เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 หลี่เนี่ยนเซิงหายตัว หนีตายหมื่นลี้

บทที่ 29 หลี่เนี่ยนเซิงหายตัว หนีตายหมื่นลี้

บทที่ 29 หลี่เนี่ยนเซิงหายตัว หนีตายหมื่นลี้


บทที่ 29 หลี่เนี่ยนเซิงหายตัว หนีตายหมื่นลี้

“เพียะ!”

เฉินฉางเซิงทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง ข้างกายคือพระเถระอีว์ซิ่วที่ใบหน้าซีดเผือดราวศพ

หลังได้ยินถึงพลังอันแข็งแกร่งของอวี้ฮว่าเจินเหริน พระเถระอีว์ซิ่วได้ใช้วิชาเร้นลับติดต่อกันถึงหกครั้ง จนสามารถพาทั้งสองคนหลบหนีออกมาได้ไกลถึงหกพันลี้

การร่ายวิชาเช่นนี้ต้องแลกด้วยเลือดและอายุขัย ต่อให้ไม่บาดเจ็บเลยก็ไม่อาจใช้ได้บ่อยนัก

นับประสาอะไรกับพระเถระอีว์ซิ่วที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส หากไม่ใช่เพราะยังมีลมหายใจอยู่ เขาก็ไม่ต่างจากศพไปแล้ว

แต่แม้จะหนีมาไกลถึงหกพันลี เฉินฉางเซิงก็ยังรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย

เขาจึงพาพระเถระอีว์ซิ่วผู้ใกล้ตายเร้นกายด้วยวิชาหลบหนีด้วยเลือดอีกต่อหนึ่ง

วิชาหลบหนีด้วยเลือดสิบสองครั้ง นั่นคือขีดจำกัดของเฉินฉางเซิงแล้ว หากมากไปกว่านี้ เขาคงต้องจบชีวิตในทันที

เขาขว้างธงค่ายกลออกไปหลายผืน แล้วฝืนสติยัดยาเม็ดหนึ่งใส่ปากพระเถระอีว์ซิ่ว

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นด้วยพลังเฮือกสุดท้าย เฉินฉางเซิงก็มืดแปดด้านหมดสติไปทันที

ก่อนจะหมดสติ ความคิดสุดท้ายในหัวของเขาคือ

“หากเขาตามมาทันจริง ๆ ก็ให้เขาฆ่าเสียเถอะ วิ่งต่อไปอีกหน่อย ข้าไม่ต้องรอให้เขาลงมือหรอก ข้าก็ตายเองแล้ว...”

...

นอกนครหลวงแคว้นเย่วเยวี่ย

“ฟิ้ว!”

อวี้ฮว่าอาเจินเหรินปรากฏตัวขึ้น ณ จุดที่เฉินฉางเซิงหยุดพักเป็นครั้งแรก

จิตเทพอันมหึมาของเขากระจายออกครอบคลุมพื้นที่รอบพันลี้ในพริบตา

แต่หลังจากค้นหาจนครอบถ้วนแล้ว มุมปากของเขาก็กระตุกเบา ๆ

เพราะพบว่าศิษย์หลานของเขานี่ช่างหนีเก่งเสียจริง

แม้ร่างนี้จะเป็นเพียงร่างอวตาร แต่พลังของเขาก็ไม่ด้อยไปกว่าผู้ฝึกตนระดับแปรเทพทั่วไป

กลิ่นอายของพระเถระอีว์ซิ่วและเฉินฉางเซิงนั้น อวี้ฮว่าอาเจินเหรินย่อมคุ้นเคยดีนัก

ตราบใดที่ทั้งสองยังไม่หนีไปไกลเกินห้าพันลี้ เขาย่อมมีความมั่นใจว่าจับได้แน่นอนและถึงแม้จะหนีเกินห้าพันลี้

แต่หากยังอยู่ภายในหมื่นลี้ เขาก็ยังมีวิธีตรวจจับอยู่ดี

แต่ตอนนี้ เขาได้ลองใช้ทุกวิธีที่มีแล้ว ก็ยังสัมผัสถึงกลิ่นอายของเฉินฉางเซิงไม่ได้เลย

นั่นหมายความว่า ภายในเวลาเพียงสองชั่วยาม เฉินฉางเซิงก็หนีไปไกลเกินหมื่นลี้เสียแล้ว

คิดมาถึงตรงนี้ อวี้ฮว่าอาเจินเหรินก็หัวเราะเย็นพลางกล่าวว่า

“ศิษย์หลานที่ดีของข้า เจ้าจงซ่อนตัวให้ดีเถิด..”

“หากให้ข้าหาเจอขึ้นมา เกรงว่าชีวิตน้อย ๆ ของเจ้าคงไม่เหลือแล้ว”

พูดจบ เขาก็หันหลังกลับมุ่งหน้ากลับไปยังแคว้นเย่วเยวี่ยทันที

ตอนนี้ร่างจริงของเขากำลังเจอปัญหา ร่างอวตารนี้จึงไม่อาจล่าช้าได้

...

“ฉางเซิง เราหยุดหนีได้รึยัง?”

พระเถระอีว์ซิ่วนอนหมดแรงอยู่บนกระบี่เหิน เฉินฉางเซิงเพิ่งฟื้นฟูพลังวิญญาณขึ้นมาเล็กน้อย ก็เริ่มพาเขาหลบหนีต่อทันที

ต่อหน้าท่าทีดื้อดึงของเฉินฉางเซิง พระเถระอีว์ซิ่วถึงกับพูดไม่ออก

“อวี้ฮว่าเจินเหรินก็แค่แปรเทพขั้นสูง ไม่ใช่เหนือกว่านั้น ตอนนี้พวกเราหนีออกมาหมื่นลี้แล้ว เขาตามไม่ทันหรอก”

ได้ยินเช่นนั้น เฉินฉางเซิงกลับไม่หยุด ซ้ำยังเร่งความเร็วมากขึ้นอีก

“กันไว้ดีกว่าแก้ ใครจะรู้ว่าท่านอาจารย์ปูของข้าไม่มีวิชาเร้นลับประหลาดอะไรอีก”

“เพื่อความมั่นใจ เราหนีต่อไปอีกสองหมื่นลี้ก่อน”

“เจ้าหุบปาก แล้วรีบรักษาตัวให้หาย พอเจ้าหายแล้ว ค่อยสลับมาพาข้าหนีต่อ”

พระเถระอีว์ซิ่วเบิกตาโตใส่เขา ก่อนจะหลับตาลงเริ่มบำบัดอาการบาดเจ็บ

แม้ห่างหายกันไปกว่าร้อยปี แต่นิสัยระมัดระวังของสหายเก่าผู้นี้ก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยน

การกลับมาพบกันอีกครั้งในยามนี้ พระเถระอีว์ซิ่วมีเรื่องมากมายที่อยากถามเฉินฉางเซิง

เช่นเหตุใดในอดีตเฉินฉางเซิงถึงหายตัวไปไม่ร่ำลา ทำไมท่านอาเนี่ยนเซิงถึงรู้จักเฉินฉางเซิง

อีกทั้งเฉินฉางเซิงที่ไร้พรสวรรค์ในการฝึกตน กลับกลายมาเป็นผู้บรรลุระดับจินตันแถมยังมีพรสวรรค์ไม่น้อยเสียด้วย

สารพัดคำถามรุมเร้าอยู่ในใจของพระเถระอีว์ซิ่ว แต่ตอนนี้เขาทำได้เพียงรอจนทุกอย่างปลอดภัยดีแล้ว ค่อยถามคำตอบทีละข้อ

...

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งเดือนล่วงเลย เฉินฉางเซิงก็หนีมาได้ไกลถึงสองหมื่นลี้สมดังที่พูดไว้ก่อนหน้า

“คราวนี้คงไม่ต้องหนีต่อแล้วล่ะมั้ง”

“เราห่างจากแคว้นเย่วเยวี่ยถึงสามหมื่นลี้ ต่อให้อวี้ฮว่าเจินเหรินเป็นเทพเซียนก็หาเราไม่เจอหรอก”

ว่าแล้ว ทั้งสองก็ทยอยลงสู่ยอดเขาลูกหนึ่งอย่างช้า ๆ

มองดูทิวทัศน์รอบด้าน เฉินฉางเซิงพยักหน้ารับ “ก็น่าจะพอแล้วล่ะ ตอนนี้เรามีราชวงศ์หนึ่งคั่นกลางกับแคว้นเย่วเยวี่ย”

“ต่อให้อวี้ฮว่าเจินเหรินจะตามมา ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว”

“ถ้าเจ้าบอกว่าไม่เป็นไรก็แสดงว่าไม่เป็นไร”

“ว่าแต่ ตอนนั้นเจ้า...”

“เนี่ยนเซิงล่ะ?”

พระเถระอีว์ซิ่วยังพูดไม่ทันจบ เฉินฉางเซิงก็ถามขัดขึ้น

คำถามนี้ทำให้แววตาพระเถระอีว์ซิ่วฉายความลังเลอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดว่าไม่รู้จะอธิบายกับเฉินฉางเซิงเช่นไรดี

“เอ่อ...ท่านอา หายตัวไปแล้ว”

“หายตัวไป?”

“พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร ถึงเจ้าจะบอกข้าว่าเนี่ยนเซิงโดนสังหาร ข้ายังพอรับได้บ้าง”

“แต่คำว่าหายตัวไปมันคืออะไร? นางเข้าสู่ดินแดนต้องห้ามในแคว้นเย่วเยวี่ยพร้อมกับเจ้านี่”

“คนอยู่ดี ๆ จะหายไปได้ยังไง?”

เผชิญกับคำถามของเฉินฉางเซิง พระเถระอีว์ซิ่วก็ทำสีหน้าลำบากใจ

“ตอนนั้นทางนิกายรู้ว่าอวี้ฮว่าเจินเหรินทรยศชาติบ้านเมือง จึงให้ข้ากับท่านอาไปสำรวจความลับในดินแดนต้องห้าม หวังเปลี่ยนสถานการณ์ศึก”

“พอเข้าไปแล้ว พวกเราก็อาศัยเบาะแสจากสำนักชิงชิงกวนค้นพบความลับของแคว้นเย่วเยวี่ยอย่างราบรื่น”

“แต่ระหว่างที่กำลังผนึกพลังอัปมงคลนั้น กลับโดนจับได้”

“หว่านเอี๋ยนอากู่โต้วางแผนระดมบรรพชนแปรเทพสองคนมาโอบล้อมพวกเรา ตอนนั้นบรรพชนของวัดเทียนฝอกับนิกายหลิงหลงก็มาช่วย”

“แต่กระนั้นเราก็ยังไม่อาจฝ่าวงล้อมไปได้ สุดท้ายบรรพชนทั้งสองจึงต้องสละชีพ ใช้ชีวิตตนแลกกับการผนึกพลังนั้นไว้ได้ส่วนใหญ่”

เฉินฉางเซิงขมวดคิ้วแน่นขณะฟังคำอธิบายของพระเถระอีว์ซิ่ว

“ข้าไม่ได้ถามเรื่องในดินแดนต้องห้าม ข้าอยากรู้ว่าหลี่เนี่ยนเซิงตายหรืออยู่?”

“หลังจากบรรพชนสิ้นชีพ พวกเราสองคนก็แน่นอนว่าหนีไม่พ้น”

“ตอนนั้นคิดว่าคงต้องตายแน่แล้ว ใครจะคิดว่าท่านอากลับไปพบค่ายกลส่งตัวโบราณที่ชำรุดในวิหารสำริดเข้า”

“แม้ค่ายกลนั้นจะเสียหาย แต่ซ่อมแซมนิดหน่อยก็ยังใช้งานได้อยู่”

“แล้วไงต่อ?”

“อย่าบอกนะว่าเจ้ายอมสละตัวเองถ่วงเวลาให้เนี่ยนเซิงหนีไปก่อน?”

“แน่นอนว่าไม่ ใครอยากตายล่ะถ้าเลือกได้?”

“แต่ข้าบอกแล้ว ค่ายกลนั่นมันชำรุด ข้าดันตกออกมากลางทางตอนถูกส่งตัวน่ะสิ”

“ทีหลังก็เลยไม่มีทางเลือก ต้องไปหลบในรอยแยกของผนึก หากพวกเขาจะฆ่าข้า ข้าก็พร้อมจะพลีชีพลากพวกมันลงนรกด้วย”

“ไม่อย่างนั้น ข้าคงรอดมาไม่ได้หรอก”

“แล้วค่ายกลในวิหารสำริดนั้นส่งไปที่ไหน?”

“ไม่รู้ ค่ายกลส่งตัวโบราณทรงพลังมาก ข้าดูไม่ออกเลย”

“แต่ระยะทางที่ส่งไปน่าจะเกินแสนลี้ขึ้นไป...”

จบบทที่ บทที่ 29 หลี่เนี่ยนเซิงหายตัว หนีตายหมื่นลี้

คัดลอกลิงก์แล้ว