เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 เห็ดหลินจือโลหิตขั้นปฐพีระดับต่ำ

ตอนที่ 24 เห็ดหลินจือโลหิตขั้นปฐพีระดับต่ำ

ตอนที่ 24 เห็ดหลินจือโลหิตขั้นปฐพีระดับต่ำ


เหรัญญิกเม้งจ้องมองไปยังที่หยางไค่ ดวงตาของเหรัญญิกเต็มไปด้วยความอยากรู้และความกังวลใจ ทำให้เขาระมัดระวังตัวมากขึ้น ค่อยๆ เปิดถุงผ้าอย่างแผ่วเบา และหรี่ตามองไปยังด้านในของถุงผ้า

 

มันมีขนาดเท่าชามข้าว มีสีแดงเข็ม รูปร่างเหมือนเห็ดและเหมือนเห็ดหลินจืด ลักษณะของมันไม่เลว และยังมีกลิ่นอายแห่งอัจฉริยะและกลิ่นอายแห่งสมบัติปฐพีที่ล้ำค่า

“แค่ก….แค่ก แค่ก……..” เหรัญญิกทำตัวไม่ถูกเขาจึงกระแอ่มไปสองสามครั้ง

หยางไค่มองไปที่เขาด้วยความประหม่าก่อนจะกล่าวถามด้วยเสียงที่แผ่วเบา : “สิ่งนี้ มันคือสิ่งใด ?”

เหรัญญิกมองไปที่เขาด้วยสายตาที่ประหลาดใจก่อนจะกล่าวถามกลับไป:“เจ้า……ไปเก็บมันมาจากที่ไหน?”

“ภายในถ้ำแห่งหนึ่งในเทือกเขาวายุทะมึน ภายในถ้ำยังมีแมงมุมปีศาจยักษ์ขนาดใหญ่ปกป้องมันไว้ แต่ท้ายสุด แมงมุมปีศาจยักษ์ถูกข้าฆ่าตาย ข้าจึงเก็บมันกลับมาด้วย”

หัวใจของเหรัญญิกเม้งสั่นระรัว : “เจ้าพบเจอกับสัตว์ปีศาจ?”

ข้าเตือนเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าห้ามเข้าไปในป่าลึก มันเกินขอบเขตแห่งความปลอดภัย ?

“ข้าไม่ได้เข้าไปในป่าลึกเลย แต่ข้าไม่รู้ว่าทำไมมันถึงอยู่ในขอบเขตแห่งความปลอดภัยรอบๆเทือกเขาวายุทะมึน” หยางไค่รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกใส่ร้าย

เหรัญญิกเม้งถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในใจเขาคิดบางสิ่งบางอย่าง การที่เจ้าเด็กน้อยคนนี้ถูกทำร้ายจนกลายเป็นสภาพเช่นนี้ ก็เพราะต้องต่อสู้กับสัตว์ปีศาจตัวนั้น จากความสามารถของเขาเมื่อต้องต่อสู้กับสัตว์ปีศาจคงแตกต่างกันหลายขั้น มันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เขาจะเอาชิวิตรอดกลับมาได้

น่าสงสารอย่างแท้จริง อายุยังต้องต้องวิ่งเข้าไปในเทือกเขาวายุทะมึนด้วยความยากลำบากเป็นเวลากว่า 3 วัน แต่ก็สามารถแลกเปลี่ยนแต้มแห่งชัยชนะได้เพียง 16 แต้มเท่านั้น ยังต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ปีศาจ ต้องเจอกับเหตุการณ์ที่อาจจะสูญเสียชีวิตของตนเอง ถ้าหากเขารู้ว่าสิงของสิ่งนี้…………..สิ่งของสิ่งนี้…………..ไม่สิ ไม่ ไม่ มันเป็นสิ่งที่ทำร้ายเขาอย่างมาก

แล้วไป ข้าชายชราคนหนึ่งที่ไม่ค่อยสร้างความดีอะไร ก็ถือกว่ามันเป็นศีลธรรมอย่างหนึ่ง

หยางไค่มองเห็นใบหน้าของเหรัญญิกเม้งที่เต็มไปด้วยความเงียบขรึม เหรัญญิกเม้งไม่ตอบเขา ทำให้เขาค่อนข้างที่จะกังวล ขณะที่หยางไค่กำลังจะกล่าวถาม เหรัญญิกเม้งได้หยิบกาน้ำชาและดื่มกินมัน เขาลูบเขาตัวเองไปมา ก่อนจะเผยรอยยิ้มและกล่าว : “เจ้าเด็กน้อย โชคชะตาของเจ้าถือว่าไม่เลว !!”

เมื่อได้ยินคำตอบนี้ ความกังวลใจเมื่อครู่ได้ผ่อนปรนลงทันที เขากังวลว่าสิ่งของสิ่งนี้จะไร้ค่า ถ้าเป็นเช่นนี้คงจะเป็นเรื่องที่ตลกและน่าอับอายอย่างมาก

“เหรัญญิกเม้ง มันคืออะไรกันแน่ ? มีค่าเท่ากับแต้มแห่งชัยชนะจำนวนกี่แต้ม ?” หยางไค่ถูมือตัวเองไปมาและกล่าวถามด้วยความคาดหวัง

“โอ้ว………….ของสิ่งนี้ หรือว่า เห็นหลินจือโลหิต !! เป็นส่วนผสมของสมุนไพรที่หายาก แต่ว่า…………” เหรัญญิกยังไม่ทันทันกล่าวจบ เขามองไปเห็นใบหน้าที่ผิดหวังของหยางไค่ ก่อนจะเปลี่ยนคำพูดของตนเอง : “ไม่ไม่ไม่ มันเป็นสมุนไพรขั้นปฐพี ระดับต่ำ อืม ใช่แล้วมันอยู่ในขั้นปฐพีระดับต่ำ !!”

น้ำเสียงที่จริงจัง จนเกือบทำให้ตัวเขาเองหลงคิดว่ามันเป็นความจริง

“สมุนไพรขั้นปฐพีระดับต่ำ ?” หยางไค่ประหลาดใจ “เหรัญญิกท่านไม่ได้ดูผิดไปใช่ไหม?”

ใบหน้าของเหรัญญิกเต็มไปด้วยความจริงจังก่อนจะกล่าวตอบ : “เรื่องตลอกหรือไง ทั้งชีวิตของข้าพบเจอหญิงสาวมาตั้งมากมาย…….แค่กแค่ก พบเจอกับยาสมุนไพรตั้งมากมาย ดวงตาของข้าเปรียบเสมือนดวงตาแห่งไฟที่ร้อนผ่าว ข้าจะกล่าวผิดได้อย่างไร ?”

“มันสามารถแลกกับแต้มแห่งชัยชนะทั้งหมดกี่แต้ม?” หยางไค่สนใจแต่เรื่องนี้เท่านั้น

“ข้าให้เจ้า 20 แต้ม”

“น้อยมาก” หยางไค่รู้สึกผิดหวังเล็กๆ เดิมทีเขาคิดว่าของสิ่งนี้ต้องอยู่ในขั้นที่สูง น่าจะมีค่าเทียบเท่ากับแต้มแห่งชัยชนะ 20-40 แต้ม

“ไม่น้อยน่ะเจ้าเด็กน้อย” ในใจเหรัญญิกเม้งคิดว่าการให้นี้เป็นการให้ที่ไม่หวังค่าอะไร ไม่สามารถจะให้มากกว่านี้ แต่เขายังหาเหตุผลให้แก่ก่อนจะกล่าวตอบ : “แม้ว่าเจ้าจะค้นหาเห็ดหลินจือโลหิตและเก็บมันมา แต่ว่ามันมีขนาดที่เล็กมาก มีอายุที่ยังไม่มาก ดังนั้นจึงสามารถให้แต้มแห่งชัยชนะเพียง 20 แต้มเท่านั้น”

 

“อ่อ” หยางไค่ไม่เถียงต่อ เขากล่าวยอมรับด้วยความสดใน : “ถ้าเช่นนั้นก็ 20 แต้ม”

เหรัญญิกเม้งพยักหน้า ก่อนจะจดบันทึกลงในสมุดบัญชีของเขาอีกครั้ง

การเดินทางเข้าไปยังเทือกเขาวายุทะมึนในครั้งนี้นอกจากตัวเขาเองที่ต้องการหญ้าสลายวิญญาณและดอกสามใบเถา เขายังได้รับแต้มแห่งชัยชนะถึง 36 แต้ม เมื่อรวมกับแต้มแห่งชัยชนะที่ตนเองสะสมมาตัวเขาเองมีแต้มแห่งชัยชนะทั้งหมด 40 แต้ม หยางไค่รู้สึกว่าตนเองได้กลายเป็นคนมีทรัพย์สินที่มหาศาลไปชั่วขณะ

แม้ว่าการเดินทางเข้าไปในเทือกเขาวายุทะมึนสามารถแลกกับแต้มแห่งชัยชะจำนวนมาก แต่มันทำให้การฝึกยุทธุ์เกิดความล่าช้า และต้องใช้โชคชะตาเข้าช่วต ถึงจะได้รับความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน แม้ว่าจิตใจของเขาจะร้อนรน หยางไค่ตัดสินใจแล้วว่าจากนี้เป็นต้นไป แม้ต้องเจอกับสถานการณ์ที่กดดัน สุดท้ายเขาจะไม่ทำเรื่องเช่นนี้อีก

เหตุผลที่เขาสะสมแต้มแห่งชัยชนะเพราะมันจะช่วยเหลือเขาในการฝึกยุทธุ์ ความสำคัญระหว่างสองสิ่งหยางไค่สามารถแบ่งแยกได้ชัดเจน เขาคงไม่ถูกแต้มแห่งชัยชนะมัวเมาจนทำให้ตนเองเต็มไปด้วยความโลภ

ตอนนี้เขาได้รวบรวมดอกสามใบเถาเป็นจำนวนไม่น้อย ครั้งสุดท้ายก่อนจะออกจากถ้ำเขาได้รวบรวมดอกสามใบเถาจำนวน 34 ต้น แต่ว่าต้นหญ้าสลายวิญญาณนั้นมีจำนวนที่ไม่มาก มีเพียง 5-6 ต้นเท่านั้น ถ้าหากใช้มันมาช่วยในการฝึกยุทธุ์ เขากังวลว่ามันอาจจะไม่เพียงพอ เขาต้องแลกเปลี่ยนมันมาจากหอวิเสษ เพื่อเตรียมความพร้อมในการฝึกยุทธุ์ครั้งนี้

เมื่อตัดสินใจอย่างแนวแน่ หยางไค่ได้กล่าวถาม : “เหรัญญิกเม้ง ผมขอต้นหญ้าสลายวิญญาณจำนวน 10 ต้น”

เหรัญญิกเม้งมองไปที่หยางไค่ด้วยสายตาที่สงสย แม้ว่าเขาจะสงสัยว่าเขาต้องการสมุนไพรเหล่านไปทำอะไร แต่เขากลับไม่ได้ถามต่อ ก่อนจะมองไปที่หยางไค่ด้วยสายตาที่ไม่สนใจและกล่าวถาม : “สมุนไพรขั้นสามัญระดับต่ำ 10 ต้น แต้มแห่งชัยชนะจำนวน 10 แต้ม แน่ใจนะว่าเจ้าต้องการ ?”

หยางไค่ขมวคิ้วและกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่จับพิรุธ : “ไม่ใช่สิ มันไม่ถูกต้อง เมื่อสักครู่ ท่านกล่าวว่าต้นหญ้าสลายวิญญาณจำนวน 2 ต้นเท่ากับแต้มแห่งชัยชนะจำนวน 1 แต้ม ?”

“ราคาซื้อเป็นราคาซื้อ ราคาขายเป็นรายขาย มันไม่เหมือนกัน” เหรัญญิกเม้งยิ้มกว้าง ก่อนจะเผยกลิ่นอายแห่งพ่อค้าหัวหมอออกมาอย่างช้าๆ

หยางไค่รู้สึกโกรธ เขาชี้ไปยังจมูกของเหรัญญิกเม้งก่อนจะกล่าว : “ท่านรับซื้อในราคาที่ต่ำแต่ขายในราคาที่สูงกว่า ท่านเก็บเกี่ยวผลกำไรมากไป ไร้ความยุติธรรม จิตใต้สำนึกของท่างถูกสุนัขกินไปแล้วใช่ไหม ?”

เหรัญญิกเม้งโบกมือไปมาก่อนจะกล่าวตอบ : “มันไม่ใช้ข้าที่ต้องการขายในราคาที่ได้กำไร แต่มันคือกฎของสำนัก ไม่เกี่ยวกับข้า เมื่อสิ่งของเข้าสู่หอวิเศษ ไม่ว่าจะเป็นราคา หรือ สิ่งอื่นๆ ย่อมไม่เกี่ยวกับข้า ข้าทำหน้าที่เพียงเฝ้าดูสถานการณ์และรับซื้อขายเท่านั้น ถ้าไม่เป็นเช่นนี้ เจ้าคิดว่าสำนักของเราจะสามารถเลี้ยงดูศิษย์สาวกกว่า 3,000 คนนี้ได้อย่างไร ?”

หยางไค่ตะลึง เมื่อเขาครุ่นคิดกลับไป มันเป็นเรื่องจริง การทำการค้าเช่นนี้ต้องหวังผลกำไร ถ้าหากสำนักหลิงเซี่ยวที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีวิธีการเช่นนี้ ศิษย์สาวกจำนวน 3,000 คนจะดำรงชีวิตต่อได้อย่างไร ? แม้ว่าจะการกระทำเช่นนี้จะหวังผลกำไรเป็นอย่างมาก แต่ไม่มีใครบังคับให้เขาต้องซื้อ หรือบางคับให้เขาขาย

“แล้วเจ้ายังต้องการต้นหญ้าสลายวิญญาณหรือเปล่า ?” เหรัญญิกเม้งมองเห็นใบหน้าของหยางไค่ที่เต็มไปด้วยความปวดร้าว ทำให้จิตใจของเขารู้สึกไม่สู้ดี

“ต้องการ” หยางไค่ขบฟันแน่น ไม่ช้าหรือเร็วเขาต้องใช้มัน ถ้าหากไม่ต้องการที่จะเดินทางค้นหาสมุนไพร มีเพียงวิธีการซื้อจากหอวิเศษเท่านั้น

เหรัญญิกเม้งหมุนตัวกลับไปที่ห้องโถงด้านใน หลังจากนั้นไม่นานเขาได้กลับมาพร้อมกับต้นหญ้าสลายวิญญาณจำนวน 10 ต้น หยางไค่นับจำนวนของต้นหญ้าสลายวิญญาณ ส่วนเหรัญญิกบันทึกลงในสมุดบัญชีของเขา

“หึ !!!” หลังจากที่ขาดทุนไปอย่างมาก หยางไค่รู้สึกไม่พอใจ เขาเก็บต้นหญ้าสลายวิญญาณเข้าไปในถุงผ้าและหันหลังออกจากหอวิเศษทันที

“โปรดมาอีกครั้ง เมื่อเจ้ามีเวลา” เหรัญญิกเม้งกล่าวร้องจากด้านหลังด้วยความสนุก

“แวะมาบ่อยๆ มาฆ่าท่านน่ะสิ” ในที่สุดหยางไค่ก็ได้รับรู้ฉายาเม้งขูดเนื้อหนังของเขาว่าได้มาจากสิ่งใด

หยางไค่รีบก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว หยางไค่รีบร้อนเดินออกมาด้านนอก จนกระทั่งถึงประตูทางออก เงาของบุคคลคนหนึ่งได้วิ่งออกมาจากด้านนอก จนเกือนจะชนกับเขา

ปฏิกิริยาของทั้งสองรวดเร็วอย่างมาก หยางไค่หยุดก้าวทันที ฝ่ายตรงข้ามก็ได้หยุดวิ่งเช่นเดียวกัน แต่กลับมีกลิ่นหอมหวานที่เหย้าหยวนจิตใจจากด้านนอกโชยเข้ามา

เมื่อเงยหน้ามองดู หยางไค่พบเจอกับดวงตากลมโตดั่งดวงจันทร์ที่ส่องสว่างกำลังจ้องมองมาที่เขา แต่เขาไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของเธอได้อย่างชัดเจน เพราะหญิงสาวคนนี้ปิดปังใบหน้าตนเองด้วยผ้าคลุมหน้า

บุคคลคนนี้เป็นสตรี แม้ว่าจะมองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน แต่จากสภาพผิวที่ขาวเนียนของเธอ บ่งบอกได้ว่าเธอมีอายุที่ไม่มาก หรืออาจจะเป็นศิษย์พี่ของเขา

หยางไค่ก้มหัวให้แก่เธอ แสดงท่าทีที่ขออภัย จากนั้นจึงถอยร่างกายออกไป เพื่อส่งสัญญานให้เธอเขาไปก่อน

หลังจากที่ฝ่ายตรึงข้ามนิ่งงันด้วยความตลึง ใบหูของเธอได้เปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างกะทันหัน สายตาที่จ้องมองไปที่เขากลับหลบซ่อนไปมาอย่างรวดเร็ว

หยางไค่มองเห็นปฏิกิริยาทุกสิ่งอย่างของนาง ในใจคิดว่าศิษย์พี่ท่านนี้คงจะขี้อายอย่างมาก เขาจึงรีบหลบสายตา เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามตื่นตระหนกไปมากกว่านี้

เซี่ยหนิงฉางอึดอัดแทบตาย

เธอไม่คาดคิดว่าต่นเองจะได้พบเจอกับหยางไค่ตรงหน้าประตูหอวิเศษ เมื่อได้เห็นใบหน้าของฝ่ายตรงข้าม ทำให้เซี่ยหนิงฉางคิดถึงตอนที่ตนเอง…………………..

คิดถึงเขาอีกแล้ว……

ทันใดนั้นเอง ใบหน้าของเซี่ยหนิงฉางแดงก่ำ ใบหูของเธอร้อนดั่งไฟเผา เธอรีบเข้าไปในหอโถงอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันหลังกลับมามองแม้แต่น้อย

หยางไค่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าขำ หญิงสาวที่ขี้อายและขี้กลัวเช่นนี้ค่อนข้างจะพบเจอไดยาก หอประลองยุทธุ์หลิงเซี่ยมีศิษย์ที่เป็นสตรีเป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาชอบการต่อสู้จนกลายเป็นคนแข็งแกร้าว ไม่เหมือนกับเธอ เพียงแค่ถูกตนเองมองเห็นเพียงพริบตากับเขิลอายจนใบหน้าแดงก่ำ มันไม่น่าแปลกใจเลยที่เธอต้องสวมผ้าคลุมหน้าเอาไว้

ศิษย์พี่คนนี้น่ารักไม่เบา แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่ากลิ่นหอกที่โชยมาจากร่างกายของเธอนั้นค้นเคยอย่างมาก เหมือนว่าเคยสูดดมกลิ่นนั้นมาจากที่ไหนสักแห่ง …..

จบบทที่ ตอนที่ 24 เห็ดหลินจือโลหิตขั้นปฐพีระดับต่ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว