- หน้าแรก
- ใส่ร้ายข้าเพราะคิดว่าไร้คนหนุนหลัง เดี๋ยวเจอตระกูลจักรพรรดิแล้วจะหนาว
- บทที่ 8 ชาวเมืองชิงเฉิงผู้สิ้นหวัง และการมาถึงของบิดามารดาจากตระกูลจักรพรรดิ!
บทที่ 8 ชาวเมืองชิงเฉิงผู้สิ้นหวัง และการมาถึงของบิดามารดาจากตระกูลจักรพรรดิ!
บทที่ 8 ชาวเมืองชิงเฉิงผู้สิ้นหวัง และการมาถึงของบิดามารดาจากตระกูลจักรพรรดิ!
บทที่ 8 ชาวเมืองชิงเฉิงผู้สิ้นหวัง และการมาถึงของบิดามารดาจากตระกูลจักรพรรดิ!
ด้วยความรักที่ซูเฉินเซียวมีต่อนาง หากนางยอมสารภาพผิดหลังจากที่เขาฟื้นขึ้นมา... เขาคงจะยอมให้อภัยนางใช่หรือไม่?
ซูเหยาหวงไม่อาจล่วงรู้ความคิดของหลินชิงหรานในยามนี้ได้
ในที่สุด ซูเหยาหวงก็กวาดสายตาเย็นชามองไปที่นาง ก่อนจะลุกขึ้นยืนและทอดสายตามองไปยังเหล่าผู้รอดชีวิตที่กำลังหวาดกลัวในเมืองชิงเฉิง
นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจและมิอาจปฏิเสธได้
"ก่อนที่น้องชายข้าจะฟื้นขึ้นมา ห้ามผู้ใดก้าวออกจากที่นี่แม้แต่ครึ่งก้าว!"
นางสะบัดมือขวาเบาๆ
"ตูม!"
เปลวเพลิงทิพย์อันน่าสะพรึงกลัว ร้อนแรงจนสามารถเผาผลาญความว่างเปล่าได้ แผ่ขยายออกไปโดยรอบ
มันโอบล้อมลานประลองยุทธ์ไว้อย่างมิดชิดและแน่นหนา
เพียงแค่ยืนอยู่ภายในวงล้อมของเปลวเพลิงนี้ ก็ต้องทนทุกข์ทรมานจากความร้อนระอุที่น่าหวาดหวั่น
หลังจากจัดการเรื่องนี้เสร็จ ซูเหยาหวงก็อุ้มร่างที่ไร้สติของซูเฉินเซียวตรงเข้าไปในเรือนพัก
นางเฝ้ารอการมาถึงของบิดามารดาอยู่ที่นั่นอย่างเงียบสงบ
ท่ามกลางทะเลเพลิงที่ร้อนระอุ ผู้คนในเมืองชิงเฉิงยังคงตกอยู่ในอาการตื่นตระหนกไม่หาย
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้มันกะทันหันเกินไป จนรู้สึกราวกับเป็นความฝัน
ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่า ซูเฉินเซียวที่ดูเหมือนจะไร้หัวนอนปลายเท้า แท้จริงแล้วจะมีผู้ยิ่งใหญ่จากโลกเบื้องบนหนุนหลังอยู่!
"ชิง... ชิงหราน..." ผู้อาวุโสตระกูลหลินคนหนึ่งที่รอดชีวิตมาได้ คลานเข้ามาหาด้วยร่างกายที่สั่นเทา
หัวใจของเขาเต้นแรงราวกับจะกระดอนออกมานอกอก ไม่อาจสงบลงได้ เขาเอ่ยถามด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"เจ้าซูเฉินเซียวคนนั้น... เคยพูดบ้างหรือไม่ว่าเขามาจากโลกเบื้องบน?"
ผู้คนมากมายต่างก็มีความสงสัยเช่นเดียวกัน
ดูจากการกระทำของอีกฝ่าย ที่ยังไม่ลงมือสังหารพวกเขาในตอนนี้ ดูเหมือนกำลังรอให้ซูเฉินเซียวฟื้นขึ้นมาตัดสินชะตากรรม
อีกสองตระกูลในเมืองชิงเฉิงอาจจะพอมีทางรอด แต่ผู้ที่หวาดกลัวที่สุดย่อมเป็นคนของตระกูลเย่แห่งเมืองชิงเฉิง ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือดราวกับคนตาย และทรุดฮวบลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง
เพื่อประจบสอพลอสำนักเทียนฉี พวกเขาคือกลุ่มคนที่ลงมือทรมานซูเฉินเซียวหนักที่สุด!
หลินชิงหรานชำเลืองมองผู้อาวุโสข้างกายแล้วส่ายหน้า
"ชิงหราน!" ผู้อาวุโสคว้าแขนนางไว้ พลางอ้อนวอนทั้งน้ำตา
"ข้ารู้ว่าปกติเจ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับซูเฉินเซียวผู้นั้น เมื่อเขาฟื้นขึ้นมา เจ้าต้องช่วยพูดให้ตระกูลหลินของเรานะ!"
"เจ้าก็รู้ว่าตระกูลหลินของเราไม่เคยทำสิ่งใดผิดต่อซูเฉินเซียว!"
"พวกเราเองก็ถูกบีบบังคับจากสำนักเทียนฉี ให้ทำในสิ่งที่ฝืนใจเช่นกัน!"
หากรู้ล่วงหน้าว่าจะเป็นเช่นนี้ มีหรือพวกเขาจะทำเรื่องโง่เขลาลงไป?
ถ้ารู้ว่าเบื้องหลังของซูเฉินเซียวจะน่าสะพรึงกลัวเพียงนี้ ใครจะยอมเข้าร่วมเพียงเพื่อเอาใจสำนักเทียนฉีกันเล่า?
คนของสามตระกูลใหญ่แห่งเมืองชิงเฉิงต่างเต็มไปด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง
แม้แต่ตัวหลินชิงหรานเองก็มีสีหน้าซับซ้อนยิ่งนัก นางขบเม้มริมฝีปากเบาๆ พลางกล่าวว่า
"ข้า... ข้าจะพยายามให้ถึงที่สุด"
เกี่ยวกับการตายของบิดา นางกลับรู้สึกสะเทือนใจน้อยมากอย่างน่าประหลาด
กลับกัน ตัวตนที่แท้จริงของซูเฉินเซียวต่างหากที่ทำให้หัวใจของนางเต้นรัวและความคิดปั่นป่วน...
อย่างแย่ที่สุด นางก็แค่ไปสารภาพผิดกับซูเฉินเซียว
นางจะบอกว่านางถูกศิษย์พี่ฟางหยวนไฉบังคับ
เมื่อเห็นหลินชิงหรานรับปาก เหล่าผู้อาวุโสตระกูลหลินต่างดีใจจนเนื้อเต้น พยักหน้าซ้ำๆ
"ดี! ดีมาก!"
"แบบนี้ดีที่สุด ดีที่สุดจริงๆ!"
แม้กระทั่งตอนนี้ พวกเขาก็ยังยึดเหนี่ยวความหวังอันริบหรี่เอาไว้
ในเมื่อญาติพี่น้องของซูเฉินเซียวเดินทางมาถึงแล้ว สถานะของเขาย่อมเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
หากตระกูลหลินของพวกเขาสามารถเกาะเกี่ยวเขาไว้ได้แม้เพียงเล็กน้อย ไม่แน่ว่า... พวกเขาอาจไม่จำเป็นต้องสนใจสี่มหาขุมกำลังแห่งเต๋าอีกต่อไป!
...
หนึ่งวันต่อมา
"เซียวเอ๋อร์ เซียวเอ๋อร์!"
ซูเฉินเซียวคล้ายได้ยินเสียงใครบางคนเรียกชื่อเขาอยู่ตลอดเวลา
ในห้วงนิทราอันมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด ความทรงจำในวัยเด็กมากมายดูเหมือนจะถูกปลดผนึกและผุดพรายขึ้นมา
ซูเฉินเซียวค่อยๆ ลืมตาขึ้น รู้สึกว่าภาพตรงหน้ายังคงพร่ามัวเล็กน้อย
"ที่นี่ที่ไหน..."
"เซียวเอ๋อร์! เซียวเอ๋อร์ เจ้าฟื้นแล้ว?!" เสียงที่เปี่ยมด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุดดังขึ้น
ข้างเตียง สตรีโฉมงามที่มีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนใบหน้ากำลังแสดงอาการดีใจอย่างสุดขีด นางรีบเข้ามาประคองให้ซูเฉินเซียวลุกขึ้นนั่ง
และซูอู๋เต้า ซึ่งเดินกระวนกระวายไปมาอยู่ภายในห้อง ตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง เขารีบเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
"เซียวเอ๋อร์!"
ซูเฉินเสียวมองดูคนสองคนตรงหน้า รูปลักษณ์ของพวกเขาค่อยๆ ซ้อนทับกับความทรงจำที่เพิ่งตื่นขึ้นในสมอง
เขาเผลอเรียกออกมาโดยไม่รู้ตัว "ท่านพ่อ... ท่านแม่?"
ความทรงจำที่ถูกผนึกไว้ก่อนอายุสิบสองปีได้รับการปลดปล่อยทั้งหมด เขาคือบุตรชายของประมุขตระกูลจักรพรรดิซูแห่งโลกเบื้องบน
และสองท่านนี้คือบิดามารดาผู้ให้กำเนิดเขา
ดวงตาคู่สวยของเฉินหว่านเยว่ไม่อาจซ่อนความตื้นตันใจไว้ได้ นางยกมือปปิดปากและสะอื้นเบาๆ
"เซียวเอ๋อร์ลูกแม่ ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นเสียที เจ้าทำเอาแม่ตกใจแทบตาย!"
แม้ซูอู๋เต้าจะไม่ได้แสดงอารมณ์ทางสีหน้ามากนัก แต่แววตาของเขากลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
เขาค่อยๆ นั่งลง ยื่นมือใหญ่ไปลูบศีรษะของซูเฉินเซียวอย่างแผ่วเบา และกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"เด็กดี ยังจำพ่อได้หรือไม่?"
"เซียวเอ๋อร์ พ่อทำให้เจ้าต้องตกระกำลำบากในโลกเบื้องล่างเสียแล้ว..."
ซูเฉินเซียวมองดูบุคคลตรงหน้า ศีรษะยังคงรู้สึกมึนงงเล็กน้อย เขาพยักหน้าตอบรับ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเฉินหว่านเยว่ก็พลันเย็นชาขึ้นทันที นางตวัดสายตาคมกริบมองซูอู๋เต้าและเอ่ยขึ้น
"ซูอู๋เต้า ท่านยังกล้าพูดเช่นนั้นอีกหรือ?"
"หากไม่ใช่เพราะกฎตระกูลเฮงซวยของตระกูลซู เซียวเอ๋อร์ของข้าจะต้องมาประสบเคราะห์กรรมหนักหนาเช่นนี้หรือ?"
นับตั้งแต่มาถึงแดนชางซื่อและได้เห็นสภาพอันน่าเวทนาของซูเฉินเซียว เฉินหว่านเยว่ก็ไม่ยอมทำหน้าดีใส่ซูอู๋เต้าเลยแม้แต่น้อย
ซูอู๋เต้ารู้สึกตำหนิตนเองอย่างยิ่ง เขาพยักหน้ารับผิดและไม่คิดปฏิเสธ
"เจ้าพูดถูก... กฎเกณฑ์คร่ำครึและโหดร้ายพวกนี้สมควรต้องแก้ไขเสียที"
"ฮูหยิน ตอนนี้เซียวเอ๋อร์น่าจะปลอดภัยแล้ว"
"ข้าได้นำโอสถกำเนิดอมตะติดตัวมาด้วย"
"ไม่เพียงแต่เซียวเอ๋อร์จะได้รับโชคจากเคราะห์ร้ายด้วยการตื่นรู้ของกายาเทพโกลาหลบรรพกาล แต่ด้วยโอสถกำเนิดอมตะ ต่อให้เป็นยอดฝีมือที่เท้าข้างหนึ่งก้าวลงหลุมไปแล้ว ก็ยังสามารถดึงกลับมาจากประตูนรกได้!"
เฉินหว่านเยว่ไม่กล่าวสิ่งใด นางหันไปมองซูเฉินเซียว และเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเปี่ยมด้วยความรักของมารดา
"เซียวเอ๋อร์ ร่างกายของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ดีขึ้นหรือไม่?"
ซูเฉินเซียวสำรวจร่างกายปัจจุบันของตน ดวงตาของเขาเป็นประกาย
เสื้อผ้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดถูกใครบางคนเปลี่ยนให้ใหม่แล้ว
ตอนนี้ เขารู้สึกได้ถึงลมปราณและเลือดลมในกายที่พลุ่งพล่าน ทะเลวิญญาณเต็มเปี่ยมสมบูรณ์ บาดแผลทั้งหมดหายสนิทเป็นปลิดทิ้ง
ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่รากฐานและวรยุทธ์ที่เคยถูกทำลายไปก่อนหน้านี้ ก็ได้รับการฟื้นฟูจนกลับมาสมบูรณ์ดังเดิม!
เขายังข้ามผ่านขอบเขตใหญ่ได้โดยตรง! ขอบเขตทลายห้วงขั้นเก้า!
เขาสัมผัสได้ถึงพละกำลังอันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่าง รู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
เมื่อมองดูบิดามารดาที่มีสีหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวใจของซูเฉินเซียว
"ข้าดีขึ้นมากแล้วขอรับ..."
"เพียงแต่ยังปวดหัวนิดหน่อย" ซูเฉินเซียวพึมพำพลางแตะที่หน้าผาก
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าที่เคร่งขรึมของซูอู๋เต้าก็คลี่ยิ้มออกมาในที่สุด เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"เซียวเอ๋อร์ เจ้าเพิ่งฟื้นความทรงจำก่อนอายุสิบสองปี จำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับตัวสักหน่อย"
"ฮูหยิน เซียวเอ๋อร์เพิ่งฟื้น ร่างกายเขาก็ปกติดีแล้ว พวกเราออกไปข้างนอกสักครู่เถอะ ให้เขาได้พักผ่อนเงียบๆ คนเดียวสักพัก"
เฉินหว่านเยว่เองก็รู้ดีว่าลูกรักพลัดพรากจากพวกเขาไปหลายปี อาจจะรู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้างในช่วงแรก
ดังนั้น นางจึงประคองใบหน้าของซูเฉินเซียวไว้อย่างอาลัยอาวรณ์
ด้วยความปวดใจและรักใคร่ นางจูบที่หน้าผากของเขาและกล่าวว่า
"เซียวเอ๋อร์ เจ้าลำบากในโลกเบื้องล่างมาหลายปี"
"ตอนนี้ผนึกความทรงจำของเจ้าถูกปลดออกแล้ว แม่รู้ว่าเจ้าอาจจะยังปรับตัวได้ยาก..."
"พ่อกับแม่จะออกไปก่อน ต้องการอะไรก็เรียกหาพวกเราได้ตลอดเวลา เข้าใจไหม?"
สัมผัสอุ่นวาบประทับลงบนแก้ม
ความอบอุ่นจากมารดาทำให้ซูเฉินเซียวพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว และเอ่ยเสียงเบา
"ขอรับ ข้าทราบแล้ว"
บิดามารดาเดินออกจากห้องไป
ไม่นานนัก เสียงของพี่รอง ซูเหยาหวง ก็ดังมาจากด้านนอกเรือน
"ท่านแม่ น้องเล็กตื่นแล้วหรือ?"
"ข้าอยากเข้าไปดูเขา!"
"เหยาหวง เชื่อแม่สิ พวกเราออกไปก่อนเถอะ ความทรงจำของน้องเจ้าเพิ่งกลับมา ให้เขาได้สงบจิตใจอยู่ลำพังก่อน"
"ก็ได้..."
...
เมื่อฟังเสียงความวุ่นวายจากภายนอกห้อง ซูเฉินเซียวก็ก้มหน้าลงและพึมพำกับตนเอง
"นี่หรือความผูกพันทางสายเลือด..."
"รู้สึกดีไม่เลวเลยแฮะ"
ในชาติก่อน พ่อแม่ทิ้งเขาไปตั้งแต่ยังเด็ก เขาไม่เคยเห็นหน้าค่าตาพวกท่านด้วยซ้ำ
หมอดูยังเคยทำนายว่าเขาเกิดมาพร้อมดวงชะตาดาวหายนะที่โดดเดี่ยว
เขาคิดว่าโลกนี้ก็คงเหมือนเดิม ไม่นึกเลยว่าจะมีคนในครอบครัวที่ห่วงใยเขามากมายขนาดนี้
ซูเฉินเซียวยิ้มออกมา ก่อนจะดึงสติกลับมา
"ระบบ"
"ยังอยู่ไหม?"
【เจ้านาย ข้าอยู่นี่】
"ฉายภาพจำลองย้อนหลังที ข้าอยากเห็นชัดๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างที่กายาเทพโกลาหลบรรพกาลตื่นรู้" ซูเฉินเซียวกล่าวอย่างเรียบเฉย
【ตามบัญชาเจ้านาย ฟังก์ชันฉายภาพจำลองย้อนหลังต้องใช้แต้มวายร้าย 100 แต้ม ยืนยันที่จะดำเนินการหรือไม่?】
"ใช้เลย"
【ติ๊ง... การใช้จ่ายสำเร็จ แต้มวายร้ายคงเหลือ: 9,900 แต้ม】
【เริ่มการฉายภาพย้อนหลัง...】
...
ครึ่งก้านธูปต่อมา
"กำไลหยกวงนี้... ซูเฉินเซียวเป็นคนมอบให้ข้า!"
ซูเฉินเซียวมองดูหลินชิงหรานในหน้าจอภาพจำลอง นางสวมหน้ากากไร้เดียงสาราวกับดอกบัวขาวบริสุทธิ์ เขาแค่นหัวเราะเย็นชาไร้อารมณ์
"หึ..."
"เอาล่ะ หลินชิงหราน ข้าไม่นึกเลยว่าเจ้าจะรอดมาได้"
ผ่านภาพจำลองย้อนหลังของระบบ ซูเฉินเซียวได้รับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
ฟางหยวนไฉถือว่าโชคดีไปที่ตายง่ายๆ
แต่เขายังไม่ลืมตัวการอีกคน หญิงแพศยาหลินชิงหราน ผู้ที่บีบคั้นเขาจนตรอก!
หลินชิงหรานผู้นี้ช่างฉลาดเฉลียว รู้จักใช้ความสัมพันธ์คลุมเครือระหว่างพวกเขามาหลอกลวงผู้อื่น
ซูเฉินเซียวค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ประกายตาเย็นยะเยือกวาบผ่านดวงตา
"ไปกันเถอะ ในเมื่อข้าเป็นตัวร้ายที่เจ้าคิดเจ้าแค้นแม้เรื่องเพียงเล็กน้อย ก็ถึงเวลาต้องไปคิดบัญชีกับคนพวกนั้นให้สาสม!"
"ในเมื่อเป็นตัวร้าย ก็ต้องมีจิตสำนึกของตัวร้ายสิ!"