- หน้าแรก
- ตื่นมาก็เวลอัพ ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในห้องเช่าที่มีดันเจี้ยน
- ตอนที่ 42 โดรนสำรวจ
ตอนที่ 42 โดรนสำรวจ
ตอนที่ 42 โดรนสำรวจ
ตอนที่ 42 โดรนสำรวจ
ฉู่เกอเคยคิดว่าดันเจี้ยนรอบนี้น่าจะเป็นแนวแฟนตาซีเวทมนตร์อีก เพราะความสามารถในการพรางตัวมักพบได้บ่อยในเกมแนวนี้ อย่างเช่นลูกแก้วซินโดเร ลูกแก้วลวงตา หรืออาหารเปลี่ยนร่างในเกมเวิลด์ออฟวอร์คราฟต์
ในเกมแฟนตาซี ไอเทมพวกนี้ดูสมเหตุสมผลที่สุด แต่พอเปิดมาเจอดันเจี้ยนแนวกำลังภายในแบบนี้ เขาเลยอึ้งไปพักใหญ่
แต่ก็ไม่เสียหายอะไร นอกจากความสามารถในการพรางตัวที่ต้องการแล้ว วิทยายุทธ์ก็เป็นสิ่งที่เขาปรารถนาไม่แพ้กัน ข้อดีที่สุดของวรยุทธ์คือใช้ในโลกจริงได้สะดวกกว่าเวทมนตร์ ไม่ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ กลัวคนเห็นเหมือนตอนใช้เวทมนตร์
ไม่รู้ว่าจะได้เรียนวิชาตัวเบาหรือกำลังภายในบ้างไหม แค่คิดภาพตัวเองกระโดดสูงสิบเมตร เหาะเหินเดินอากาศ หรือใช้วิชาดัชนีสังหารคนจากระยะไกล ฉู่เกอก็เนื้อเต้นแล้ว
แม้จะรู้ดีว่าดันเจี้ยนระดับชาวบ้านคงไม่มีวิชาเทพขนาดนั้น แต่ก็อดใจร้อนอยากรีบเข้าไปลุยไม่ได้
แต่ก่อนจะเริ่ม เขาต้องประเมินความแข็งแกร่งของศัตรูก่อน รอบนี้เป็นความยากระดับ "ยาก" แม้จะเป็นระดับชาวบ้าน แต่ความยากระดับนี้ย่อมไม่ง่ายเหมือนดันเจี้ยนก่อนหน้าแน่นอน
ฉู่เกอลองกดดูข้อมูลบอส
ระบบแจ้งเตือน การปลดล็อกข้อมูลนี้ต้องใช้ 40 แต้มดีเคพี ยืนยันหรือไม่
ฉู่เกอยังไม่กดตกลง เขาแค่ต้องการเช็กจำนวนบอสเท่านั้น ปลดล็อกข้อมูลบอสหนึ่งตัวใช้ 10 แต้ม แสดงว่าดันเจี้ยนนี้มีบอสทั้งหมดสี่ตัว
ฉู่เกอเดินไปหยิบกล่องใบหนึ่งจากห้องเก็บของ
จากนั้นก็อุ้มกล่องเดินเข้าประตูมิติไป
ทะลุผ่านม่านแสง เข้าสู่บรรยากาศเขียวขจี จุดเริ่มต้นดันเจี้ยนอยู่บริเวณกลางเขา ทางลาดไม่ชันมากนัก มองย้อนกลับไปเห็นทางลงเขาทอดตัวยาวไกล เห็นหมู่บ้านและตัวเมืองอยู่ลิบ ๆ แต่ภาพดูเบลอเหมือนมีกำแพงล่องหนกั้นอาณาเขตดันเจี้ยนไว้
ฉู่เกอลองยื่นมือออกไป ก็สัมผัสได้ถึงกำแพงที่มองไม่เห็นจริง ๆ ทางลงเขาที่เห็นอยู่ตรงหน้ากลับเดินผ่านไปไม่ได้ น่าสนใจแฮะ มีกำแพงอากาศกั้นเขตแดนด้วย
มองไปข้างหน้า ไม่ไกลนักมีซุ้มประตูใหญ่ บนป้ายเขียนอักษรจีนสี่ตัวว่า "ค่ายพยัคฆ์คำราม" ดูน่าเกรงขาม ถัดเข้าไปคือประตูค่ายที่เปิดอ้าอยู่ หน้าประตูมีชายฉกรรจ์สองคนสวมชุดรัดกุม ถือดาบเหล็กกล้ายืนเฝ้าอยู่ ชื่อระบุว่า ลิ่วล้อค่ายพยัคฆ์
ฉู่เกอยังไม่เดินเข้าไป เขาไม่ได้ใส่เกราะหรือถืออาวุธมาด้วยซ้ำ เขาวางกล่องลงบนพื้น เปิดออกเผยให้เห็นโดรนติดกล้องขนาดเล็กและอุปกรณ์บังคับ
โดรนตัวนี้เขาซื้อมาตอนช้อปปิ้งหลังจบดันเจี้ยนเหมืองหินแตก ตั้งใจเอามาใช้ลาดตระเวน แต่ดันเจี้ยนที่แล้วเป็นถ้ำมืดและแคบ เลยไม่ได้ใช้ แต่คราวนี้เป็นดันเจี้ยนกลางแจ้ง ได้เวลาของมันแล้ว การใช้โดรนสำรวจแผนที่ นับจำนวนบอสและลูกสมุน จะช่วยประหยัดแต้มดีเคพีได้เยอะ แม้จะไม่ได้ข้อมูลละเอียดเท่าระบบ แต่รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
ฉู่เกอต่อสายไฟ บังคับโดรนบินขึ้นฟ้า
หลังจากทำความคุ้นเคยกับการบังคับสักพัก เขาก็ส่งโดรนบินเข้าไปในค่าย ผ่านหน้าจอบังคับ เขาเห็นทุกซอกทุกมุมของค่ายโจร
ค่ายพยัคฆ์คำรามสร้างขึ้นตามแนวเขา เนื่องจากเขาไม่สูงมาก ค่ายจึงทอดยาวตั้งแต่กลางเขาไปจนถึงยอดเขาเป็นรูปตัว Z ด้านล่างสุดเป็นโซนที่พักอาศัย ดูแออัดและทรุดโทรม กินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของค่าย ตรงกลางมีลานประลอง ล้อมรอบด้วยสิ่งปลูกสร้างเก่า ๆ มอนสเตอร์แถวนี้ส่วนใหญ่เป็น โจรป่า โจรภูเขา และ ลิ่วล้อค่ายพยัคฆ์ จำนวนไม่มากนัก ยืนจับกลุ่มกันสามถึงห้าคนรอบลานประลอง
กลางลานประลองมีนักดาบหนุ่มชุดเขียวยืนกอดอก ชื่อของเขามีสัญลักษณ์หัวกะโหลกต่อท้าย บ่งบอกว่าเป็นบอสตัวแรก
หวังซวี่ (ศิษย์ทรยศสำนักดาบสวรรค์)
ชื่อเท่ใช้ได้ ศิษย์ทรยศสำนักดาบสวรรค์ ฝีมือคงไม่ธรรมดา
ถัดจากลานประลอง ผ่านทางเดินเขาที่ไม่ยาวนัก จะถึงกลุ่มสิ่งปลูกสร้างชั้นที่สองตรงกลางเขา ตรงนี้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่าโซนแรก น่าจะเป็นส่วนหลักของค่าย มอนสเตอร์เปลี่ยนชื่อเป็น ลิ่วล้อค่ายพยัคฆ์ และ หน่วยลาดตระเวนค่ายพยัคฆ์
บนลานกว้างมีบอสกลุ่มที่สองนั่งล้อมวงกันอยู่ คราวนี้มากันถึงสี่คน
จางอาต้า (สี่ภูตไท่ซาน), หวังเป่าผิง (สี่ภูตไท่ซาน), หลี่เหล่าเหยา (สี่ภูตไท่ซาน), จ้าวชิง (สี่ภูตไท่ซาน)
แก๊งบอยแบนด์เวอร์ชันกำลังภายในหรือไง แม้ชื่อจะฟังดูไม่ค่อยเก่ง แต่มากันสี่คนก็น่าหนักใจอยู่ ฉู่เกอส่ายหน้า บังคับโดรนบินสูงขึ้นไปอีก
ทางเดินขึ้นยอดเขาช่วงนี้ยาวกว่าช่วงแรก พอถึงครึ่งทางมีทางแยกเล็ก ๆ ไปทางขวา สุดทางเป็นบ้านดินหลังเดี่ยวดูโดดเดี่ยว บนผนังมีตัวอักษร "คุก" เขียนไว้ตัวเบ้อเริ่ม น่าจะเป็นคุกใต้ดิน
ทางหลักมุ่งตรงสู่ยอดเขา บนนั้นมีตำหนักใหญ่อลังการ ด้านหน้าเป็นลานฝึกยุทธอีกแห่ง ชายร่างยักษ์หน้าตาดุดันนั่งตระหง่านอยู่บนเก้าอี้ ข้างกายมีดาบหัวตัดเก้าห่วงวางอยู่
หูอี้ป้า (เจ้าค่ายพยัคฆ์คำราม)
ข้างตัวหูอี้ป้ามีเสือโคร่งตัวมหึมานอนกรนอยู่ด้วย
เสือโคร่ง (สัตว์เลี้ยงของหูอี้ป้า)
เฮ้ย มีเสือจริง ๆ ด้วย สมชื่อค่ายพยัคฆ์คำราม บอสตัวนี้มาแพ็กคู่สินะ
แต่เดี๋ยวนะ ทำไมเจอแค่สามกลุ่ม บอสตัวที่สี่อยู่ไหน
ฉู่เกอบังคับโดรนบินวนรอบค่ายอีกหลายรอบก็ไม่เจอ สงสัยจะซ่อนอยู่ในตึกสักหลัง
นอกจากบอสสามกลุ่ม ฉู่เกอยังสำรวจมอนสเตอร์ลูกกระจ๊อก พบว่ามีหลัก ๆ สามประเภท
ประเภทแรกคือพวกเฝ้าประตู ลิ่วล้อค่ายพยัคฆ์ มีเยอะสุด ประมาณสามสิบสี่สิบตัว กระจายอยู่ทั่วไป
ประเภทที่สองคือ หน่วยลาดตระเวนค่ายพยัคฆ์ จะจูงหมาเดินลาดตระเวนอยู่ตามทางเดินขึ้นเขา แต่ละตัวมีสุนัขติดตามหนึ่งตัว
ประเภทที่สามคือพวกลูกกระจ๊อกชื่อแปลก ๆ อย่าง ทหารหนีทัพ โจรป่า โจรภูเขา พวกนี้จะจับกลุ่มกันอยู่แถวโซนที่พักด้านล่าง
สำรวจเสร็จสิ้น ฉู่เกอพอจะประเมินสถานการณ์ได้แล้ว เขาบังคับโดรนบินสูงขึ้นไปอีก พอสูงจากยอดเขาประมาณยี่สิบเมตร โดรนก็ชนเข้ากับอะไรบางอย่าง
อ้าว ข้างบนก็มีกำแพงอากาศเหรอ
เขาลองบินไปรอบ ๆ พบว่ามีกำแพงอากาศล้อมรอบค่ายพยัคฆ์คำรามไว้ทั้งหมด
แม้แต่ด้านหลังเขาเอง แม้จะเห็นทางลงเขาอยู่ทนโท่ แต่เดินไปไม่ได้ ชนกำแพงล่องหนตลอด
เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วน ฉู่เกอก็เก็บโดรน ถอนตัวออกจากดันเจี้ยน
(จบตอน)