เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 27 : ถุงหอม

ตอนที่ 27 : ถุงหอม

ตอนที่ 27 : ถุงหอม


เฉียวจินเหนียงอดทนต่อความเศร้าที่ต้องจากลูกชาย เธอจึงปรับอารมณ์และไปที่ลานที่จัดงานชุมนุมปฏิบัติธรรม

หลังจากแสดงธรรมเสร็จ ฮูหยินก็นำไม้ทำนายไปให้เจ้าอาวาสวัดหยวนซี

ฮูหยินเป็นผู้บริจาคที่ใจกว้าง ดังนั้นเจ้าอาวาสจึงไม่กล้าถือสา เขาถือไม้ทำนายและกล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับฮูหยินด้วย ไม้ทำนายนี้ทำนายว่าท่านจะโชคดี ความปรารถนาทั้งหมดของท่านจะเป็นจริง”

ฮูหยินอันหัวเราะเบาๆเมื่อได้ยิน “ดียิ่ง ดียิ่งเจ้าค่ะ”

เจ้าอาวาสเปิดดูหนังสือทำนายและถ่ายทอดคำอธิบายของคำทำนายนี้ให้กับฮูหยินอัน “กาลครั้งหนึ่งมีหงส์เล่นอยู่ในพระราชวังหงส์ แต่พระราชวังกลับว่างเปล่าเมื่อหงส์นั้นจากไป ในตอนนั้นมีเพียงแค่สายน้ำเท่านั้นที่ยังคงไหลอยู่

“เหล่าดอกไม้และใบหญ้าในร่มเงาของวังหลวงทำให้ทางเดินนี้ดูรกร้าง และในหลุมฝังศพก็มีกระดูกของเหล่าขุนนางในวันวาน

“เมื่อภูเขาสามลูกปรากฏขึ้นท่ามกลางหมู่เมฆ ครานั้นแม่น้ำจะถูกแบ่งออกเป็นสองสายโดยเกาะนกกระยาง

“เหล่าเมฆคล้อยเคลื่อนมาบดบังแสงของดวงอาทิตย์อยู่เป็นนิจ เมื่อคราใดที่ข้าปีนขึ้นไปยังจุดที่สูงที่สุด ข้าคงจะมองไม่เห็นเมืองฉางอันอีกต่อไป ซึ่งนั่นทำให้ข้ารู้สึกเศร้าและหดหู่ใจ”

“ฮูหยินอัน แม้ว่าไม้ทำนายนี้จะทำนายความโชคดี แต่ก็ยังมีความทุกข์ยากในความโชคดีเช่นกัน เมื่อความทุกข์ยากผ่านพ้นไป ลูกสาวของเจ้าจะปัดเป่าเมฆและพบกับอรุณรุ่งอย่างแน่นอน จากนั้นหงส์จะบินโฉบเหนือเมืองฉางอัน”

เมื่อได้ยินคำพูดของเขา หัวใจของฮูหยินก็เต้นไม่เป็นจังหวะ

หงส์? ฉางอัน? ในเวลานี้เมื่อองค์รัชทายาทกำลังจะเลือกพระชายา คนอื่นๆอาจดีใจเหลือเกินที่ได้วาดไม้ทำนายนี้ แต่ฮูหยินกลับไม่ยินดีเท่าไหร่นัก

ในขณะนี้ เฉียวจินเหนียงเดินไปหาฮูหยินและพูดว่า “ท่านแม่”

ฮูหยินยิ้มให้เฉียวจินเหนียงและพูดว่า “ข้าได้วาดไม้ทำนายให้เจ้าแล้ว และมันก็ดีมากดูเหมือนว่าพระพุทธองค์จะประทานพรให้เจ้าได้พบกับสามีที่ดี”

เฉียวจินเหนียง รู้สึกประหลาดใจที่เห็นคำว่า "หงส์" ในคำอธิบายของไม้ทำนาย โดยสงสัยว่าวัด หยวนซี พยายามประจบประแจงฮูหยินอันหรือไม่

เมื่อรู้ว่าองค์รัชทายาทกำลังจะเลือกพระชายา พวกเขาอาจจะคิดว่าฮูหยินอันมาที่นี่เพราะเฉียวหรูฉี ดังนั้นเจ้าอาวาสอาจจะพูดเช่นนี้โดยเจตนาหรือไม่?

เฉียวจินเหนียง ไม่ค่อยเชื่อในศาสนาพุทธมาตั้งแต่เมื่อก่อน แต่หลังจากที่พระเจ้าเล่นตลกกับเธอสองครั้ง เธอก็ได้แต่ต้องเชื่อในพรหมลิขิต

บางทีสิ่งที่ไม้ทำนายทำนายไว้อาจเป็นจริงก็ได้ ท้ายที่สุดฝ่าบาทได้บอกท่านหวังแล้วว่าเขาต้องการให้เฉียวหรูฉีแต่งงานกับพระราชวังตะวันออก

หลังจากกลับถึงบ้าน ฮูหยินก็จดตัวเลือกคู่หมั้นที่เหมาะสมสำหรับเฉียวจินเหนียง

อย่างไรก็ตาม เฉียวหรูอี้และลูกพี่ลูกน้องของพวกเธอ เฉียวหรูฟาง กำลังจะมีพิธีบรรลุนิติภาวะในเร็วๆนี้ ดังนั้นจวนหวังจึงต้องเตรียมพร้อมสำหรับพิธีในครั้งนี้ด้วย

เมื่อเทศกาลแข่งเรือมังกรใกล้เข้ามา ในที่สุดคนในตระกูลฉินก็มาถึงจวนของหวังอันหยวน แทนที่จะแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าตอนนี้เฉียวหรูหยุนอยู่ที่ไหน

เมื่อต้องเผชิญกับปัญหามากมาย ฮูหยินจึงทำได้เพียงพักเรื่องการเลือกคู่หมั้นของเฉียวจินเหนียงไว้ชั่วคราว

ในช่วงเวลาเดียวกัน เฉียวจินเหนียงกำลังปักถุงหอมสำหรับเทศกาลเรือมังกรให้ต้วนเอ๋อร์อยู่ในห้องของเธอ

ในที่สุด ถุงหอมถุงเล็กๆก็ออกมาสวยงามมาก และเธอก็ส่งถุงหอมนี้ไปที่จวนของอ๋องหรงพร้อมจดหมาย

แม้ว่าเธอจะบอกว่าเป็นของเจ้าหญิงฟู่อัน แต่เฉียวจินเหนียงก็มั่นใจว่าคนในจวนของอ๋องหรงจะรู้ว่าควรมอบถุงหอมนี้ให้ผู้ใด

ในตอนบ่าย นั่วหมี่เข้ามาพร้อมกับซุปถั่วเขียวและพูดว่า "คุณหนูเจ้าคะ วันนี้แม้แต่นายหญิงผู้เฒ่าของตระกูลฉินก็มาด้วยนะเจ้าคะ บ่าวคิดว่าคุณหนูใหญ่คงจำเป็นที่จะต้องกลับไปตระกูลฉินในครานี้”

ด้วยเพราะมีฮูหยินใหญ่และฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ที่นี่ ต่อให้นายหญิงผู้เฒ่าตระกูลฉินจะมาก็คงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ฮูหยินใหญ่และฮูหยินผู้เฒ่าจะไม่ปล่อยให้เฉียวหรูหยุนกลับไปที่ตระกูลฉิน เว้นแต่พวกเขาจะลงโทษหยูซุยบ่าวอุ่นเตียงคนนั้นและสัญญาว่าจะปฏิบัติต่อเฉียวหรูหยุนเป็นอย่างดี

เมื่อได้ยินว่าตระกูลฉินจากไปแล้ว เฉียวจินเหนียงจึงไปหาฮูหยินใหญ่

ฮูหยินใหญ่หน้าตาบึ้งตึง เมื่อเธอเห็นจินเหนียงเข้ามาเท่านั้นเธอก็ไม่ขมวดคิ้วอีกต่อไป

เฉียวจินเหนียงยื่นถุงหอมให้ฮูหยินใหญ่และพูดว่า “ท่านแม่ นี่คือถุงหอมเทศกาลเรือมังกรที่ลูกทำให้ท่านแม่เจ้าค่ะ อกจากนี้ลูกยังทำถุงหอมให้ท่านพ่อและท่านย่า ลูกหวังว่าพวกท่านจะชอบมันนะเจ้าคะ”

ฮูหยินใหญ่รับถุงหอมมาและยิ้มให้ “ขอบใจเจ้ามากนะ จินเหนียง พรุ่งนี้เป็นวันเปิดโรงเตี๊ยมของเจ้าใช่ไหม?”

เฉียวจินเหนียงพยักหน้า “เจ้าค่ะ ทุกอย่างถูกเตรียมไว้พร้อมแล้ว ถ้าพรุ่งนี้ท่านแม่ว่าง ลูกก็ขอเรียนเชิญท่านแม่ไปที่ศาลาเลิศรสกับลูกนะเจ้าคะ”

“ได้สิ แม่ว่าง” ฮูหยินใหญ่ถือถุงหอมในมือพร้อมความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ

“แต่แม่เพิ่งทะเลาะกับคนตระกูลฉิน และหรูหยุนยังต้องพักฟื้นจากการแท้งลูก ดังนั้นแม่คงไม่สะดวกที่จะทานอาหารเย็นที่โรงเตี๊ยมของเจ้า

“แต่แม่จะเขียนจดหมายถึงป้าของเจ้าและขอให้พวกเขามาเข้าร่วมพิธีเปิดโรงเตี๊ยมของเจ้าด้วย”

เฉียวจินเหนียงยิ้ม “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่ แล้วคนตระกูลฉินปฏิเสธที่จะไล่หยูซุยออกไปหรือเจ้าคะ”

ฮูหยินใหญ่เย้ยหยันและกล่าวว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าฉินบอกว่าหยูซุยเป็นญาติของนาง ดังนั้นเธอจึงต้องปกป้อง คนในตระกูลฉินไม่ไว้หน้าพวกเราเลยด้วยซ้ำ!”

เฉียวจินเหนียงกล่าวว่า “ท่านแม่เจ้าคะ ลูกมีความคิดหนึ่ง มันอาจจะไม่เหมาะสม แต่เนื่องจากเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ลุกจึงอยากจะพูดมันออกไป แม้ว่าท่านจะตำหนิลูกก็ตาม

“ถึงแม้ว่าลูกจะออกไปนอกจวนไม่บ่อยนัก แต่ทุกครั้งที่ลูกออกไปจะต้องมีคนมาเยาะเย้ยลูกอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าตระกูลของเราจะมีอำนาจและเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท แต่เราก็ไม่สามารถทำอะไรพวกที่นินทาได้

“ทั้งหมดเป็นเพราะพวกเขาไม่คิดว่าท่านพ่อจะทำให้สามีหรือบิดาของพวกเขาลำบากเพียงเพราะแค่คำนินทาพวกนี้

“ตระกูลฉินก็ต้องเคยได้ยินเรื่องซุบซิบเหล่านั้นเช่นกัน และแน่นอนว่าฮูหยินผู้เฒ่าฉินไม่ต้องการให้มี”รอยด่าง” ใดๆในชื่อเสียงของตระกูลนาง

“หากครั้งนี้ เราไม่สามารถทำให้พวกเขายอมรับความผิดได้ แม้ว่าพี่หรูหยุนจะกลับไปแล้วนางก็ยังต้องทุกข์ทรมานต่อไป

“และเมื่อพิจารณาจากทัศนคติของฮูหยินผู้เฒ่าฉินแล้ว พี่หรูหยุนจะต้องมีช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ

“แต่ถึงแม้นางจะไม่กลับไป ตระกูลฉินก็จะไม่สนใจเช่นกัน พวกเขาสามารถฉวยโอกาสนี้ในการกำจัด”รอยด่าง" ที่ส่งผลต่อชื่อเสียงของตระกูล ซึ่งในสายตาของพวกเขาก็คือพี่หรูหยุน”

ฮูหยินใหญ่พยักหน้า “แล้วเจ้าคิดว่าเราควรทำอย่างไรดี จินเอ๋อร์?”

เฉียวจินเหนียงกล่าวว่า "เหตุผลที่ฮูหยินผู้เฒ่าฉินทำเช่นนี้ก็เพื่อชื่อเสียงของพวกเขา ดังนั้นเราควรต่อสู้กับพวกเขาด้วยชื่อเสียงเช่นกัน

ข้ามีความคิดที่เห็นแก่ตัว มันจะช่วยพี่หรูหยุนและข้าจากความลำบากใจใดๆในอนาคตได้ แต่อาจจะทำให้ท่านแม่และท่านพ่อต้องลำบากใจ…”

ฮูหยินใหญ่ถาม "เจ้ามีความคิดอะไรหรือ"

เฉียวจินเหนียงกล่าวว่า "ท่านพ่อบุญธรรมของลูกก็แซ่เฉียว

“ทำไมเราไม่บอกคนอื่นไปว่าท่านพ่อบุญธรรมเป็นพี่น้องร่วมสาบานของท่านพ่อล่ะเจ้าคะ

“ผู้คนหัวเราะเยาะพี่หรูหยุนและลูกเพราะท่านพ่อบุญธรรมเป็นบ่าวรับใช้

“แต่หากท่านพ่อยอมรับท่านพ่อบุญธรรมเป็นพี่น้องร่วมสาบาน พี่หรูหยุนก็จะกลายเป็นลูกสาวของพี่น้องร่วมสาบานของนายท่านหวัง

“ณ จุดนี้ จะไม่มีใครกล้าหัวเราะเยาะสายเลือดของนางอีก รวมถึงคนในตระกูลฉินด้วย”

ฮูหยินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดว่า “แต่ท่านพ่อบุญธรรมของเจ้าเป็นแค่พ่อครัว…”

เฉียวจินเหนียงก้มหัวและพูดว่า “ท่านแม่ อดีตฮ่องเต้ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ถังก็มีพี่น้องร่วมสาบานที่เป็นสามัญชนเช่นกันนะเจ้าคะ หลังจากพระองค์ขึ้นครองราชย์ ก็ทรงแต่งตั้งให้พี่น้องร่วมสาบานของพระองค์ขึ้นเป็นหวัง

“แม้แต่อดีตฮ่องเต้ก็มีพี่น้องร่วมสาบานที่เป็นสามัญชน ดังนั้นทำไมท่านพ่อจึงทำเช่นเดียวกันไม่ได้ล่ะเจ้าคะ

“ถ้าท่านพ่อยอมทำเช่นนั้น พวกชอบนินทาพวกนั้นจะหัวเราะเยาะท่านพ่อท่านแม่บุญธรรมของลูกไม่ได้อีกต่อไป

“และลูกเองก็จะไม่ถูกเยาะเย้ยว่าลูกถูกเลี้ยงดูมาโดยทาสอีกต่อไป แต่ลูกถูกเลี้ยงดูมาโดยพี่น้องร่วมสาบานของท่านพ่อ”

ฮูหยินใหญ่กล่าวว่า “แม่ต้องปรึกษาเรื่องนี้กับท่านพ่อของเจ้าก่อน”

ณ พระราชวังตะวันออก

ลู่เฉินมองดูจดหมายและถุงหอมที่อ๋องหรงน้อยส่งมาและเล่นกับมัน

ถุงหอมนี้เล็กและบอบบางมาก มันมีกลิ่นหอมแบบเดียวกันกับอันที่นางทำให้เขาเมื่อปีที่แล้ว

ลู่เฉินหยิบมันขึ้นมาและผูกไว้กับเข็มขัดหยกของเขา

อ๋องหรงน้อยพูดด้วยเสียงแผ่วเบา “พี่เจ็ด ข้าว่าถุงหอมนี้ดูเหมือนจะเป็นของต้วนเอ๋อร์นะพะย่ะค่ะ…”

ลู่เฉินชำเลืองมองไปที่อ๋องหรงน้อยที่อยู่ด้านข้าง “มีถุงหอมแค่อันเดียวหรือ?”

"พะย่ะค่ะ"

“แล้วของข้าล่ะ”

ลู่เฉินอ่านจดหมายซึ่งมีข้อความว่า “โรงเตี๊ยมของข้าจะเปิดในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นข้าจะสามารถไปที่จวนของอ๋องหรงได้ในตอนบ่าย และข้าหวังว่าข้าจะได้พบต้วนเอ๋อร์ที่นั่น”

ลู่เฉินพูดกับหวังหรงน้อยว่า “ข้าจะพาต้วนเอ๋อร์ไปที่จวนของหวังหรงในบ่ายวันพรุ่งนี้ เจ้าเขียนจดหมายตอบกลับไปให้นางด้วย”

หมดคำพูด อ๋องหรงน้อยมองดูถุงหอมที่เอวของลู่เฉิน...

ไม่ว่าจะมองอย่างไร ถุงหอมที่เล็กขนาดนี้ก็ต้องทำขึ้นมาเพื่อต้วนเอ๋อร์

จบบทที่ ตอนที่ 27 : ถุงหอม

คัดลอกลิงก์แล้ว