่าบนห่วงโซ่อาหารโดยธรรมชาติ
เพียงแค่สิบนาที...
ฉินฝานก็ต้องตกตะลึง เมื่อเห็นเสี่ยวจิ่วที่บินวนไปรอบๆ กลับมาพร้อมกับกรงเล็บทั้งสี่ที่หอบหิ้วกระต่ายเขาเดียวและละมั่งปีศาจมานับสิบตัว
มองดูเจ้ามังกรน้อยน่ารักที่กำลังหมุนตัวไปมาด้วยความดีใจ ฉินฝานได้แต่ยิ้มอย่างตามใจ
ช่างเถอะๆ...
ก็ใครใช้ให้มันเป็นมังกรน้อยของเขาเล่า!
นอกจากตามใจแล้ว จะให้ทำไงได้!
......
......
ขณะที่ฉินฝานกำลังจัดการวัตถุดิบ เตรียมเปิดปาร์ตี้บาร์บีคิวอยู่นั้น
ณ อีกหุบเขาหนึ่งในเทือกเขาป่าทมิฬ
ฉัวะ!!
ชายร่างยักษ์เงื้อขวานยักษ์ขึ้น แล้วฟันปีศาจแมวสองตัวตรงหน้าตายคาที่อย่างง่ายดาย
ในฐานะนักรบเลเวล 14 สาเหตุที่เขาสามารถสังหารปีศาจแมวได้ง่ายดายปานนี้
แน่นอนว่าเป็นเพราะเขามีสกิลบัฟที่ได้รับจากนักบวช
‘อวยพรอาวุธ’
‘มนตราเสริมกาย’
“ฮ่าๆ! น้องสาวคนสวยนี่เก่งจริงๆ! ไม่ใช่แค่มีคทาสีม่วงเลเวล 10 แต่ยังมีสกิลสนับสนุนระดับ C อย่าง ‘มนตราเสริมกาย’ ด้วย!”
“ถ้าไม่มีน้องสาว พวกพี่คงฆ่าปีศาจแมวได้ไม่เยอะขนาดนี้หรอก!”
ชายร่างยักษ์หัวเราะร่า
ชายร่างยักษ์อีกสองคนที่เป็นอาชีพนักรบเหมือนกันก็หัวเราะตาม
พวกเขาคือสามพี่น้อง
คนโตชื่อต้าหลง ส่วนอีกสองคนชื่อเอ้อหลงกับซานหลง
เมื่อถูกชายร่างยักษ์ทั้งสามชมเชย ซูโหรวไม่ได้เอ่ยตอบ เธอเพียงแค่พยักหน้าเรียบๆ ท่าทางเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง