- หน้าแรก
- ระบบมอบความเป็นอมตะ ข้าทนอยู่จนทุกคนตายหมด
- บทที่ 63 บุตรศักดิ์สิทธิ์คุนหลุน เจียงปู้ฝาน ปัญหามาเยือน
บทที่ 63 บุตรศักดิ์สิทธิ์คุนหลุน เจียงปู้ฝาน ปัญหามาเยือน
บทที่ 63 บุตรศักดิ์สิทธิ์คุนหลุน เจียงปู้ฝาน ปัญหามาเยือน
บทที่ 63 บุตรศักดิ์สิทธิ์คุนหลุน เจียงปู้ฝาน ปัญหามาเยือน
ทันทีที่ได้ยินเสียงบ่นนั้น สตรีผู้หนึ่งก็เดินออกมาจากด้านหลัง
“พี่ชายฉางเซิงนิสัยท่านนี่ประหลาดจริง ๆ นะ ตอนขายไม่ดีท่านก็บ่นว่าเหงา”
“พอขายดี ท่านก็มานั่งบ่นอีก แบบนี้ตกลงท่านอยากให้ขายดีหรือไม่กันแน่?”
เฉินฉางเซิงแลบลิ้นพลางตอบกลับ
“กิจการขายโลงแบบนี้น่ะ ข้าไม่อยากให้มันดีเกินไป...แต่ก็ไม่อยากให้แย่เกินไป”
“เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นวัฏจักรของสวรรค์ ถ้าคนตายเยอะเกินไปมันก็จะมีปัญหา ถ้าคนตายน้อยเกินไปมันก็มีปัญหาเหมือนกัน”
“สรุปแล้ว ต้องอยู่ในระดับที่พอเหมาะถึงจะดี”
“ว่าแต่...อาหลี เจ้าเด็กนั่นหายหัวไปไหนอีกแล้ว”
เมื่อได้ยินถาม อาม่านก็ยกถาดอาหารในมือมาวางบนโต๊ะพลางตอบ
“คงไปกับคนของแดนศักดิ์สิทธิ์คุนหลุนเพื่อหาต้นกำเนิดวิญญาณแล้วล่ะเจ้าค่ะ”
“สี่สิบปีก่อนเราย้ายมาอยู่ที่นี่ ท่านก็ให้เขาอยู่เฝ้าร้านตลอดยี่สิบปี”
“พออีกยี่สิบปีหลังท่านปล่อยเขาออกไป เขาก็เลยอยากไปบ้าพลังให้เต็มที่สักหน่อย”
เฉินฉางเซิงรับฟังคำรายงานพลางกินข้าวช้า ๆ
“ที่กักเขาไว้ยี่สิบปี ก็เพื่อให้เขาคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและฝึกฝนจนมีพลังป้องกันตัว”
“พอเขามีปัญญาดูแลตัวเองได้ ข้าก็ย่อมปล่อยเขาไป”
“อีกอย่าง...ช่วงนี้เจ้าก็เก็บของไว้บ้าง เราอาจต้องย้ายที่อยู่แล้ว”
“ข้ารู้สึกว่าที่นี่กำลังจะเกิดเรื่อง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อาม่านก็ชะงักแล้วถามด้วยความสงสัย
“แล้วอาหลีล่ะเจ้าคะ เขาคงกลับมาไม่ทันแน่ ๆ”
“ก็เพราะเขากลับมาไม่ทันไง เราถึงต้องไปตอนนี้”
“ความฝันของอาหลีคือโลกที่กว้างใหญ่ ไม่ใช่ร้านขายโลงศพแคบ ๆ ของข้า”
“ถ้าเขายังอยู่ข้างข้า ก็มีแต่จะฉุดรั้งไม่ให้เขาก้าวไปข้างหน้า”
“พอห่างจากข้าไปแล้ว เขาจะก้าวได้ไกลยิ่งขึ้น”
ได้ยินดังนั้น อาม่านก็ยิ้มบาง ๆ
“พี่ชายฉางเซิงตัดสินใจแล้ว ข้าย่อมสนับสนุนเสมอ งั้นเดี๋ยวข้าไปเก็บของเลยนะเจ้าคะ”
“โอ๊ย!”
“เรื่องแบบนี้ไม่ต้องรีบร้อนนัก ข้ายังไม่ได้จะไปตอนนี้น่า มานั่งกินข้าวกันก่อนเถอะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น อาม่านก็หัวเราะเบา ๆ แล้วนั่งกินข้าวเย็นร่วมกับเฉินฉางเซิง
ความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นไปอย่างเรียบง่ายและคุ้นเคยเช่นนี้มาตลอดสี่สิบปี
อาม่านพอใจกับชีวิตสงบสุขที่ได้อยู่เคียงข้างเช่นนี้ สำหรับนางเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
ทว่าในเวลานั้นเอง ก็มีเสียงดังมาจากนอกร้าน
“ข้าคือเจียงปู้ฝาน บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์คุนหลุน ขอเข้าเฝ้าท่าน!”
ได้ยินว่าเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ของคุนหลุน อาม่านก็ลุกขึ้นทันที
แต่เฉินฉางเซิงกลับยกมือห้าม
“ไม่ต้องไปสนใจหรอก พวกปัญหาทั้งนั้น”
ได้ยินเช่นนั้น อาม่านจึงเหลือบมองชายหนุ่มด้านนอก ก่อนจะนั่งลงแต่โดยดี
เมื่อเห็นว่าเฉินฉางเซิงไม่ให้ความสนใจตน เจียงปู้ฝานกลับไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ เพียงยืนรออยู่หน้าร้านเงียบ ๆ
เวลาผ่านไปทีละน้อย อาม่านเก็บจานชามบนโต๊ะ ส่วนเฉินฉางเซิงก็นอนเอกเขนกบนเก้าอี้โยก เปิดตำราโบราณอ่านไปเรื่อย
ครู่หนึ่งผ่านไป เฉินฉางเซิงก็โบกมือเรียก
“เข้ามาได้แล้ว”
“บุตรศักดิ์สิทธิ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์คุนหลุนยืนอยู่หน้าร้าน ข้าจะค้าขายยังไงกัน”
ได้ยินเช่นนั้น เจียงปู้ฝานก็โค้งคำนับทันที
“ขอบคุณคุณชาย”
“วันนี้ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากร้องขอ ขอให้คุณชายโปรด...”
“หยุด!”
ยังไม่ทันได้พูดจบ เฉินฉางเซิงก็ยกมือห้ามขึ้น
“ให้เจ้ามา ไม่ได้แปลว่าข้าจะช่วย”
“ที่เรียกเจ้าเข้ามา ก็แค่อยากฝากคำถึงอาหลี”
“ไปบอกเขาว่า ใต้หล้านี้ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกรา เส้นทางในวันหน้าต้องเดินด้วยตัวเขาเอง”
“อีกอย่าง ข้าพลังต่ำต้อย ช่วยอะไรแดนศักดิ์สิทธิ์คุนหลุนไม่ได้หรอก ไปหาคนอื่นเถอะ”
เมื่อเผชิญกับการปฏิเสธ เจียงปู้ฝานก็เพียงยิ้มบาง ๆ
“คุณชายถ่อมตัวเกินไปแล้ว ความสามารถของท่าน หาคนเปรียบเทียบในใต้หล้านี้ได้ยากยิ่ง”
“หากสิ่งที่ท่านยังทำไม่ได้ ก็เกรงว่าจะไม่มีใครทำได้อีกแล้ว”
“ข้าได้ยินมาว่า คุณชายเคยอยากยืมค่ายกลส่งตัวระดับสูงของคุนหลุน”
“ตราบใดที่คุณชายยอมลงมือ ข้าจะโน้มน้าวให้ศูนย์กลางแดนศักดิ์สิทธิ์อนุญาตให้ใช้ค่ายกลนั้นได้”
ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาเฉินฉางเซิงก็หรี่ลงเล็กน้อย
“ดูเหมือนเจ้าจะสืบเรื่องข้าลึกพอตัวนะ”
“ฮ่า ๆ ๆ!”
“หากจะขอให้คุณชายช่วย หากไม่มีของแลกเปลี่ยนที่คู่ควรก็คงไร้ความหมาย”
“แต่ข้าไม่รู้ว่า...ของชิ้นนี้ คุณชายจะพอใจหรือไม่?”
เฉินฉางเซิงเห็นสีหน้ามั่นใจของเจียงปู้ฝานก็แค่นเสียงเย็น
“เจ้าก็เลือกของที่ล่อตาล่อใจข้าได้เก่งทีเดียว ข้าเองก็ปฏิเสธไม่ลง”
“อีกสามวันเจ้ามาหาข้าใหม่ ข้ายังมีของต้องเตรียมบ้าง”
“ไม่มีปัญหา อีกสามวันข้าจะกลับมาเยือนอีกครั้ง”
พูดจบ เจียงปู้ฝานก็หันหลังเดินจากไป
อาม่านมองแผ่นหลังของเขาอย่างกังวล
“คุณชาย ท่านจะช่วยเขาจริง ๆ หรือ?”
แต่แทนที่เฉินฉางเซิงจะอธิบายเหตุผลนับพันกลับส่ายมือเบา ๆ
“ช่วยอะไรกัน ข้าแค่หลอกมันน่ะสิ”
อาม่าน: ???
“แต่พี่ชายฉางเซิง ท่านก็รับนัดกับเขาไว้สามวันนี่นา?”
ได้ยินคำถามนั้น เฉินฉางเซิงก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจพลางว่า
“ถ้าไม่รับนัดไว้ แล้วข้าจะมีเวลาหนีได้ยังไง?”
“ตอนแรกที่ข้าอยู่คุนหลุนก็เพราะข้าสนใจสิ่งที่เรียกว่าต้นกำเนิดวิญญาณ”
“หินวิญญาณนั้นสกัดจากสายแร่ ส่วนต้นกำเนิดวิญญาณเป็นทรัพยากรที่ยิ่งกว่านั้นเสียอีก”
“ภายในเต็มไปด้วยพลังวิญญาณบริสุทธิ์ แล้วยังเก็บงำวัตถุโบราณล้ำค่าไว้อีกด้วย”
“แต่พอข้ารู้แหล่งที่มา ข้าก็หมดความสนใจทันที”
“เพราะแหล่งต้นกำเนิดวิญญาณมักปรากฏในสถานที่อัปมงคล ตอนนี้แดนศักดิ์สิทธิ์คุนหลุนดันจะไปสำรวจซากศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นพื้นที่ต้องห้ามของพื้นที่ต้องห้ามอีกที!”
“ข้าคงมีปัญญาไม่ครบแน่ ๆ ถ้าจะยอมช่วยพวกเขา!”
อาม่านฟังจบก็พูดขึ้นเบา ๆ
“แต่ถ้าไม่ยืมค่ายกลส่งตัวระดับสูง ท่านจะกลับไปดินแดนตะวันออกได้ยังไงกันล่ะ?”
“ตอนนี้พวกเราอยู่ในแดนกลาง ทั้งสองดินแดนห่างกันเป็นหมื่นลี้เลยนะ!”
“หมื่นลี้ก็แล้วไง เดินไปช้า ๆ สักวันก็ถึง”
“แต่ก่อนข้ายังคิดจะแลกหินวิญญาณกับสิทธิ์ใช้ค่ายกลส่งตัวระดับสูง ตอนนี้ดูเหมือนคงหมดหวังแล้วล่ะ”
“เอาล่ะ อาม่าน เจ้าจัดของไปก่อน ข้าจะไปที่หุบผีเสื้อสักหน่อย”
พูดจบ เฉินฉางเซิงก็เดินจากร้านขายโลงใบเล็ก
...
หุบผีเสื้อ
“ท่านเฒ่าโอสถ ข้ามาหาท่านอีกแล้ว!”
เสียงของเฉินฉางเซิงดังก้องอยู่กลางหุบเขาอันสงบร่มรื่น
ไม่นานนัก ชายชราใบหน้าใจดี ผมเผ้าขาวโพลนก็เดินออกมาจากกระท่อมหญ้า
“เจ้ามาได้จังหวะพอดี เมื่อวานซืนข้าพึ่งแปลตำรับโอสถซ่อมฟ้าเสร็จพอดี”
ได้ยินเช่นนั้น เฉินฉางเซิงก็หัวเราะกว้าง
“ข้าก็รู้ว่าท่านเฒ่าโอสถต้องทำได้ ไม่เสียแรงที่ข้ารอท่านมาตลอดสี่สิบปี”
“อย่ามายกยอเกินไปเลย ถ้าไม่มีเจ้าช่วย ข้าจะใช้เวลาอีกสี่ร้อยปีก็ยังแปลตำรับโอสถซ่อมฟ้าไม่ออกหรอก!”