เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เส้นทางอมตะของข้าเริ่มต้นด้วยการถูกอาจารย์ขับไล่ ตอนที่ 1

เส้นทางอมตะของข้าเริ่มต้นด้วยการถูกอาจารย์ขับไล่ ตอนที่ 1

เส้นทางอมตะของข้าเริ่มต้นด้วยการถูกอาจารย์ขับไล่ ตอนที่ 1


เส้นทางอมตะของข้าเริ่มต้นด้วยการถูกอาจารย์ขับไล่ ตอนที่ 1

“เฉินฉางอัน”

"เจ้าควรไปจากที่นี่ได้แล้ว"

ไปจากที่นี่?

เฉินฉางอันมองดูอาจารย์ผู้งดงามซึ่งสวมชุดสีม่วงดูงามสง่า รัศมีอันสูงส่งแผ่กระจายอยู่รอบตัวนาง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน

“อาจารย์ เพราะอะไร?”

“ศิษย์ต้องการที่จะอยู่เคียงข้างท่าน ศิษย์ไม่อาจทนแยกจากท่านได้” เฉินฉางอันกล่าวด้วยสีหน้าโศกเศร้า

เมื่อได้ยิน ใบหน้าอันไร้ที่ติของมู่อวิ๋นเหยาก็พร่ามัวไปด้วยอารมณ์ มิใช่เพราะรู้สึกซาบซึ้งแต่อย่างใด ตรงกันข้าม นางแทบจะระงับความหงุดหงิดของตัวเองไว้ไม่อยู่

“หมื่นปี!”

“หนึ่งหมื่นปีเต็มๆ!”

“เจ้าทราบหรือไม่ว่าข้าผ่านหนึ่งหมื่นปีนี้มาอย่างไร?” มู่อวิ๋นเหยาถามอย่างเย็นชา

"แน่นอนขอรับ"

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อาจารย์ได้อยู่เคียงข้างศิษย์ ขจัดซึ่งความเหงาและโดดเดี่ยว แน่นอนว่าเป็นหนึ่งหมื่นปีที่เปี่ยมไปด้วยความยินดีและมีความสุขทุกวัน!” เฉินฉางอันตอบด้วยรอยยิ้ม

ยินดี?

มีความสุข?

เปี่ยมไปด้วยความยินดี?

เพ้ย!

มู่อวิ๋นเหยาจับจ้องใบหน้ายิ้มแย้มของเฉินฉางอัน นิ้วของนางสั่นกระตุกด้วยความคิดที่ต้องการจะตบเขาสักฉาด

เมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน มู่อวิ๋นเหยาบังเอิญพบกับเฉินฉางอันในวัยหกขวบ นางรู้สึกสนใจร่างกายอันแปลกประหลาดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนของเขา จึงรับเขามาเป็นศิษย์

นางกลับหารู้ไม่ว่านั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นฝันร้ายของนาง

เฉินฉางอันมีลักษณะพิเศษจริงๆ ร่างกายของเขาโดดเด่นไม่เหมือนใคร อีกทั้งเขายังฉลาดหลักแหลมไม่ธรรมดา ทุกสิ่งที่มู่อวิ๋นเหยาสอนเขา เขาสามารถจดจำได้อย่างง่ายดายหลังจากเรียนรู้เพียงครั้งเดียว ทว่า...

เมื่อเวลาผ่านไป มู่อวิ๋นเหยาก็ตระหนักได้ว่าไม่ว่าจะฝึกฝนเฉินฉางอันอย่างไร เขาก็ไม่ก้าวหน้าขึ้นเลย ไม่แม้แต่จะบรรลุระดับพื้นฐานที่สุด

ในฐานะอาจารย์ของเขา นางจึงไม่ยอมแพ้ นางถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดที่มีให้กับเขา สอนทุกสิ่งที่นางรู้ให้เขา

เฉินฉางอันทำได้ตามที่นางคาดหวัง เขาเชี่ยวชาญทุกเคล็ดวิชาที่นางถ่ายทอด และจดจำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถึงกระนั้น เขาก็ยังไม่สามารถฝึกฝนได้

มู่อวิ๋นเหยาค้นหาสมบัติหายากและสมุนไพรจิตวิญญาณไปทั่วแผ่นดิน แต่ทุกสิ่งก็ล้วนสูญเปล่า

ในที่สุด นางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมจำนนและให้เขาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอยู่เคียงข้างนาง แต่แล้ว—เขากลับไม่เคยแก่ ไม่เคยตาย

หากเขาเชื่อฟังและประพฤติตัวดีก็แล้วไป แต่ความจริงนั้นไม่ใช่—เขาอยู่ไม่สุข พูดมากจนนางเหลือจะทน เป็นเวลานับหมื่นปีที่มู่อวิ๋นเหยาต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส จนในที่สุดนางก็ทนไม่ไหวแล้ว นางจึงต้องขับไล่เขาออกไป

“อาจารย์...ท่านอยากให้ศิษย์ไปจากที่นี่จริงๆ?”

เมื่อเห็นความมุ่งมั่นที่ไม่อาจสั่นคลอนบนใบหน้าของมู่อวิ๋นเหยาเฉินฉางอันก็ทำหน้าเศร้า

อย่างไรเสียเขาก็อยู่กับนางมาตั้งแต่อายุหกขวบ กว่าหนึ่งหมื่นปีที่อยู่ด้วยกัน เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีวันที่พวกเขาจะต้องแยกจาก

“ไปเถอะ เจ้าอยู่ที่นี่มานานพอแล้ว ถึงเวลาแล้ว”

แม้ว่าแววตาสิ้นหวังของเฉินฉางอันจะทำให้ใจอ่อนไปวูบหนึ่ง แต่สติสัมปชัญญะของนางก็ยังเป็นฝ่ายเหนือกว่า ถึงเวลาที่ต้องไล่ปีศาจน้อยนี่ไปแล้ว

“ท่านอาจารย์ ศิษย์อยู่เคียงข้างท่านมาเป็นเวลาหมื่นปีแล้ว ศิษย์ไม่มีครอบครัว ไม่มีผู้ใดให้พึ่งพา แผ่นดินนี้กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา แต่กลับไม่มีที่สำหรับศิษย์!” เฉินฉางอันกล่าวด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน

“ย่อมมีอยู่”

โดยไม่กล่าวมากความ มู่อวิ๋นเหยาก็สะบัดแขนเสื้อของนาง และสร้างแผนที่เรืองแสงขึ้นมาในอากาศ

นางชี้ไปยังจุดที่ถูกทำเครื่องหมายเอาไว้และกล่าวอย่างใจเย็น “ข้าตรวจสอบแล้ว แม้จะผ่านมาหนึ่งหมื่นปี แต่สายเลือดตระกูลเฉินของเจ้ายังคงอยู่ เจ้ากลับไปหาลูกหลานของเจ้าได้แล้ว”

เหตุการณ์นี้ทำให้เฉินฉางอันตั้งตัวไม่ทัน อาจารย์ของเขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะถีบหัวส่งเขา—นางกระทั่งเตรียมเรื่องนี้ไว้ให้เขาแล้วด้วยซ้ำ

“ศิษย์ย่อมมิกล้าขัดคำสั่งของท่านอาจารย์”

"เมื่อท่านสั่งให้ศิษย์ไป ถึงแม้ว่าในใจของศิษย์จะหนักอึ้งด้วยความไม่เต็มใจ ศิษย์ก็ต้องปฏิบัติตามอย่างเชื่อฟัง"

“ศิษย์ขออวยพรให้ท่านอาจารย์มีความสุขในวันข้างหน้า นั่นคือสิ่งเดียวที่ศิษย์ปรารถนา”

เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมอันหาดูได้ยากของเฉินฉางอัน มู่อวิ๋นเหยาก็ทอดถอนใจอยู่ภายใน

ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาหนึ่งหมื่นปี มีหรือจะไม่รู้สึกอะไร?

“ไปเถอะ เจ้าอยู่กับข้ามาตั้งแต่อายุหกขวบและแทบไม่เคยออกไปข้างนอกเลย”

“จงจำไว้ว่าแผ่นดินนี้เต็มไปด้วยการทรยศหักหลัง ดังนั้นจงอย่าเชื่อใจใครโดยง่าย”

เมื่อวาจาเหล่านั้นหลุดออกจากปาก มู่อวิ๋นเหยาก็นึกเสียใจ

นี่ยังจำเป็นด้วยหรือ? เจ้าเด็กเวรนี่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวยิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้าเสียอีก!

“ขอรับท่านอาจารย์!”

เฉินฉางอันพยักหน้าอย่างจริงจัง สายตาจริงใจของเขาทำให้มู่อวิ๋นเหยาคิ้วกระตุก

ทำไมยังยืนอยู่อีกล่ะ?

“ข้ารู้ว่าเจ้ามิอาจตัดใจ แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ไปเถอะ”

“ขอรับท่านอาจารย์!”

น้ำเสียงยังคงเดิม การตอบสนองยังคงเดิม และเฉินฉางอันก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม

“มีอะไรอีกงั้นรึ?” มู่อวิ๋นเหยาถาม

“ท่านอาจารย์ ความสัมพันธ์ฉันท์ศิษย์อาจารย์ของพวกเราดำเนินมายาวนานนับหมื่นปีแล้ว!”

"ข้ารู้"

“ศิษย์กำลังจะจากไป”

“ข้ารู้”

“เมื่อแยกจากกัน มีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าพวกเราจะได้พบกันอีกเมื่อใด”

“เจ้าอยากจะพูดอะไรกันแน่?!”

ความอดทนของมู่อวิ๋นเหยากำลังจะหมดลงแล้ว!

“ศิษย์คงไม่อาจจากไปมือเปล่าใช่หรือไม่?”

“ท่านอาจารย์ ท่าน...ไม่มีของขวัญแสดงความใจกว้างบ้างหรือขอรับ?”

มู่อวิ๋นเหยา ผู้ซึ่งไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใดแทบจะอยากบีบคอศิษย์ที่น่ารำคาญผู้นี้อยู่รอมร่อ

ทว่าปีศาจตนนี้กลับเป็นอมตะ ไม่ว่ามู่อวิ๋นเหยาจะแข็งแกร่งเพียงใด นางก็ไม่สามารถทำร้ายเขาได้ แม้ว่าเขาจะไม่มีการฝึกฝนใดๆเลยก็ตาม

"เจ้ากินอาหารของข้า ดื่มสุราของข้า และใช้ทรัพยากรของข้ามาตลอดหมื่นปีแล้ว!"

“แล้วก่อนจะไปเจ้ายังคิดจะปล้นข้าอีกรึ?”

“เจ้าช่างเป็นศิษย์ที่ประเสริฐที่สุดของข้าจริงๆ!”

“ขอบคุณท่านอาจารย์ที่เอ่ยชม แต่ศิษย์ยังคงยืนกรานว่าท่านต้องแสดงความมีน้ำใจบ้าง”

ต้องงั้นรึ?

"อธิบายมา"

“อาจารย์ ท่านลองนึกดู ในฐานะศิษย์ของท่าน หากศิษย์กลายเป็นคนเลวขึ้นมา นั่นจะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงหรอกหรือขอรับ?”

“นอกจากนี้ นับจากครั้งสุดท้ายที่ศิษย์ได้เห็นตระกูลเฉิน มันก็ผ่านมาหมื่นปีแล้ว การกลับไปมือเปล่าถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง”

“ท่านอาจารย์ ศิษย์ได้อยู่เคียงข้างท่านมานานหลายปี แต่กระเป๋าเงินของศิษย์กลับเบาโหวงจนน่าใจหาย”

กระเป๋าเบาโหวง?

มู่อวิ๋นเหยาแค่นเสียงในใจ แม้ว่าเฉินฉางอันจะอยู่กับนาง แต่เขาก็อยู่ไม่สุข เขามักจะลอบหนีออกไปครั้งละหลายเดือน และกลับมาพร้อมกับสมบัติสารพัด แม้ว่าของสมบัติของเขาจะไม่มากมายเท่าของนาง แต่ "กระเป๋าเงินเบาโหวง" นั่นเรียกได้ว่าเป็นการโกหกอย่างหน้าด้านๆ!

"พอแล้ว!"

“รับไป!”

เพื่อเร่งให้เขารีบจากไปเสียที มู่อวิ๋นเหยาจึงโยนแหวนมิติวงหนึ่งให้เขาโดยไม่กล่าวมากความ

“ข้างในมีสมบัติล้ำค่าหายากที่ข้าเก็บสะสมมาตลอดพันปีที่ผ่านมา ล้วนแต่เป็นสมบัติเหนือสามัญทั้งสิ้น”

"มันน่าจะเพียงพอที่จะรักษาศักดิ์ศรีของเจ้าแล้ว" นางกล่าวอย่างปวดใจ

"ขอบคุณท่านอาจารย์!"

เฉินฉางอันเก็บแหวนมิติลงในกระเป๋าอย่างร่าเริง จากนั้นก็ยืนนิ่งและยิ้มอยู่อย่างนั้น

“เจ้ายังต้องการอะไรอีก?!” มู่อวิ๋นเหยาเริ่มกำหมัด

“ท่านอาจารย์ ท่านก็ทราบดีว่าศิษย์โง่เขลาและไร้กำลังเพียงใด”

“โลกภายนอกนั้นเต็มไปด้วยอันตรายอยู่ทุกหนแห่ง ท่านไม่ห่วงความปลอดภัยของศิษย์บ้างเลยหรือ?”

อันตราย?

ในโลกนี้ยังมีสิ่งใดที่อันตรายยิ่งกว่าเจ้าอีกหรือ???

“หรือเจ้าลืมไปแล้วว่าเจ้าเป็นอะไร?”

“แม้แต่ข้าก็ยังฆ่าเจ้าไม่ได้ ไม่มีผู้ใดในโลกนี้ที่ทำร้ายเจ้าได้!” น้ำเสียงของมู่อวิ๋นเหยาแสดงออกถึงความอดทนที่หมดลงอย่างชัดเจน

"หน้าตา!"

“อาจารย์ นี่เป็นเรื่องของหน้าตา!”

“หน้าตาของข้าก็คือหน้าตาของท่าน!”

"แน่นอนว่าข้าคงไม่ตาย แต่ข้าก็เอาชนะคู่ต่อสู้ไม่ได้เหมือนกัน!"

“ความพ่ายแพ้ต่างหากที่เป็นเรื่องน่าอับอาย!”

“นี่จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์เสื่อมเสียชื่อเสียงหรอกหรือขอรับ?” เฉินฉางอันแสดงสีหน้าราวกับจะบอกว่าเขาเพียงคำนึงถึงศักดิ์ศรีของนางก็เท่านั้น

“ว่ามา เจ้าต้องการสิ่งใดอีก?”

“เฮ้อ ศิษย์อยากพาองค์รักษ์ไปด้วย ท่านคิดเห็นอย่างไร?”

“องค์รักษ์งั้นรึ?? เจ้าจะให้ข้าทำหน้าที่เป็นองค์รักษ์ของเจ้างั้นรึ??”

"ศิษย์ผู้นี้ย่อมมิกล้ารบกวนท่านอาจารย์"

“ที่ศิษย์อยากได้ก็คือ… กิเลน!”

จบบทที่ เส้นทางอมตะของข้าเริ่มต้นด้วยการถูกอาจารย์ขับไล่ ตอนที่ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว