เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29: ตงตงผู้ก่อการร้าย

บทที่ 29: ตงตงผู้ก่อการร้าย

บทที่ 29: ตงตงผู้ก่อการร้าย


บทที่ 29: ตงตงผู้ก่อการร้าย

หลังจากติงเลี่ยงและภรรยาเปิดศึกกันกลางวง ทั้งสามหนุ่มก็ไม่กล้าโอ้เอ้อีกต่อไป รีบจัดการมื้ออาหารให้จบลงอย่างรวดเร็ว

ขากลับ เฉินหยวนเรียกคนขับรถแทนและแวะไปส่งติงเลี่ยง ส่วนสวีกวางจงเรียกคนขับรถของตัวเองมุ่งหน้าตรงไปยังบาร์ เริ่มต้นชีวิตยามค่ำคืนอย่างเป็นทางการ

"เฮ้อ..."

ในรถ ติงเลี่ยงเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย "เฉินหยวน นายลองบอกฉันทีสิ... นายว่าการแต่งงาน... จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นรึเปล่า?"

"ทำไมจู่ๆ ฉันถึงรู้สึกว่ากวงจงมันมองโลกทะลุปรุโปร่งกว่าพวกเราสองคนซะอีก?"

เฉินหยวนปรายตามองติงเลี่ยงที่มีอาการมึนเมาเล็กน้อย เขาเข้าใจความหมายนั้นดี

สถานะชีวิตคู่ของติงเลี่ยงในตอนนี้ โดยเฉพาะทัศนคติที่ภรรยามีต่อเขา ทำให้เขาเริ่มกังขาและถึงขั้นเบื่อหน่ายการแต่งงานมานานแล้ว

เฉินหยวนกับสวีกวางจงรู้ระแคะระคายเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว

หลายปีก่อนหลังจากดื่มจนได้ที่ ติงเลี่ยงเคยพึมพำกับพวกเขาว่า "ถ้าตอนนั้นฉันแต่งงานกับสาวต่างเมือง หรือหาเมียจากบ้านเกิดพามาอยู่เมืองปิน ชีวิตตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ"

เฉินหยวนพิจารณาแววตาที่สับสนของติงเลี่ยง ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น "ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง ถ้าตอนนั้นนายไม่แต่งงาน หรือไม่ได้แต่งกับหวังเจิน นายจะมีลูกสาวที่น่ารักขนาดนี้เหรอ?"

ทันทีที่ได้ยิน สีหน้าหม่นหมองของติงเลี่ยงก็พลันสดใสขึ้น "นั่นสินะ เฮะๆ!"

ลูกสาวคือแหล่งความสุขเพียงหนึ่งเดียวที่เขาพอจะหาได้ในครอบครัวนี้

ทว่ารอยยิ้มนั้นจางหายไปรวดเร็วพอๆ กับตอนที่มันปรากฏขึ้น "เดี๋ยวนะ สำหรับคนอื่นการแต่งงานคือได้อย่างเสียอย่าง แต่สำหรับนาย ทำไมมันดูเหมือนจะมีแต่ได้กับได้ ไม่เห็นเสียอะไรเลยวะ!"

เฉินหยวนกะพริบตาปริบๆ "อ้าว? งั้นเหรอ?"

"ชิ! ฉันจะไม่พูดถึงลูกแฝดของนายนะ เอาแค่เรื่องที่นายได้เสิ่นเสี่ยวจิงเป็นภรรยา... ช่างเถอะ พูดไปก็ฟังดูแปลกๆ อึก..."

เฉินหยวนฉีกยิ้มกว้าง "ไม่เป็นไร ฉันชอบฟัง พูดต่อสิ!"

ติงเลี่ยงกลอกตามองบน "ไปตายซะ!"

หลังจากส่งติงเลี่ยงเรียบร้อย เฉินหยวนให้คนขับรถนำรถลงจอดที่ชั้นใต้ดิน

จากนั้นเขาก็เดินย้อนกลับไปที่หน้าประตูหมู่บ้าน ซื้อถังหูลู่จากพ่อค้าหาบเร่มาสามไม้ ไม้หนึ่งเป็นซานจา ไม้หนึ่งสตรอว์เบอร์รี่ อีกไม้เป็นพุทราจีน ครบทุกรสที่สามสาวที่บ้านชอบ

เมื่อได้ของครบ เขาถึงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินขึ้นตึกไป

แต่ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าห้อง เขาก็สัมผัสได้ว่าบรรยากาศดูทะแม่งๆ

เสิ่นเสี่ยวจิงยืนขมวดคิ้วอยู่ในห้องนั่งเล่น นิ้วรัวพิมพ์ข้อความบนโทรศัพท์มือถืออย่างดุเดือด เห็นได้ชัดว่ากำลังหงุดหงิดเรื่องอะไรบางอย่าง

เธอแค่เหลือบมองเขาแวบหนึ่งแล้วพูดสั้นๆ ว่า "กลับมาแล้วเหรอ?" ก่อนจะก้มหน้าก้มตาพิมพ์ต่อ

เจ้าตัวเล็กทั้งสองคนกำลังก้มหน้าก้มตาวาดรูปอยู่ที่โต๊ะกาแฟแทนที่จะดูการ์ตูน

ที่แปลกยิ่งกว่าคือ สองพี่น้องนั่งเบียดตัวติดกันราวกับภาพวาดความสามัคคีกลมเกลียวของพี่น้อง

พอตงตงเห็นพ่อกลับมา ความตื่นตระหนกก็ฉายชัดในแววตา เขาขยับตัวเข้าไปซุกซวงซวงโดยสัญชาตญาณ ร่างกายเกร็งเขม็ง

ส่วนซวงซวงก็โอบไหล่น้องชายไว้แล้วตบไหล่เบาๆ ราวกับกำลังปลอบขวัญ!

เฉินหยวนชะงักกึกกับภาพตรงหน้า

ความรักใคร่กลมเกลียวแบบนี้แทบจะสูญหายไปตั้งแต่ทั้งคู่เริ่มสามขวบ

แถมทั้งสามคนไม่มีใครวิ่งกรูเข้ามารับเขาเลยสักคน ทั้งที่ในมือมีขนมมาฝากแท้ๆ

ไม่เห็นหัวกันเลยเหรอ?

เมื่อกี้ติงเลี่ยงยังอิจฉาเขาอยู่หยกๆ แต่นี่คือการต้อนรับที่เขาได้รับงั้นหรือ?

ท่าทีของทุกคนบอกเขาได้ทันทีว่าต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่นอน

ใช้เวลาเพียงไม่นานเขาก็อนุมานได้ว่า ตงตงต้องไปก่อเรื่องมาแน่ๆ

ไม่งั้นเจ้าลิงทะโมนไม่มีทางต้านทานแรงดึงดูดของถังหูลู่แล้วนั่งนิ่งอยู่แบบนี้หรอก

เขาเดินตรงเข้าไปหาเสิ่นเสี่ยวจิง "เกิดอะไรขึ้น?"

เธอตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง "เดี๋ยวเล่าให้ฟัง หิวไหม? ฉันทำ..."

"ปะป๊า! ไม่ใช่ความผิดของตงตงนะ! ห้ามตีตงตงนะ!"

ซวงซวงตะโกนแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้าขึงขังจริงจัง

พร้อมกับกอดตงตงแน่นกว่าเดิม

ตงตงเงยหน้ามองพี่สาวด้วยแววตาเทิดทูนบูชา ริมฝีปากล่างสั่นระริก น้ำตาจ่อจะไหลรอมร่อ

เสิ่นเสี่ยวจิงเก็บโทรศัพท์มือถือ "แม่บอกแล้วไงว่าพ่อไม่ตีหรอก วาดรูปไปก่อน เดี๋ยวแม่คุยกับพ่อเอง"

"โอเคค่าแม่!" ซวงซวงพยักหน้า แล้วหันไปกระซิบกับตงตง "ไม่ต้องกลัวนะ ปะป๊าไม่ตีหรอก หม่าม้าสัญญาแล้ว"

ตงตงเหลือบมองพี่สาวทีหนึ่ง แล้วหันมามองพ่อที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก ก่อนจะส่งเสียง "อื้อ" ออกมาอย่างโล่งใจ

ก่อเรื่องอีกแล้วจริงๆ สินะ เฉินหยวนคิดในใจ

"จะโดนตีหรือไม่โดน ก็ขึ้นอยู่กับว่าแม่เขาจะเล่าให้พ่อฟังว่ายังไง นั่งรอกันไปก่อน"

เขาแกล้งทำหน้าดุเสียงเข้ม ก่อนจะเดินตามเสิ่นเสี่ยวจิงเข้าไปในห้องนอน

พอได้ยินแบบนั้น ตงตงก็กลับมาตื่นตระหนกอีกครั้ง ซุกหน้าเข้าหาซวงซวงแล้วเริ่มสะอึกสะอื้น

ซวงซวงต้องคอยปลอบโยนเสียงเบา

ตงตงกลัวการโดนตี แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือช่วงเวลาแห่งการรอคอยนี่แหละ

ความไม่รู้นี่มันทรมานจิตใจสุดๆ

สู้ให้โดนฟาดๆ ให้จบไปเลยยังดีซะกว่า!

และเขาก็มีเหตุผลให้ต้องกังวล เพราะเฉินหยวนเคยลงโทษเขาจริงๆ

ในเรื่องการอบรมสั่งสอน เฉินหยวนไม่เคยใจอ่อน

เขาเคยลงไม้ลงมือกับตงตงแค่สองครั้ง

ครั้งแรกตอนลูกชายสี่ขวบ จู่ๆ ก็ขว้างชามข้าวลงพื้นเพราะไม่อยากกินผัก เฉินหยวนไม่พูดพร่ำทำเพลง หิ้วปีกขึ้นมาแล้วใช้รองเท้าแตะฟาดก้นไปทีหนึ่ง พร้อมสั่งงดอาหารตลอดทั้งวัน

นับตั้งแต่นั้นมา มีอะไรตงตงก็กินหมด

ครั้งที่สองคือเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้วที่หมู่บ้านในเมืองหลิน ฝนตกหนักแต่ตงตงจะให้ปู่พาไปจับจั๊กจั่นให้ได้ ปู่บอกให้รอฝนหยุดหรือค่อยไปพรุ่งนี้

ตงตงอาละวาดฟาดงวงฟาดงาแถมยังตีปู่ เฉินหยวนกระชากตัวลูกชายขึ้นมาแล้วหวดด้วยด้ามไม้กวาด

ตั้งแต่นั้นตงตงก็รู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่...

"อ่ะนี่ ถังหูลู่... ไส้พุทราจีนของโปรดคุณ" พอเข้ามาในห้อง เฉินหยวนก็ปิดประตูแล้วรีบยื่นของโปรดเอาใจภรรยาทันที

เสิ่นเสี่ยวจิงค้อนขวับ "กลิ่นเหล้าหึ่งเลย ดื่มไปเท่าไหร่เนี่ย?"

พูดจบเธอถึงยอมรับไม้ถังหูลู่ไปกัดกิน

"ก็สวีกวางจงเลี้ยงฉลองนี่นา ผมเลยดื่มเกินไปแก้วสองแก้ว แหะๆ" เขาฉีกยิ้ม ก่อนจะถามต่อ "แล้วเจ้าลูกตัวแสบไปก่อเรื่องอะไรมาอีกล่ะ? ดูคุณหงุดหงิดเชียว"

พูดพลางเขาก็เอื้อมมือไปเช็ดเกล็ดน้ำตาลที่มุมปากของเธอ แล้วเอาเข้าปากตัวเอง

"ลูกไปมีเรื่องชกต่อยที่โรงเรียนอนุบาลน่ะสิ"

จบบทที่ บทที่ 29: ตงตงผู้ก่อการร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว