เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 กรรมตามทันเข้าแล้วจริงๆ

บทที่ 23 กรรมตามทันเข้าแล้วจริงๆ

บทที่ 23 กรรมตามทันเข้าแล้วจริงๆ


บทที่ 23 กรรมตามทันเข้าแล้วจริงๆ

อาจเป็นเพราะตอนแกะข้าวโพดเธอทำท่าทางคล่องแคล่วเกินไป หรือตอนเถียงกับพวกป้าๆ ดูคึกคักเกินเหตุ ทำให้เธอในตอนนี้ดูไม่เหมือนคนป่วยเลยสักนิด

คราวนี้ต่อให้มีผ้าพันแผลพันรอบหัวอยู่ต่อหน้าหัวหน้ากลุ่ม เขาก็ยังปฏิเสธที่จะให้เธอนั่งม้านั่งเม้าท์มอยกับพวกยายแก่เพื่อรับแต้มทำงานง่ายๆ อีกต่อไป

"สหายซ่ง หัวของเธอเกือบหายดีแล้วใช่ไหม?"

ซ่งเว่ยกระพริบตาตาปริบๆ ควรจะพยักหน้าหรือส่ายหน้าดีนะ?

"งั้นไปที่ทุ่งนาแล้วปลูกต้นกล้ากะหล่ำปลีกับคนอื่นๆ ซะ" หัวหน้ากลุ่มไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โต้แย้ง

ซ่งเว่ย: "...ก็ได้ค่ะ"

ช่างเถอะ งานก็คืองาน

การปลูกผักต้องใช้สองคน คนหนึ่งขุดหลุม อีกคนหย่อนต้นกล้า ที่ดินสองหมู่เท่ากับสิบแต้มทำงาน ถ้าอยากได้แต้มเต็มวัน ทั้งคู่ต้องทำให้เสร็จสี่หมู่

เพราะนี่เป็นครั้งแรกของซ่งเว่ย เธอเลยต้องจับคู่กับคนงานเก่า

แต่ซ่งเว่ยดูผิวพรรณบอบบาง อ่อนแอ เห็นชัดว่าไม่เหมาะกับงานใช้แรงงาน เลยไม่มีใครยอมเสี่ยงเอาแต้มทำงานของตัวเองมาเดิมพันด้วย

หัวหน้ากลุ่มชี้ไปที่ป้าสองคน ทั้งคู่ปฏิเสธทันควัน คนอื่นที่รอรับงานต่างถอยหนีจากเธอราวกับเธอเป็นโรคระบาด

ซ่งเว่ย: หน้าเปื้อนยิ้ม.jpg

หัวหน้ากลุ่มปวดขมับ ปัญญาชนซ่งคนนี้เหมือนน็อตหลุดไปสักตัว โดนรังเกียจขนาดนี้ยังยิ้มได้อีก

สุดท้ายเขาก็จับคู่เธอกับเกาเล่อ "พวกเธอเป็นปัญญาชนเหมือนกัน น่าจะคุยกันง่ายกว่า"

จากนั้นเขาก็เกณฑ์ป้าคนหนึ่งมาสอนงานพวกเขาแล้วรีบชิ่งหนีไปทันที

กองผลิตผิงอันมีสี่กลุ่ม ปัญญาชนถูกกระจายไปตามกลุ่มต่างๆ

ในกลุ่มที่สามมีปัญญาชนทั้งหมดสามคน นอกจากเธอแล้วยังมีปัญญาชนเก่าอีกคนที่ตอนนี้ทำได้วันละหกเจ็ดแต้ม

ส่วนเกาเล่อนั้นตัวสูงและดูเจ้าเนื้อเล็กน้อย เห็นชัดว่าที่บ้านเลี้ยงดูมาดี และดูเป็นงานเป็นการ เหมือนกับจ้าวนั่นแหละ

แต่ดูจากหุ่นแล้ว สองคนนี้ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลยสักอย่าง

ตอนนั้นหัวหน้ากลุ่มสามดีใจแค่ไหนที่ "แย่ง" เกาเล่อมาได้ ตอนนี้เขาเสียใจแค่นั้น แทบอยากจะตบหน้าเรียกสติตัวเองในอดีต

ชาวบ้านที่เคยจับคู่กับเกาเล่อบ่นกันอุบ หมอนนี่ทำงานไม่เป็นแถมยังเป็นตัวถ่วง

จะด่าจะว่าก็แล้ว แต่จะตีก็ไม่ได้ หมอนี่หนังหนา แถมยังอู้งานเหมือนทำงานชั่วโมงเดียวแล้วจะขาดใจตาย เป็นผู้ชายตัวโตแท้ๆ แต่ตาแดงทำท่าจะร้องไห้เหมือนทุกคนรุมรังแกเขา

พอเห็นเกาเล่อถูกโยนออกมา ฝูงชนก็ยิ้มแก้มปริ ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนบังคับจับคู่กับเขาอีกแล้ว

"ปัญญาชนซ่ง ปัญญาชนเกา ตั้งใจทำงานนะ!"

ซ่งเว่ยกับเกาเล่อมองหน้ากัน

"นายปลูกมาหลายวันแล้ว น่าจะพอทำเป็นใช่ไหม?"

เห็นพวกลุงๆ ป้าๆ ทำหน้าสะใจ ซ่งเว่ยเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี

เกาเล่อ ชายร่างใหญ่ทำหน้ากระดากอาย

"ทำเป็นแค่นิดหน่อยครับ"

เขาทำท่าจีบนิ้วประกอบ

ซ่งเว่ยยังไม่ตระหนักถึงความร้ายแรง หลังจากดูป้าสาธิตเธอก็คิดว่ามันดูง่าย

เกาเล่อที่เป็นผู้ชายเลยรับหน้าที่ถือจอบขุดหลุมอย่างสุภาพบุรุษ

ซ่งเว่ยถือต้นกล้าตามหลัง มองดูเขายกจอบขึ้นสูงแล้วสับลงมา

"เชี่ย... เกือบสับเท้าตัวเองแล้ว!"

จ้องมองคมจอบที่เฉียดนิ้วเท้าไปเส้นยาแดงผ่าแปด เขาตบหน้าอกด้วยความโล่งใจ

ซ่งเว่ย: ...กรรมตามทันแล้วจริงๆ แถมยังมาในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดด้วย

เธอสูดหายใจเข้า "ไหนนายบอกว่าทำเป็นไง?"

เกาเล่อหดคอ "ผมบอกว่า... แค่นิดหน่อยครับ"

เขาทำมือจีบนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ให้ดูว่าขนาดความสามารถเท่าความหนาของเหรียญ

ซ่งเว่ย: ...ไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด

"ลุกขึ้น ตาฉันบ้าง"

เธอกลอกตา เสียดายหุ่นตัวโตๆ นั่นชะมัด

เกาเล่อยื่นจอบให้อย่างว่าง่าย

"ฝีมืออย่างนาย วันหนึ่งได้กี่แต้ม?" ซ่งเว่ยถามด้วยความอยากรู้

เกาเล่อยืดตัวตรงอย่างภูมิใจแล้วชูสองนิ้ว

"ได้มาด้วยความสามารถของตัวเองล้วนๆ ครับ!"

มุมปากซ่งเว่ยกระตุก "เหอะ"

ไม่นานทุกคนก็ได้บทเรียนว่าอย่าตัดสินคนจากภายนอก

ซ่งเว่ยเหวี่ยงจอบขุดหลุมด้วยความเร็วแสง พอเกาเล่อนั่งลงปลูกต้นกล้าได้ต้นหนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้น เธอก็ทิ้งห่างไปห้าเมตรแล้ว

แถวอาจจะไม่ตรงเป๊ะเหมือนไม้บรรทัด แต่ก็ดีพอสำหรับการปลูก

เกาเล่ออ้าปากค้าง

"ปัญญาชนซ่ง ช้าหน่อยครับ!"

คุณทำให้ผมดูไร้ประโยชน์นะ

ซ่งเว่ย: เธอเกลียดสถานการณ์แบบนี้ที่สุด ทำไมไม่ให้ทำคนเดียว? หมอนี่มันตัวถ่วงชัดๆ

เธอยังวางแผนจะไปล่าสัตว์บนเขา เอาของป่าไปแลกเงินหรือตั๋ว บางทีอาจแลกเบคอนส่งไปให้พี่ชายทางไปรษณีย์

การต้องมาช่วยเกาเล่อหมายความว่าเธอจะขาดทุนยับเยิน

ซ่งเว่ยยอมขาดทุนได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องใหญ่ขนาดนี้

แต่ถ้าไม่ช่วย เมื่อไหร่จะเสร็จ? กฎของกองผลิตชัดเจน งานเสร็จ บันทึกแต้ม ถึงจะกลับได้

ดังนั้น เธอถือจอบในมือแล้วมองเกาเล่อด้วยสายตาที่อันตรายขึ้นเรื่อยๆ

เกาเล่อตัวสั่นภายใต้สายตาอำมหิต

"พี่สาว ต้องการอะไรบอกมาได้เลยครับ"

เขายิ้มประจบ กลัวว่าจอบจะลั่นมาโดนหัว

"เร่งมือเข้า เราต้องเสร็จเร็วๆ ฉันยังต้องขึ้นเขาอีก"

เกาเล่ออยากจะร้องไห้ "ใจผมอยากทำครับ แต่ร่างกายมันไม่ฟังคำสั่งสมอง"

"งั้นร่างกายของนายก็ไม่จำเป็นต้องมีอยู่ก็ได้มั้ง"

"อย่านะพี่สาว คุยกันก่อน ผมจะไปขอร้องหัวหน้ากลุ่ม... ผมขอแค่สองแต้ม ที่เหลือยกให้พี่หมดเลย โอเคไหม?"

เห็นว่าเขาไม่ใช่คนชอบเอาเปรียบ ซ่งเว่ยก็พยักหน้าสั้นๆ

เกาเล่อวิ่งเหยาะๆ ออกไป แต่แป๊บเดียวก็กลับมาคอตก

"พี่สาว หัวหน้ากลุ่มบอกว่าไม่ได้ครับ ไม่รับข้อตกลง"

ภายใต้สายตาพิฆาตที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สัญชาตญาณเอาตัวรอดก็ทำงาน เขาล้วงตั๋วใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า

"พี่สาว อยากได้ตั๋วเนื้อแห่งชาติไหมครับ?"

ซ่งเว่ยมองลงไป—เนื้อหมูสิบจิน

ในปีที่ขาดแคลนแบบนี้ แค่หมูโผล่มาคนก็แย่งกันหัวแตก

แต่ต้องมีตั๋วเนื้อ และเธอก็ไม่มีตั๋วสักใบ

จบบทที่ บทที่ 23 กรรมตามทันเข้าแล้วจริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว