เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 : ช่วงพักภารกิจ(1)

ตอนที่ 3 : ช่วงพักภารกิจ(1)

ตอนที่ 3 : ช่วงพักภารกิจ(1)


การกระทำที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วเสียกว่าคำพูด เฟิ่ง บู่เจวี๋ยฟาดฟันดาบที่อยู่ในมือไปยังซากศพที่อยู่ตรงหน้าโดยปราศจากความกลัว ทำให้เขาสามารถรักษาความสงบได้อย่างน่าแปลกประหลาด การตอบสนองของสมองเขาไม่มีผลกระทบใดๆจากการกระทำของซากศพเลือด ขณะที่กรงเล็บพุ่งเข้ามา เขาก็สามารถตัดมันก่อนได้ทันที

 

เฟิ่ง บู่เจวี๋ยรู้สึกประหลาดใจที่เห็นดาบฟันเข้าซากศพเลือดราวกับตัดเต้าหู้ในเขียงอาหาร ซากศพที่ถูกฟันถูกหั่นเป็นสอง มีเลือดพุ่งออกมาจากใบหน้าของมัน และมีของเหลวเหนียวๆอยู่ในปาก มันดูอุ่น แม้ว่าจะถูกความเสมือนจริง แต่ก็กลับให้ความรู้สึกราวกับเป็นของจริงเลยก็ว่าได้

 

ซากศพเลือดที่ถูกตัด ร้องโหยหวดด้วยความเจ็บปวด,ก่อนที่มันจะลงไปนอนกองอยู่บนพื้น เวลานี้ในที่สุดเฟิ่ง บู่เจวี๋ยก็ได้มีโอกาสตรวจสอบความสามารถของดาบเสียที

 

[ชื่อ : ศพผู้ชุ่มเลือดต้องดับสิ้น]

 

[ประเภท : อาวุธ]

 

[คุณภาพ : ดี]

 

[พลังโจมตี : ตรง]

 

[คุณสมบัติ : ไม่มี]

 

[ผลกระทบ : สามารถละลายซากศพที่ชุ่มเลือดหลังจากที่ฟันโดนตัวพวกมัน]

 

[สามารถเอาออกจากสถานการณ์ได้รึไม่ : ไม่ได้]

 

[หมายเหตุ : ดาบนี้เป็นผลงานชิ้นแรงของช่างทำอาวุธคนแคระในตำนาน เป็นหนึ่งในของสะสม ‘ทุกสิ่งล้วนต้องดับสิ้น’ มีอยู่วันหนึ่งพวกก็อบลินได้บุกโจมตี พ่อค้าก็ได้ใช้ขวดของ ‘เอ้อร์กั๋วโต้ว(1)’ เพื่อแลกกับดาบเล่มนี้ ครึ่งเดือนหลังต่อมาก็ได้มีผลงานอีกชิ้นว่า ‘เหล่าก็อบลินต้องดับสิ้น’]

 

หลังจากที่เขาได้ดูคุณสมบัติของไอเท็มที่มี ก็ได้ใช้เวลาไปหลายวินาทีกว่าจะอ่านหมด ไม่นานตัวเสียงของระบบก็ได้แจ้งเตือน [คุณได้เสร็จสิ้นบทเรียนของผู้เล่นใหม่ การเคลื่อนย้ายอัตโนมัติจะเริ่มในหกสิบวินาที]

 

ขณะที่ระบบกำลังนับถอยหลังหกสิบวินาที ส่วนอื่นๆที่ถูกล็อค ก็ได้ถูกปลดล็อคในเมนูของเขา ตัวเลือกใหม่ที่เข้ามาก็คือ ‘เคลื่อนย้ายทันที’ เฟิ่ง บู่เจวี๋ยได้เลือกไปที่เมนูดังกล่าว ไม่นานก็เกิดแสงสีขาวปกคลุมร่างของเขาและเคลื่นอออกจากสถานการณ์นี้

 

แสงสีขาวได้พาเขามายังในตัวลิฟต์อีกครั้ง ดาบยักษ์,ร่องรอยเลือด,และฝุ่นตอนนี้จางหายไปหมด

 

ทุกๆอย่างที่อยู่ในลิฟต์ยังคงอยู่ในลิฟต์เหมือนเดิม มันเหมือนตอนที่เขาเข้ามาสู่ระบบของเกม แสงที่มีอยู่ตอนนี้คือ แสงของตัวระบบ ช่วงเวลาที่ผ่านพ้นไปนั้น มันช่างราวกับฝันร้ายจริงๆ

 

[สถานการณ์เสร็จสมบูรณ์ กำลังคำนวณสำหรับรางวัล…]

 

[ค่าประสบการณ์ : 70]

 

[เหรียญเกม : 700]

 

[ไอเท็ม/อุปกรณ์ : ไม่มี]

 

[เสร็จสิ้น / ภารกิจ : 0/0]

 

[ภารกิจพิเศษ , ‘ภารกิจรับ’ เสร็จสิ้น : 0]

 

[มุมมองปลดล็อค : ไม่มี]

 

[ค่าความกลัว : 0 ครั้ง]

 

[ค่าความกลัวสูงสุด : 0%]

 

[ค่าความกลัวเฉลี่ย : 0%]

 

[คะแนนความกลัวของคุณ : ไม่ได้หวาดกลัวใดๆ สามารถรับรางวัลเพิ่มเติมอีกหนึ่งอย่าง โปรดเลือกในภายหลัง]

 

[ค่าทักษะ : 30]

 

[ค่าประสบการณ์ของแต้มทักษะ : 30]

 

[เหรียญเกม : 300]

 

[สถานการณ์โบนัส : กระเป๋าของผู้เล่นใหม่ : 1]

 

[การคำนวณเสร็จสิ้น กรุณากดดำเนินการต่อ]

 

ข้อมูลเหล่านี้แสดงอยู่ในหน้าจอ แต่ก็มีเสียงของระบบพูดให้อีกครั้ง

 

“คุณได้ค่าพลังกายขึ้นมาเป็นระดับ 2 ค่าพลังกายปัจจุบัน 200/200”

 

แน่นอนว่า เมื่อเฟิ่ง บู่เจวี๋ยได้เห็น ‘ค่าความพิเศษ’ ที่ถูกปลดล็อคออก มันมีทั้งหมดหกประเภทค่าพิเศษ ตอนนี้เหลือเพียงแค่ห้า การให้คะแนนของมันนั้นก็เปรียบได้กับ N/A ทุกอย่างๆที่เขามีตอนนี้จัดอยู่ในรูปแบบธรรมดา ถ้าเปรียบเทียบกับเกรดก็คงเป็น F ได้

 

ความพิเศษนี้คือการตั้งค่าความสำคัญที่สุดใน ทริลเลอร์ พาราไดซ์ ซึ่งจะถูกใใช้เพื่อประเมินความสามารถของผู้เล่น เฟิ่ง บู่เจวี๋ยยังคงจำได้ดีว่ามันถูกกล่าวในคำแนะนำของเกมในช่วงแรก นั้นหมายความว่าเกรดจะอยู่ในรูปแบบ : N/A: ไม่มี,ยังคงถูกล็อค ยังไม่สามารถใช้ทักษะนี้ได้

 

F: อ่อนแออย่างมาก เกือบเป็นศูนย์ เมื่อผู้เล่นมาถึงระดับนี้ พวกเขาจะสามารถเปิดใช้ทักษะนี้ได้อัตราความสำเร็จ 20 %

 

ขณะที่หน้าจอแสดงผลรางวัล,ประตูก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตามห้องนี่เป็นห้องที่มีสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่ผนังของมันเป็นโลหะ ห้องนี้ใหญ่กว่าตัวลิพต์สองหรือสามเท่าก็ว่าได้ มีแสงสว่างติดอยู่ที่เพดานห้อง มีที่ตั้งกระจกอยู่สองอันในห้อง แต่ไม่มีเสาหรือฐานกระจกอยู่ภายในเลย

 

เฟิ่ง บู่เจวี๋ยไม่มีความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับค่าความกลัวของเขา ความกลัวที่เขามี มันก็คือตัวเลข เขาเห็นแค่ตัวเลขทั้งสามเป็น ศูนย์จนหมด คะแนนการให้ความกลัวแบบนี้ มันทำให้เขารำคาญมาก ระบบจะให้ค่าความกลัวเขาไปทำไม อย่างน้อยก็แบ่งเป็นเกรดระดับหน่อยก็ยังดี อย่างน้อยก็น่าจะมีค่าความกล้า,ความบ้าบิ่น,การเผชิญหน้า,การแก้ไขปัญหาไปด้วยสิ ทำยังงี้มันแทบทำให้เขาหัวเสีย

พวกเขาไม่คิดว่ากรณีนี้จะเกิดขึ้นกับเขา, ที่ค่าทุกอย่างเป็นศูนย์,ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นไปได้ อย่างน้อย คนที่ออกแบบเกมก็ควรจะตั้งพวกระดับเป็น “ค่าความกล้า” ขึ้นมาบ้าง

 

สำหรับบทสอนผู้เล่นใหม่,เฟิ่ง บู่เจวี๋ยได้สร้างความน่าทึ่งเอาไว้มาก เนื่องจากทั้งอยู่รอดและยังเหลือค่าพลังกายไว้มาก ไม่ส่งผลกระทบใดๆในช่วงนาทีสุดท้าย ซึ่งปกติคนทั่วไปก็อาจจะตายหรือรนรานค่าพลังจนหมด ในส่วนนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลไปแทน

 

รางวัลของเฟิ่ง บู่เจวี๋ยก็นับว่าดีพออยู่, แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีเท่าไหร่ เขาถอนหายใจออกมาต่อหน้ากระจก ไม่นานก็มีหน้าต่างป๊อปอับปรากฏขึ้นมา [กรุณาเลือกประเภทกระเป๋าเดินทาง]

 

หน้าจอก็ได้แสดงกระเป๋าสองประเภท ประเภทหนึ่งเป็นกระเป๋าสะพานหลังที่สามารถพกพาไว้ด้านหลัง อีกอย่างหนึ่งเป็นประเภทคาดเอว หลังจากที่พิจารณาตรวจสอบและคิดอย่างถี่ถ้วน เฟิ่ง บู่เจวี๋ยก็เลือกอันแรก จากนั้นแสงก็คลุมทั่วกลางกระจกกลางห้อง แสงก็ได้ปรากฏกระเป๋าออกมา เขาจึงเอื้อมมือคว้ากระเป๋าขึ้น

 

ในช่วงเวลานั้น, เขาก็ได้ตรวจสอบค่าอุปกรณ์ก็เห็นมันถูกปลดล็อค

 

[กระเป๋าเดินทางของคุณเป็นพื้นที่เก็บของ, ตอนนี้ของความจุของไอเท็มเก็บได้สูงสุดแค่สิบ ตราบใดที่คุณใส่ไอเท็มลงไปในกระเป๋า มันก็ถูกนับว่าเก็บของ การใส่สิ่งมีชีวิตในกระเป๋า คุณต้องควบคุมมันให้ได้ก่อนที่จะใส่ หมายเหตุพิเศษ : ผู้เล่นไม่สามารถเข้ากระเป๋าได้ กรุณาอย่าลองทำ]

 

[นับจากนี้ คุณจะไม่สามารถตรวจสอบอุปกรณ์ของคุณได้จากช่องเก็บของ ทุกสิ่งที่คุณสามารถถือ นับว่าเป็นอุปกรณ์ ไม่ได้มีข้อจำกัด ยกตัวอย่างเช่น ในมือขวาของคุณถือดาบ ในมือซ้ายถือไม้ ขณะที่แขนของคุณกำลังกอดรัดเสื้อ เสื้อผ้าของคุณนับว่าไม่ใช่อุปกรณ์ของคุณ มันก็ไม่สามารถทำลายหรือกำจัดทิ้งได้ คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าชุดของคุณได้ที่ เมนูก่อนเข้าสู่ระบบเท่านั้น เครื่องแต่งกายอื่นๆเพิ่มเติมซื้อได้จากร้านค้า]

 

แม้ว่าจะการถึง ‘ร้านค้า’ ,แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีอะไรที่ต้องซื้อ ในช่วงเวอร์ชั่นทดสอบ ผู้เล่นสามารถทำได้แค่ใส่ชุดเริ่มต้นเท่านั้น

 

ในยุคนี้,มีผู้ผลิตเกมมากมายเป็นจำนวน พวกเขาได้นำมันมาวางขายที่ร้านค้ามากมายและเปิดโอกาสให้ทดสอบระบบที่ก้าวไปถึง 70% มันอาจจะเป็นไปได้ว่ามีการซื้อพวกชุด,อาวุธ,เครื่องประดับต่างๆ แต่จำนวนผู้ผลิตบางประเภทก็รู้สึกว่ามันจะเป็นปัญหาและวุ่นวาย และด้วยการที่อยากมีอะไรแนวใหม่บ้างจึงได้ตัดบางอย่างออกและอาจจะเพิ่มระบบพวกเลี้ยงสัตว์เข้ามาแทน

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทดรีมนั้นใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างจากบริษัทเกมอื่นๆ เป้าหมายของบริษัทคือทดสอบฮาร์ดแวร์อย่างเดียว เมื่อใดที่เปิดทดสอบ Close Beta ตัวเกมก็ต้องไปไกลกว่า 95 % แล้ว

 

เมื่อยุคที่สี่ของเทคโนโลยีออฟติเคิล ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกเกี่ยวกับ AI และอื่นๆ ทำให้ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบอะไรมากมาย ดังนั้นเป้าหมายหลักคือทดสอบแค่ตัวเกมอย่างเดียวพอนั้น คือเป้าหมายของ ทริลเลอร์ พาราไดซ์ รุ่น NL 2055

 

สำหรับไอเท็มที่เสมือนจริงและเทคโนโลยีทางเศรษฐพกิจต่างๆ บริษัทดรีม มีนโยบายที่ค่อนข้างเข้มงวดเกี่ยวกับการควบคุม พวกเขาไม่ได้สร้างเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เนื่องจากอยากเน้นการขายสินค้ามากกว่าเซอร์วิสอะไรมากมายนัก ด้วยการที่ไม่มีระบบร้านค้า จึงมีผู้เล่นมากมายมักเกิดสังคมดีลของซึ่งกันและกัน ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย

 

ด้วยความมั่นใจเกี่ยวกับการตลาดที่แสนจะเย่อหยิ่ง ผู้บริหารของบริษัทดรีมก็เล็งเห็นว่า เวอร์ชั่น Close Beta ตัวเกมจะประสบความสำเร็จได้ด้วยดี ด้วยการระบบรอเงินหมุนจะทำให้เกิดสังคมผู้เล่นมากมายที่จะเข้ามาสนับสนุนพวกเขาได้อย่างโดยตรง

 

[กรุณาเลือกโบนัสพิเศษ :

 

สุ่มชุดอุปกรณ์ตามเลเวลคุณ

 

2000 เหรียญ

 

80 ค่าประสบการณ์]

 

เมื่อเขามาถึงหน้ากระจก มันก็ขึ้นข้อความแบบนี้ตรงหน้าเขา

 

เฟิ่ง บู่เจวี๋ยคิดว่า “วันนี้เป็นวันแรกที่เปิดทดสอบเซิร์ฟ Close Beta เงินพวกนี้ก็นับว่าไร้ประโยชน์อยู่ดี” เขาเหลือบไปมองที่เมนู ก็เห็นว่าเลเวลอัพเป็นระดับ 2 อีกทั้งหลอด ค่าประสบการณ์ก็ขึ้น 0/200 นี่ก็นับว่ายังเหลืออีกสี่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์ที่เลเวลจะอัพอย่างรวดเร็ว ทำให้เขารู้สึกว่าก็ไม่เสียหายเท่าไหร่ถ้าหากสุ่มอุปกรณ์

 

หลังจากที่เขาเลือก,แสงในกระจกก็ส่องประกาย และปรากฏเป็นหินออกมา

 

เฟิ่ง บู่เจวี๋ยถึงกับมึนงง ความคิดแรกก็ปรากฏออกมา ‘นี่อาจจะเป็นหินเวทย์หรือไม่ก็อุปกรณ์ไรบางอย่าง’

 

เมื่อเขาหยิบหินออกมา มันก็แสดงรายละเอียดทันที

 

[ชื่อ : ก้อนหินทั่วไป]

 

[ประเภท : อาวุธ]

 

[คุณภาพ : ขยะ]

 

[พลังโจมตี : บางเบา]

 

[คุณสมบัติเพิ่มเติม : ไม่มี]

 

[ผลกระทบ : ไม่มี]

 

[หมายเหตุ : นี่คือหิน หินที่สามารถมองเห็นได้ทั่วทุกที่ บางคนก็เอามันมาเป็นอาวุธ บางคนก็โยนทิ้งหลังจากใช้ไปแล้ว ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครเก็บมันไว้ในกระเป๋าหรือถือเท่าไหร่นัก]

 

ในห้องที่ว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งเสียงใดๆ นอกจากลมหายใจ เฟิ่ง บู่เจวี๋ยทำหน้าอยากจะอ้วก “นี่มัน..นี่มัน...หลอกลวงกันชัดๆ!!”

 

------------------------------------------

(1) เอ้อร์กั๋วโต้ว : คือการกลั่นเหล้ารอบที่สอง ในศัพท์จีนเหมือนถึงสุราที่ทำจากข้าวฟ่าง การกลั่นครั้งที่สองหมายถึงให้พลังวิญญาณเกิดขึ้นที่ตัวสินค้า

 

จบบทที่ ตอนที่ 3 : ช่วงพักภารกิจ(1)

คัดลอกลิงก์แล้ว