เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 โรคย้ำคิดย้ำทำของเกมเมอร์

ตอนที่ 17 โรคย้ำคิดย้ำทำของเกมเมอร์

ตอนที่ 17 โรคย้ำคิดย้ำทำของเกมเมอร์


ตอนที่ 17 โรคย้ำคิดย้ำทำของเกมเมอร์

ฉู่เกอคิดในใจพลางเดินกลับไปที่เขตเหมือง ยืนอยู่บนทางเดินขนส่งแร่ กวาดตามองความว่างเปล่าและความมืดมิดรอบตัว

เขตเหมืองนี้กว้างใหญ่มาก กินพื้นที่กว่าครึ่งของดันเจี้ยน แม้จะมีคบเพลิงให้แสงสว่างอยู่หลายจุด แต่ก็ยังมีอีกหลายมุมที่จมอยู่ในความมืด

ฉู่เกอสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก็จับสังเกตได้ว่า ตรงมุมตะวันออกเฉียงใต้แทบไม่มีคบเพลิงเลย มืดสนิทจนน่าขนลุก แถมแถวนั้นก็ไม่มีโคโบลด์ขุดแร่เลยสักตัว เหมือนพวกมันจงใจหลีกเลี่ยงพื้นที่ตรงนั้น

น่าจะอยู่ตรงนั้นแหละ ฉู่เกอคิดในใจ นี่คือสัญชาตญาณของเกมเมอร์รุ่นเก๋า ตราบใดที่ดันเจี้ยนนี้ทำงานด้วยตรรกะแบบเกม การคาดเดาของเขาก็น่าจะถูกต้องแปดเก้าส่วน เขาค่อนข้างมั่นใจในเรื่องนี้ ทีนี้ปัญหาก็คือ

เขาควรจะเข้าไปดูไหม

ตามหลักแล้ว เขาเคลียร์ดันเจี้ยนจบแล้ว ของรางวัลก็ได้มาพอสมควร แค่ออกจากดันเจี้ยนไปกดรับคะแนนก็จบเรื่อง

ดันเจี้ยนยังมีให้ลงอีกเยอะแยะ พลาดบอสลับไปตัวหนึ่งก็คงไม่เสียหายอะไรนักหนา

แต่ด้วยความเป็นเกมเมอร์สายเก็บครบ (Completionist) อาการย้ำคิดย้ำทำมันกำเริบ อดรนทนไม่ได้ที่ต้องมานั่งสงสัยว่า สิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในความมืด ที่ว่านั่นคือตัวอะไร พอนึกขึ้นได้ว่ายังมีบอสอีกตัวที่ยังไม่ได้ฆ่า มันก็หงุดหงิดใจพิลึก

อีกอย่าง ฆ่าบอสมาตั้งสามตัวแล้ว เพิ่มอีกตัวจะเป็นไรไป

คิดได้ดังนั้น ฉู่เกอก็มุ่งหน้าสู่ความมืดมิดนั้นทันที

แต่เพื่อความไม่ประมาท เขาถือเทียนไขเวทมนตร์ของโคโบลด์ไว้ในมือ ในเมื่อคำอธิบายบอกว่ามันคุ้มครองผู้ถือได้ ก็น่าจะช่วยให้อุ่นใจขึ้น

แสงเทียนเวทมนตร์แม้ไม่เจิดจ้าบาดตา แต่ก็ส่องสว่างชัดเจนในรัศมีสามเมตรเศษ ฉู่เกอเดินเลาะขอบเหมืองค้นหา ไม่นานก็พบปากถ้ำแห่งหนึ่ง

แค่เข้าใกล้ กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงก็โชยมาเตะจมูก

ระบบแจ้งเตือนว่า คุณได้กลิ่นเหม็นเน่า

แหงล่ะสิ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย ฉู่เกอบ่นในใจ

เขาค่อย ๆ ย่องเข้าไปดู ปากถ้ำนี้กลมดิก ต่างจากเหมืองที่พวกโคโบลด์ขุดแบบลวก ๆ ลิบลับ แถมตรงขอบปากถ้ำยังมีเส้นใยสีขาว ๆ เกาะอยู่ด้วย

เห็นแบบนั้น ฉู่เกอก็เริ่มใจคอไม่ดี เขาเดินไปที่ปากถ้ำ ส่องไฟเข้าไปดู แล้วก็ต้องยืนตัวแข็งทื่อ ไม่ไกลจากปากถ้ำ แมงมุมยักษ์ขนาดเท่าโม่หินตัวหนึ่งปรากฏแก่สายตา

เชี่ย แมงมุมยักษ์!

ทันทีที่เห็นแมงมุม ฉู่เกอก็ทำอะไรไม่ถูก เหตุผลเดียวคือเขากลัวแมงมุม ในชีวิตจริงแค่เจอตัวใหญ่หน่อยเขาก็เดินหนีแล้ว ยิ่งพวกสีฉูดฉาดนี่ยิ่งไม่อยากเข้าใกล้ แต่นี่เจอแมงมุมยักษ์ขนาดเมตรกว่า ขาเรียวยาว ท้องป่องขนดกยั้วเยี้ย กับดวงตาสีดำทมิฬสี่ดวง ทำเอาฉู่เกอขนลุกซู่ สัญชาตญาณสั่งให้หนีออกจากนรกขุมนี้เดี๋ยวนี้

และเขาก็ทำจริง ๆ เริ่มจากถอยหลังช้า ๆ แล้วใส่เกียร์หมาวิ่งรวดเดียวออกจากดันเจี้ยน กลับมาหอบแฮ่กที่ห้องนั่งเล่น ถึงได้โล่งใจ

หันกลับไปมองม่านแสงดันเจี้ยน ฉู่เกอกลัวว่ามันจะตามออกมาจริง ๆ

เดี๋ยวนะ จะหนีทำไม นี่มันดันเจี้ยนไม่ใช่ความจริง มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนมันไม่ออกมาไล่ล่าเองหรอก

คิดได้แบบนี้ แต่ก็ยังไม่กล้ากลับเข้าไปอยู่ดี

เขาไม่ได้กลัวการผจญภัย แต่แมงมุมนี่มัน... เห็นทีไรขนลุกทุกที

ช่างเถอะ กดจบดันเจี้ยนเลยดีกว่า ฉู่เกอคิด ยังไงก็ฆ่าบอสใหญ่ไปแล้ว ถือว่าเคลียร์ดันเจี้ยนแล้ว ขาดบอสลับไปตัวเดียวช่างมันเถอะ ในถ้ำนั่นไม่รู้มีแมงมุมกี่ตัว ไอ้ตัวเท่าโม่หินเมื่อกี้อาจจะเป็นแค่ลูกกระจ๊อก ข้างในอาจจะมีบอสแมงมุมตัวเท่าบ้าน ถึงตอนนั้นไม่ต้องสู้หรอก แค่เห็นก็ช็อกตายแล้ว

คิดได้ดังนั้น เขาก็เปิดคอมพิวเตอร์ เลื่อนเมาส์ไปที่ปุ่มสรุปคะแนนดันเจี้ยน แต่กดไม่ลง

สุดท้ายฉู่เกอก็ไม่ได้กดจบดันเจี้ยน เขาไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองรออะไร คืนนั้นเขานอนพลิกไปพลิกมาไม่หลับ เขารู้ว่าวิธีที่ง่ายที่สุดคือจบดันเจี้ยนซะ พอปุ่มดันเจี้ยนหายไป ความรู้สึกค้างคาก็จะจบลง แต่ศักดิ์ศรีเกมเมอร์สายเก็บครบมันค้ำคอ รู้ทั้งรู้ว่ายังมีบอสเหลืออยู่ จะให้ยอมแพ้มันก็ทำใจลำบาก

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าวันนี้หนีเพราะแค่แมงมุม วันหน้าเจอมอนสเตอร์ที่น่ากลัวกว่านี้ จะหนีอีกเหรอ

ไม่ได้ ต้องสู้ให้ชนะใจตัวเอง นี่แค่ดันเจี้ยนระดับชาวบ้านระดับง่ายสุดแล้ว ดันเจี้ยนต่อไปยากกว่านี้แน่ ต้องชนะความกลัวให้ได้

คิดได้ดังนั้น ฉู่เกอก็ตัดสินใจเด็ดขาด หลับตาลงนอน คืนนั้นเขาหลับสนิท เช้าวันรุ่งขึ้น ตื่นมาทานมื้อเช้าจนอิ่ม เตรียมอุปกรณ์พร้อมสรรพ ก้าวเท้าเข้าสู่ดันเจี้ยนอีกครั้ง

ฉู่เกอทุ่มสุดตัว แม้บางครั้งจะปอดแหก แต่เมื่อตัดสินใจแล้วเขาก็เป็นคนเด็ดเดี่ยว ก็แค่แมงมุม ในเกมฆ่ามาเป็นพันเป็นหมื่นตัว จะกลัวอะไรวะ

คิดปลุกใจตัวเองพลางเดินตามทางเดิมในดันเจี้ยน

ไม่นานเขาก็มาถึงเขตเหมืองชั้นลึก ใกล้กับปากถ้ำแมงมุม

กำธนูทดกำลังในมือแน่น ฉู่เกอค่อย ๆ เดินเข้าไป

แมงมุมตัวที่ทำให้เขาเผ่นแน่บเมื่อวาน ยังคงหมอบอยู่ที่เดิมไม่ไกลนัก

แม้จะเห็นมาแล้วครั้งหนึ่ง ฉู่เกอก็อดอุทานไม่ได้ ตัวใหญ่ชิบหาย!

เขากลั้นความขยะแขยง เพ่งมองศัตรูตรงหน้าให้ชัด ๆ

แมงมุมถ้ำ (ทายาทแห่งเซลาส)

แมงมุมตัวนี้ขนาดเท่าโม่หิน ขาแปดข้างยาวเก้งก้าง ท้องกลมป่อง มีลวดลายสีแดงสลับน้ำเงินดูประหลาด แม้จะไม่ใช่ลายฉูดฉาดแบบที่เขากลัวที่สุด แต่รูปร่างพิลึกพิลั่นนั่นก็ชวนขนหัวลุกอยู่ดี

ฉู่เกอรู้ว่ารอช้าไม่ได้ ยิ่งมองยิ่งกลัว แต่ความเก่งกาจอาจจะไม่เท่าไหร่ เจอพวกหน้าตาน่ากลัวแบบนี้ต้องเปิดก่อนได้เปรียบ สูดหายใจลึก ง้างธนูทดกำลัง แล้วยิงออกไป

ฉึก ปักเข้ากลางกบาลแมงมุม มันร้องเสียงแหลม หลอดเลือดลดฮวบไปหนึ่งในสาม บาดเจ็บสาหัส ดอกนี้ทำให้ฉู่เกอโล่งใจขึ้นเยอะ ไม่ว่าจะน่ากลัวแค่ไหน เนื้อแท้มันก็แค่มอนสเตอร์ลูกกระจ๊อกในดันเจี้ยนกาก ๆ เท่านั้นแหละ

แมงมุมกรีดร้องแล้วพุ่งเข้าใส่ฉู่เกอ

ฉู่เกอรีบยิงซ้ำ แต่ด้วยความตื่นเต้น ดอกที่สองดันพลาดเป้า

พริบตาเดียวแมงมุมก็ถึงตัว แปดขาของมันเร็วกว่าสองขาโคโบลด์เยอะ ฉู่เกอจำใจเปลี่ยนมาใช้ดาบฟันม้า กะว่าพอมันเข้ามาใกล้จะฟันสวน แต่น่าตกใจที่จู่ ๆ มันก็หยุดชะงัก แล้วพ่นหมอกสีเขียวออกมาจากปาก

หมอกพ่นออกมาเป็นรูปกรวย ฉู่เกอโดนเข้าไปเต็ม ๆ รู้สึกมึนหัวตึบ อาการไม่ดีแล้ว

แย่ละ หมอกพิษ!

(จบตอน)

จบบทที่ ตอนที่ 17 โรคย้ำคิดย้ำทำของเกมเมอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว