- หน้าแรก
- ระบบตีบวกทุกสรรพสิ่ง: สกิลของผมเสริมแกร่งได้ไม่จำกัด
- บทที่ 39 - คทาดูดวิญญาณทองคำม่วงต้องสาป
บทที่ 39 - คทาดูดวิญญาณทองคำม่วงต้องสาป
บทที่ 39 - คทาดูดวิญญาณทองคำม่วงต้องสาป
บทที่ 39 - คทาดูดวิญญาณทองคำม่วงต้องสาป
โจวโรู้อยู่แล้วว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนถ้ำหมูชั้นเจ็ด เพราะแถวนี้ก็มีคนยืนดูเขาอยู่ตั้งสามคน
เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้มีนักรบคนหนึ่งเห็นเขากำลังตีบอสเลยคิดจะเข้ามาแจม โดนเขาผลักด้วย วงแหวนไฟต้านทาน แล้วยัด ลูกไฟยักษ์ ใส่หน้า ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงเรียบร้อย
ยังมีนักพรตอีกคนที่พยายามจะลาสบอสด้วย วิชาพิษ โจวโปก็เลยจัด ระเบิดเพลิง ส่งไปทัวร์นรกเช่นกัน แถมเจ้านั่นยังทำ กระบี่ปราบมาร ตกไว้อีกต่างหาก ป่านนี้คงนั่งร้องไห้น้ำตาเช็ดหัวเข่าอยู่ในห้องมืดแน่
อาวุธเลเวลยี่สิบกว่าไม่ได้หากันง่ายๆ แถมเลเวลยังลดอีกต่างหาก
อีกสามคนที่เหลือเห็นความโหดเหี้ยมของชายตรงหน้าก็ยืนตัวสั่นงันงก ถอยกรูดไปยืนห่างๆ แม้แต่กระบี่ปราบมารที่ตกอยู่ก็ยังไม่กล้าเดินไปเก็บ
ไม่กี่วินาทีต่อมา สายฟ้าเส้นสุดท้ายของโจวโปก็ฟาดลงมา ร่างมหึมาของ หมูป่ายักษ์ทองคำ ก็ล้มตึงเสียงดังสนั่น
เคร้งๆๆๆ!
เหรียญทอง น้ำยา อุปกรณ์ และไอเทมจำนวนมหาศาลทะลักออกมา ปูพรมเต็มพื้นเป็นพื้นที่เก้าคูณเก้าช่อง
โจวโปเดินเข้าไปเลือกเก็บเฉพาะของเกรดสูงๆ ก่อนอย่างรวดเร็ว
ไทยมุงทั้งสามเห็นของเกลื่อนกลาดขนาดนั้นก็ตาลุกวาว อยากจะวิ่งเข้าไปฉกสักชิ้นสองชิ้นแล้วชิ่งหนี แต่สติสัมปชัญญะเตือนว่าขืนทำแบบนั้นเท่ากับฆ่าตัวตาย ตัวอย่างก็มีให้เห็นอยู่หยกๆ
ขณะที่พวกเขากำลังชั่งใจ โจวโปก็กวาดอุปกรณ์ไปหมดแล้วและเริ่มไล่เก็บกองเงิน
ของที่บอสดรอปดูเหมือนจะเยอะ แต่จริงๆ เป็นอุปกรณ์แค่ห้าหกชิ้น อย่างมากก็ไม่เกินสิบ นอกนั้นเป็นกองเงินไม่ถึงสิบกอง ที่เหลือคือน้ำยาล้วนๆ
มิน่าล่ะผู้เล่นถึงชอบด่าบอสในเกมว่าเป็นพวก "ดีแต่เปลือก"
แต่ต่างจากเกมทั่วไปที่บอสจะดรอปเงินมากสุดแค่สองพันเหรียญ บอสทองคำที่นี่ใจป้ำกว่ามาก กองหนึ่งมีเงินตั้งหนึ่งหมื่น บอสตัวนี้ตัวเดียวมอบเงินให้โจวโปกว่าเจ็ดหมื่นเหรียญ ถือว่าป๋าใช้ได้
เก็บเงินเสร็จ โจวโปก็เริ่มเก็บ ยาฟื้นฟู กับ หิมะหมื่นปี ถึงจะเอาไปขายร้าน สองอย่างนี้ก็ได้ราคาดี
หืม? นี่มัน น้ำยาเสริมแกร่งร่างกาย นี่นา? ลาภลอยชัดๆ!
โจวโปยิ้มแก้มปริ ของสิ่งนี้ถ้าเอาไปตีบวกจะช่วยเพิ่มเลือดถาวรได้อย่างมหาศาล ตีบอสมาตั้งเยอะเพิ่งจะดรอปขวดที่สอง เขาเก็บ น้ำยาสุริยัน ที่เหลือพลางกดตีบวกน้ำยาขวดนี้ไปด้วย
คราวนี้เขาจัดเต็ม ตีบวกห้าครั้งรวดจนตัน
ขวดน้ำยาใหม่ปรากฏขึ้นในมือ ของเหลวภายในส่องแสงเจ็ดสีระยิบระยับ ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของวิเศษ
ต่างจากคราวที่แล้ว ครั้งนี้มีคำอธิบายสรรพคุณปรากฏขึ้นมาด้วย แม้จะมีตัวหนังสือไม่กี่ตัว แต่ก็บ่งบอกถึงมูลค่าที่ประเมินไม่ได้
น้ำยาเสริมแกร่งร่างกาย [บวก 5 เต็ม]: เมื่อดื่มจะเพิ่มพลังชีวิตสูงสุดถาวร 500 แต้ม
โจวโปไม่ลังเล กระดกเข้าปากรวดเดียวหมด
รสชาติเปรี้ยวอมหวาน อร่อยใช้ได้
ติ๊ง! พลังชีวิตสูงสุดของคุณเพิ่มขึ้น 500 แต้ม!
เขาเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู พบว่าตอนนี้ที่เลเวลสามสิบสาม เลือดของเขาพุ่งไปถึง 1,706 แต้ม! (ดื่มยาไปสองขวด +600, พรสวรรค์ +660, เสริมแกร่งร่างกาย +300... เอ๊ะ เหมือนจะตกหล่นอะไรไปสักอย่าง ช่างเถอะ คิดไม่ออกเอาไว้ก่อน ถ้าใครรู้วานบอกที ขอบคุณครับ)
นี่มันไม่ใช่เลือดของนักเวทเลเวลสามสิบสามแล้ว
นักรบเลเวลสามสิบสามปกติมีเลือดแค่ 489 แต้ม เลือดของเขามากกว่านักรบสายถึกถึงสามเท่ากว่า เรียกได้ว่า "สัตว์ประหลาด" เต็มปากเต็มคำ
ไทยมุงเห็นโจวโปกระดกน้ำยาสีรุ้งแล้วยืนยิ้มแป้นก็รู้ทันทีว่าเป็นของดี ไม่อย่างนั้นยอดฝีมือคงไม่ยิ้มหน้าบานขนาดนั้น หรือนั่นจะเป็นเคล็ดลับความเทพของเขา?
"พี่ชาย ยาเมื่อกี้คือยาอะไรครับ ยังมีอีกไหม? ผมขอซื้อไม่อั้นเลย!"
คนหนึ่งรวบรวมความกล้าตะโกนถาม
"หมดแล้ว"
บนพื้นเหลือแค่น้ำยาสุริยันไม่กี่ขวด โจวโปขี้เกียจเก็บ เขาเตรียมย้ายจุดเก็บเลเวลพลางตรวจสอบอุปกรณ์ที่เพิ่งได้มา
ส่วนไทยมุงพวกนั้น ตราบใดที่ไม่มายุ่งกับเขา เขาก็ไม่อยากไปรังแกใคร คนประเภทนี้มีถมไปทั้งในเกมและชีวิตจริง ตัวเขาเองเมื่อก่อนก็เคยเป็นแบบนี้ ตอนนี้แค่มีต้นทุนชีวิตดีกว่าชาวบ้านเขาหน่อยแค่นั้นเอง
คนเราต้องรู้จักผ่อนปรนบ้าง
อย่าทำตัวเหมือนพวกสตูดิโอรับจ้างเล่นส่วนใหญ่ที่จองแมพใหญ่ไว้คนเดียวแล้วไล่ฆ่าคนอื่นไม่เลือกหน้า ห้ามใครเข้าใกล้นอกจากพวกเดียวกัน แม้แต่คนกิลด์เดียวกันก็ไม่เว้น
โจวโปเคยตบ ราชาซอมบี้ทองคำ มาแล้ว รู้ดีว่าบอสพวกนี้มือเติบ ตอนเก็บของเมื่อกี้เขาเห็นแว้บๆ ว่ามีของดีชิ้นหนึ่ง
คทาดูดวิญญาณทองคำม่วง [ผนึก]:
โจมตี 7-20 [ผนึก], เวทมนตร์ 4-15 [ผนึก], ศักดิ์สิทธิ์ +5, น้ำหนัก 26, ความทนทาน 10/10, ต้องการเลเวล 40
ของโครตดี แต่ต้องรอเลเวลสี่สิบถึงจะใช้ได้ คงต้องรออีกสักวันสองวัน ถึงตอนนั้นค่อยเอามาตีบวกสักสี่ห้าที สเตตัสคงโหดกว่าของแท้ที่ปลดผนึกแล้วเสียอีก
ที่สำคัญคือเงื่อนไขการใส่ที่เลเวลสี่สิบเนี่ยแหละ
เขาละสายตาอย่างพึงพอใจ หางตาเหลือบไปเห็น หมวกนักพรต วางแอบอยู่ที่มุมกระเป๋า ข้างๆ กันมี กำไลทองคำ อีกวง น่าจะเป็นของท็อปทั้งคู่ ไม่รู้ไปเก็บมาตอนไหน
ถ้าหมวกมันบวกเวทมนตร์ ก็จะได้เอามาเปลี่ยน หมวกเวท ใบเก่าทิ้งเสียที
หมวกเวทนี่ดีไซน์เห่ยชะมัด! โจวโปอยากถอดทิ้งมานานแล้ว
กดดูสเตตัส
หมวกนักพรต: ต้องการเลเวล 24, น้ำหนัก 3, ความทนทาน 3/8, ป้องกัน 1-3, ป้องกันเวท 2-4, โจมตี 0-1, เวทมนตร์ 0-2
สเตตัสคุ้นๆ แฮะ... อ๋อ นึกออกแล้ว นี่มันของที่ดรอปจาก ราชาปีศาจวอมาร์ทมิฬ นี่นา!
ตอนนั้นเลเวลยังไม่ถึงเลยโยนใส่กระเป๋าไว้ กะว่าเวลถึงค่อยใส่ ไปๆ มาๆ ดันลืมสนิท ปล่อยให้ฝุ่นเกาะซะงั้น
จับตีบวกสามครั้งให้ตัน
หมวกนักพรต: ต้องการเลเวล 24, น้ำหนัก 3, ความทนทาน 3/8, ป้องกัน 1-12, ป้องกันเวท 2-13, โจมตี 0-10, เวทมนตร์ 0-11
คุณสมบัติเวท: ลดความเสียหายที่ได้รับ 10 แต้ม
คราวนี้พลังเวทสูงสุดของเขาทะลุสองร้อยอย่างเป็นทางการ! (พรสวรรค์ 66 + เสริมแกร่งตัวละคร 20 + อุปกรณ์ 116 + พื้นฐานนักเวทเวล 33 อีก 4 = 206)
หันมาดูกำไลทองคำ แล้วมอง กำไลซือเป่ย ที่ใส่อยู่... ช่างเถอะ ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก
เขาโยนหมวกเวทใบเก่าส่งไปรษณีย์ไปให้ลูกพี่อู๋หย่งเล่นๆ
จัดการธุระเสร็จ โจวโปเปิดแผนที่ดูแล้วมุ่งหน้าไปยังจุดต่อไป
ไทยมุงข้างหลังเห็นโจวโปเดินจากไป สองคนรีบพุ่งเข้าไปแย่งเก็บน้ำยาสุริยันและกระบี่ปราบมารบนพื้น ส่วนอีกคนยังคงเดินตามเขามาห่างๆ เหมือนกำลังส่งข่าวให้ใคร
ในแผนที่คนที่แย่งของกันเป็นจุดสีเหลือง แสดงว่าเป็นกลาง ส่วนคนที่สะกดรอยตามเขาเป็นจุดสีแดง แสดงเจตนาเป็นศัตรูชัดเจน
นี่เป็นฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามาหลังจากตีบวกแผนที่ไปสามครั้ง สามารถแยกแยะมิตรศัตรูได้อัตโนมัติ
โจวโปแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง เดินไปถึงจุดใหม่ก็แกล้งวางกำแพงไฟตามปกติ แต่ตายังคงจ้องแผนที่เขม็ง ถ้าศัตรูแห่กันมาเยอะเกินไป เขาก็ไม่คิดจะยืนเป็นเป้านิ่ง
ระหว่างที่เขาเล่นละครตบตา มีคนวาร์ปผ่านไปมาหลายคน ส่วนใหญ่เป็นจุดสีเหลือง พวกเขามายืนหลบภัยในจุดที่มีไฟลุก เพราะตรงนั้นไม่มีมอนสเตอร์ คาดว่าคงมารอดูชมความบันเทิง
อีกส่วนหนึ่งเป็นจุดสีแดง พวกนี้ระวังตัวแจ ยืนเกาะกลุ่มกันอยู่นอกวงไฟ แม้จะมีมอนสเตอร์เกิดข้างๆ ก็ทำอะไรพวกมันไม่ได้ โดนรุมยำเละทันที
แต่ที่ผิดคาดคือ โจวโปเห็นจุดสีเขียวสองจุดโผล่เข้ามาในเรดาร์
เขามองไปทางทิศนั้น ก็เห็นลูกพี่อู๋หย่งกับหลัวเสี่ยวเชากำลังทำท่าทำทางขยิบตาบุ้ยใบ้มาทางเขา พร้อมส่งข้อความมารัวๆ ใจความเดียวกันคือ ศัตรูเยอะมาก หนีไปซะ
โจวโปส่งข้อความตอบกลับไปบอกให้พวกเขาใจเย็นๆ ไว้ก่อน
[จบแล้ว]