เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 เพิ่มค่าต้านทานไฟ

ตอนที่ 12 เพิ่มค่าต้านทานไฟ

ตอนที่ 12 เพิ่มค่าต้านทานไฟ


ตอนที่ 12 เพิ่มค่าต้านทานไฟ

“แบบนี้ก็ลำบากสิ” ฉู่เกอมองบอสโคโบลด์ด้วยความหนักใจ

เจ้าโคโบลด์ตัวนี้หน้าตาอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ปัญหาคือเวทมนตร์ สิ่งที่นอกจากในเกมแล้วฉู่เกอไม่เคยเจอมาก่อน ในโลกความจริงพลังเวทมันจะรุนแรงแค่ไหน เขาประเมินไม่ถูกจริง ๆ แต่ก็พอเดาได้ว่าความสามารถของบอสตัวนี้คงหนีไม่พ้นพวกเวทพื้นฐานอย่างลูกไฟหรือกระสุนเพลิง เพราะนี่เป็นแค่ดันเจี้ยนระดับชาวบ้าน คงไม่ถึงขั้นเปิดฉากมาก็ร่ายเวทระเบิดกัมปนาทหรือวันสิ้นโลกใส่หน้ากันหรอก อีกอย่าง โคโบลด์เป็นสิ่งมีชีวิตสติปัญญาต่ำ นักเวทในเผ่าพันธุ์นี้คงไม่เก่งกาจอะไรมากนัก

จากประสบการณ์เล่นเกมอันโชกโชน ฉู่เกอมั่นใจเกินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ว่าเจ้าเฟลาก นักพยากรณ์เปลวไฟโคโบลด์ตัวนี้จะขว้างลูกไฟใส่ ที่เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์อาจเป็นเวทพ่นไฟระยะใกล้

ทีนี้ปัญหาก็คือ ลูกไฟของนักเวทโคโบลด์มันแรงแค่ไหนกันเชียว?

ฉู่เกอจินตนาการภาพลูกไฟพุ่งเข้าใส่หน้า ถ้าไม่มีแรงระเบิดรุนแรง เขาคิดว่าโล่ปราบจลาจลน่าจะรับไหว

แต่เขาไม่คิดจะเอาตัวเองไปเสี่ยงหรอก

ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ ฉู่เกอก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา รับมือกับไฟ ใช้เกราะธรรมดาไม่ได้ผล ต้องเพิ่มค่าต้านทานไฟต่างหาก

เขาถอยกลับตามทางเดิมอย่างระมัดระวัง พอกลับมาถึงห้องนั่งเล่น สิ่งแรกที่ทำคือเปิดเน็ตสั่งซื้อชุดกันไฟใยหินขนาดพิเศษทันที

ชุดใยหินราคาไม่แพง แบบถูก ๆ ไม่กี่สิบหยวนก็มี แต่แน่นอนว่าฉู่เกอไม่คิดจะประหยัดกับเรื่องคอขาดบาดตาย เขาเลือกซื้อของดีราคาห้าร้อยกว่าหยวน เป็นชุดกันความร้อนใยหินเกรดเดียวกับที่นักผจญเพลิงใช้

จากนั้นก็แวะปั๊มน้ำมันซื้อน้ำมันเบนซินมาถังเล็ก ๆ อดใจรอหนึ่งวัน พอชุดมาส่งในบ่ายวันถัดมา เขาก็หอบหิ้วทั้งชุดทั้งน้ำมันกลับเข้าดันเจี้ยนอย่างกระตือรือร้น เริ่มทดลองโดยเทน้ำมันลงบนพื้นเล็กน้อย จุดไฟ แล้วสวมชุดปราบจลาจลทับด้วยชุดใยหิน ยื่นแขนเข้าไปอังไฟ

เยี่ยมเลย กันความร้อนได้ดีมาก อังไฟอยู่หลายวินาทียังแทบไม่รู้สึกร้อน ต้องเกินสิบห้าวินาทีถึงจะเริ่มรู้สึกอุ่น ๆ กว่าจะผิวไหม้คงต้องแช่ไฟอย่างน้อยยี่สิบสามสิบวินาที

แม้กองไฟที่จุดจะไม่ได้แรงมาก แต่ฉู่เกอมั่นใจว่าเวทไฟของเฟลากคงไม่แรงไปกว่านี้เท่าไหร่

สวมชุดปราบจลาจลทับด้วยชุดใยหิน ฉู่เกอบุกเข้าไปในส่วนลึกของดันเจี้ยนอีกครั้ง เฟลากยังคงเดินลาดตระเวนอยู่ ดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นเลยว่าลูกน้องในเหมืองหายไปครึ่งหนึ่งแล้ว

ฉู่เกอไม่รีบร้อนบุกเข้าไป รอจนบอสเดินแยกตัวออกมาจากกลุ่มโคโบลด์ขุดแร่ แล้วค่อยเปิดฉาก

เขาไม่ได้เล็งที่บอสเป็นเป้าหมายแรก แม้ตัวมันจะดูบอบบาง แต่ขึ้นชื่อว่าบอส เลือดต้องเยอะแน่ ๆ ขืนฆ่าไม่ตายในดอกเดียว เขาคงต้องรับมือแบบสามรุมหนึ่ง

ดังนั้นแผนคือเก็บลูกน้องสองตัวก่อน แล้วค่อยดวลเดี่ยวกับบอส

ง้างสาย เล็งเป้า ปล่อยลูกธนู เสียงสายธนูดีดผึง ลูกธนูปักเข้าที่ท้องของโคโบลด์องครักษ์ตัวหนึ่ง เลือดลดไปครึ่งหลอด

แต่ก็ทำให้บอสรู้ตัวจนได้

“ผู้บุกรุก! บัดซบ มีผู้บุกรุก! ไอ้สารเลว จงลิ้มรสพลังเวทซะ!”

เฟลากชูไม้เท้าขึ้น ลูกไฟก่อตัวขึ้นที่ปลายไม้เท้า พร้อมกับที่โคโบลด์องครักษ์สองตัวพุ่งตรงเข้ามา

แต่ฉู่เกอไม่ตระหนก เขาจำลองสถานการณ์การต่อสู้ไว้ในหัวหมดแล้ว ง้างธนูทดกำลังอีกครั้ง เล็งไปที่โคโบลด์ตัวเดิมที่บาดเจ็บ

ฟุ่บ ลูกธนูพุ่งเข้าเป้าอย่างแม่นยำ องครักษ์ตัวนั้นร้องโหยหวน ล้มลงชักกระตุกสองสามทีแล้วแน่นิ่งไป

จังหวะเดียวกัน ลูกไฟจากฝ่ายตรงข้ามก็พุ่งสวนมา

ฉู่เกอไม่หลบ ชุดปราบจลาจลบวกชุดใยหินทำให้เขาเทอะทะ บวกกับท่ายิงธนูเมื่อครู่ทำให้ขยับตัวลำบาก เขาทำได้แค่ยกแขนขึ้นบังหน้า

ตูม! ลูกไฟขนาดเท่าชามระเบิดใส่หน้าอกเขาเต็มแรง ประกายไฟแตกกระจาย ฉู่เกอรู้สึกจุกที่หน้าอกเหมือนโดนนักมวยต่อย จนต้องเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ดูเหมือนลูกไฟนี้จะมีแรงระเบิดผสมอยู่ด้วย แต่เพราะชุดปราบจลาจลซับแรงกระแทกไว้ เขาเลยไม่เจ็บมาก ส่วนความร้อนจากเปลวไฟ ชุดใยหินก็กันไว้ได้หมดจด

ฮ่า ๆ ไม่เป็นไรจริง ๆ ด้วย! ฉู่เกอดีใจสุดขีด ตอนนี้องครักษ์ตัวที่สองพุ่งเข้ามาถึงตัวแล้ว ฉู่เกอเก็บธนู เปลี่ยนมาถือโล่และดาบถังเตา

องครักษ์แทงหอกสั้นเข้ามา ฉู่เกอยกโล่รับ เสียงโลหะขูดกันดังแสบแก้วหู ปลายหอกเหล็กครูดไปกับผิวโล่เป็นรอยขีดข่วนจาง ๆ ฉู่เกอไม่รอช้า สวนกลับด้วยดาบถังเตาเข้าที่คอของมันเต็มแรง หัวโคโบลด์กระเด็นหลุดจากบ่าทันที

ยังไม่ทันได้ชื่นชมฝีมือดาบตัวเอง ลูกไฟลูกที่สองของเฟลากก็พุ่งมา

ฉู่เกอยกโล่ขึ้นกัน ตูม แขนเขาสะเทือนเล็กน้อย เปลวไฟทิ้งรอยไหม้ดำเป็นปื้นไว้บนโล่

ฉู่เกอรู้สึกหนักมือนิดหน่อย แต่ก็รับได้สบาย ๆ แค่นี้เองเหรอ ฉู่เกอยิ้มเยาะในใจ ตัดสินใจยกโล่บังหน้าแล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าหาบอส เฟลากเห็นท่าไม่ดี เปลวไฟในมือลุกโชนรุนแรงขึ้น พร้อมตะโกนลั่น “ผู้บุกรุก จงเป็นพยานแห่งพลังเปลวเพลิง!”

มันสะบัดไม้เท้า เปลวไฟพุ่งออกมาเป็นลำเหมือนปืนพ่นไฟ กวาดใส่ฉู่เกออย่างบ้าคลั่ง

ฉู่เกอตกใจรีบยกโล่ปิดหน้าพร้อมถอยหลังกรูด เปลวไฟเลียผ่านขอบโล่ เผาปลายผมเขาไปหลายเส้น

ฉู่เกอเร่งฝีเท้าถอยจนพ้นระยะทำการของเวทไฟ ตบไฟที่ผมให้ดับพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก เกือบไปแล้ว

เฟลากเห็นว่าเผาไม่โดน ก็กลับมาร่ายลูกไฟใส่ต่อ

ฉู่เกอเข็ดแล้ว ไม่กล้าบวกระยะประชิดอีก เปลี่ยนกลับมาใช้ธนูทดกำลังยิงแลกกับบอสดีกว่า

ดอกแรก ปักเข้ากลางอกเฟลาก เลือดลดไปหนึ่งในสี่

ลูกไฟโคโบลด์ระเบิดใส่ตัวฉู่เกอ เจ็บนิดหน่อย แต่ไร้รอยขีดข่วน

ดอกที่สอง ปักเข้าที่ขาเฟลาก

ลูกไฟอีกลูกกระแทกใส่ฉู่เกอ ยังคงไร้ผล

ดอกที่สาม ฉู่เกอดวงเฮง ยิงเข้าคอหอยเฟลากเต็ม ๆ เลือดลดฮวบจนเกือบหมดหลอด

เฟลากดูร้อนรน กวัดแกว่งไม้เท้าพุ่งเข้าใส่

ฉู่เกอไม่ยอมให้มันเข้ามาพ่นไฟใส่หน้าระยะเผาขนแน่ ยิงสวนระยะประชิดเข้ากลางอก ดับลมหายใจเฮือกสุดท้ายของมัน

เฟลากกรีดร้องเสียงโหยหวน “มะ... ไม่จริง ข้าจะมาตายแบบนี้ไม่ได้! อ๊าก!!!”

สิ้นเสียงร้อง เฟลากกุมหน้าอกล้มลงอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ

เฮ้อ จบสักที

ฉู่เกอลดธนูลง เหงื่อท่วมตัว ไม่รู้ว่าเหนื่อยหรือร้อนกันแน่

แต่การมีค่าต้านทานสูงนี่มันดีจริง ๆ ลูกไฟพวกนั้นทำอะไรเขาแทบไม่ได้เลย ก้มมองชุดใยหิน เห็นรอยไหม้ดำเป็นจุด ๆ จากระเบิดลูกไฟ แต่ตัวเขาเองกลับแทบไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย

(จบตอน)

จบบทที่ ตอนที่ 12 เพิ่มค่าต้านทานไฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว