- หน้าแรก
- เมื่อสัตว์อัญเชิญของผม คือร่างแยกที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
- บทที่ 24【เซตแห่งความรุ่งโรจน์ 】เริ่มออกทะยาน (อ่านฟรี)
บทที่ 24【เซตแห่งความรุ่งโรจน์ 】เริ่มออกทะยาน (อ่านฟรี)
บทที่ 24【เซตแห่งความรุ่งโรจน์ 】เริ่มออกทะยาน (ตอนฟรี)
บทที่ 24【เซตแห่งความรุ่งโรจน์ 】เริ่มออกทะยาน
ภายในห้องควบคุม เทพแห่งความยากจน (ฉงเสิน) ที่เพิ่งได้รับข้อความก็ปรากฏตัวขึ้นทันที
เทพแห่งความยากจนเป็นเจ้าของ ‘ลานประลองลึกลับ’ และรับผิดชอบในการจัดการเกมทั้งหมดที่นั่น
จริงๆแล้วเขาไม่ใช่ ‘เทพ’ แต่เป็นเพียงคนที่มีนามสกุลว่า ‘ยากจน’ (ฉง) และชื่อ ‘เทพ’ (เสิน) เท่านั้น
ดูเหมือนว่าเกมในครั้งนี้จะเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นบางอย่าง
มีไอเทมที่ไม่ควรปรากฏในเกมถูกนำไปวางไว้ในลานประลอง แถมยังมีคนหาเจอและใช้งานมันเข้าเสียด้วย
และการใช้ไอเทมชิ้นนั้นก็ทำให้เกมจบลงทันที
สถานการณ์ที่น่าฉงนนี้ ทำให้บรรดาผู้ชมพากันตะโกนด่าทอด้วยความไม่พอใจ
เมื่อฉงเสินมาถึงผู้ดูแลที่รออยู่ ก็รีบรายงานสถานการณ์ทันที
“เจ้าหน้าที่หมายเลข 10056 ทำงานผิดพลาดจนทำให้ไอเทมชิ้นนั้น ถูกปล่อยลงไปในลานประลองครับ ตอนนี้ผมสั่งกักตัวเจ้าหน้าที่คนนั้นไว้แล้ว รอให้ท่านเป็นคนตัดสินความผิดครับ”
“แล้วพวกแขกที่มาดูมีท่าทียังไงบ้าง?”
“70% แสดงความไม่พอใจครับ อีก 20% ขอดูสถานการณ์ไปก่อน ส่วนที่เหลืออีก 10% รู้สึกว่ามันน่าสนใจดีครับ”
“อืม แล้วใครคือผู้ชนะอันดับหนึ่งในครั้งนี้?”
“หมายเลข 100 ครับ”
“หมายเลข 100? อ้อ เหมือนจะเป็นไอ้หนูที่ปลดปล่อยวิญญาณได้คนนั้นสินะ”
ฉงเสินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้สึกเหมือนสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง
‘เรื่องผิดพลาด’ ครั้งนี้มันคือเรื่อง ‘บังเอิญ’ จริงๆน่ะเหรอ?
ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเรื่องผิดพลาดแบบนี้มาก่อน และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอคนที่สามารถปลดปล่อยวิญญาณได้ตั้งแต่เลเวลยังน้อยๆ
โดยปกติแล้วคนที่จะปลดปล่อยวิญญาณได้ต้องมีเลเวล 500 ขึ้นไป และมีโอกาสสำเร็จเพียงน้อยนิดเท่านั้น
จนถึงปัจจุบัน มีคนเลเวลถึง 500 อย่างน้อยก็เป็นร้อยล้านคนแล้ว แต่คนที่ปลดปล่อยวิญญาณได้กลับมีเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น
แน่นอนว่าฉงเสินคือหนึ่งในนั้น
เมื่อถึงเลเวล 100 คุณสมบัติต่างๆจะถูกปลดล็อก หลังจากเลเวล 500 วิญญาณจะถูกปลดล็อก และถ้าไต่ไปจนถึงเลเวล 1,000 จนก้าวข้ามขีดจำกัดสำเร็จ ก็จะกลายเป็นเทพที่แท้จริง
ความบังเอิญนี้ ทำให้ฉงเสินรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เหนือกว่า กำลังบอกใบ้อะไรบางอย่างถึงเขาอยู่
เมื่อเห็นฉงเสินยืนนิ่งไป ลูกน้องข้างๆจึงถามอย่างระมัดระวังว่า “ท่านครับ จะให้ดำเนินการอย่างไรต่อดี?”
“ประกาศออกไปว่าเกมครั้งนี้เป็นแค่การทดสอบ ส่วนรางวัลของผู้เข้าร่วมก็ให้แจกจ่ายตามปกติ อ้อ...รางวัลของอันดับหนึ่ง เดี๋ยวข้าจะเป็นคนไปมอบให้เขาเอง เจ้าไปทำงานของเจ้าต่อเถอะ”
“แล้วเจ้าหน้าที่หมายเลข 10056 ล่ะครับ?”
“แค่ตักเตือนก็พอ แล้วให้กลับไปทำงานตามปกติ”
“รับทราบครับ”
ในขณะเดียวกันหวังหยุนเฟย ถูกเทเลพอร์ตออกมาจากลานประลองแล้ว
หลังจากใช้【ระเบิดทำลายล้าง】ต่อให้จะอยู่ในสถานะ 【ละอองวิญญาณคุ้มครอง】เขาก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีนี้ได้
หวังหยุนเฟยกลับมาปรากฏตัว ที่ทางออกของลานประลอง ตรงทางเดินก่อนที่เขาจะเข้ามา
อย่างไรก็ตามแม้จะชนะเกมในครั้งนี้ แต่หวังหยุนเฟยกลับยังไม่ได้รับ ‘รางวัล’ ทันที
หลังจากยืนรออยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆชายคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขา
ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก เขาดูเหมือนชายวัยกลางคน แต่หวังหยุนเฟยคาดว่า อายุจริงของอีกฝ่ายน่าจะปาไปหลายร้อยปีแล้ว
“ไม่ทราบว่าคุณคือ...?” หวังหยุนเฟยถาม
“ข้าคือผู้จัดเกมในครั้งนี้ เจ้าของ ‘ลานประลองลึกลับ’ ฉงเสิน”
(ฉง... ฉงเสิน?)
หวังหยุนเฟยถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ เพราะเขาก็ไม่อยากซวยจนกลายเป็นคนจนไปด้วย
“ที่แท้ก็คือพี่ใหญ่ฉงเสินนี่เอง ชื่อเสียงโด่งดังมานาน ไม่ทราบว่าพี่ใหญ่มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ?”
“แม้ว่าในเกมเมื่อกี้เจ้าจะใช้ไอเทมที่ไม่ควรมีอยู่ จนทำให้เกมจบลงทันที แต่เห็นว่าเจ้าไม่รู้เรื่อง ข้าก็จะไม่เอาความ... ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากจะถามเจ้า เจ้าปลดปล่อยวิญญาณได้อย่างไร?”
“ปลดปล่อยวิญญาณ? มันคืออะไรเหรอครับ?” หวังหยุนเฟยไม่รู้จริงๆว่ามันคืออะไร แม้เขาจะสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการที่เขา ‘เกิดใหม่’ แต่ในสถานการณ์แบบนี้ แกล้งทำเป็นไม่รู้จะดีที่สุด
เมื่อเห็นหวังหยุนเฟยทำหน้ามึนตึ้บ ฉงเสินก็ไม่ซักไซ้ต่อ เขาสรุปว่า “ในเมื่อเจ้าไม่รู้ก็ช่างมันเถอะ ต่อไปคือเรื่องรางวัลจากการชนะเกมครั้งนี้ คะแนนสะสมของเจ้าคืออันดับหนึ่ง ข้าจะมอบของรางวัลที่คู่ควรให้”
พอพูดถึงเรื่องรางวัล หวังหยุนเฟยก็หูผึ่งทันที
ฉงเสินหยิบชุดอุปกรณ์ทั้งเซตออกมาส่งให้เขา
หลังจากรับมาและเช็กคุณสมบัติ หวังหยุนเฟยถึงกับอึ้งไปเลย
“ให้ของแบบนี้กับผมมันจะดีจริงๆเหรอครับ?”
“วางใจเถอะ ไม่มีปัญหาหรอก”
หวังหยุนเฟยรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไป เพราะรางวัลที่ได้รับคือเซตอุปกรณ์ คุณภาพระดับเทพเจ้า (Divine) ทั้งเซต!
มันมีชื่อว่า 【เซตแห่งความรุ่งโรจน์ 】 ประกอบด้วย อาวุธ, ส่วนหัว, เสื้อ, เข็มขัด, กางเกง, รองเท้า, แหวนสองวง และเครื่องประดับ รวมทั้งหมด 9 ชิ้น
แต่เซตอุปกรณ์ระดับเทพเจ้านี้กลับดู ‘แปลก’ ไปสักหน่อย อย่างแรกคือ อุปกรณ์ทุกชิ้นไม่มีข้อจำกัดเลเวล และอย่างที่สองคือ อุปกรณ์ทุกชิ้นไม่มีคุณสมบัติหรือค่าสถานะพื้นฐานอะไรมาให้เลย
ที่ว่าไม่มีนี่คือ ไม่มีทั้งการเพิ่มพลังโจมตี พลังป้องกัน หรือค่าสถานะอื่นใดทั้งสิ้น
แต่ทว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นกลับมี ‘คุณสมบัติพิเศษ’ ที่เหมือนกันอยู่ข้อหนึ่ง นั่นคือ อุปกรณ์ชิ้นนี้สามารถ ‘ดูดกลืน’ อุปกรณ์ชิ้นอื่นเพื่อรับค่าสถานะของอุปกรณ์ชิ้นนั้นมาได้ และสามารถทำซ้ำได้ไม่จำกัดครั้ง
อุปกรณ์แต่ละชิ้นจะดูดกลืนได้เฉพาะอุปกรณ์ประเภทเดียวกันและต้องมีเลเวลตรงกับเลเวลปัจจุบันของหวังหยุนเฟยเท่านั้น
หากดูดกลืนอุปกรณ์หลายชิ้นในส่วนของ ค่าสถานะพื้นฐาน เช่น พลังโจมตี , พลังป้องกัน , พลังชีวิต , มานา , พละกำลัง , ความคล่องตัว , พลังกาย และจิตวิญญาณ ระบบจะยึดเอาค่าที่สูงที่สุดจากอุปกรณ์ที่ถูกดูดกลืนทั้งหมดมาใช้งาน
ส่วนคุณสมบัติเพิ่มเติม สามารถเลือกเก็บไว้ใช้งานได้สูงสุด 4 อย่าง
ตัวอย่างเช่น อาวุธสองชนิดที่หวังหยุนเฟยครอบครองอยู่ในตอนนี้คือ
【ดาบใหญ่ตัดเหล็ก】(พละกำลัง +10, พลังโจมตี +50, ความเสียหายต่อศัตรู +20%)
【แขนที่บิดเบี้ยวของจอมคาถา】(จิตวิญญาณ +15, พลังโจมตี +50 , ทุกครั้งที่คุณใช้หนึ่งสกิล จะลดระยะเวลาคูลดาวน์ที่เหลืออยู่ของสกิลอื่นๆ ลง 10% พร้อมทั้งลดการใช้มานาของสกิลลง 10% โดยแต่ละสกิลจะลดมานาได้สูงสุด 20%) ทั้งคู่เป็นระดับหายาก ซึ่งนอกจากค่าสถานะพื้นฐานแล้ว จะมีคุณสมบัติเพิ่มเติมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
อุปกรณ์ระดับเทพเจ้าโดยปกติจะมีค่าสถานะพื้นฐานสูงกว่าระดับหายากเพียงเล็กน้อย แต่จะมีคุณสมบัติเพิ่มเติมถึงสี่อย่าง
หากให้【อาวุธรุ่งโรจน์】 ‘ดูดกลืน’ 【ดาบใหญ่ตัดเหล็ก】และ【แขนที่บิดเบี้ยวของจอมคาถา】เข้าไป ค่าสถานะของ【อาวุธรุ่งโรจน์】ที่เดิมทีว่างเปล่าก็จะกลายเป็น
พละกำลัง +10 , จิตวิญญาณ +15 , พลังโจมตี +50
ความเสียหายต่อศัตรู +20%
ทุกครั้งที่คุณใช้หนึ่งสกิล จะลดระยะเวลาคูลดาวน์ที่เหลืออยู่ของสกิลอื่นๆ ลง 10% พร้อมทั้งลดการใช้มานาของสกิลลง 10% โดยแต่ละสกิลจะลดมานาได้สูงสุด 20%
【อาวุธรุ่งโรจน์】จะได้รับคุณสมบัติเพิ่มเติมของอาวุธระดับหายากทั้งสองชิ้นมาพร้อมกัน นอกจากนี้ยังเหลือ ‘ช่องว่าง’ ของคุณสมบัติเพิ่มเติมอีกสองช่อง ซึ่งสามารถเก็บไว้ใช้ดูดกลืนอาวุธระดับหายากขึ้นไปชิ้นอื่นๆได้
หากไม่ต้องการคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง สามารถเลือกที่จะปกคลุมทับได้
ทว่าเมื่อเลือกปกคลุมทับไปแล้ว จะไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้อีก นอกจากจะหาอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติเพิ่มเติมแบบนั้นมาดูดกลืนใหม่อีกครั้ง
หลังได้รับเซตอุปกรณ์ ‘ระดับเทพเจ้า’ ที่ใฝ่ฝันอย่างกะทันหัน หวังหยุนเฟยที่ตอนแรกตื่นเต้นดีใจก็สงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้เขาพบว่า【เซตแห่งความรุ่งโรจน์】ระดับเทพเจ้านี้ ความจริงแล้วมี ‘ข้อเสีย’ ใหญ่หลวงอยู่ข้อหนึ่ง
นั่นคือมัน ‘กินจุ’ เกินไป
การจะปั้นอุปกรณ์รุ่งโรจน์หนึ่งชิ้น จำเป็นต้องใช้เครื่องป้องกันส่วนเดียวกันระดับหายากอย่างน้อยสี่ชิ้น ซึ่งอุปกรณ์ทั้งสี่ชิ้นนี้จะถูก ‘กิน’ หายไปโดยตรง
และเมื่อเลเวลเพิ่มสูงขึ้น ก็แน่นอนว่าต้องให้【เซตแห่งความรุ่งโรจน์】แต่ละชิ้นดูดกลืนอุปกรณ์ในระดับเลเวลใหม่เข้าไปอีกระลอก เพื่อเพิ่มค่าสถานะพื้นฐานของมัน
ตามเส้นทางการเล่นเกมปกติ ผู้เล่นต้องการเพียงชุดเดียวก็พอ และเมื่อถึงเลเวลใหม่ ก็สามารถถอดอุปกรณ์เลเวลต่ำชุดเดิมออกเพื่อนำไปขายได้
แต่หากหวังหยุนเฟยเลือกที่จะปั้น【เเซตแห่งความรุ่งโรจน์】นั่นหมายความว่าเขาต้องทุ่มเท ‘ทรัพยากร’ มากกว่าคนทั่วไปเกือบสี่เท่า ซึ่งนี่แทบจะเป็นหลุมที่ถมไม่เต็ม
ถึงอย่างนั้นหวังหยุนเฟยก็จะไม่เลิกใช้งานมัน
ในฐานะคนเกิดใหม่จะให้ดำเนินตามเส้นทาง ของคนทั่วไปได้อย่างไร?
หวังหยุนเฟยเก็บชุดอุปกรณ์นี้ไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะพูดกับฉงเสินที่อยู่ตรงหน้าว่า "พี่ใหญ่ฉงเสินครับ นี่คือคู่หูของผม ขอให้อีกสักชุดได้ไหมครับ?"
(ชุดเดียวไม่พอ ขออีกชุดเถอะ ผมรับไหว)
ฉงเสินมองไปที่ร่างแยกด้านข้างแล้วพูดว่า “เขาดูเหมือนจะเป็นสัตว์อสูรประจำตัวของเจ้า? น่าสนใจจริงๆ หรือเป็นเพราะเจ้าปลดล็อกวิญญาณก่อนกำหนดเลยทำให้เขาเกิดการกลายพันธุ์แบบนี้? ข้ามี【เซตอุปกรณ์รุ่งโรจน์】อยู่แค่สามชุด จะให้เจ้าอีกชุดก็ได้ แต่เจ้าต้องรับปากว่าจะทำธุระให้ข้าอย่างหนึ่งในอนาคต”
“เป็นภารกิจเหรอครับ? ผมรับคำครับ”
“ข้ายังไม่ได้บอกเลยเจ้าก็ตัดสินใจตอบรับอย่างแน่วแน่แล้ว ถ้าอย่างนั้นข้าจะมอบรางวัลอย่างอื่นเพิ่มให้เจ้าอีกนิดหน่อยแล้วกัน”
“ขอถามพี่ใหญ่ฉงเสิน เนื้อหาภารกิจที่ชัดเจนคืออะไรครับ?”
“ตอนนี้เลเวลของเจ้ายังต่ำเกินไป ข้าหวังว่าภายในห้าปีเจ้าจะไปถึงเลเวลห้าร้อย แล้วไปเข้าร่วมการแข่งขันในน่านฟ้าพันธมิตรในนามของข้า เฉลี่ยปีละหนึ่งร้อยเลเวล ง่ายมากใช่ไหมล่ะ?” ฉงเสินยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เรื่องนี้…”
ในฐานะคนเกิดใหม่ หวังหยุนเฟยรู้ดีว่าความเร็วในการเพิ่มเลเวลหลังเลเวลหนึ่งร้อยนั้นช้ามาก
ในอดีตเขาใช้เวลาเกือบสิบปีกว่าจะถึงเลเวลสามร้อยกว่า
แต่ในสถานการณ์เช่นนี้จะถอยไม่ได้
ก็แค่เพิ่มเลเวลมีอุปกรณ์ที่ดี บวกกับประสบการณ์ของตัวเอง แค่ตั้งใจฟาร์มหนักๆก็พอ
“ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ ผมสัญญา” หวังหยุนเฟยตอบอย่างหนักแน่น
ในช่วงเวลาแบบนี้ ต้องมีความมั่นใจถึงจะได้รับความประทับใจจากผู้มีอำนาจ
แม้จะถูกมองว่าโอ้อวด แต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีความมั่นใจ
“ดีมากข้าคาดหวังในตัวเจ้าไว้สูงทีเดียว ของพวกนี้คือรางวัลล่วงหน้า แล้วเราจะได้พบกันใหม่ในโอกาสหน้า”
หวังหยุนเฟยรีบเรียกฉงเสินที่กำลังจะจากไป “เดี๋ยวก่อนครับพี่ใหญ่ฉงเสิน ผมอยากรู้มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วว่า การปลดล็อกวิญญาณหมายความว่ายังไงกันแน่?”
“ถ้าจะให้ข้าอธิบายคำพูดที่เจ้าจะเข้าใจได้ก็คือ หลังจากปลดล็อกวิญญาณแล้ว เจ้าจะได้รับคะแนนประสบการณ์มากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ และขีดจำกัดของเลเวลสูงสุดที่ไปถึงได้ก็จะสูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมีเอฟเฟกต์พิเศษอื่นๆอีก แต่ตอนนี้สำหรับเจ้ามันยังเร็วเกินไป ไว้เจ้าถึงเลเวล 500 แล้วเจ้าจะรู้เอง เอาละ ข้ายังมีธุระต้องจัดการไว้พบกันใหม่”
...จบบทที่ 24 ~❤️