เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 ค่ำคืนในถ้ำ

ตอนที่ 16 ค่ำคืนในถ้ำ

ตอนที่ 16 ค่ำคืนในถ้ำ


“คารวะศิษย์พี่ลั่ว! ข้าชื่อเสี่ยวเฉิน!”

ลั่วชางหยานแปลกใจเล็กน้อย นางเงยหน้ามองเขาและพูดเบา ๆ

“สะ สวัสดี…ศิษย์น้องเสี่ยว”

นางรีบก้มหน้าลงอีกครั้ง

ทุกคนอึ้ง ในฐานะที่ถือคะแนนนำ การเข้าร่วมกลุ่มม่อหยูนั้นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดกับเขา แต่เขาทำอะไรกัน? แต่ไม่อยากจะสอบผ่านและเป็นศิษย์นิกายตัวจริงหรือ?

ศิษย์ในบางคนสังเกตเห็นสายตาเยือกเย็นของม่อหยู เขารีบพูดแทนเสี่ยวเฉิน

“ถ้ามีใครอยากไปกับศิษย์พี่ลั่วก็ได้นะ เพื่อความสมดุล”

เสี่ยวหวังเอ๋อกระทืบเท้าด้วยความโมโห

“นี่! พวกเรามาด้วยกันนะ! ทำไมเจ้าถึงไม่ไปกับเรา!”

“อาจจะเป็นเพราะ…เขาเคยมีโชคชะตาเหมือนกับนาง…”

เสี่ยวฮั่นพึมพำเบา ๆ

แต่เมื่อศิษย์ในคนนั้นพูดชี้นำก็มีอีกสามคนลังเลที่จะเข้ามากับชั่วชางหยาน นั่นทำให้คนที่เหลือคิดว่าสามคนนั้นถูกปฏิเสธและถูกส่งมาที่กลุ่มของลั่วชางหยาน

“ให้ตายเถอะ! ทำไมต้องเป็นเจ้าสามคนด้วย! เจ้าสามคนยังรอดมาได้ยังไง! ไปเลย ไม่ต้องขมวดคิ้วหรอก เจ้าจะทำข้าเหนื่อยในรอบหน้า!”

เสี่ยวเฉินไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าโง่สามคนมาถึงรอบนี้ได้

ลั่วชางหยานเงยหน้าอีกครั้ง

“ข้าขอโทษ เป็นความผิดข้าเอง ยกโทษให้ข้าด้วยศิษย์น้อง”

จากนั้นนางจึงก้มหน้าลงไปอีก

องค์ชายจ้าวใบหน้าขมขื่น

“เรารู้ว่าพี่ใหญ่เสี่ยวแข็งแกร่งที่สุด ข้าต้องพึ่งพี่ใหญ่อีกนาน…”

องค์ชายจ้าวตบหลังเขาอย่างแรง

“แกน่ะ! ทำตัวดี ๆ ตอนที่คุยกับพี่ใหญ่หน่อย!”

องค์ชายหยานและองค์ชายฉีคำนับเสี่ยวเฉินตามกัน พวกเขาคารวะผสานมือแน่นแสดงความนับถือ

“สายโลหิตชั้นสูงของพวกข้าไม่สำคัญเลยพี่ใหญ่ พวกข้าขอร้อง ช่วยให้พวกข้าเข้านิกายสามพิสุทธิ์ให้ได้ด้วย”

เสี่ยวเฉินโบกไม้โบกมือ

“เอาล่ะเอาล่ะ ข้าจะทำเท่าที่ทำได้ แต่ข้าทำอะไรไม่ได้มากนักหรอก”

เขาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงกระดูก เบาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

“หวังว่านังผีนั่นคงไปอยู่กลุ่มอื่นนะ”

“เจ้าพูดถึงข้าเหรอเสี่ยวเฉิน?”

เขาหันไปมองข้างหลังและเห็นชางก่วนหยานที่โผล่มาอย่างกับวิญญาณร้ายที่จะไม่หยุดจนกว่าจะเข้าสิงเขาได้

เสี่ยวเฉินทำได้แค่ยิ้มอย่างขื่นขม

“อ๊ะ! แม่นางชางก่วน! ดูเหมือนว่าความซับซ้อนของฉีเหมินตันเจี้ยจะบดบังความเก่งของเจ้าไม่ได้เลยนะ…”

ชางก่วนหยานหัวเราะเบา ๆ ราวกับเทพธิดาไร้เดียงสา นางยิ้มให้ลั่งชางหยาน

“คารวะศิษย์พี่ลั่ว ข้าชื่อชางก่วนหยาน”

สามองค์ชายหลงสเน่ห์กับสาวงามที่จู่ๆ ก็โผล่มา พวกเขาคิด

‘ถึงเราจะถูกบังคับให้ต้องมาอยู่ในกลุ่มขยะ แต่อย่างน้อยก็ยังมีความหวานท่ามกลางความเศร้า หึ หึ หึ…’

มีเสียงกระดิ่งดังเบา ๆ เสี่ยวเฉินรู้สึกหนาวสั่นอีกครั้ง จากนั้นก็ตามด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนของสามองค์ชาย

“แย่แล้ว! แมงมุมพวกนี้มาจากไหน! มันไต่ตัวข้าเต็มไปหมดเลย!”

ครึ่งชั่วโมงผ่านไปจนในที่สุดพวกเขาก็แบ่งกลุ่มเสร็จสิ้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากลุ่มของม่อหยูได้คนที่ดีที่สุดไปสามสิบคน ส่วนกลุ่มที่อ่อนแอที่สุดอย่างลั่วชางหยานนั้นมีเพียงแค่หกคน ส่วนสามคนนั้นแทบจะไร้ตัวตน

ขณะที่ในใจพวกเขากำลังคึกคัก ศิษย์ในคนหนึ่งเดินเข้ามา เขายกแขนขึ้นเรียก

“เอาล่ะ ทุกคนเงียบ! การสอบต่อไปกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว พวกเจ้าจะเริ่มจากตรงนี้ขึ้นไปถึงยอดเขาซึ่งเป็นฐานที่มั่นของนิกายสามพิสุทธิ์”

เมื่อเขาพูด เขาชี้ไปยังยอดเขาซึ่งเด่นอยู่ท่ามกลางเทือกเขาที่อยู่ไกลลิบ

“พวกเจ้ามีเวลาสามวัน จะมีอสูรและสัตว์ประหลาดอยู่บนเขาเช่นเดียวกับกับดักและค่ายกลมากมายที่ผู้เฒ่าเราออกแบบมาเพื่อรั้งพวกเจ้า จงฟังเส้นทางที่ศิษย์พี่นำพวกเจ้าให้ดี อย่าออกจากกลุ่มโดยไม่ได้รับอนุญาต มิเช่นนั้นเจ้าอาจจะหลงและตกอยู่ในอันตรายได้ รายละเอียดที่เหลือศิษย์พี่ของพวกเจ้าจะเป็นคนบอก เดินมาทางนี้ทีละคน”

เหล่าศิษย์พี่และผู้เข้าสอบไม่กี่ร้อยคนค่อย ๆ เดินไปทางช่องเขา มันเป็นหุบเขากว้างที่มีเส้นทางมากมาย ทั้งสิบห้ากลุ่มได้กระจายตัวและออกเดินไปตามเส้นทาง

หลังจากเดินทางได้เกือบชั่วโมง เงาพลบคล่ำได้หนาขึ้น ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้นิกายมากเท่าใดป่ามืดครึ้มน่ากลัวก็ยิ่งมอบความกลัวให้กับหัวใจพวกเขา

“ไม่ ไม่ ไม่นะ…ข้าวิ่งไปต่อไม่ไวแล้ว…”

องค์ชายหยานหอบหายใจ

“ข้าว่าเราคงต้องหาที่พัก ข้าหิว เรามีเวลาตั้งสามวัน ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน”

องค์ชายฉีเองก็เหนื่อยหอบ

เสี่ยวเฉินส่ายหน้า

“ราคาของการเป็นเซียนมิใช่ถูก ๆ เรายังมีหนทางอีกยาวไกล การเมืองในราชวงศ์คงเหมาะกับพวกเจ้ามากกว่า”

องค์ชายจ้าวที่กำลังหอบได้กอดต้นไม้พยุงตัว

“จะร่ำรวยหรือมีอำนาจแค่ไหนก็ไม่มีค่าถ้าไร้ชีวิตนิรันดร์…ถ้าไม่ได้เป็นเซียนแล้วเราก็ไม่ต่างจากธุลีที่จะแตกดับ…การเดินวิถีเซียนอาจจะยากสำหรับพวกเราคนธรรมดา แต่เจ้าเองก็เป็นคนเหมือนกันไม่ใช่รึ? พวกข้าเองก็ไปถึงฝั่งฝันได้ถ้าเจ้าทำ…”

เสี่ยวเฉินประสานมือยอมรับ

“พูดได้ดี! แต่ว่านะ…”

เขาหยุดพูดไป เขาใช้พลังและดีดนิ้วส่งพลังปราณจากดัชนีไปใส่ต้นไม้ที่องค์ชายจ้าวกอดอยู่และสังหารงูพิษตัวหนึ่งในทันที

องค์ชายจ้าวสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นอสรพิษ

“โอ้แม่จ๋า! เจ้างูนั่นมาจากที่ไหนกัน!”

ลั่วชางหยานชักกระบี่ขมวดคิ้วเตือน

“ข้าขอโทษ ข้าผิดเองที่ไม่สังเกตเห็นงูตัวนั้น”

นางเหลือบมองเสี่ยวเฉินด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่าเขาพูดอะไรไม่จบ

“แต่ว่าข้าไม่ใช่มนุษย์อีกแล้ว”

เสี่ยวเฉินพูดออกมาทันที

เมื่อเขาพูดจบก็มีสายฟ้าระเบิดจากท้องนภาจนองค์ชายจ้าวกลัว

“พวกเรายังอยู่ในดินแดนของเซียน…เราต้องระวังคำพูดให้มาก อย่างน้อยก็ไม่โดนฟ้าผ่าตาย…”

เสี่ยวเฉินพยายามปิดบังความเขินอาย เขากระแอม

“หยุดพูดแล้วไปกันต่อเถอะ”

เมื่อความมืดมาสู่พวกเขา พวกเขาได้เห็นถ้ำที่พวกเขาคิดว่าจะพักค้างคืนได้ สามองค์ชายกำลังจะเข้าถ้ำแต่ลั่วชางหยานก็อุทานขึ้นมาก่อน

“ช้าก่อน! มีค่ายกลที่ผู้เฒ่าติดตั้งเอาไว้!”

ทั้งสามกระโดดถอยหลังทันควัน

“บ้าเอ้ย! เจ้าพวกผู้เฒ่าโรคจิต!”

ลั่งชางหยานส่ายหน้า

“ไม่หรอก นี่เป็นการสอบ คะแนนของข้าเองก็จะถูกตัดถ้าเจ้าเจอกับดัก ขอข้าดูก่อนว่าเราทำลายมันได้หรือไม่”

นางใช้กระบี่ปล่อยพลังปราณกระบี่ไปที่ปากถ้ำ พลังพุ่งไปและชนกับกำแพงแสงที่ก่อตัวขึ้นมาหน้าถ้ำ

หลายนาทีผ่านไปจนตกกลางคืน เสียงอีการ้องดังจากค่ำคืนอันหม่นหมอง แต่ถึงอย่างนั้นพลังที่คุ้มกันทางเข้าถ้ำก็ยังไม่ถูกทำลาย เม็ดเหงื่อเปล่งประกายบนหน้าผากลั่งชางหยาน

“ข้าขอโทษนะ ดูเหมือนว่าข้าจะคลายค่ายกลของผู้เฒ่าสองไม่ได้”

“อา…แล้วเราจะทำอะไรได้ล่ะ? ข้าได้ยินว่าอสูรจะออกมาจากที่ซ่อนตอนกลางคืนเพื่อล่าเหยื่อ…”

ความกลัวและความตื่นตระหนกเริ่มแสดงบนใบหน้าของสามองค์ชาย

“ขอโทษนะ ข้าผิดเอง พลังข้าน้อยเกินไปจนทำให้พวกเจ้าลำบาก ข้าขอโทษ…”

ลั่วชางหยานพูดและก้มหน้าด้วยความผิดหวัง

“ไม่เป็นไร ทุกอย่างจะต้องไม่เป็นไร พวกอสูรไม่ได้น่ากลัวหรอก ที่จริงแล้ว”

องค์ชายจ้าวหัวเราะและเกาหัว

เสี่ยวเฉินเดินไปหาลั่วชางหยาน เขาส่ายหน้าเบา ๆ เมื่อเขายิ้มจับข้อมือนาง ยกแขนขึ้น เล็งไปที่ปากถ้ำและปล่อยพลังส่งสายพลังไปทำลายเกราะป้องกันถ้ำ

“ศิษย์น้องเสี่ยว…เจ้า…”

เสี่ยวเฉินยิ้มบางเบา

“ข้าเคยเรียนเรื่องค่ายกลมานิดหน่อย”

สามองค์ชายเดินไปหาฟืนมาจุดกองไฟในถ้ำ ลั่วชางหยานจึงบอกรายละเอียดการสอบกับพวกเขา

“รุ่งสางวันพรุ่งนี้เราจะเริ่มมองหาสิ่งที่เรียกว่าแก้วแปดสี ยิ่งหาได้มากเพียงใดก็ยิ่งได้คะแนนมากเท่านั้น แน่นอนว่าเราต้องระวังไม่ให้มีปัญหากับกลุ่มอื่นด้วย”

เสี่ยวเฉินเลิกคิ้ว

“ระวังปัญหากับกลุ่มอื่นรึ? หมายความว่าเราจะขโมยหรือปล้นแก้วมาก็ได้สินะ?”

ลั่วชางหยานคอตกเล็กน้อย นางเงียบแทนคำตอบ จากนั้นนางจึงเงยหน้ามาพูดต่อ

“แต่พวกเราเป็นศิษย์ที่ต้องทำเหมือนกัน เรื่องแบบนี้ไม่ค่อยจะเกิดขึ้น นอกจาก…”

นางคอตกอีกครั้ง

“นอกจากอะไร?”

แต่ลั่วชางหยานนั้นก้มหน้าอยู่อย่างนั้นไม่พูดอะไรต่อ เสี่ยวเฉินรู้ว่าแก้วแปดสีของนางจะต้องถูกศิษย์ชิงไปในคราวที่แล้ว เขายิ้มให้นางมั่นใจ

“ไม่ต้องห่วงนะศิษย์พี่ลั่ว เราจะไม่ให้คำว่า ‘นอกจาก’ เกิดขึ้นอีกแล้ว”

“ใช่! สบายใจได้เลยศิษย์พี่! ถ้าพวกเราร่วมมือกัน เราจะคุ้มกันแก้วแปดสีได้!”

สามองค์ชายพูดทั้ง ๆ ที่มีอาหารอยู่เต็มปาก

เสี่ยวเฉินมองพวกเขาและเห็นว่าพวกเขากินผลไม้ประหลาดอยู่ เขาถาม

“เจ้าไปเก็บมาจากที่ไหน?”

“อ๊ะ! เราเจอตอนที่ออกไปหาฟืนน่ะ ไม่ลองกินหน่อยหรือ? มันหวานนะ”

องค์ชายจ้าวกัดผลไม้อีกหนึ่งคำและยื่นผลหนึ่งให้เสี่ยวเฉิน

“อ๊ะ! แย่แล้ว!”

ลั่วชางหยานอุทาน นางใช้มือปิดปาก

“ข้าขอโทษ! ข้าผิดเอง! ข้าลืมบอกพวกเจ้าว่าอย่ากินผลไม้แถวนี้สุ่มสี่สุ่มห้า”

“แล้วถ้าเรากินล่ะ?”

องค์ชายจ้าวถามและกระพริบตาด้วยความสนใจ

เสี่ยวเฉินชี้องค์ชายหยานที่อยู่ด้านหลัง องค์ชายจ้าวหันไปดูและเห็นว่าองค์ชายหยานกำลังเต้นเหมือนคนบ้า มือของเขาสะบัดไปมา

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าเป็นคนที่สวยที่สุดในโลก! มาเลยพวกเจ้า! มากราบแสดงความภักดีกับข้า!”

องค์ชายจ้าวตะโกนด้วยความกลัว

“นี่เจ้า! โอหัง…ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าต่างหากที่สวยที่สุดในโลก ไม่ใช่เจ้า…”

“อวดดีนัก! มีแค่ข้าเท่านั้นที่สวยที่สุดในใต้สวรรค์นี้! เจ้าสองคนไปที่เตียงกับข้าสิ!”

องค์ชายฉีกรีดร้อง เขาเองก็เต้นระบำเปลืองผ้าออก

เสี่ยวเฉินตบหน้าผากตัวเองด้วยความขยะแขยง

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! นังผี จัดการพวกนั้นตามใจเจ้าที”

ชางก่วนหยานประสานมือแนบอก นางส่ายหน้าและร่ายมนต์ มีเสียงกระดิ่งดังเบา ๆ และสามองค์ชายก็หลับใหลไป

“กะ…เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา?”

ลั่วชางหยานถามด้วยความวิตกกังวล

“ข้าแค่สาปให้เขาหลับน่ะ”

ค่ำคืนอันยาวนานมีดวงดาวจรัสฟ้าระยิบระยับ ชางก่วนหยานหลับพิงผนังถ้ำไปแล้ว เสี่ยวเฉินเห็นลั่วชางหยานยังคงตื่นอยู่

“ศิษย์พี่ยังไม่หลับอีกหรือ?”

เสี่ยวเฉินถาม

“ไม่มีอะไรหรอก เจ้าพักเถอะ ข้าจะอยู่ยามให้”

เสี่ยวเฉินจ้องมองนางและเห็นว่าขนตานางสั่นเครือเบา ๆ ในแสงกองไฟ

“ศิษย์พี่เป็นคนเขตสงบรึ?”

ลั่วชางหยานโยนฟืนท่อนหนึ่งใส่กองไฟ นางส่ายหน้า

“ข้าเองก็ไม่รู้ อาจารย์เจอข้าที่ริมแม่น้ำ”

เสี่ยวเฉินรู้สึกเจ็บปวดในใจ เขาคิดถึงตัวเขาเอง เขาเองก็เคยเป็นเด็กกำพร้าในชาติที่แล้ว เป็นอาจารย์ของเขาเช่นกันที่เจอเขาถูกทิ้งบนภูเขา

พวกเขาสองคนจมอยู่ในภวังค์ของอดีตตนเอง เสียงเซื่องซึมดังมาจากองค์ชายที่หลับใหล

“หยุดนะ! ไม้กลอง! อย่าขยับ…”

จบบทที่ ตอนที่ 16 ค่ำคืนในถ้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว