เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 ประตูแห่งการพิพากษา (3) (อ่านฟรี)

บทที่ 35 ประตูแห่งการพิพากษา (3) (อ่านฟรี)

บทที่ 35 ประตูแห่งการพิพากษา (3) (ตอนฟรี)


บทที่ 35 ประตูแห่งการพิพากษา (3)

ด้วยความช่วยเหลือจากรุ่นพี่สาวใจดีคนนั้น หวังหยุนเฟยจึงสามารถเข้าไปในหอสมุดได้สำเร็จ

ส่วนรุ่นพี่คนนั้นก็ได้ขอตัวจากไปหลังจากนั้น

แม้ว่าเขาตั้งใจจะมาที่นี่เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับ《ประตูแห่งการพิพากษา》แต่หวังหยุนเฟยกลับไม่รู้ว่าจะเริ่มค้นหาจากตรงไหนดี

หลังจากเดินวนไปมาอยู่สักพัก เขาก็ลองรื้อหาตามชั้นหนังสือพวกข้อมูลทางประวัติศาสตร์ดูแต่ก็ไม่พบอะไรเลย

(รู้งี้เมื่อกี้ฉันน่าจะลองถามพวกนั้นดูหน่อย ดูเหมือนคนพวกนั้นจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับ《ประตูแห่งการพิพากษา》)

หวังหยุนเฟยนึกถึงกลุ่มคนที่เจอระหว่างทางก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตามเขาคิดว่า ตัวเองคงจะได้พบกับคนกลุ่มนั้นอีกครั้งในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน

ในตอนนั้นเอง จู่ๆก็มีเสียงดังกึกก้องมาจากด้านนอก จนหวังหยุนเฟยสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพื้นดิน

(หืม? มีอะไรผิดปกติแน่!)

หวังหยุนเฟยรีบวางหนังสือในมือลง แล้วตรงไปยังหน้าต่างที่ใกล้ที่สุดเพื่อมองออกไปด้านนอก

ดวงตาที่เฉียบคมของเขา พบการต่อสู้ที่อยู่ไกลออกไปอย่างรวดเร็ว

มีนักศึกษาชายคนหนึ่ง กำลังถูกพวกที่สวมผ้าคลุมสีดำสามคนรุมโจมตีอยู่

ทว่าชายหนุ่มคนนี้แม้จะสู้หนึ่งต่อสาม แต่ก็ไม่ได้ตกเป็นรอง พลังที่เขาแสดงออกมานั้นแข็งแกร่งมาก เพียงแต่ดูเหมือนจะยังไม่ค่อยชำนาญนัก

ในขณะที่ทั้งสามคนนั้นมีการประสานงานที่ดีเยี่ยม อีกทั้งยังพกอาวุธมาครบมือ ทั้งดาบ ปืน แม้แต่ระเบิดก็พกมา!

เสียงระเบิดเมื่อครู่นี้ก็คือระเบิดมือที่หนึ่งในนั้นขว้างมา

บริเวณรอบตัวของคนทั้งสี่ มีผู้บริสุทธิ์หลายคนนอนล้มอยู่บนพื้น ส่วนคนอื่นๆต่างพากันหลบไปอยู่ไกลๆ ทิ้งพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ไว้ให้พวกเขาต่อสู้กัน

(ไอ้คนพวกนี้มันกล้าทำเรื่องแบบนี้ อย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้เลยเหรอ?)

ตามข้อมูลที่หวังหยุนเฟยได้รับรู้มาจากอินเทอร์เน็ต ดูเหมือนคนในโลกใบนี้ จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของผู้มีพลังพิเศษกันหมดแล้ว ในขณะเดียวกันผู้มีพลังพิเศษเหล่านั้น ก็มักจะไม่ค่อยปกปิดพลังของตนเองในยามปกติสักเท่าไหร่

พวกที่ลงมืออย่างบ้าคลั่งไร้ขีดจำกัด แม้จะมีไม่มากแต่ก็ไม่ได้ถือว่าน้อยเลย

(ถ้าอย่างนั้นเจ้าพวกนี้สู้กันเพราะอะไร? สามคนที่สวมผ้าคลุมดำนั่น ดูเหมือนจะมาจากองค์กรเดียวกัน ทำไมพวกเขาต้องลอบโจมตีนักศึกษาคนนี้ด้วยล่ะ? หรือว่า... นักศึกษาคนนี้จะเป็นหนึ่งใน ‘ผู้พิพากษา’?)

เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้นี้ หวังหยุนเฟยก็พลันเกิดความสนใจขึ้นมาทันที

ภารกิจดันเจี้ยนในครั้งนี้ไม่มีเป้าหมายที่ระบุชัดเจน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของหวังหยุนเฟยเอง

เขาปีนออกทางหน้าต่างทันที แล้วกระโดดลงสู่พื้นจากชั้นสาม

ทางด้านนี้ของหอสมุด ด้านล่างเป็นสนามหญ้าที่ไม่มีใครอยู่

หวังหยุนเฟยลงจอดในท่าที่ไม่สง่างามนักด้วยการหมอบลงกับพื้น แต่เขาก็ลุกขึ้นยืนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบวิ่งไปยังจุดที่คนเหล่านั้นกำลังสู้กันอยู่

ในอีกด้านหนึ่ง...

เดิมทีเริ่นผิงหลินเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง แต่ตั้งแต่วันก่อนที่เขาได้เห็น ‘ประตู’ บานหนึ่ง เขาก็พบว่าตัวเองได้รับพลังอันน่ามหัศจรรย์มาอย่างกะทันหัน

นั่นคือพลังพิเศษเหนือธรรมชาติ

ในโลกใบนี้การมีอยู่ของผู้มีพลังพิเศษไม่ใช่ความลับ เริ่นผิงหลินที่เคยเป็นคนธรรมดา ย่อมเคยคาดหวังว่าจะได้รับพลังอันแข็งแกร่งแบบนั้นมาครอบครองบ้าง

จนถึงตอนนี้เริ่นผิงหลินยังคงมองเห็นประตู ที่ตั้งอยู่สูงตระหง่านซึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางเมือง ที่อยู่ในระยะไกลได้จากภายในมหาวิทยาลัย

เริ่นผิงหลินเคยลองถามคนรอบข้างแบบอ้อมๆดูแล้ว แต่ดูเหมือนจะมีเพียงเขาคนเดียว ที่มองเห็นประตูบานนี้ส่วนคนอื่นมองไม่เห็นเลยสักนิด

เขาเคยนั่งรถมุ่งหน้าไปยังใต้ฐานของประตูบานนั้นด้วย แต่ประตูนั่นกลับเป็นเหมือนภาพลวงตา ที่ไม่สามารถสัมผัสได้เลย

แม้จะไม่รู้ว่าทำไมแต่เริ่นผิงหลิน ก็ยอมรับความจริงที่ว่าตนเองมีพลังชนิดนี้ไปแล้ว

แล้วยังไงต่อล่ะ? หลังจากมีพลังพิเศษแล้วต้องทำอะไร?

จู่ๆเริ่นผิงหลินก็เริ่มไปไม่ถูก

ในขณะที่คิดเรื่องเหล่านี้ เริ่นผิงหลินยังคงใช้ชีวิตไปเรียนในมหาวิทยาลัยตามปกติต่อไป

เริ่นผิงหลินแอบแสดงพลังที่มี ต่อหน้าเพื่อนนักศึกษาบ้างเป็นครั้งคราว นั่นจึงทำให้คนในมหาวิทยาลัยรู้กันอย่างรวดเร็วว่าเขาเป็นผู้มีพลังพิเศษ

ชีวิตแบบนั้นผ่านไปได้ไม่นาน ก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งมาหาเขา

คนเหล่านั้นอ้างว่าเป็นองค์กรผู้มีพลังพิเศษ ที่ทำงานให้กับรัฐบาล พวกเขามาพบเริ่นผิงหลิน เพื่อต้องการทราบข้อมูลบางอย่าง

หลังจากสอบถามเรื่องราวต่างๆ เริ่นผิงหลินก็ได้รับแจ้งข่าวสารอย่างหนึ่ง

เขาคือหนึ่งใน ‘ผู้พิพากษา’ ทั้งเจ็ดที่ถูกเลือก

มีเพียง ‘ผู้พิพากษา’ เท่านั้นที่จะสามารถมองเห็น《ประตูแห่งการพิพากษา》ได้โดยตรง

หลังจากนั้นคนพวกนี้ก็ทิ้งคนสองคน ไว้คอยติดตามเริ่นผิงหลินโดยอ้างว่าเพื่อ ‘คุ้มครอง’

ทั้งหมดนั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน

ส่วนในวันนี้ในขณะที่เริ่นผิงหลิน กำลังทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยตามปกติ จู่ๆก็มีคนสวมผ้าคลุมสีดำสองสามคน ที่มีลักษณะคล้ายพวกลัทธิทางศาสนาปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขา

พวกเขากล่าวอ้างว่าตนเองเป็นสาวกของ ‘ลัทธิดับเพลิง’ และสั่งให้เริ่นผิงหลินตามพวกเขาออกไปจากที่นี่

แน่นอนว่าเริ่นผิงหลินไม่อยากไปกับคนแปลกหน้าพวกนี้

ในขณะเดียวกันผู้มีพลังพิเศษสองคน ที่คอยคุ้มครองเขาอยู่ ก็ไม่ต้องการให้เริ่นผิงหลินถูกพาตัวไปเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ความขัดแย้งจึงปะทุขึ้น และทั้งสองฝ่ายเริ่มเปิดฉากต่อสู้กัน

สาวกที่อ้างตัวว่าเป็นสมาชิกลัทธิดับเพลิงเหล่านี้แข็งแกร่งมาก ผู้มีพลังพิเศษสองคนที่อยู่ข้างกายเริ่นผิงหลินตั้งรับได้ไม่นานก็ถูกฆ่าตาย

(พวกเขาฆ่าคนจริงๆด้วย!)

เมื่อพบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ เริ่นผิงหลินก็ตกใจและตึงเครียดขึ้นมาทันที

เขาไม่เคยฆ่าคนมาก่อน แต่อีกฝ่ายกลับดูช่ำชองเป็นอย่างมาก

เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คนอื่นต้องพลอยรับเคราะห์ไปด้วย เริ่นผิงหลินจึงตัดสินใจกระโดดลงจากหน้าต่างชั้นห้า และวิ่งไปยังพื้นที่โล่งกว้าง

พลังที่เริ่นผิงหลินปลุกขึ้นมาได้นั้นมีหลายอย่าง ทั้งม่านพลังป้องกัน , พลังจิตควบคุมวัตถุ , ความเร็วในการตอบสนองที่เหนือชั้น และพละกำลังมหาศาล

ม่านพลังป้องกันของเขาสามารถต้านทานระเบิดมือและกระสุนปืนในระยะประชิดได้ และเขายังอาศัยความเร็วในการตอบสนองหลบหลีกการยิงของศัตรูได้อีกด้วย

ในขณะที่เริ่นผิงหลินกำลังต่อสู้กับคนทั้งสามอย่างดุเดือด จู่ๆก็มีคนอีกคนพุ่งเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ อย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ

เริ่นผิงหลินตกใจ คิดว่าเป็นกำลังเสริมของศัตรู

แต่เมื่อเพ่งมองดูดีๆเริ่นผิงหลินก็พบว่า คนที่มาถึงนั้นไม่ได้สวมผ้าคลุมสีดำ จึงไม่น่าจะเป็นฝ่ายเดียวกับศัตรู

เดิมทีเริ่นผิงหลินตั้งใจจะเอ่ยเตือนให้อีกฝ่ายระวังตัว แต่แล้วเขาก็พบว่า คนคนนี้ดูเหมือนจะมีม่านพลังป้องกันที่คล้ายกับเขา และการโจมตีของสาวกลัทธิดับเพลิงทั้งสามคนนั้นไร้ผลโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นปืนหรือระเบิด หรือแม้แต่พลังพิเศษอย่างเปลวเพลิงและสายฟ้าของพวกมัน ทั้งหมดราวกับกระแทกเข้ากับม่านพลังที่มองไม่เห็น คนที่เพิ่งปรากฏตัวยังคงไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆภายใต้การโจมตีเหล่านั้น และนอกจากจะไม่เป็นอะไรแล้ว แม้แต่เสื้อผ้าก็ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน

ในตอนนั้นเองหวังหยุนเฟยก็เอ่ยขึ้น

ฉันก็แค่เดินผ่านมาเฉยๆแต่พวกคุณสามคน กลับโจมตีฉัน นี่พวกคุณกำลัง ‘รนหาที่ตาย’ อยู่สินะครับ

หวังหยุนเฟยพุ่งเข้าถึงตัวอีกฝ่ายด้วยความเร็วที่ทั้งสามคนตามไม่ทัน เขาใช้มือหนึ่งแย่งปืนมาจากพวกมัน ส่วนอีกมือหนึ่งชกเข้าที่ท้องของคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างจัง ส่งผลให้ชายคนนั้นสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ทันทีและทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง

อีกสองคนที่เหลือไม่ได้สนใจเพื่อนร่วมทีมคนนี้เลยแม้แต่น้อย พวกมันรีบใช้พลังพิเศษโจมตีใส่หวังหยุนเฟยทันที แต่หวังหยุนเฟยไม่ได้ใส่ใจการโจมตีของพวกมันเลย เขาซัดหมัดใส่ทีละคนจนพวกมันหมอบราบคาบแก้วไปทั้งหมด

ในตอนนั้นเองหวังหยุนเฟยจึงหันไปถามเริ่นผิงหลิน ที่ยืนตะลึงงันอยู่ข้างๆว่า “นายรู้ไหมว่าเจ้าพวกนี้เป็นใคร? แล้วทำไมพวกมันถึงต้องโจมตีฉันด้วย?”

(นายซัดซะน่วมหมดแล้วค่อยมาถามเนี่ยนะ...)

เริ่นผิงหลินถึงกับพูดไม่ออก

...จบบทที่ 35 ~❤️

จบบทที่ บทที่ 35 ประตูแห่งการพิพากษา (3) (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว