เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 – แปลงผักส่วนตัว

บทที่ 21 – แปลงผักส่วนตัว

บทที่ 21 – แปลงผักส่วนตัว


บทที่ 21 – แปลงผักส่วนตัว

ซ่งเว่ยเอาปลาไปหาหลี่จวน ฝีมือทำอาหารของเธอเองนั้นเข้าขั้นเลวร้าย แน่นอนว่าต้องไปหาคู่หูนักกินมาจัดการให้

หลี่จวนยิ้มจนตาหยีเมื่อเห็นของดี ใครบ้างจะไม่รีบคว้าโอกาสที่จะได้กินเนื้อแลกกับการลงแรงเพียงเล็กน้อย?

"เธอทำน้ำพริกเห็ดเป็นไหม?"

"ทำเป็นสิ!" หลี่จวนตอบโดยไม่ลังเล

"ฉันเรียนมาจากป้าในหมู่บ้านเมื่อปีก่อนนู้น ตอนนี้ยังมีเหลืออยู่ไหหนึ่ง อยากชิมไหม?"

ซ่งเว่ยพยักหน้าหงึกหงัก แน่นอนว่าเธอต้องลอง

"เธอช่วยเอาเห็ดของฉันทั้งหมดมาทำน้ำพริกภายในสองวันได้ไหม?"

"เยอะขนาดนั้นเชียว ถ้าเครื่องปรุงพอ วันเดียวก็เคี่ยวเสร็จ แต่ต้องรอให้เย็นสนิทก่อนถึงจะลงไหได้นะ"

ซ่งเว่ยพยักหน้า "งั้นเห็ดของฉันก็ฝากเธอจัดการด้วยนะ"

ระหว่างที่หลี่จวนทำอาหาร ซ่งเว่ยก็คว้าไม้ไปสอยลูกสนออกจากต้น เธอเคาะเอาเมล็ดสนออกมาทุกเม็ดและเก็บเกาลัดมาด้วย เมล็ดสนจะอร่อยที่สุดเมื่อนำไปคั่วเร็วๆ

พอน้ำพริกเห็ดเสร็จเรียบร้อย เธอจะแบ่งใส่ไหใหญ่สองไห รวมกับของป่าอีกนิดหน่อย แล้วอีกสองสามวันค่อยส่งไปให้พี่ชายเจ้าของร่างเดิม

ในความทรงจำ พี่ชายที่เป็นทหารคนนั้นแม้จะไม่ค่อยได้เจอกัน แต่ก็ส่งเบี้ยเลี้ยงส่วนใหญ่กลับมาบ้านและมักส่งของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ที่เด็กผู้หญิงชอบมาให้เสมอ

น่าเศร้าที่ของขวัญเหล่านั้นถูกพ่อและแม่เลี้ยงเฮงซวยฮุบไปให้ลูกสาวตัวเองหมด

ซ่งเว่ยตั้งใจจะเขียนจดหมายอธิบายเรื่องที่เธอต้องมาอยู่ชนบทและสถานการณ์ทั้งหมด เพื่อให้เขาเลิกส่งเงินกลับไปที่บ้านนั้น

ชาติก่อนซ่งเว่ยเป็นเด็กกำพร้า ตอนนี้จู่ๆ ก็มีพี่ชาย ถึงแม้เธอจะมาสวมร่างคนอื่น แต่เธอก็อยากจะรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้อย่างโลภมาก

เธอยังมีลุงอีกคนที่เป็นนักวิจัย ตำแหน่งในกองทัพของพี่ชายก็ได้มาเพราะลุงคนนี้ แต่ด้วยยุคสมัยที่เป็นอยู่ มีคนรายงานเรื่องที่เขาเคยไปต่างประเทศ เมื่อสองปีก่อนเขาเลยถูกส่งตัวไปดัดนิสัย ซ่งเว่ยยังไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนแน่ และไม่รู้ว่าพี่ชายจะมีข่าวคราวบ้างไหม

"ยุวปัญญาชนซ่ง ข้าวเสร็จแล้วนะ"

หลังจากเธอเคาะเมล็ดสนเสร็จ หลี่จวนก็เรียกเธอเข้าไป

อาจเป็นเพราะเมื่อวานเธอเพิ่งด่ากราดพวกนั้นไป วันนี้เลยไม่มีใครมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ สตูว์ปลาถูกยกเข้าไปในห้องโดยตรง กลิ่นแทบไม่เล็ดลอดออกมา

ทั้งสองจึงได้เพลิดเพลินกับมื้อเย็นปลาจานโตอย่างเงียบสงบ หลี่จวนกินได้ไม่เยอะเท่าไหร่ ส่วนที่เหลือซ่งเว่ยฟาดเรียบ แถมด้วยหมั่นโถวมันเทศอีกหลายลูก

เธอกินอย่างเอร็ดอร่อย รวดเร็วแต่เรียบร้อย ไม่เหลือทิ้งสักนิด พูดตามตรง ซ่งเว่ยเป็นคนสวย แม้แต่ตอนกินก็น่ามอง... ยกเว้นเรื่องปริมาณที่มหาศาลนั่นแหละ

หลี่จวนแค่มองก็รู้สึกอิ่มแทนแล้ว

"ซ่งเว่ย เธอยังเหลือธัญพืชอยู่ไหม?"

ตอนที่เพิ่งมาถึง ยุวปัญญาชนทุกคนได้รับธัญพืชหยาบยี่สิบจินและมันเทศสามสิบจิน ซึ่งแทบจะไม่พอกินหนึ่งเดือน

แต่ด้วยความเร็วในการกินของซ่งเว่ย แค่สิบวันก็น่าจะหมดเกลี้ยง อย่าว่าแต่เดือนหนึ่งเลย

หลี่จวนอดเป็นห่วงไม่ได้

ซ่งเว่ยกลับไม่กังวลเลยสักนิด "เดี๋ยวพี่ชายฉันจะส่งมาให้"

เรื่องนั้นโกหกทั้งเพ เธอวางแผนจะเข้าเมืองในอีกสองวัน เพื่อส่งพัสดุแล้วไปดูลาดเลาที่ตลาดมืด

หลี่จวนเชื่อเธอสนิทใจ พอโล่งใจแล้วก็นึกอิจฉาที่เธอมีพี่ชายที่แสนดี

หลังอาหารพวกเธอก็ช่วยกันล้างเห็ด ล้างไปได้ครึ่งกะละมัง หัวหน้ากองผลิตก็มาถึง

ทั้งคู่คิดถึงเรื่องที่คุยกันเมื่อวาน ดวงตาพลันเป็นประกาย รีบวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาเหมือนลูกสุนัขที่กระตือรือร้น พลางเงยหน้ามองเขา

หัวหน้ากองผลิตรู้สึกขนลุกซู่ภายใต้สายตาคู่นั้น เขาเคาะกล้องยาสูบแล้วบ่นอุบ

"พอได้แล้ว ฉันคุยเรื่องความคิดของพวกเธอหมู่อื่นๆ แล้วนะ ทำได้ แต่ต้องถามความเห็นของยุวปัญญาชนคนอื่นด้วย"

ซ่งเว่ยเกือบหลุดปากไปว่าพวกนั้นคงไม่มีความเห็นหรอก

แต่เมื่อสบสายตาเขา เธอเลยเปลี่ยนไปเรียกทุกคนมารวมตัวกันแทน

หอพักยุวปัญญาชนมีทั้งหมดสิบสองคน ชายเจ็ด หญิงห้า คนมาใหม่สี่คน คือตัวเธอเอง ไป๋อวิ๋นเจียว เกาเล่อ และจ้าวซู ส่วนที่เหลือเป็นยุวปัญญาชนรุ่นเก่า

หลังจากสรุปเรื่องราวคร่าวๆ ทุกสายตาก็จับจ้องมาที่หลี่จวนและซ่งเว่ย

สวีไหลตี้พูดเหน็บแนมขึ้นมา "คนบางคนก็หวงผักเหมือนเป็นสมบัติล้ำค่า ระแวงกลัวโจรจะขโมย... ทำเหมือนจะมีใครลดตัวลงไปแย่งของแบบนั้นอย่างนั้นแหละ!"

ซ่งเว่ยกลอกตา "ถ้าไม่อยากได้ ก็อย่ากินสิ"

ใบหน้าเหลี่ยมของหัวหน้ากองผลิตยังคงเคร่งขรึม "ฉันมาฟังความเห็น ไม่ได้มาดูพวกเธอทะเลาะกัน"

เกาเล่อยักไหล่ "ผมยังไงก็ได้ ฟังดูเข้าท่าดี"

จ้าวซูพยักหน้า "เอาที่สะดวกเลยครับ"

ไม่มีทางที่เขาจะปลูกผักเองหรอก เหนื่อยจะตาย เขายังทำหน้าปูเลี่ยนกับเรื่องแยกวงกินข้าวอยู่เลย เขาและเกาเล่อกินโจ๊กใสๆ มาสองมื้อจนหน้าเขียวแล้ว

เขาต้องหาใครสักคนมาทำอาหารด้วย ไม่งั้นเขาต้องล้มพับแน่

ลัวเย่เฉิงคัดค้าน "ทำแบบนี้จะทำให้กลุ่มแตกแยกนะ มันไม่ดีต่อความสามัคคี"

ซ่งเว่ยสวนทันควัน "แล้วที่แย่งกันกินเมื่อวานมันช่วยสร้างความสามัคคีตรงไหน?"

ลัวเย่เฉิงเถียง "นั่นมันก็แค่ชั่ววูบ..."

"นายกล้าสาบานไหมล่ะว่าสวีไหลตี้กับคนอื่นๆ จะไม่ไปเด็ดผักของหลี่จวน หรือรับปากว่าพวกเขาจะปลูกกินเอง?"

เขาไม่กล้ารับปากอะไรทั้งนั้น

นอกจากลัวเย่เฉิงและผู้ติดตามผู้ภักดีของไป๋อวิ๋นเจียวแล้ว ยุวปัญญาชนชายอีกสามคนก็เห็นด้วย

หลังจากโดนด่าเมื่อวาน พวกเขาก็อยากมีแปลงส่วนตัวเหมือนกัน ลงแรงนิดหน่อยแต่ไม่ต้องกลัวคนอื่นมาชุบมือเปิบ

เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย เรื่องจึงเป็นอันตกลง

หัวหน้ากองผลิตวางกฎระเบียบ "ให้แค่ที่ดินสามเฟินหลังห้องพักของพวกเธอเท่านั้น ห้ามเกินนี้ จะล้อมรั้วหรือไม่ก็แล้วแต่พวกเธอ"

"เยี่ยมเลย ขอบคุณค่ะหัวหน้า!"

ซ่งเว่ยและหลี่จวนประสานเสียงกันอย่างดีใจ

มีเพียงกลุ่มของลัวเย่เฉิงและสวีไหลตี้ที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ

แต่เรื่องมันจบไปแล้ว หลังจากฝืนยิ้มส่งหัวหน้ากลับไป ใบหน้าของพวกเขาก็บูดบึ้งทันที

สวีไหลตี้จ้องซ่งเว่ยและหลี่จวนตาเขม็ง

ซ่งเว่ยเลิกคิ้ว "อยากมีเรื่องเหรอ?"

สวีไหลตี้ได้แต่โกรธจนควันออกหู ทำไมผู้หญิงที่ดูบอบบางคนนี้ถึงแรงเยอะนักนะ?

ด้วยความตื่นเต้นจนไม่อยากแยกย้าย หลี่จวนตามซ่งเว่ยไปที่ห้อง เจื้อยแจ้วเรื่องวิธีใช้ที่ดินสามเฟินนั้น

"เธอจะปลูกอะไร? เดี๋ยวเราไปแลกเมล็ดพันธุ์กับป้าๆ ในหมู่บ้านกัน หัวไชเท้ากับกะหล่ำปลีน่าจะเป็นอย่างเดียวที่รอดหน้าหนาวได้"

"ก็ไม่แน่เสมอไปนะ"

จู่ๆ ซ่งเว่ยก็ปิ๊งไอเดีย "หาเมล็ดพันธุ์อย่างอื่นมาด้วยสิ"

สีหน้าของหลี่จวนฟ้องว่า 'เธอไม่รู้อะไรซะแล้ว' "ที่นี่ฤดูหนาวมาเร็วนะ ปลูกอย่างอื่นไปก็ตายหมด"

ซ่งเว่ยไม่เถียง เธอจะลองดูก่อน

"เดี๋ยวฉันจะไปแลกมาลองดู ถ้าไม่รอดค่อยปลูกใหม่ตอนฤดูใบไม้ผลิ"

จบบทที่ บทที่ 21 – แปลงผักส่วนตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว