เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19 : ตบองค์รัชทายาท (อ่านฟรี)

ตอนที่ 19 : ตบองค์รัชทายาท (อ่านฟรี)

ตอนที่ 19 : ตบองค์รัชทายาท (อ่านฟรี)


องค์รัชทายาทเดินขึ้นไปหาเฉียวจินเหนียงและพูดว่า “ในที่สุดข้าก็หาเจ้าพบ”

อย่างไรก็ตาม เฉียวจินเหนียงวางต้วนเอ๋อร์ลงยกมือขึ้นตบหน้าเขาอย่างแรง

เธอออกแรงสุดกำลังที่มี

“ไอ้สารเลว!”

เมื่อถูกตบอย่างกะทันหัน ลู่เฉินก็ขมวดคิ้ว "เจ้า…"

เฉียวจินเหนียงขอให้นั่วหมี่พาต้วนเอ๋อร์ออกไปก่อน ต้วนเอ๋อร์ยังคงจำนั่วหมี่ได้และตามเธอไปอย่างเชื่อฟัง

เฉียวจินเหนียงพยายามตบลู่เฉินอีกครั้งแต่คราวนี้ลู่เฉินเตรียมพร้อม เขาจับมือของเธอไว้

ข้อมือของเธอบางกว่าตอนอยู่ในเมืองหลินอันมาก

และตัวเธอก็ผอมลงมาก

ลู่เฉินถามว่า “เจ้ากำลังทำอะไรอยู่? เจ้ารู้ไหมว่าข้าตามหาเจ้ามานานแค่ไหน ถึงเจ้าจะไปจากหลินอัน แต่เจ้าจากไปโดยไม่แม้แต่จะฝากข้อความถึงข้าได้อย่างไร”

เฉียวจินเหนียงพยายามดิ้นให้หลุดจากมือของลู่เฉิน “ไม่ฝากข้อความถึงเจ้าเหรอ? เจ้าส่งจดหมายหย่าให้ข้า ทำไมข้าต้องฝากข้อความถึงเจ้าด้วย ข้าแค่ไม่คิดว่าเจ้าจะใจร้ายกับข้าได้ขนาดนี้!”

ลู่เฉินขมวดคิ้ว “จดหมายหย่า? ข้าไม่เคยให้จดหมายหย่ากับเจ้า”

“เจ้าจะแก้ตัวอะไรกัน! ข้าจำลายมือของเจ้าได้ ซ้ำเจ้ายังแย่งต้วนเอ๋อร์ไปจากข้าอีก เจ้ารู้ไหมว่าข้าพยายามตามหาเขาขนาดไหนในช่วงที่ผ่านมา”

ลู่เฉินกล่าวว่า "ใจเย็นๆ เจ้าฟังคำอธิบายของข้าก่อน… ตอนนั้นข้าไม่รู้สถานการณ์ในฉางอัน เจ้ารู้ไหม ตัวตนของข้านั้นพิเศษ และข้ากลัวว่าเจ้าจะปรับตัวไม่ได้หากข้าเร่งพาเจ้ากลับมาที่ฉางอันนี่

“แต่ถ้าข้าทิ้งต้วนเอ๋อร์ไว้ที่หลินอัน เขาอาจตกอยู่ในอันตรายได้หากมีคนรู้ว่าเขาเป็นลูกชายของข้า

“ดังนั้นข้าจึงพาต้วนเอ๋อร์ ไปและให้เจ้ารั้งอยู่ที่หลินอันก่อน

“ทันทีที่ข้ากลับมาที่ฉางอัน ข้าขอร้องให้เสด็จพ่อออกกฤษฎีกา แต่งตั้งเจ้าเป็นพระสนมรองของข้า แต่เมื่อกฤษฎีกามาถึงหลินอัน เจ้าก็จากไปแล้ว ข้าไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเจ้าเป็นลูกสาวของหวังอันหยวน…”

เมื่อได้ยินคำว่า "เสด็จพ่อของข้า" ในที่สุด เฉียวจินเหนียงก็มั่นใจในตัวตนของเขา ปรากฎว่าเธอเดาไม่ผิด เขาเป็นองค์รัชทายาท!

นั่วหมี่ที่ “องค์รัชทายาท” เห็นต้องไม่ใช่องค์จริง

พระสนมรองของเขา…

ลู่เฉิน ไอ้สารเลว เขากล้าดียังไงให้เธอเป็นสนม…

เฉียวจินเหนียงหัวเราะเยาะ “เจ้าบอกว่าเจ้าไม่ได้เขียนจดหมายหย่า ตอนนี้ข้าจะเชื่อเจ้าก็ได้ แต่พระสนมรองของเจ้า หมายความว่าอย่างไร? เจ้าแต่งเข้าตระกูลของข้าแล้วมิใช่หรือ มาตอนนี้เจ้าอยากจะลดระดับภรรยาของตนเองลงมาเป็นพระสนม”

ลู่เฉินปวดหัว เมื่อได้ยินเฉียวจินเหนียงเอ่ยถึงเรื่องที่เขาแต่งเข้าตระกูลของเธอ “พระสนมรองของข้าจะถูกบันทึกไว้ในลำดับวงศ์ตระกูลของราชวงศ์ มันแตกต่างจากสนมทั่วไป…”

“แต่ก็ยังเป็นสนมอยู่ดีมิใช่หรือ” เฉียวจินเหนียงคำรามเสียงต่ำ “ในหลินอัน ข้าเป็นภรรยาของเจ้า! แต่ตอนนี้เจ้ากลับต้องการให้ข้าเป็นสนม”

ลู่เฉินกล่าวว่า “เฉียวจินเหนียงใจเย็นๆ เนื่องจากตอนนี้ตัวตนของเจ้าเปลี่ยนไปแล้ว ข้าจะขอให้เสด็จแม่และเสด็จพ่ออนุญาตให้เจ้าเป็นพระสนมเอกของข้า…”

หยดน้ำตาไหลลงมาจากมุมตาของเฉียวจินเหนียง "ไม่จำเป็น"

“หากเจ้าคิดว่าการที่เจ้าแต่งเข้าตระกูลเฉียวของข้าเมื่อครั้งที่เรายังอยู่ที่หลินอันเป็นเรื่องน่าขายหน้า ก็ฆ่าข้าให้ตายเสียเถอะ จะได้ไม่มีใครรู้เรื่องนี้อีก”

“แต่เจ้าจะมาบังคับให้ข้าเป็นสนมของเจ้าไม่ได้”

ลู่เฉินกล่าวว่า “ถ้าเจ้าต้องการเป็นพระชายาของข้า ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ข้าต้องการเวลา!”

เฉียวจินเหนียงหัวเราะเยาะ “ข้าไม่ต้องการเป็นพระชายาของเจ้า ในเมื่อเจ้าบอกว่าจดหมายหย่าไม่ได้เขียนโดยเจ้า ก็ได้ ข้าจะเขียนจดหมายหย่าให้เจ้าแทน และต่อจากนี้ไปเราจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก!”

ลู่เฉินระงับความโกรธของเขา “อย่ากดดันข้ามากเกินไป ข้าตกลงแล้วที่จะให้เจ้าเป็นพระชายาของข้า…”

“ข้าไม่สน!” เฉียวจินเหนียงกัดริมฝีปากล่างของเธอ “เมื่อเจ้าออกจากหลินอัน เจ้าไม่ได้บอกตัวตนที่แท้จริงของเจ้ากับข้าด้วยซ้ำ เจ้าเคยให้เกียรติข้าแม้แต่นิดเดียวหรือไม่?”

“ทำไมเจ้าถึงคิดว่า ข้าจะยอมเป็นพระสนมรองของเจ้าได้”

“ทำไมเจ้าถึงคิดว่า ข้าจะอยากอยู่ในวังหลังและกลายเป็น1ในนางสนมนับไม่ถ้วนในอนาคตของเจ้า”

“ตอนที่เจ้าแต่งงานกับข้า เจ้าเคยสัญญาว่าจะไม่มีใครอื่นอีกในชีวิตนี้!

“แล้วทำไมเจ้าถึงคิดว่าข้าจะยอมใช้สามีร่วมกับสตรีอื่นล่ะ”

ลู่เฉินเงียบ

เฉียวจินเหนียงใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาแล้วพูดว่า “ข้าเคยช่วยชีวิตของเจ้าไว้ ดังนั้นข้าขอให้เจ้าแสร้งทำเป็นไม่รู้จักข้าต่อจากนี้ไป ข้าจะถือว่าจดหมายหย่าฉบับนั้นเป็นลายมือของเจ้า

“สำหรับสมบัติพวกนั้นในหลินอัน เรามาแบ่งกันคนละครึ่ง…

ต้วนเอ๋อร์…”

เมื่อพูดถึงต้วนเอ๋อร์ เฉียวจินเหนียงไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ทุกคนรู้ว่าต้วนเอ๋อร์เป็นหลานชายของฮ่องเต้ และเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะได้เขากลับมา...

“หากเจ้ายังพอมีมโนธรรมอยู่บ้าง ให้องค์หญิงฟู่ลู่พาต้วนเอ๋อร์ไปที่วังขององค์หญิงเป็นครั้งคราว เพื่อข้าจะสามารถไปหาเขาได้”

เมื่อเฉียวจินเหนียงพูดจบ ลู่เฉินก็จับข้อมือของเธอดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ “เจ้าวางแผนไว้หมดแล้วหรือ”

เฉียวจินเหนียงมองไปที่ลู่เฉินอย่างไม่ยอมแพ้ “ด้วยวิธีนี้ จะไม่มีใครรู้ว่าองค์รัชทายาทเคยแต่งงานกับตระกูลพ่อค้า และเจ้าก็ไม่ต้องเห็นข้าให้ขุ่นข้องใจอีกต่อไป”

ลู่เฉินรู้สึกรำคาญ “ข้าบอกตอนไหนว่าข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า”

“ถ้าไม่ ทำไมเจ้าถึงคิดว่าข้ามีค่าพอที่จะเป็นแค่พระสนมรองของเจ้า” เฉียวจินเหนียงกล่าว “ข้าเกรงว่าแม้แต่ตำแหน่งพระสนมรองก็ยังมีไว้เพื่อปิดปากไม่ให้ข้าเปิดเผยความลับของเจ้าใช่หรือไม่? แต่ข้าขอบอกให้เจ้าวางใจได้เลย

“ข้าจะไม่บอกใครว่าเจ้าทำอะไรกับข้าไว้บ้าง”

ใบหน้าของลู่เฉินคล้ำลง “ข้าทำอะไรเจ้า?”

“สิ่งที่เจ้าทำ ยังทำให้ข้าเจ็บปวดไม่พออีกเหรอ?”

เขาให้จดหมายหย่ากับเธอแต่กลับไม่ยอมรับ เขาลดระดับเธอให้เป็นเพียงพระสนมของเขาแต่ยังคงวางท่าทีหยิ่งผยอง เขานี่มันน่ารังเกียจยิ่งนัก

ตอนนี้เฉียวจินเหนียงเสียใจมากที่ไม่ฟังคำแนะนำของผู้อื่น ผู้ชายรูปงามที่เต็มใจแต่งงานกับตระกูลของนางอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี!

ลู่เฉินลดเสียงลงและพูดว่า “ถ้าวันนี้ข้าน่ารังเกียจอย่างที่เจ้าพูดจริงๆ คำพูดที่ไม่ให้เกียรติข้าของเจ้าในวันนี้ คงเพียงพอให้เจ้าตายได้สองสามครั้งแล้วกระมัง

“ข้าจะให้เวลาเจ้าสงบจิตใจ

“ตอนนี้ก็สายมากแล้ว ข้าจำเป็นต้องกลับไปที่พระราชวังตะวันออกก่อน

“เมื่อเจ้าใจเย็นลง หากต้องการพบข้าเพียงส่งข้อความถึงองค์หญิงฟู่อัน”

เฉียวจินเหนียงกล่าวว่า "ต้วนเอ๋อร์ ... เขาจะกลับไปด้วยหรือไม่"

เมื่อเห็นใบหน้าของเธอยังคงมีคราบน้ำตา ลู่เฉินใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาของเธอออกอย่างอ่อนโยน “ข้าจะฝากต้วนเอ๋อร์ไว้กับเจ้าสักพัก และอ๋องหรงน้อยจะส่งเขากลับไปที่พระราชวังตะวันออกในภายหลัง”

หลังจากที่ลู่เฉินออกไป นั่วหมี่ก็พาต้วนเอ๋อร์มา “คุณหนูเจ้าคะ เขาผู้นั้นสวมชุดคลุมมังกร มีเพียงองค์รัชทายาทเท่านั้นที่สามารถสวมชุดคลุมมังกรสี่เล็บได้…”

หลังจากเห็นเฉียวจินเหนียงแล้ว ต้วนเอ๋อร์ก็กระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของเฉียวจินเหนียงและยื่นมือเล็กๆอ้วนๆของเขาออกไปเพื่อเช็ดน้ำตาจากใบหน้าของเธอ

“ท่านแม่ อย่าร้องไห้เลยนะขอรับ”

เฉียวจินเหนียงกอดต้วนเอ๋อร์แน่นและฝืนยิ้ม “แม่จะไม่ร้องไห้ ต่อไปนี้แม่คงจะได้เจอเจ้าบ่อยขึ้น”

เมื่อลู่เฉินออกจากศาลากิเลน หวังหรงน้อยก้าวไปขวางเพียงเพื่อจะได้เห็นรอยมือบนใบหน้าที่หล่อเหลาขององค์รัชทายาท

“คุณหนูเฉียวนี่ช่างดุร้ายจริงๆ! นางไม่เพียงแต่กล้าจับงูเท่านั้น แต่นางยังกล้าตบเจ้าด้วย!”

จากนั้นลู่เฉินก็สังเกตเห็นร่องรอยความเจ็บปวดจากรอยตบบนใบหน้าของเขา ด้วยรอยนี้ เขาคงไม่สามารถพบใครได้ชั่วคราว

ลู่เฉินกล่าวกับอ๋องหรงน้อย "พาต้วนเอ๋อร์กลับไปที่พระราชวังตะวันออกในอีกครึ่งชั่วยาม แล้วอย่าบอกใครเกี่ยวกับตัวตนของเฉียวจินเหนียง”

อ๋องหรงน้อยพยักหน้า “ก็ได้ แต่หน้าของเจ้า… ให้ข้าหายามาให้ไหม?”

ลู่เฉินยกมือขึ้นมาบดปังใบหน้าและพยักหน้า.. หากไม่ใช้ยา เขาอาจไม่สามารถไปพบเสด็จพ่อได้ในตอนนี้

จบบทที่ ตอนที่ 19 : ตบองค์รัชทายาท (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว