- หน้าแรก
- กระดูกสูงสุด พลิกชะตาฟ้าดิน
- บทที่ 27 - ถูกแม่หนูน้อยดูแคลนเสียแล้ว
บทที่ 27 - ถูกแม่หนูน้อยดูแคลนเสียแล้ว
บทที่ 27 - ถูกแม่หนูน้อยดูแคลนเสียแล้ว
เวลานี้ เด็กหญิงดูศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ทั่วร่างโปรยปรายฝนแสง อักขระปกคลุมทั่วกาย แสงเทพพุ่งพล่าน ระเบิดกลิ่นอายที่น่าตื่นตะลึง
วินาทีถัดมา กลุ่มไฟเทพก็ก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า เปลวเพลิงลุกโชน แผ่ขยายออกไปรอบทิศ ความร้อนที่น่าสะพรึงกลัวทำให้หลินฝานต้องถอยหลังไปบ้าง
เห็นเพียงเด็กหญิงอาบไล้ในเปลวไฟเทพ แวววาวส่องแสง ราวกับเทพธิดา เหมือนหงส์อมตะคืนชีพจากกองเพลิง
ต่อจากนั้น เรื่องมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น แขนของนางกลายสภาพเป็นปีกคู่หนึ่ง บนนั้นเต็มไปด้วยขนนกสีแดงเพลิง ทุกเส้นใสกระจ่าง ราวกับมีอยู่จริง
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ปีกจริง เป็นการวิวัฒนาการของอักขระขั้นสูง แต่ก็เหมือนปีกจริงไม่มีผิด อานุภาพมหาศาล
เห็นได้ชัดว่า เด็กหญิงกำลังใช้วิชาเทพที่แข็งแกร่งมาก จนทำให้นางหน้าซีดเผือด ดูท่าทางกินแรงมาก
"ไก่ย่างตัวใหญ่" หลินฝานตะโกนลั่น เบิกตากว้าง
เด็กหญิง: "..."
"แค่ก..." เด็กหญิงกระอักเลือดออกมาเล็กน้อย นางโกรธจัดจริงๆ โมโหสุดขีด จนเกือบจะหยุดชะงักวิชาจนธาตุไฟเข้าแทรก
ไอ้เด็กเปรตตรงหน้าช่างกวนประสาทเหลือเกิน นางไม่เคยถูกใครดูถูกเหยียดหยามเช่นนี้มาก่อน ปกติคนอื่นต่างเคารพนบนอบนาง มีมารยาทมาก
หลินฝานแคะขี้มูก พูดล้อเลียนต่อว่า "เจ้าไก่ย่าง เจ้าไหวแน่นะ อย่าเพิ่งย่างตัวเองจนสุกเสียก่อนล่ะ ข้าไม่กินสัตว์อสูรรูปร่างมนุษย์นะ"
"อ๊าก... ไอ้เด็กบ้า ข้าจะฉีกปากเน่าๆ ของเจ้า" เด็กหญิงแทบคลั่ง สายตาดุจมีด กัดฟันกรอด จนเกิดเสียงดังกรอดๆ
ต่อให้นางมีการอบรมมาดีแค่ไหน วินาทีนี้ก็ไม่อาจรักษาความสงบในใจไว้ได้
"หงส์อมตะสยายปีก" นางตวาดลั่น กางแขนออก ขนนกเทพสีแดงเพลิงดุจนกยูงรำแพน ทุกเส้นแผ่ความร้อนที่น่ากลัว ราวกับจะเผาผลาญสรรพสิ่งในโลกหล้า
กล่าวได้ว่า เด็กหญิงในตอนนี้เหมือนลูกนกหงส์เทพจริงๆ ทั้งงดงามและแข็งแกร่ง อยากจะสยายปีกบินสูง ท้าทายเก้าสวรรค์
"เชรดเข้ เจ้าใช้อิทธิฤทธิ์ใหญ่ขนาดนี้เป็นด้วย" หลินฝานตกใจ จากนั้นก็ยิ้มเยาะ "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ ต่อให้วันนี้เจ้าร้องขอชีวิต ข้าก็จะปล่อยเจ้าไป... ซะเมื่อไหร่"
ไฟเทพและขนแดงอันทรงพลังพุ่งเข้ามา หลินฝานไม่ถอยแต่กลับบุกเข้าใส่ ปลดปล่อยอานุภาพกระดูกราชันอย่างไม่ปิดบัง หน้าอกเปล่งแสง อักขระลึกลับปรากฏขึ้น กลายเป็นวงแหวนแสงปกคลุมกาย
ทว่า เรื่องที่น่าตกใจก็เกิดขึ้น พลังของไฟเทพและขนแดงเหมือนจะหายไป ละลายหายไปบนวงแหวนแสงนั้น ฝนแสงโปรยปราย
"นี่คือ... พลังของกระดูกราชันผู้มีพรสวรรค์รุ่นแรกหรือ" เด็กหญิงตกตะลึง อ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อ
การโจมตีที่รุนแรงที่สุดของนาง กลับถูกทำลายลงง่ายๆ แบบนี้ นั่นคือวิชาเทพโดยกำเนิดแบบไหนกัน
ในขณะที่เด็กหญิงกำลังตะลึงงัน หลินฝานก็พุ่งเข้ามาถึงตัวแล้ว เด็ดขาดมาก อาศัยช่วงเวลาที่วิชาสมบัติแสดงผล รีบเข้าประชิดตัวคู่ต่อสู้
ไม่ว่าเด็กหญิงจะเร่งเร้าอิทธิฤทธิ์อย่างไร ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม คือถูกสลายไป เหมือนวัวดินลงทะเล ไม่อาจเจาะผ่านม่านแสงนั้นได้ อีกฝ่ายราวกับมี 'หมื่นวิชาไม่อาจกล้ำกราย' ภูมิคุ้มกันพลังเวททุกชนิด
และหลินฝานก็มาถึงในพริบตา เลือดลมทั่วร่างเดือดพล่าน แสงทองเจิดจรัส ดุจดวงตะวัน ดั่งมังกรแท้ นำพาอานุภาพสูงสุดเข้าสังหาร
เด็กหญิงตกใจ อยากหันหลังหนี แต่สายไปแล้ว ทั้งสองอยู่ใกล้กันแค่เอื้อม ถอยหนีไม่ทันแล้ว ทำได้เพียงจำใจรับมือ
"ตูม"
แสงสว่างเจิดจ้าขึ้นระหว่างทั้งสอง หลินฝานพุ่งลงมา ทำลายล้างทุกสิ่ง ตีแตกอักขระทีละตัว ความกล้าหาญไม่อาจต้านทาน มีรัศมีแห่งความไร้เทียมทาน
"ต่อให้เจ้ามีอิทธิฤทธิ์นับพัน ข้าก็จะใช้หมัดเดียวทำลายมัน" หลินฝานระเบิดพลังที่น่าตื่นตะลึงออกมาอย่างต่อเนื่อง ลมปราณสั่นสะเทือน กดดันเข้าไป
"อะไรนะ"
เด็กหญิงหน้าเปลี่ยนสี สีหน้าเริ่มตื่นตระหนก ไม่สงบนิ่งเหมือนก่อน ต่อให้นางใช้พลังเทพทั้งหมดต้านทาน แต่ก็ยังไม่พอ
เด็กชายตัวน้อยด้านบนนั้นแข็งแกร่งเกินไป ตีแตกม่านแสงที่เกิดจากอักขระหลายชั้น ปะทะกับฝ่ามือขาวผ่องของนาง ไม่มีลูกเล่นใดๆ ใช้แรงปะทะแรง
เด็กหญิงอยากหลบ ทิ้งระยะห่าง ไม่ต่อสู้ระยะประชิดด้วยร่างกาย
เพราะนางรู้ดีว่า อีกฝ่ายต้องทำลายขีดสุดในขอบเขตก่อนหน้านี้มาแล้วแน่ๆ ศักยภาพน่ากลัวมาก สู้ระยะประชิดต้องเสียเปรียบแน่
แต่ไม่นานนางก็สิ้นหวัง อีกฝ่ายเหมือนรู้ทันนาง ไม่เปิดโอกาสให้เลย พอมีช่องว่างก็ประชิดตัวทันที เหมือนติดหนึบอยู่กับตัว สลัดไม่หลุด
แถมเมื่อกี้นางใช้อิทธิฤทธิ์ใหญ่ไป ด้วยระดับพลังในตอนนี้ นับว่าฝืนมาก จนตอนนี้ยังฟื้นตัวไม่ทัน ภายในอ่อนแอ รับการโจมตีแบบนี้ไม่ไหว
ดังนั้น เด็กหญิงจึงถอยร่นต่อเนื่อง ได้แต่อดทนต้านทานอย่างยากลำบาก กัดริมฝีปากแน่น
"ดูซิว่าเจ้าจะทนได้นานแค่ไหน"
การต่อสู้ดำเนินต่อไป หลินฝานเหยียบย่ำผืนดิน ทุกตารางนิ้วส่องแสง ยังคงแข็งกร้าวและป่าเถื่อน เหมือนมีแรงเหลือเฟือ แววตาฉายแววดีใจ ราวกับเทพมาร
เขายกมือขยับเท้ามีท่วงท่าของปรมาจารย์น้อย เปิดกว้าง ไม่ต้องการเทคนิคใดๆ ใช้กำลังสยบ
วินาทีนี้ ธาตุแท้แห่งจอมมารเผยออกมา บุกตะลุยไปข้างหน้า ความป่าเถื่อนที่ไร้เหตุผล หากเจอสิ่งขวางกั้นก็ทำลายให้สิ้น
เด็กหญิงสีหน้าเคร่งเครียด เดิมทีนางควรเป็นฝ่ายลอบโจมตีแท้ๆ แต่กลับกลายเป็นฝ่ายถูกกดดันเสียเอง
นางเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมทางสำนักถึงเก็บเขาไว้เป็นความลับ ท่านอาจารย์ถึงกับมาสอนสั่งด้วยตัวเอง ศักยภาพไร้ขีดจำกัดจริงๆ
แต่ นางจะไม่ยอมแพ้หรอก ไม่อย่างนั้นวันนี้คงไม่ฉวยโอกาสตอนอาจารย์ไม่อยู่ แอบเข้ามาที่นี่
"ตูม"
ปะทะกันอีกครั้ง หมัดกับฝ่ามือกระแทกกัน ระเบิดแสงเทพไร้ขอบเขต ราวกับไฟเทพปะทุ เจิดจ้าบาดตา
"อ้อ เจ้ายังมีวิชาสลายแรงด้วยหรือ" หลินฝานประหลาดใจ สังเกตเห็นพื้นดินใต้เท้าของแม่หนูน้อยแตกออกเรื่อยๆ ลามไปไกล
นั่นคืออีกฝ่ายถ่ายเทพลังโจมตีของเขาบางส่วนหรือทั้งหมดออกไป นำลงสู่ความว่างเปล่าหรือพื้นดิน ไม่ได้รับไว้ทั้งหมด
"เป็นเช่นนี้เอง เจ้ามีอิทธิฤทธิ์ไม่น้อยนี่นา มิน่าล่ะทุกครั้งที่ปะทะกัน เจ้าถึงรับได้" หลินฝานพึมพำ
เขากล้าฟันธงว่าแม่หนูน้อยคนนี้ต้องมีสถานะไม่ธรรมดาในสำนักเยียวยาสวรรค์ ไม่อย่างนั้นจะใช้อิทธิฤทธิ์ที่ไม่ธรรมดาออกมาบ่อยๆ ได้อย่างไร
"ข้าจะดูว่าเจ้าจะรับได้กี่ครั้ง"
หลินฝานบุกต่อ ยิ่งสู้ยิ่งห้าวหาญ ทุกครั้งที่ลงมือ ฟ้าดินสี่ทิศส่งเสียงดังกึกก้อง ลมปราณกลืนกินภูเขาและแม่น้ำ ทรงพลังไร้เทียมทาน
เด็กหญิงหน้าเปลี่ยนสี รู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ดี การใช้พลังเทพฟื้นฟูไม่ทัน นางจะทนไม่ไหวแล้ว กำลังจะถูกจับ
"เฮอะๆ ยัยหนู ทนไม่ไหวแล้วสินะ" หลินฝานยิ้ม ไม่ให้เวลาอีกฝ่ายพักฟื้นเลยสักนิด หมัดเทพไร้คู่เปรียบ
"ฮึ เจ้าเรียกใครว่ายัยหนู เด็กเมื่อวานซืนที่ขนยังไม่ขึ้น อายุน้อยกว่าข้าแท้ๆ ยังกล้าปากดี" เด็กหญิงแม้จะตกเป็นรอง แต่ใบหน้ายังคงเชิดสูง ไม่ยอมก้มหัว
"มารดาเถอะ ข้าถูกโลลิดูแคลนหรือเนี่ย ทนไม่ได้แล้วโว้ย" หลินฝานด่าอย่างไม่สบอารมณ์
หนึ่งหมัดฟาดลงไป ปะทะกับฝ่ามือขาวผ่องของอีกฝ่าย ทำให้ความว่างเปล่าสั่นสะเทือน ระเบิดแสงรุ้งที่เจิดจ้าบาดตาออกมา
"อ๊าก..."
เด็กหญิงกินแรง กัดฟันแน่น แม้จะใช้เท้าถ่ายแรงออกไปบางส่วน แต่ก็ยังทำให้ร่างกายสั่นสะท้าน
การโจมตีครั้งนี้รุนแรงเกินไป เกินขีดจำกัดที่นางจะรับไหวในตอนนี้ ชุดขาวถูกลมปราณที่รุนแรงฉีกขาดไปบางส่วน เปื้อนฝุ่นดิน สูญเสียความคล่องแคล่วและงดงามในยามปกติ
และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เด็กหญิงรู้สึกยากลำบากขนาดนี้ในการต่อสู้ระดับเดียวกัน นับตั้งแต่เริ่มบำเพ็ญเพียมา อีกฝ่ายแข็งแกร่งเกินไปแล้ว
(จบบทนี้)