เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ทางเลือกของคนอื่น (อ่านฟรี)

บทที่ 10 ทางเลือกของคนอื่น (อ่านฟรี)

บทที่ 10 ทางเลือกของคนอื่น


บทที่ 10 ทางเลือกของคนอื่น

หลังจากถูกบอสตัวนี้โจมตีอีกครั้ง จูอู๋เหยียนเหลือบมองพลังชีวิตที่เหลืออยู่ไม่มากของตนเอง ก่อนจะตัดสินใจขั้นเด็ดขาดในที่สุด “พวกเราถอยกันก่อนเถอะ รอให้เลเวล 10 แล้วค่อยกลับมาลองใหม่”

ค่าพลังชีวิตของ บอสเผ่ามิโนทอร์ (มนุษย์วัว) เลเวล 12 ที่อยู่ตรงหน้ายังคงเหลืออีกกว่าสองหมื่นหน่วย ในบรรดาคนในปาร์ตี้ของจูอู๋เหยียน มีเพียงผู้เล่นอาชีพ《นักเวท》เลเวล 7 เท่านั้นที่สร้างความเสียหายได้มากที่สุด แต่นั่นก็เพียงแค่ครั้งละ 50 กว่าหน่วยเท่านั้น

เนื่องจากบอสมิโนทอร์ตัวนี้อยู่ในพื้นที่โล่งกว้างในเขตที่อยู่อาศัย อาคารโดยรอบอยู่ห่างไกลเกินกว่าจะใช้การโจมตีระยะไกลจากบนอาคารได้ และถึงแม้จะพยายามล่อมันเข้าไปก็ไม่เป็นผล ไม่สามารถใช้กลอุบายเหล่านั้นเพื่อสังหารบอสตัวนี้ได้เลย

จากสถานการณ์ตอนนี้ มีเพียงทางเดียวคือต้องเข้าปะทะตรงๆเท่านั้น

แต่น่าเสียดายที่ปาร์ตี้ 8 คนของจูอู๋เหยียนซึ่งมีอาชีพครบถ้วน กลับยังไม่สามารถเอาชนะบอสตัวนี้ได้ เนื่องจากปัญหาด้านเลเวลและอุปกรณ์

มีคนไม่น้อยที่ค้นพบบอสตัวนี้แล้ว แต่ส่วนใหญ่ที่คิดจะเข้ามาล่าต่างก็ต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ ส่วนคนที่เหลือก็หนีตายกันกระเจิง

“แต่ว่า...ถ้าโดนคนอื่นตัดหน้าฆ่าไปก่อนจะทำยังไงล่ะ?” สมาชิกทีมคนหนึ่งทักท้วงขึ้น

จูอู๋เหยียนตอบกลับว่า “ถ้าคนอื่นฆ่าได้นั่นก็คือความสามารถของเขา แต่พวกเราตอนนี้ยังไม่มีกำลังพอ กลับไปตั้งหน้าตั้งตาเก็บเลเวลกันก่อนเถอะ”

ในเมื่อเขาที่เป็นหัวหน้าทีมตัดสินใจเช่นนั้น คนที่เหลือจึงต้องยอมตัดใจ

จากนั้นพวกเขาก็ล่าถอยออกจากพื้นที่อย่างระมัดระวัง บอสมิโนทอร์จะเลิกไล่ตามเมื่อพ้นระยะห่างระดับหนึ่ง มันจะรีบเดินกลับไปยังตำแหน่งเดิมเพื่อเดินวนเวียนหรือยืนเหม่อลอยอยู่ตรงนั้น ขณะเดียวกันพลังชีวิตที่เสียไปในการต่อสู้ก่อนหน้าก็จะฟื้นฟูอย่างรวดเร็วจนเต็มหลอด

จูอู๋เหยียนเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาและเป็นคอเกมตัวยง เขาอาศัยอยู่ต่างถิ่นและยังครองตัวเป็นโสด

วันนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุด ในตอนที่เหตุการณ์เปลี่ยนโลกเกิดขึ้น จูอู๋เหยียนกำลังจัดงานสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนที่บ้านพอดี

เมื่อสภาพแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนแปลงไปกะทันหัน เก้าอี้และโซฟาใต้ก้นกลายเป็นเพียงกองเศษขยะ เสียงลึกลับดังขึ้นข้างหู และภาพโฮโลแกรมปรากฏขึ้นตรงหน้า...

ไม่ว่าเรื่องนี้จะน่าเหลือเชื่อเพียงใด หากไม่คิดจะหนี ก็มีแต่ต้องยอมรับความจริงเท่านั้น

เมื่อมองไปที่ไอคอนอาชีพทั้ง 8 ที่ลอยอยู่ตรงหน้า จูอู๋เหยียนได้บอกกับเพื่อนๆ ของเขาว่าอย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจเลือก

เมื่อเขาโฟกัสไปที่ไอคอนอาชีพใดอาชีพหนึ่ง ข้อมูลแนะนำอาชีพและสกิลที่จะได้เรียนรู้ในอนาคตจะถูกแสดงออกมาโดยอัตโนมัติ

จูอู๋เหยียนอ่านข้อมูลของอาชีพพื้นฐานทั้ง 8 จนครบ แล้วจึงบอกบทวิเคราะห์และความคิดของเขาให้เพื่อนๆฟัง

จะร่วมกันเอาชีวิตรอดในเกมนี้ไปด้วยกัน หรือจะ ‘สู้เพียงลำพัง’?

แน่นอนว่าพวกเขาเลือกที่จะสู้ไปด้วยกัน

และในเมื่อต้องจัดทีม การจัดสรรอาชีพจึงต้องมีความเหมาะสมและหลากหลายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทุกอาชีพมีเอกลักษณ์ของตนเอง ทางที่ดีไม่ควรเลือกอาชีพซ้ำกัน เพราะจะทำให้การจัดสรรอุปกรณ์ในอนาคตทำได้ยาก

สุดท้ายจูอู๋เหยียนจึงเลือกอาชีพ《อัศวิน》ที่ไม่มีใครอยากเล่น ขณะเดียวกันจูอู๋เหยียนที่คุ้นเคยกับเนื้อหาแนวเกมมากกว่าใครเพื่อน ก็กลายมาเป็นหัวหน้าทีมนี้

ความจริงแล้ว ในช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลง หากข้างกายไม่มีเพื่อนร่วมทีมที่ไว้ใจได้ คนส่วนใหญ่มักจะเลือกอาชีพ《นักเวท》ที่ดูเหมาะสมที่สุด

ไม่ต้องพูดถึงว่ามีคนจำนวนมากที่เคยเพ้อฝันว่าอยากจะมีพลังอำนาจแบบ ‘ท่านจอมเวท’

ด้วยเหตุนี้ จำนวนคนในอาชีพ《นักเวท》จึงมีมากกว่าอาชีพอื่นๆอย่างมาก

เพราะในข้อมูลที่ระบบมอบให้ อาชีพ《นักเวท》มีสกิลสร้างความเสียหายมากที่สุด มีสกิลโจมตีวงกว้าง พลังโจมตีรุนแรงที่สุด เอฟเฟกต์สกิลตระการตา และที่สำคัญคือสามารถยืนโจมตีจากระยะไกลที่ค่อนข้างปลอดภัยได้อีกด้วย

ในเมื่อระบบระบุชัดเจนว่าทุกคนมีเพียง ‘ชีวิตเดียว’ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยและการเติบโตของตนเอง จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่คนส่วนใหญ่จะเลือกอาชีพสายโจมตีระยะไกลที่สามารถหลบอยู่ด้านหลังได้

อาชีพ《อัศวิน》มีพลังโจมตีค่อนข้างต่ำ แม้จะมีสกิลรักษาชีวิตและออร่าสนับสนุนมากมาย รวมถึงความถึกทนที่สูงที่สุดในบรรดาทุกอาชีพ แต่เพราะต้องเข้าปะทะระยะประชิดเพื่อรับความเสียหายและต้องเผชิญกับอันตรายมากที่สุด จำนวนคนที่เลือกอาชีพนี้จึงน้อยกว่ามาก

อาชีพ《นักบวช》ก็มีเหตุผลคล้ายกัน แม้จะเป็นสายระยะไกลแต่พลังโจมตีน้อยมาก แทบจะต้องพึ่งพาเพื่อนร่วมทีมตลอดเวลา หากใครคิดจะลุยเดี่ยว ย่อมไม่มีทางเลือกอาชีพนี้แน่นอน

ถึงกระนั้นก็ยังมีคนบางกลุ่มที่เลือกสองอาชีพนี้ นอกจากคนที่มีเพื่อนร่วมทีมตั้งแต่ช่วงแรกแล้ว คนอีกกลุ่มคือคนที่ตัดสินใจโดยมองจาก ‘การณ์ไกล’

เป็นที่คาดการณ์ได้ว่า เพราะจำนวน《อัศวิน》และ《นักบวช》มีน้อยและอ่อนแอในช่วงแรก แต่มีความสำคัญสูงมากในทีมช่วงกลางเกมถึงท้ายเกม ในอนาคตพวกเขาจะกลายเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดในการจัดทีม

ส่วนอาชีพ《นักเวท》ที่มีคนเลือกมากที่สุด ย่อมต้องเผชิญกับ ‘แรงกดดันจากการแข่งขัน’ ที่สูงตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม หากใครมุ่งเน้นเส้นทาง ‘ลุยเดี่ยว’ ก็ไม่จำเป็นต้องพิจารณาเรื่องการจัดทีมให้เสียเวลา

กลุ่มของจูอู๋เหยียนและเพื่อนมี 8 คนพอดี พวกเขาจึงเลือก 8 อาชีพที่แตกต่างกัน

พวกเขาออกล่ามอนสเตอร์ด้วยกัน โดยมีจูอู๋เหยียนเป็นคนจัดสรรของรางวัลที่ได้รับ บางครั้งพวกเขายังเก็บเหรียญทองหรืออุปกรณ์ที่ตกอยู่ตามพื้นได้ ซึ่งเป็นของที่มอนสเตอร์หรือผู้เล่นที่ตายแล้วทิ้งไว้

มีเพียง ‘ศพ’ เท่านั้นที่จะหายไป แต่ไอเทมเหล่านี้จะยังคงอยู่ที่เดิม

บางคนโชคดีหน่อย ก็จะได้พบซากศพของผู้เล่นที่แข็งแกร่งหรือบอสที่ทรงพลัง ทำให้เก็บ ‘ไอเทมดรอป’ อย่างดีได้

นอกจากนี้ หลังจากกลายเป็น ‘ระบบเกม’ ระดับความรุนแรงจากการฟันแทงหรือฆ่ามอนสเตอร์ จะถูกลดทอนลงมาก จะไม่มีภาพเลือดสาด สมองไหล หรือลำไส้ทะลักปรากฏให้เห็น

บาดแผลที่เกิดจากการถูกโจมตีจะไม่มีเลือดไหลออกมา เป็นเพียง ‘รอยแผล’ สีแดงที่ปรากฏขึ้นเท่านั้น ทว่าความรู้สึกเจ็บปวดนั้นยังคงมีอยู่จริง

จะมีความพิเศษเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อถูกโจมตีด้วยสกิลที่ติดสถานะผิดปกติบางอย่างเท่านั้น

ด้วย ‘การตั้งค่า’ แบบนี้ ผู้คนจึงสามารถปรับตัวเข้ากับการต่อสู้ได้รวดเร็วขึ้น มิฉะนั้นเพียงแค่เห็นฉากนองเลือด คนธรรมดาก็คงรับไม่ไหวแล้ว อย่าว่าแต่จะลุกขึ้นมาต่อสู้เลย

เมื่อกลุ่มของจูอู๋เหยียนเพิ่งพ้นจากระยะตรวจจับของบอส พวกเขาก็เห็นชายสองคนในชุดเกราะสีดำเหมือนกันเป๊ะเดินตรงเข้ามา

ขณะเดียวกันก็มีคนอีกหลายกลุ่มเดินตามหลังคนทั้งคู่มาที่นี่ด้วย

จูอู๋เหยียนเข้าใจสถานการณ์ได้ในทันที

(หรือว่า... พวกเขาจะมาเพื่อล่าบอสตัวนี้?)

เพื่อนคนหนึ่งของเขาพูดขึ้น “ชุดเกราะของสองคนนั้นดูเท่ชะมัด? หรือจะเป็นชุดเซต? แถมยังหามาได้เหมือนกันเป๊ะสองชุดเลยด้วย”

“ดูท่าทางพวกเขาคงมาเพื่อฆ่าบอสตัวนั้นสินะ?”

“พวกเราจะทำยังไงดี?”

“ไปลองชวนพวกเขาเข้าปาร์ตี้เราดูดีไหม?”

“พวกเขาอาจจะไม่อยากร่วมมือกับเราก็ได้นะ”

“ไม่ลองก็ไม่รู้หรอก”

“ทางที่ดีควรจะถามเขาด้วย ว่าไปเอาชุดพวกนี้มาจากไหน”

..........

ดังนั้นเมื่อหวังหยุนเฟยและร่างแยกเดินผ่านกลุ่มของจูอู๋เหยียน จูอู๋เหยียนจึงรีบเอ่ยทักหวังหยุนเฟยทันที

“รอเดี๋ยวครับพี่ชาย! คุณกำลังจะไปสู้กับบอสตัวนั้นใช่ไหม? สนใจจะเข้าร่วมปาร์ตี้เดียวกันกับพวกเราไหม? ของที่ดรอปจากบอส คุณจะเป็นคนจัดสรรเองทั้งหมดเลยก็ได้!”

...จบบทที่ 10 ~❤️

จบบทที่ บทที่ 10 ทางเลือกของคนอื่น (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว