- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงของฉันคือเทพมังกร
- บทที่ 5 ภารกิจมือใหม่! กิลด์นักผจญภัย!
บทที่ 5 ภารกิจมือใหม่! กิลด์นักผจญภัย!
บทที่ 5 ภารกิจมือใหม่! กิลด์นักผจญภัย!
บทที่ 5 ภารกิจมือใหม่! กิลด์นักผจญภัย!
ไข่มังกรฟองนี้มีขนาดเท่าศีรษะคน เปลือกไข่ไม่ได้เป็นสีขาว
แต่เป็นสีแดงเพลิง และยังมีลวดลายสีทองที่แผ่คลื่นพลังลึกลับบางอย่างออกมาเป็นระยะ
ยามประคองไว้ในมือยังสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุ กระทั่งอุณหภูมิภายในห้องยังได้รับผลกระทบ จนร้อนอบอ้าวขึ้นไม่น้อย
แถม...
ฉินฝานยังสัมผัสได้ถึงจังหวะการหายใจของเจ้าไข่มังกรฟองนี้อีกด้วย!
“ฟู่ว...”
ฉินฝานสูดหายใจเข้าลึก
จากนั้นก็ใช้วิชาชีพของตัวเองกับไข่มังกรฟองนี้โดยตรง: วิชาฝึกมังกร
“เสียใจด้วย การฝึกฝนล้มเหลว!”
“เสียใจด้วย การฝึกฝนล้มเหลว!”
“เสียใจด้วย การฝึกฝนล้มเหลว!”
“เสียใจด้วย การฝึกฝนล้มเหลว!”
“......”
“อ้าว เฮ้ย...”
ภายใต้สีหน้าเหลือเชื่อของฉินฝาน จนกระทั่งค่ามานาของเขาหมดเกลี้ยง เขาก็ยังไม่สามารถฝึกมันให้เชื่องได้สำเร็จ!!
โอกาสสำเร็จจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินเกินไปแล้วมั้ง!!
ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ...
ตอนนี้ฉินฝานกลับสัมผัสได้ถึงอารมณ์ ‘เชิดใส่’ ของเจ้าลูกมังกรในไข่!
ราวกับจะบอกว่า: ไม่มี ‘ไขกระดูกหยกอัคคีเทพ’ ก็อย่าหวังจะฝึกมังกรอย่างข้าให้เชื่องซะให้ยาก!
อ้าว เฮ้ย...
ฉินฝานเกาหัวแกรกๆ ด้วยความกลัดกลุ้ม
ตอนแรกกลุ้มใจที่ไม่มีมังกร
พอมีไข่มังกรแล้ว ดันฝึกไม่ได้ซะงั้น!
ของวิเศษระดับ S อย่างไขกระดูกหยกอัคคีเทพ ต่อให้ขายฉินฝานทิ้งทั้งตัวก็ยังซื้อไม่ได้เลย!
ติ๊ง!!
ดูเหมือนระบบจะสัมผัสได้ถึงความลำบากของฉินฝาน เสียงแจ้งเตือนจากระบบสุดยอดนักฝึกสัตว์จึงดังขึ้นกะทันหัน
[ยินดีด้วย โฮสต์เปิดใช้งานภารกิจมือใหม่!]
[ภารกิจมือใหม่ (เฟสที่ 1): โปรดเดินทางไปยังเทือกเขาป่าทมิฬและสังหารปีศาจแมว 30 ตัว!]
[รางวัลเมื่อสำเร็จภารกิจ: ไขกระดูกหยกอัคคีเทพ 1 ขวด; แต้มสถานะอิสระ 20 แต้ม]
[บทลงโทษเมื่อภารกิจล้มเหลว: ไม่มี]
[จำกัดเวลา: 3 วัน]
[โปรดรีบดำเนินการให้สำเร็จโดยเร็ว!]
......
ระบบแม่งเจ๋งว่ะ!!
เมื่อเห็นภารกิจระบบเด้งขึ้นมาตรงหน้า ฉินฝานก็ตาลุกวาวด้วยความดีใจ
ให้ตายสิ!
เขาเพิ่งจะต้องการไขกระดูกหยกอัคคีเทพ ระบบก็จัดมาเสิร์ฟให้ถึงที่!
แน่นอน ตอนนี้ยังดีใจเร็วเกินไปไม่ได้
เพราะนี่คือการต้องไปฆ่าปีศาจแมวถึง 30 ตัวเชียวนะ!
ด้วยความสามารถของฉินฝานในตอนนี้ หากอยากทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ!
เทือกเขาป่าทมิฬ
ตั้งอยู่บริเวณชายขอบของเมืองอันหนิง
เทือกเขาแห่งนี้ปรากฏขึ้นพร้อมกับการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกในช่วงภัยพิบัติ
ภายในไม่เพียงแต่เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์อสูรและมอนสเตอร์มากมาย แต่ยังเต็มไปด้วยวัตถุดิบหายากนับไม่ถ้วน
ในยามปกติจะมีนักผจญภัยจับกลุ่มกันเข้าไปสำรวจอยู่เสมอ
ตรงนี้คงต้องพูดถึงสถานที่แห่งหนึ่ง
กิลด์นักผจญภัย
ผู้เปลี่ยนอาชีพจำนวนมาก หลังจบมัธยมปลายหรือมหาวิทยาลัย หากไม่ได้ไปประจำการที่แนวหน้า ก็มักจะเลือกเส้นทางเป็นนักผจญภัย
หรือไม่ก็เข้าร่วมปาร์ตี้นักผจญภัย
จากนั้นก็มารับภารกิจที่มีคนว่าจ้างไว้ที่กิลด์นักผจญภัย เมื่อทำสำเร็จก็จะได้รับเงิน ไอเทม หรืออุปกรณ์สวมใส่เป็นรางวัล
แน่นอนว่า...
ภารกิจเหล่านี้มักจะถูกว่าจ้างโดยเศรษฐีกระเป๋าหนักสักคน
แต่ละประเทศต่างยอมรับและสนับสนุนการมีอยู่ของกิลด์นักผจญภัย
เหตุผลง่ายนิดเดียว
มอนสเตอร์ในแผนที่ป่าเขามักจะบุกรุกชายแดนเมืองอยู่เป็นเนืองนิตย์
การที่นักผจญภัยฝีมือดีเหล่านี้ออกไปล่ามอนสเตอร์ตามดันเจี้ยนหรือป่าเขา ก็ถือเป็นการช่วย ‘ป้องกันชายแดน’ ทางอ้อมไปในตัว
“ถึงจะอันตราย แต่เพื่อที่จะฝึกไข่มังกรฟองนี้ให้สำเร็จ ก็มีแต่ต้องไปแล้วล่ะ!”
ฉินฝานกัดฟัน ตัดสินใจแน่วแน่
ถ้าไม่มีไขกระดูกหยกอัคคีเทพ ก็ไม่รู้ว่าจะฝึกเจ้าไข่มังกรล้ำค่าฟองนี้ได้เมื่อไหร่!
และการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของผู้เปลี่ยนอาชีพก็เหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียว
เมื่อคิดได้ดังนั้น
ฉินฝานก็สวมชุดเกราะป้องกันพื้นฐานระดับสีขาวที่ทางโรงเรียนแจกให้ พร้อมกับอาวุธระดับสีขาวเลเวล 10 ทิ้งจดหมายไว้หนึ่งฉบับ แล้วออกจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า มุ่งหน้าสู่กิลด์นักผจญภัยเมืองอันหนิง
......
......
เมื่อฉินฝานมาถึงโถงกิลด์นักผจญภัยเมืองอันหนิง
ก็พบว่าที่นี่คึกคักอย่างน่าเหลือเชื่อ
นี่มันตีสามตีสี่แล้วนะเฮ้ย!
แต่พอลองคิดดูดีๆ ก็ถือว่าปกติ!
ในยุคที่เกมอาณาจักรเทพซ้อนทับกับโลกความจริง มอนสเตอร์ในแผนที่ป่าเขาจะเกิดใหม่ตามเวลาที่กำหนด
รวมถึงพวกของวิเศษตามธรรมชาติ ก็จะสุ่มเกิดใหม่ในสถานที่ต่างๆ แบบไม่แน่นอนเช่นกัน
ขอแค่ดวงดี เก็บของวิเศษได้สักชิ้น ก็รวยเละได้ทันที
สำหรับนักผจญภัยทั่วไป นี่คือขุมทรัพย์มหาศาล!
อีกอย่าง นักผจญภัยเหล่านี้ต้อง ‘แย่งงาน’ กันด้วย
เพราะภารกิจง่ายๆ มักจะเป็นที่ต้องการ พอประกาศปุ๊บก็โดนฉกไปปั๊บ
ส่วนภารกิจยากๆ แทบไม่มีใครอยากรับ
เพราะถ้าทำไม่ทันกำหนดก็ต้องจ่ายค่าปรับผิดสัญญา
ถือคติ นกที่ตื่นเช้าย่อมได้หนอน
แม้จะเป็นเวลาเช้ามืด ก็ยังมีนักผจญภัยจำนวนมากเฝ้ารออยู่หน้าจอมอนิเตอร์ในโถง เตรียมมือถือให้พร้อมสำหรับการกดรับงาน
ที่น่าสนใจคือ...
ฉินฝานเห็นผู้เปลี่ยนอาชีพในชุดนักเรียนปะปนอยู่ในฝูงชนไม่น้อย
นี่ก็เรื่องปกติ
นักเรียนที่เปลี่ยนอาชีพแล้วจำนวนมากมักจะใช้เวลาว่างมารับภารกิจง่ายๆ เพื่อหาค่าขนม
“เอ๊ะ? นั่นฉินฝานไม่ใช่เหรอ?”
ไม่นานนัก
ในฝูงชนก็มีนักเรียนสองสามคนส่งเสียงอุทานด้วยความแปลกใจ
ฉินฝานหันไปมอง
กลับพบว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นสามคน!
จั๋วเฟิง, หลิวชิ่ง, ซูโหรว
ชายสอง หญิงหนึ่ง
“นายมาทำอะไรที่นี่?”
จั๋วเฟิงหน้าตาออกแนวนักเลงหน่อยๆ เขาเปลี่ยนอาชีพเป็นนักรบ
พอเห็นฉินฝาน เขาก็เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน
หลิวชิ่งเป็นเด็กหนุ่มสวมแว่น เปลี่ยนอาชีพเป็นนักเวท
ส่วนซูโหรวหน้าตาจิ้มลิ้ม ท่าทางบอบบางน่าทะนุถนอม เห็นแล้วชวนให้อยากดึงเข้ามากอดปลอบประโลม อาชีพของเธอคือนักบวช
นักรบ, นักเวท, นักบวช
ตัวชน, ตัวดาเมจ, ซัพพอร์ต
ถือว่าเป็นปาร์ตี้นักผจญภัยมาตรฐานเลยทีเดียว
“หาค่าขนมน่ะ”
ฉินฝานย่อมไม่ตอบไปตรงๆ ว่า ‘ฉันมาเพื่อทำภารกิจระบบ’
“แน่ใจนะ? จำได้ว่านายเป็นนักฝึกมังกรนี่? ทั้งที่เป็นอาชีพลับแท้ๆ ไม่นึกว่าจะกากขนาดนี้!”
จั๋วเฟิงหัวเราะร่า
หลิวชิ่งเองก็ยิ้มขำเช่นกัน
ตอนแรกพวกเขานึกว่าฉินฝานจะได้ดิบได้ดี กลายเป็นอัจฉริยะฟ้าประทาน
ที่ไหนได้ ดันเป็นนักฝึกมังกรที่ไร้ประโยชน์ที่สุดซะงั้น!
ซูโหรวไม่ได้มองฉินฝาน และไม่ได้ผสมโรงกับจั๋วเฟิงและหลิวชิ่ง
เธอเพียงแค่กวาดตามองไปรอบๆ อย่างเรียบเฉย
ฉินฝานเคยได้ยินเรื่องภูมิหลังของซูโหรวมาบ้าง
เหมือนว่าจะเป็นคุณหนูตระกูลร่ำรวย
ดูจากคทาในมือเธอที่ฝังผลึกเสริมพลังถึงสามเม็ด ก็พอจะเดาได้ว่าคทาด้ามนั้นอย่างน้อยต้องเป็นอาวุธระดับสีม่วงเลเวล 10!
ระดับของอุปกรณ์สวมใส่ไล่เรียงจากต่ำไปสูงได้แก่:
สีขาว, สีน้ำเงิน, สีม่วง, สีทอง, ศาสตราวิญญาณ, วัตถุศักดิ์สิทธิ์
เหนือกว่าวัตถุศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไป คืออุปกรณ์ระดับตำนาน
“อย่าไปสนใจหมอนี่เลย คุณหนูซูครับ คุณหนูจะรับภารกิจอะไร พวกผมสองคนจะช่วยให้สำเร็จเอง จะคอยดูแลไม่ห่างเลยครับ!”
จั๋วเฟิงยิ้มประจบ
ดูออกเลยว่า...
จั๋วเฟิงกับหลิวชิ่งน่าจะเป็นสุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของซูโหรว
แน่นอน...
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉินฝาน
หลังจากนั้นเขาก็แย่งกดรับภารกิจฆ่าปีศาจแมว หรือเก็บรวบรวมกรงเล็บกระดูกปีศาจแมวมาได้สองสามงาน
ก่อนจะเดินขึ้นรถบัสรางเบาที่มุ่งหน้าสู่เทือกเขาป่าทมิฬ
ในตอนนั้นเอง...
ซูโหรว จั๋วเฟิง และหลิวชิ่ง ทั้งสามคนก็เดินขึ้นรถบัสคันเดียวกัน เพียงแต่ด้านหลังพวกเขามีชายฉกรรจ์เลเวล 14 สามคนเดินตามมาด้วย