- หน้าแรก
- เมื่อสัตว์อัญเชิญของผม คือร่างแยกที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
- บทที่ 10 ทางเลือกของคนอื่น (อ่านฟรี)
บทที่ 10 ทางเลือกของคนอื่น (อ่านฟรี)
บทที่ 10 ทางเลือกของคนอื่น
บทที่ 10 ทางเลือกของคนอื่น
หลังจากถูกบอสตัวนี้โจมตีอีกครั้ง จูอู๋เหยียนเหลือบมองพลังชีวิตที่เหลืออยู่ไม่มากของตนเอง ก่อนจะตัดสินใจขั้นเด็ดขาดในที่สุด “พวกเราถอยกันก่อนเถอะ รอให้เลเวล 10 แล้วค่อยกลับมาลองใหม่”
ค่าพลังชีวิตของ บอสเผ่ามิโนทอร์ (มนุษย์วัว) เลเวล 12 ที่อยู่ตรงหน้ายังคงเหลืออีกกว่าสองหมื่นหน่วย ในบรรดาคนในปาร์ตี้ของจูอู๋เหยียน มีเพียงผู้เล่นอาชีพ《นักเวท》เลเวล 7 เท่านั้นที่สร้างความเสียหายได้มากที่สุด แต่นั่นก็เพียงแค่ครั้งละ 50 กว่าหน่วยเท่านั้น
เนื่องจากบอสมิโนทอร์ตัวนี้อยู่ในพื้นที่โล่งกว้างในเขตที่อยู่อาศัย อาคารโดยรอบอยู่ห่างไกลเกินกว่าจะใช้การโจมตีระยะไกลจากบนอาคารได้ และถึงแม้จะพยายามล่อมันเข้าไปก็ไม่เป็นผล ไม่สามารถใช้กลอุบายเหล่านั้นเพื่อสังหารบอสตัวนี้ได้เลย
จากสถานการณ์ตอนนี้ มีเพียงทางเดียวคือต้องเข้าปะทะตรงๆเท่านั้น
แต่น่าเสียดายที่ปาร์ตี้ 8 คนของจูอู๋เหยียนซึ่งมีอาชีพครบถ้วน กลับยังไม่สามารถเอาชนะบอสตัวนี้ได้ เนื่องจากปัญหาด้านเลเวลและอุปกรณ์
มีคนไม่น้อยที่ค้นพบบอสตัวนี้แล้ว แต่ส่วนใหญ่ที่คิดจะเข้ามาล่าต่างก็ต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ ส่วนคนที่เหลือก็หนีตายกันกระเจิง
“แต่ว่า...ถ้าโดนคนอื่นตัดหน้าฆ่าไปก่อนจะทำยังไงล่ะ?” สมาชิกทีมคนหนึ่งทักท้วงขึ้น
จูอู๋เหยียนตอบกลับว่า “ถ้าคนอื่นฆ่าได้นั่นก็คือความสามารถของเขา แต่พวกเราตอนนี้ยังไม่มีกำลังพอ กลับไปตั้งหน้าตั้งตาเก็บเลเวลกันก่อนเถอะ”
ในเมื่อเขาที่เป็นหัวหน้าทีมตัดสินใจเช่นนั้น คนที่เหลือจึงต้องยอมตัดใจ
จากนั้นพวกเขาก็ล่าถอยออกจากพื้นที่อย่างระมัดระวัง บอสมิโนทอร์จะเลิกไล่ตามเมื่อพ้นระยะห่างระดับหนึ่ง มันจะรีบเดินกลับไปยังตำแหน่งเดิมเพื่อเดินวนเวียนหรือยืนเหม่อลอยอยู่ตรงนั้น ขณะเดียวกันพลังชีวิตที่เสียไปในการต่อสู้ก่อนหน้าก็จะฟื้นฟูอย่างรวดเร็วจนเต็มหลอด
จูอู๋เหยียนเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาและเป็นคอเกมตัวยง เขาอาศัยอยู่ต่างถิ่นและยังครองตัวเป็นโสด
วันนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุด ในตอนที่เหตุการณ์เปลี่ยนโลกเกิดขึ้น จูอู๋เหยียนกำลังจัดงานสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนที่บ้านพอดี
เมื่อสภาพแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนแปลงไปกะทันหัน เก้าอี้และโซฟาใต้ก้นกลายเป็นเพียงกองเศษขยะ เสียงลึกลับดังขึ้นข้างหู และภาพโฮโลแกรมปรากฏขึ้นตรงหน้า...
ไม่ว่าเรื่องนี้จะน่าเหลือเชื่อเพียงใด หากไม่คิดจะหนี ก็มีแต่ต้องยอมรับความจริงเท่านั้น
เมื่อมองไปที่ไอคอนอาชีพทั้ง 8 ที่ลอยอยู่ตรงหน้า จูอู๋เหยียนได้บอกกับเพื่อนๆ ของเขาว่าอย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจเลือก
เมื่อเขาโฟกัสไปที่ไอคอนอาชีพใดอาชีพหนึ่ง ข้อมูลแนะนำอาชีพและสกิลที่จะได้เรียนรู้ในอนาคตจะถูกแสดงออกมาโดยอัตโนมัติ
จูอู๋เหยียนอ่านข้อมูลของอาชีพพื้นฐานทั้ง 8 จนครบ แล้วจึงบอกบทวิเคราะห์และความคิดของเขาให้เพื่อนๆฟัง
จะร่วมกันเอาชีวิตรอดในเกมนี้ไปด้วยกัน หรือจะ ‘สู้เพียงลำพัง’?
แน่นอนว่าพวกเขาเลือกที่จะสู้ไปด้วยกัน
และในเมื่อต้องจัดทีม การจัดสรรอาชีพจึงต้องมีความเหมาะสมและหลากหลายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทุกอาชีพมีเอกลักษณ์ของตนเอง ทางที่ดีไม่ควรเลือกอาชีพซ้ำกัน เพราะจะทำให้การจัดสรรอุปกรณ์ในอนาคตทำได้ยาก
สุดท้ายจูอู๋เหยียนจึงเลือกอาชีพ《อัศวิน》ที่ไม่มีใครอยากเล่น ขณะเดียวกันจูอู๋เหยียนที่คุ้นเคยกับเนื้อหาแนวเกมมากกว่าใครเพื่อน ก็กลายมาเป็นหัวหน้าทีมนี้
ความจริงแล้ว ในช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลง หากข้างกายไม่มีเพื่อนร่วมทีมที่ไว้ใจได้ คนส่วนใหญ่มักจะเลือกอาชีพ《นักเวท》ที่ดูเหมาะสมที่สุด
ไม่ต้องพูดถึงว่ามีคนจำนวนมากที่เคยเพ้อฝันว่าอยากจะมีพลังอำนาจแบบ ‘ท่านจอมเวท’
ด้วยเหตุนี้ จำนวนคนในอาชีพ《นักเวท》จึงมีมากกว่าอาชีพอื่นๆอย่างมาก
เพราะในข้อมูลที่ระบบมอบให้ อาชีพ《นักเวท》มีสกิลสร้างความเสียหายมากที่สุด มีสกิลโจมตีวงกว้าง พลังโจมตีรุนแรงที่สุด เอฟเฟกต์สกิลตระการตา และที่สำคัญคือสามารถยืนโจมตีจากระยะไกลที่ค่อนข้างปลอดภัยได้อีกด้วย
ในเมื่อระบบระบุชัดเจนว่าทุกคนมีเพียง ‘ชีวิตเดียว’ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยและการเติบโตของตนเอง จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่คนส่วนใหญ่จะเลือกอาชีพสายโจมตีระยะไกลที่สามารถหลบอยู่ด้านหลังได้
อาชีพ《อัศวิน》มีพลังโจมตีค่อนข้างต่ำ แม้จะมีสกิลรักษาชีวิตและออร่าสนับสนุนมากมาย รวมถึงความถึกทนที่สูงที่สุดในบรรดาทุกอาชีพ แต่เพราะต้องเข้าปะทะระยะประชิดเพื่อรับความเสียหายและต้องเผชิญกับอันตรายมากที่สุด จำนวนคนที่เลือกอาชีพนี้จึงน้อยกว่ามาก
อาชีพ《นักบวช》ก็มีเหตุผลคล้ายกัน แม้จะเป็นสายระยะไกลแต่พลังโจมตีน้อยมาก แทบจะต้องพึ่งพาเพื่อนร่วมทีมตลอดเวลา หากใครคิดจะลุยเดี่ยว ย่อมไม่มีทางเลือกอาชีพนี้แน่นอน
ถึงกระนั้นก็ยังมีคนบางกลุ่มที่เลือกสองอาชีพนี้ นอกจากคนที่มีเพื่อนร่วมทีมตั้งแต่ช่วงแรกแล้ว คนอีกกลุ่มคือคนที่ตัดสินใจโดยมองจาก ‘การณ์ไกล’
เป็นที่คาดการณ์ได้ว่า เพราะจำนวน《อัศวิน》และ《นักบวช》มีน้อยและอ่อนแอในช่วงแรก แต่มีความสำคัญสูงมากในทีมช่วงกลางเกมถึงท้ายเกม ในอนาคตพวกเขาจะกลายเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดในการจัดทีม
ส่วนอาชีพ《นักเวท》ที่มีคนเลือกมากที่สุด ย่อมต้องเผชิญกับ ‘แรงกดดันจากการแข่งขัน’ ที่สูงตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม หากใครมุ่งเน้นเส้นทาง ‘ลุยเดี่ยว’ ก็ไม่จำเป็นต้องพิจารณาเรื่องการจัดทีมให้เสียเวลา
กลุ่มของจูอู๋เหยียนและเพื่อนมี 8 คนพอดี พวกเขาจึงเลือก 8 อาชีพที่แตกต่างกัน
พวกเขาออกล่ามอนสเตอร์ด้วยกัน โดยมีจูอู๋เหยียนเป็นคนจัดสรรของรางวัลที่ได้รับ บางครั้งพวกเขายังเก็บเหรียญทองหรืออุปกรณ์ที่ตกอยู่ตามพื้นได้ ซึ่งเป็นของที่มอนสเตอร์หรือผู้เล่นที่ตายแล้วทิ้งไว้
มีเพียง ‘ศพ’ เท่านั้นที่จะหายไป แต่ไอเทมเหล่านี้จะยังคงอยู่ที่เดิม
บางคนโชคดีหน่อย ก็จะได้พบซากศพของผู้เล่นที่แข็งแกร่งหรือบอสที่ทรงพลัง ทำให้เก็บ ‘ไอเทมดรอป’ อย่างดีได้
นอกจากนี้ หลังจากกลายเป็น ‘ระบบเกม’ ระดับความรุนแรงจากการฟันแทงหรือฆ่ามอนสเตอร์ จะถูกลดทอนลงมาก จะไม่มีภาพเลือดสาด สมองไหล หรือลำไส้ทะลักปรากฏให้เห็น
บาดแผลที่เกิดจากการถูกโจมตีจะไม่มีเลือดไหลออกมา เป็นเพียง ‘รอยแผล’ สีแดงที่ปรากฏขึ้นเท่านั้น ทว่าความรู้สึกเจ็บปวดนั้นยังคงมีอยู่จริง
จะมีความพิเศษเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อถูกโจมตีด้วยสกิลที่ติดสถานะผิดปกติบางอย่างเท่านั้น
ด้วย ‘การตั้งค่า’ แบบนี้ ผู้คนจึงสามารถปรับตัวเข้ากับการต่อสู้ได้รวดเร็วขึ้น มิฉะนั้นเพียงแค่เห็นฉากนองเลือด คนธรรมดาก็คงรับไม่ไหวแล้ว อย่าว่าแต่จะลุกขึ้นมาต่อสู้เลย
เมื่อกลุ่มของจูอู๋เหยียนเพิ่งพ้นจากระยะตรวจจับของบอส พวกเขาก็เห็นชายสองคนในชุดเกราะสีดำเหมือนกันเป๊ะเดินตรงเข้ามา
ขณะเดียวกันก็มีคนอีกหลายกลุ่มเดินตามหลังคนทั้งคู่มาที่นี่ด้วย
จูอู๋เหยียนเข้าใจสถานการณ์ได้ในทันที
(หรือว่า... พวกเขาจะมาเพื่อล่าบอสตัวนี้?)
เพื่อนคนหนึ่งของเขาพูดขึ้น “ชุดเกราะของสองคนนั้นดูเท่ชะมัด? หรือจะเป็นชุดเซต? แถมยังหามาได้เหมือนกันเป๊ะสองชุดเลยด้วย”
“ดูท่าทางพวกเขาคงมาเพื่อฆ่าบอสตัวนั้นสินะ?”
“พวกเราจะทำยังไงดี?”
“ไปลองชวนพวกเขาเข้าปาร์ตี้เราดูดีไหม?”
“พวกเขาอาจจะไม่อยากร่วมมือกับเราก็ได้นะ”
“ไม่ลองก็ไม่รู้หรอก”
“ทางที่ดีควรจะถามเขาด้วย ว่าไปเอาชุดพวกนี้มาจากไหน”
..........
ดังนั้นเมื่อหวังหยุนเฟยและร่างแยกเดินผ่านกลุ่มของจูอู๋เหยียน จูอู๋เหยียนจึงรีบเอ่ยทักหวังหยุนเฟยทันที
“รอเดี๋ยวครับพี่ชาย! คุณกำลังจะไปสู้กับบอสตัวนั้นใช่ไหม? สนใจจะเข้าร่วมปาร์ตี้เดียวกันกับพวกเราไหม? ของที่ดรอปจากบอส คุณจะเป็นคนจัดสรรเองทั้งหมดเลยก็ได้!”
...จบบทที่ 10 ~❤️