- หน้าแรก
- วันโลกแตกฟ้าถล่ม หมู่บ้านผมทะลุมิติมาด้วย
- บทที่ 90 ซ่อมโดรนสำเร็จ
บทที่ 90 ซ่อมโดรนสำเร็จ
บทที่ 90 ซ่อมโดรนสำเร็จ
พวกเขากรูเข้าไปเป่ายิ้งฉุบกัน
ท่ามกลางสายตาอิจฉาตาร้อนผ่าวของเพื่อนร่วมงาน เสี่ยวหวังเป็นผู้ชนะ มือไม้สั่นระริกขณะกดทาบลงบนหน้าต่างระบบ
หลินอี้ฟูเดินเข้าไปกระซิบข้างหูหลิวกั๋วต้งด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน “ซื้อใจคนสำคัญกว่าทำตัวเก่งคนเดียวนะครับหัวหน้า ถ้าลูกน้องจงรักภักดี อำนาจของเราถึงจะมั่นคง”
หลิวกั๋วต้งพยักหน้าหนักแน่น ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม ตบไหล่เสี่ยวหวังอย่างให้กำลังใจ
“ตั้งใจทำงานนะ! ต่อไปขอแค่ตามพี่ รับรองว่ามีแต่ได้กับได้!”
ในขณะเดียวกัน ฝ่ายธุรการก็นับจำนวนของเสร็จเรียบร้อย
“รายงานหัวหน้า! ห้อง 101 พบข้าวสารสิบกิโลฯ, บะหมี่แห้งหนึ่งห่อ, นมหนึ่งลัง, แอปเปิลหนึ่งลัง, ปลากระป๋อง...”
“จัดการตามกฎ!” หลิวกั๋วต้งโบกมือสั่งการ
“ครับ!”
เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการจัดการแบ่งของทุกอย่างออกเป็นสองกองต่อหน้าจีนมุงทันที กองหนึ่งแปะป้าย “สมบัติส่วนกลางทีมเปิดล็อก” ส่วนอีกกองถูกยัดใส่ถุงที่มีคำว่า “เสบียงสำรองส่วนรวม”
การแบ่งปันผลประโยชน์ให้เห็นกันจะจะแบบนี้ ยิ่งทำยิ่งได้ ยิ่งขยันยิ่งรวย มันกระตุ้นต่อมความโลภของทุกคนจนระเบิด!
“หัวหน้าครับ! ผมรู้! ผมรู้ว่าห้อง 302 ก็ไม่มีคนอยู่! บ้านนั้นเขาไม่กลับมาตั้งแต่ช่วงตรุษจีนแล้ว!”
“ห้อง 401 ด้วย! 401 ยังขายไม่ออกเลยครับ!”
“ชั้น 11! ชั้น 11 เหมือนจะตกแต่งภายในอยู่ตลอดเลย!”
ฝูงชนเดือดพล่าน!
ไหน ๆ ตัวเองก็สะเดาะกุญแจไม่เป็นอยู่แล้ว สู้ขายข้อมูลเอาหน้าดีกว่า
พวกเพื่อนบ้านที่ก่อนหน้านี้ยังโกรธแต่ไม่กล้าพูด ตอนนี้กลับแย่งกันเสนอหน้าขายข้อมูลเพื่อนบ้านตัวเองกันจ้าละหวั่น หวังเพียงแค่เศษเนื้อเศษหนังจากงานเลี้ยงแห่งการปล้นชิงครั้งนี้
ด้านมืดที่สุดของสันดานมนุษย์ ถูกความโลภกระชากออกมาจนหมดเปลือก
หลิวกั๋วต้งมองดูฝูงชนที่หลั่งไหลเข้ามาเรื่อย ๆ สมองแล่นเร็ว เขารู้ทันทีว่าต้องฉวยโอกาสนี้ปลุกใจมวลชน
เขาสั่งให้คนแหวกทาง แล้วก้าวขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง
“อะแฮ่ม...”
“พี่น้องชาวบลูเบย์!”
“ปฏิบัติการวันนี้ ไม่ใช่การปล้น! ไม่ใช่การขโมย!”
“แต่เรากำลัง 'บูรณาการทรัพยากร'! เพื่อให้พวกเราทุกคนมีชีวิตรอดต่อไปได้! เพื่ออนาคตของหมู่บ้านเรา!”
“บ้านร้างพวกนั้น ของกินของใช้ หน้าต่างระบบที่ถูกทิ้งขว้าง ปล่อยไว้ก็มีแต่จะเน่าเสีย ไร้ประโยชน์ สู้เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดดีกว่า! ให้คนแข็งแกร่งได้ไปต่อ ให้คนอ่อนแอได้รับความคุ้มครอง! นี่ต่างหาก... คือระบบคอมมูนที่แท้จริง!”
คำปราศรัยของเขาเรียกเสียงปรบมือและเสียงเชียร์กึกก้อง
ทว่า ที่ชายขอบของกลุ่มคนที่กำลังคลั่งไคล้ มีสายตาอาฆาตแค้นหลายคู่กำลังจ้องเขม็งไปที่เขา
นั่นคือเศษเดนของแก๊งพี่เฟิง และพวกหมาป่าเดียวดายที่รอดชีวิต
ไฟแค้นลุกโชนอยู่ในดวงตาของพวกเขา
ผู้รอดชีวิตบางคนที่ชินกับการอยู่คนเดียว ก็แอบกำอาวุธในมือแน่น แววตาเย็นเยียบ
จ้าวหู่ยืนอยู่ข้างหลังหลิวกั๋วต้ง มองดูฉากละครลิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกอึดอัดในอก
แม้เขาจะได้รับสิทธิพิเศษและอำนาจจากระบบนี้ แต่สิ่งที่ทำอยู่นี่... มันถูกหรือผิดกันแน่?
เขาตอบไม่ได้ แต่เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัย ได้ถูกฝังลงในใจเขาเรียบร้อยแล้ว
...รอวันที่จะหยั่งรากและเติบโต
......
สี่โมงเย็น เสียงเคาะประตูที่เป็นจังหวะรหัสลับ “ยาวสาม สั้นสอง” ดังขัดจังหวะหมิงเต้าที่กำลังวางแผนจัดการทรัพยากรอยู่ในห้องทำงาน
ห้องทำงานห้องนี้ ตอนนี้สภาพดูไม่จืด แทบจะเรียกได้ว่าเป็นโกดังขนาดยักษ์
หมิงเต้าวางแปลนที่กำลังวาดค้างไว้ เดินไปที่ประตู ส่องดูผ่านตาแมว
คนข้างนอกเป็นเด็กหนุ่มหน้าคุ้น... หลี่หยวน
ในอ้อมกอดเขากอดโดรนตัวนั้นไว้แน่น ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างปิดไม่มิด
หมิงเต้าเปิดประตู
“พี่... พี่หมิง!”
ทันทีที่เห็นหน้าหมิงเต้า หลี่หยวนรีบกดเสียงต่ำ แต่ความตื่นเต้นในน้ำเสียงนั้นปิดยังไงก็ไม่มิด
เขาแทรกตัวเข้ามาในห้อง มือไพล่หลังไปปิดประตูลงกลอนอย่างรวดเร็วและแผ่วเบา ท่าทางระวังตัวแจ
“ซ่อมได้แล้ว! พี่หมิง ผมซ่อมมันได้แล้ว!”
บนตัวถังโดรนยังเห็นรอยขีดข่วนน่ากลัวจากกรงเล็บนกยักษ์ แต่ชิ้นส่วนสำคัญหลายจุดถูกถอดประกอบใหม่ สายไฟและชิปที่เคยห้อยรุงรังถูกเก็บเรียบร้อย รอยต่อพันด้วยเทปกาวกันน้ำสีดำอย่างประณีต
ถึงหน้าตาจะดูบ้าน ๆ ไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็ใช้งานได้แล้ว
“ชาร์จแบตฯ มาเต็มเปี่ยมเลยครับ” หลินหยวนกระซิบเสียงเบาลงอีก แฝงแววอวดเก่งและเจ้าเล่ห์นิด ๆ
“ผมไปหาพวกหลิวกั๋วต้งมา พอพวกมันรู้ว่าผมจะเอาโดรนไปบินหาแหล่งน้ำในป่า ตาพวกมันนี่ลุกวาวเลย! ไม่พูดพร่ำทำเพลง พาผมไปที่เครื่องปั่นไฟ ให้ชาร์จได้ไม่อั้น! แถมยังส่งคนมาเฝ้าอีกสองคน กลัวคนอื่นมาแย่งผมใช้ไฟ!”
เขาดัดเสียงเลียนแบบท่าทางประจบสอพลอของพวก รปภ. ได้เหมือนเปี๊ยบ “พวกมันบอกว่า 'น้องชาย ต้องพยายามหน่อยนะ ชีวิตคนทั้งหมู่บ้านฝากไว้ที่น้องแล้ว' เหอะ... ถ้าพวกมันรู้ว่าโดรนตัวนี้ครึ่งหนึ่งของเวลาใช้งานเป็นของพี่ ไม่รู้จะทำหน้ายังไง”
คำพูดนี้ยิ่งตอกย้ำว่าหลิวกั๋วต้งกระหายแหล่งน้ำจนแทบคลั่งขนาดไหน
“ทำได้ดี” หมิงเต้าพยักหน้า รับโดรนมาจากมือหลี่หยวน
น้ำหนักตึงมือ ชิ้นส่วนหลักระดับอุตสาหกรรมที่ถูกยัดเข้าไปในโครงสร้างระดับผู้ใช้ทั่วไปอย่างลงตัว ทำให้มันมีสมรรถนะเหนือกว่าโดรนตามท้องตลาดทั่วไปหลายขุม
พอเห็นสายตาชื่นชมของหมิงเต้า หลี่หยวนก็หน้าแดงด้วยความดีใจ
เขายื่นตัวควบคุมให้หมิงเต้า พูดอย่างจริงจังว่า “ตกลงกันแล้วนะพี่ ครึ่งชั่วโมง! เริ่มจับเวลาตั้งแต่ตอนนี้”
แม้จะพยายามรักษาระยะห่างด้วยน้ำเสียงห่างเหิน แต่แฝงไว้ด้วยเจตนาดี
เขารู้ตัวดีว่าถ้าไม่มีหมิงเต้า ป่านนี้เขาก็คงเป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ เป็นโอตาคุบ้าเทคโนโลยีที่ไร้ค่าในวันสิ้นโลก กอดขยะอิเล็กทรอนิกส์รอวันตาย เป็นหมิงเต้าต่างหากที่มอบทุนรอนให้เขาได้กลับมากุมชะตาชีวิตตัวเองอีกครั้ง
“ไม่เกินนั้นแน่นอน” หมิงเต้ารับตัวควบคุมมา “ไปที่ระเบียงกัน”
ทั้งสองเดินตามกันออกไปที่ระเบียง
จากทิศตึก 15 ไม่ไกลนัก เสียงโหวกเหวกโวยวายยังคงดังมาเป็นระลอก
มหกรรม “งัดแงะทั่วทิศ ล่าสมบัติทั่วตึก” ของหลิวกั๋วต้งยังดำเนินต่อไปอย่างคึกคัก
พวกว่างงาน... เอาเวลาไปเดินหาผักป่าในป่ายังจะมีประโยชน์กว่า
หลี่หยวนวางโดรนลงบนพื้นระเบียงอย่างคล่องแคล่ว ทำการตรวจสอบระบบครั้งสุดท้ายก่อนขึ้นบิน
“ระบบควบคุมการบิน... ปกติ”
“สัญญาณ GPS หาย... ช่างมันเถอะ ไม่มีผลเท่าไหร่”
“ระบบส่งภาพ... เสถียร”
“แบตเตอรี่... 89%”
“พี่หมิง พร้อมบินครับ”
หลี่หยวนเงยหน้ามองหมิงเต้า
หมิงเต้าพยักหน้า
วูมมมม!!!
เสียงใบพัดคาร์บอนไฟเบอร์สี่ใบตัดอากาศดังใสกังวาน ลมแรงพัดหนังที่ตากไว้บนระเบียงจนสะบัดพึ่บพั่บ
โดรนค่อย ๆ ลอยตัวขึ้นในแนวดิ่งอย่างนิ่มนวล
ฝีมือการบังคับของหลี่หยวนระดับโปรจริง ๆ จังหวะเทคออฟเนียนกริบไม่มีสั่นไหวแม้แต่นิดเดียว
ภาพความละเอียดสูงที่ส่งกลับมา นิ่งกริบเหมือนตั้งกล้องถ่ายอยู่บนรางดอลลี่
“ผมจะเอาขึ้นไประดับความสูงปลอดภัยก่อน” หลี่หยวนบังคับไปอธิบายไป “ระดับนี้จะเลี่ยงสัญญาณรบกวนจากตึกได้ส่วนใหญ่ แล้วก็กันคนข้างล่างมองเห็นด้วย”