เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 : หาสามีใหม่ให้จินเหนียง (อ่านฟรี)

ตอนที่ 7 : หาสามีใหม่ให้จินเหนียง (อ่านฟรี)

ตอนที่ 7 : หาสามีใหม่ให้จินเหนียง (อ่านฟรี)


เฉียวจินเหนียงพยักหน้า เธอไม่เคยต้องกล้ำกลืนคำสบประมาท

เดิมทีเธอไม่อยากเสียเวลากับคนพวกนี้ แต่เนื่องจากนางหลินยั่วยุเธอ ถ้าเธอยอมทนคนอื่นคงจะคิดว่าเธอสามารถรังแกได้ง่ายๆ

คนในจวนหวังอันหยวนต่างรู้สึกผิดกับเธอ เมื่อมีพวกเขาคอยหนุนหลัง เฉียวจินเหนียงไม่จำเป็นต้องทนกับผู้หญิงคนนี้ ไม่ว่าเธอจะเคยเป็นใคร ถูกใครเลี้ยงดูมา นางหลินก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะมาชี้นิ้วตัดสินเธอได้

และเห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนี้หยาบคายแค่ไหน!

ใบหน้าของฮูหยินใหญ่มืดลง นางจึงกล่าวว่า “นางหลิน เจ้านี่ช่างสั่งสอนลูกสาวได้ดีจริงๆ!”

ด้วยเหตุนี้ ฮูหยินใหญ่จึงพาเฉียวจินเหนียงและเฉียวหรูอี้กลับจวนหวังโดยไม่สนใจที่จพซื้อของใดๆอีก

หลังจากที่พวกเขากลับมาถึงจวนหวัง บ่าวรับใช้ก็รีบเข้ามารายงาน “นายหญิง นายท่านหวังกลับมาแล้วขอรับ และนายท่านกล่าวว่าท่านมีเวลาแค่หนึ่งชั่วยามให้คุณหนูโดยเฉพาะในวันนี้ เพราะการล่าฤดูใบไม้ผลิใกล้เข้ามาแล้ว ดังนั้นนายท่านอาจจะไม่มีเวลากลับมาที่จวนอีกในช่วงนี้ขอรับ”

การล่าในฤดูใบไม้ผลิเป็นเหตุการณ์สำคัญในราชวงศ์ถังซึ่งฮ่องเต้จะนำขุนนางและทหารออกล่าสัตว์

ในบรรดากิจกรรมล่าสัตว์ใหญ่ทั้งสี่ครั้งของปี การล่าในฤดูใบไม้ผลินั้นสำคัญที่สุด

เฉียวจินเหนียงเดินตามฮูหยินใหญ่ไปที่ห้องโถงและที่นั่นเธอได้เห็นชายผู้สง่างามทั้งยังดูอ่อนเยาว์สวมใส่ชุดเกราะ  ดูเหมือนว่าจะเพิ่งกลับมาจากค่ายทหาร

“เจ้าคือจินเหนียงใช่ไหม”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉียวจินเหนียงก็คุกเข่าทันทีและพูดว่า “ท่านพ่อ ลูกคือจินเหนียงเจ้าค่ะ”

หวังอันหยวนรีบพยุงเฉียวจินเหนียงขึ้นพลางพูดว่า “ลุกขึ้นเร็วเข้า ขอโทษเจ้าด้วยนะลูกสาวของข้า”

ฮูหยินใหญ่กล่าวโทษหวังอันหยวนที่ทำให้ลูกสาวของเธอต้องได้รับความทุกข์ทรมาน หากไม่ใช่เพราะเขาที่ปรนเปรอนังอนุคนนั้น ลูกสาวของเธอคงไม่ต้องแยกจากเธอไปหลายปีเช่นนี้

โชคดีที่พ่อแม่บุญธรรมของลูกสาวดูแลเธออย่างดี ยิ่งกว่านั้น พวกเขามีช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสงบสุขและรุ่งเรือง ดังนั้นจินเหนียงจึงไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและเครื่องนุ่งห่ม

เฉียวจินเหนียงไม่ยอมลุกขึ้น เธอกลับโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรงและพูดว่า “ท่านพ่อ ได้โปรดช่วยข้าตามต้วนเอ๋อร์กลับมาด้วยเถอะนะเจ้าคะ”

หวังอันหยวนถามด้วยความประหลาดใจ “ต้วนเอ๋อร์?”

เฉียวจินเหนียงเล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองหลินอันให้นายท่านหวังฟัง “เจ้าหมอนั่นพาต้วนเอ๋อร์กลับมาที่ฉางอันเมื่อสองสามเดือนก่อน และสิ่งที่ถูกส่งกลับไปหาลูกที่หลินอันมีเพียงแค่จดหมายหย่าเท่านั้นเจ้าค่ะ…”

หวังอันหยวนกำมือแน่น “ไอ้สารเลว ผู้ชายคนนั้นกล้าดียังไงมาดูถูกลูกสาวของข้าแบบนี้! ไม่ต้องกังวลพ่อจะให้คนออกไปตามหาต้วนเอ๋อร์ แม้ว่าจะมีขุนนางมากมายในเมืองฉางอัน แต่การจะหาคนที่หายไปสามปีแล้วกลับมาพร้อมลูกก็ไม่ใช่เรื่องยาก

“ข้าจำได้ว่าองค์รัชทายาทเพิ่งเสด็จกลับจากภาคใต้พร้อมบุตรวัยสองขวบนี่”

ฮูหยินใหญ่ขึ้นเสียง “แม้ว่าท่านจะอยากเป็นพ่อตาขององค์รัชทายาท แต่ข้าไม่คิดว่าลูกสาวของข้าจะโชคดีขนาดนั้นหรอกนะ องค์รัชทายาทจะอภิเษกสมรสกับตระกูลพ่อค้าได้อย่างไร? ท่านคงจะกำลังฝันอยู่กระมัง”

หวังอันหยวนรู้สึกผิดต่อภรรยาของเขามาก ดังนั้นเขาจึงหลีกเลี่ยงและไม่กล้าโต้เถียงเธอในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

“ข้าไม่ได้บอกว่าผู้ชายคนนั้นคือองค์รัชทายาท ข้าก็แค่ยกตัวอย่างเท่านั้นเอง

“จินเหนียง ลูกแค่รออยู่ในจวนหวังนี่ พ่อจะให้คนไปสืบเรื่องนี้อย่างลับๆ ดังนั้นเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป”

เธอจะไม่กังวลได้อย่างไร? แต่ในเมืองฉางอันนี่ สิ่งเดียวที่เธอพึ่งได้ก็คือจวนอันหยวนแห่งนี้

ต่อให้เธอจะมีเงิน แต่ในฉางอัน เงินไม่ได้ทำงานได้ดีเท่าอำนาจ

"ลูกขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านพ่อ”

หลังจากที่เฉียวจินเหนียงจากไป หวังอันหยวนก็พูดกับฮูหยินใหญ่ว่า “ดูเหมือนฝ่าบาทจะต้องการให้หรูฉีแต่งเข้าพระราชวังตะวันออก แต่ข้าได้ยินมาว่าเจ้าไม่ต้องการเช่นนั้นงั้นหรือ?”

“เพราะลูกถูกท่านตามใจจนเสียคนนั่นแหละ ข้าได้คุยกับท่านแม่แล้วว่าหรูฉีไม่เหมาะที่จะแต่งเข้าพระราชวังตะวันออก ครอบครัวของเราไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมในสงครามวังหลังของพระราชวังตะวันออกนั่น”

หวังอันหยวนก็คิดเช่นเดียวกัน “ก็จริง มันคงไม่ใช่เรื่องดีสำหรับหรูฉีที่จะแต่งเข้าพระราชวังตะวันออก ในฐานะลูกสาวของข้า นางไม่จำเป็นต้องแต่งงานเพื่ออำนาจ ถ้าอย่างนั้นเราก็หาคู่หมั้นให้นางซะ”

ฮูหยินใหญ่พูดพร้อมกับขมวดคิ้ว “ข้าก็คิดว่าเราควรจะหาคู่หมั้นให้เธอได้แล้ว แต่เป็นเพราะจินเหนียงนางเป็นพี่สาวและนางก็เพิ่งจะกลับมา ข้าอยากให้นางอยู่เคียงข้างข้าไปนานๆก่อน ข้ายังไม่ต้องการให้นางแต่งงานเร็วเกินไปนัก แต่ถ้านางยังไม่แต่งงาน การให้หรูฉีแต่งงานก่อนก็ไม่เหมาะสมเช่นกัน”

“งั้นก็หาคู่หมั้นให้จินเหนียงก่อน เลือกบัณฑิตที่มีบุคลิกดีและไม่รังเกียจที่จินเหนียงเคยผ่านการแต่งงานมาก่อน เจ้าสามารถให้พวกเขาหมั้นกันก่อนสัก 2 ปีแล้วค่อยจัดงานแต่งให้พวกเขาก็ได้”

เฉียวจินเหนียงไม่รู้ว่าท่านพ่อท่านแม่ของเธอได้วางแผนที่จะเลือกสามีใหม่ให้กับเธอแล้ว

นางกำลังบอกเล่ากับผู้ใต้บังคับบัญชาของหวังอันหยวนว่าอดีตสามีของเธอรูปร่างหน้าตาของเป็นอย่างไร

เฉียวจินเหนียงเคยเรียนกู่ฉิน หมากรุก คัดลายมือ และวาดภาพตั้งแต่เธอยังเด็ก เธอเรียนรู้ทุกอย่างได้ดียกเว้นการวาดภาพ ด้วยเหตุนี้ เธอจึงวาดโครงร่างด้วยพู่กันก่อนที่จะพูดด้วยความพึงพอใจว่า “นี่คือหน้าตาของเขา”

ผู้ใต้บังคับบัญชาของหวังอันหยวนมองภาพวาดด้วยความรู้สึกสงสาร ทำไมคุณหนูถึงแต่งงานกับชายอัปลักษณ์เช่นนี้กัน? และชายคนนั้นยังกล้าที่จะหย่ากับเธออีก!

“คุณหนูไม่ต้องกังวลนะขอรับ ข้าน้อยจะหาตัวนายน้อยให้เร็วที่สุด”

ก่อนการล่าในฤดูใบไม้ผลิ งานเลี้ยงชมดอกไม้จะถูกจัดขึ้นที่พระราชวัง โดยงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกพระชายาและนางสนมสำหรับเจ้าชายทั้งหลาย

อย่างไรก็ตาม งานเลี้ยงชมดอกไม้ครั้งนี้จัดโดยไทเฮาและพระสนมซีอัน โดยที่ฮองเฮาไม่ได้ทรงเข้าร่วมด้วย ดังนั้นสตรีสูงศักดิ์บางคนจึงไม่ค่อยให้ความสนใจนัก

ไม่มีแม่น้ำสายใดกว้างพอเมื่อท่านได้ข้ามทะเลไปแล้ว เจ้าชายองค์ใดจะเทียบกับองค์รัชทายาทได้กัน?

วันจัดงานเลี้ยงชมดอกไม้เป็นวันเดียวกับที่จวนหวังจะจัดงานเลี้ยงสำหรับคุณหนูสองของพวกเขา

สตรีและหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ในฉางอันจึงใช้งานเลี้ยงในจวนอันหยวนเป็นข้ออ้างในการปฏิเสธงานเลี้ยงที่จัดโดยพระสนมซีอัน

ในวันนี้ เฉียวจินเหนียงตื่นแต่เช้าและมีสาวใช้หลายคนช่วยแต่งตัวให้ ในที่สุดเมื่อนางมายืนอยู่หน้ากระจกทองสัมฤทธิ์ นางก็ผงะไปเล็กน้อย หญิงสูงศักดิ์ในกระจกคนนี้คือเธอจริงๆ เหรอ?

ชุดของเธอช่างงดงามราวกับนางสวรรค์จำแลง แม้แต่รองเท้าปักของเธอก็ประดับด้วยไข่มุกเม็ดใหญ่ถึงสองเม็ด ในชุดนี้เธอดูสง่างามและทรงเกียรติจริงๆ

“คุณหนู ท่าไม่ดีแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูสามแห่งจวนหวังฉิน และองค์หญิงฟู่ลู่ต่างก็มางานในวันนี้ด้วย”

อิ๋งเถารีบเข้ามารายงานด้วยความตื่นตระหนก เฉียวจินเหนียงถามด้วยความสงสัยว่า “เหตุใดจึงไม่ดีหรือ?”

หงหลิงอธิบายให้เฉียวจินเหนียงฟังว่า “มีกลุ่มขุนนางน้อยใหญ่มากมายในเมืองหลวง และกลุ่มใหญ่ที่สุดสองกลุ่มนำโดยฉินเมียวเหมี่ยว คุณหนูลำดับที่สามของจวนหวังฉิน และอีกกลุ่มนึงนำโดยพระธิดาพระองค์เดียวของเจ้าหญิงโจวอัน องค์หญิงฟู่ลู่

“เจ้าหญิงโจวอันเป็นพระขนิษฐาของฮ่องเต้และเป็นพระธิดาที่ไทเฮารักมากเจ้าค่ะ พระนางคลอดองค์หญิงฟู่ลู่ด้วยความยากลำบาก เพราะฉะนั้นพระองค์จึงมีพระธิดาแค่เพียงพระองค์เดียว ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงรักใคร่องค์หญิงฟู่ลู่เป็นอย่างมาก พระองค์จึงเป็นที่รู้จักในฐานะท่านหญิงผู้สุรุ่ยสุร่ายแห่งฉางอัน

“โดยบุตรีของขุนนางฝ่ายบู๊ทั้งหลายนำโดยองค์หญิงฟู่ลู่

“ในทางกลับกัน คุณหนูสามแห่งจวนหวังฉิน มีพรสวรรค์ในด้านวรรณกรรมและกิริยามารยาท ท่าทางที่สง่างามมาตั้งแต่ยังเล็ก และเป็นแบบอย่างของสตรีผู้สูงศักดิ์ ดังนั้นนางจึงเป็นผู้นำของบุตรสาวขุนนางฝ่ายบุ๋นที่เรียกตัวเองว่าชนชั้นสูงหรือผู้ที่พยายามทำตัวเป็นชนชั้นสูง เมื่อใดที่ทั้งสองฝ่ายพบกัน ราวกับเพชรตัดเพชร จะต้องมีปัญหาทุกครั้งเลยเจ้าค่ะ!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฉียวจินเหนียงก็ยิ้ม “ฉางอันนี่ครึกครื้นดีจริงๆ”

หน้าประตูจวนหวัง องค์หญิงฟู่ลู่ลงจากหลังม้า ขณะเดียวกับที่คุณหนูฉินที่เพิ่งลงจากรถม้า เธอล้อว่า “คุณหนูฉิน วันนี้เจ้ามาเร็วจังนะ จะไปหาผู้หญิงที่จริงๆแล้วควรจะต้องมาเป็นพี่สะใภ้ของเจ้าเหรอ? หึ เจ้ามักจะอ้างว่าตัวเป็นผู้นำหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ในฉางอัน แต่น่าเสียดายที่เจ้าจะได้ลูกทาสมาเป็นพี่สะใภ้!”

คุณหนูฉินโบกพัดอย่างแรงและพูดว่า “ข้าเทียบกับคนที่หมกมุ่นเพื่อจะได้แต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องของตัวเองไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น องค์รัชทายาทยังห้ามไม่ให้ท่านเข้าไปในพระราชวังตะวันออกด้วยไม่ใช่หรือเจ้าคะ เพราะเกรงว่าพระองค์จะทำให้องค์ชายน้อยเสียคน!”

องค์หญิงฟู่ลู่และฉินเมียวเหมี่ยว ทุกครั้งที่พบกันต่างฝ่ายต่างพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะทำให้อีกฝ่ายนึงต้องเสียหน้า โดยไม่ได้คำนึงถึงผลที่จะตามมาเลย

องค์หญิงฟู่ลู่โกรธมาก “ข้ารู้สึกเสียใจจริงๆ ที่เลือดทาสจะต้องไหลเวียนในสายเลือดของลูกหลานตระกูลฉินของเจ้าสืบต่อไป”

ทันใดนั้นเฉียวหรูหยุนก็บังเอิญลงจากรถม้าพอดี ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงทันทีเมื่อได้ยินบทสนทนานี้

องค์หญิงฟู่ลู่เหลือบไปเห็นเฉียวหรูหยุนและกระทืบเท้าของเธอ “อา ไม่นะ เจ้าอย่าร้องไห้สิ ข้ากำลังพูดถึงคุณหนูฉินต่างหาก ข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายเจ้าสักหน่อย”

เหตุการณ์การทะเลาะกันที่หน้าประตู ผ่านคำบอกเล่าจากปากของสาวใช้ไปถึงหูของเฉียวจินเหนียง ในขณะนั้น เฉียวจินเหนียงมีลางสังหรณ์ว่างานเลี้ยงในวันนี้คงจะวุ่นวายเป็นแน่

เมื่อถึงเวลาที่เธอต้องปรากฎตัว ขุนนางและหญิงสาวทั้งหลายต่างก็ประหลาดใจ

"นางช่างงดงามจริงๆ!"

“หญิงสาวที่เติบโตทางใต้ล้วนมีภาพลักษณ์ที่ดูอ่อนโยน”

“สมแล้วที่นางเป็นบุตรีของหวังอันหยวน ดูสิว่านางสง่างามแค่ไหน”

“นางดูไม่เหมือนผู้ที่เติบโตมาในชนบทเลย”

จบบทที่ ตอนที่ 7 : หาสามีใหม่ให้จินเหนียง (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว