เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 : องค์ชายน้อย ทรงจำคนผิดแล้วเพคะ (อ่านฟรี)

ตอนที่ 4 : องค์ชายน้อย ทรงจำคนผิดแล้วเพคะ (อ่านฟรี)

ตอนที่ 4 : องค์ชายน้อย ทรงจำคนผิดแล้วเพคะ (อ่านฟรี)


เฉียวจินเหนียงรู้สึกสงสารนางหลินมาก ดังนั้นเธอจึงรับลูกจ้างทั้งหมดของศาลาเลิศรสไปด้วย

หากสามารถต้านทานการล่อลวงจากอดีตสามีของนางหลินได้ แสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้ต้องมีความซื่อสัตย์มาก นอกจากนั้นเธอยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อศาลาเลิศรสไป เนื่องจากมันเป็นสัญลักษณ์อันเก่าแก่ในฉางอัน

สำหรับโรงเตี๊ยมหมื่นรส เธอจะเปิดมันอีกครั้งเมื่อเธอตั้งหลักในฉางอันได้

หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการแลกเปลี่ยนโฉนดกับนางหลินผ่านทางการแล้ว เฉียวจินเหนียงได้มอบธนบัตรมูลค่า 50,000 เหรียญเงินให้เธอ แต่ นางหลินปฏิเสธที่จะรับมัน “นี่มันมากเกินไป ค่าธรรมเนียมการโอนมูลค่าเพียง 30,000 เหรียญเงินไม่ใช่หรือ ต้องเป็นช่วงที่ศาลาเลิศรสรุ่งเรืองที่สุด ตอนนั้นถึงจะคู่ควรกับ 50,000 เหรียญเงิน”

เฉียวจินเหนียงยืนรานหนักแน่น "ศาลาเลิศรสคู่ควรกับเงินจำนวนนี้แล้วเจ้าค่ะ"

เมื่อมองไปที่ธนบัตรมูลค่า 50,000 เหรียญเงิน นางหลินก็โค้งคำนับให้เฉียวจินเหนียง "ข้าขอขอบคุณเจ้าจริงๆ"

หลังจากกลับมาที่ศาลาเลิศรสแล้ว เฉียวจินเหนียงก็ได้จัดที่พักให้พนักงานจากศาลาเลิศรส และติดป้ายประกาศว่าโรงเตี๊ยมจะปิดทำการสองสามวัน

เฉียวจินเหนียงนั่งบนโต๊ะและพูดกับเสี่ยวเอ้อของร้านว่า “ศาลาเลิศรสจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงใหม่ดังนั้นเรามาปรับปรุงร้านอาหารกันก่อน หลังจากนั้นข้าจะเลือกวันที่ดีในการเปิดกิจการอีกครั้ง”

"ขอรับเถ้าแก่เนี้ย"

เฉียวจินเหนียงแจกจ่ายงานให้กับลูกจ้างแต่ละคน เจรจาและกำหนดค่าจ้างของพวกเขา และชี้แจงให้พวกเขาทราบเกี่ยวกับกฎของโรงเตี๊ยม ด้วยเหตุนั้นเธอจึงไม่ได้กลับไปที่จวนหวังจนถึงเวลาที่พระอาทิตย์จะตกดิน

เมื่อเธอกลับไปถึงจวนหวังแล้ว เธอได้รับแจ้งว่าฮูหยินได้เดินทางไปที่วังตะวันออกแล้ว

“คุณหนู มีบางอย่างเกิดขึ้นกับบรรพบุรุษน้อยแห่งวังตะวันออก ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับคุณหนูสามด้วยเจ้าค่ะดังนั้นนายหญิงจึงได้แต่ต้องไป…”

เฉียวจินเหนียงถาม “บรรพบุรุษน้อย?”

หงหลิงตอบว่า “คุณหนู บรรพบุรุษตัวน้อยเป็นหลานชายของฮ่องเต้ ฝ่าบาทและฮองเฮาทรงรักองค์ชายมาก ทุกคนในฉางอันจึงเรียกเขาว่า 'บรรพบุรุษตัวน้อย'”

เฉียวจินเหนียงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวล คณะละครที่เธอได้ฟังตอนที่อยู่ในเมืองหลินอันมักกล่าวว่าการอยู่ในราชวงศ์นั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการอยู่ในดงเสือ ดังนั้นการทำให้องค์ชายน้อยขุ่นเคืองจึงไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลย

ณ พระราชวังตะวันออก.

เฉียวหรูฉีตกตะลึง หลังจากหายตัวไปสามปี องค์รัชทายาทก็เสด็จกลับมาพร้อมกับพระราชกุมาร

แม้ว่าเธอจะอยากเป็นพระชายาองค์รัชทายาท แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะต้องถะนุถนอมลูกนอกสมรสคนนี้

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เด็กน้อยเห็นเธอ เขาก็วิ่งไปร้องไห้ไปและเรียกเธอว่า 'แม่' และยังมาขอให้เธอกอดเขาอีก

ในฐานะบุตรสาวของหวังอันหยวน เฉียวหรูฉีดุเขาด้วยความโกรธทันที หลานชายตัวน้อยของฮ่องเต้กลัวเธอมากจนเขาเอาแต่ร้องไห้

แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงเอาแต่เรียกเฉียวหรูฉีว่า 'แม่' และรั้งเธอไว้ไม่ให้จากไป

สาวใช้ของเฉียวหรูฉีกลัวว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น จึงรีบส่งคนกลับไปเรียกฮูหยินใหญ่มา ในขณะเดียวกันสาวใช้ขององค์ชายก็ไปเชิญองค์รัชทายาทมาด้วย

“บรรพบุรุษน้อย อย่าร้องไห้เลยเพคะ คุณหนูเฉียวหรูฉีไม่ไปไหนหรอกเพคะ” พี่เลี้ยงรีบปลอบเขา “คุณหนูท่านช่วยพูดอะไรเพื่อปลอบใจองค์ชายน้อยหน่อยได้ไหมเจ้าคะ”

เฉียวหรูฉีรู้สึกโมโห “เจ้าพูดว่าอะไรนะ ยัยชั้นต่ำ ข้าเป็นผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน จะให้ข้าแกล้งทำแม่เพียงเพื่อจะให้เด็กนี่พอใจเนี่ยนะ? นี่จะทำให้ชื่อเสียงของข้าเสื่อมเสีย! เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนที่เจ้าสามารถรังแกได้อย่างนั้นเรอะ…”

"หุบปาก!" ฮูหยินใหญ่มาถึงได้ทันเวลาพอดี เมื่อเธอได้ยินสิ่งที่เฉียวหรูฉีพูด เธอก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาลูกสาวคนที่สองของเธอนั้นทั้งเอาแต่ใจและเกเร

เมื่อเฉียวหรูฉีเห็นฮูหยินใหญ่ เธอก็พูดด้วยความโกรธว่า “ท่านแม่ ในที่สุดท่านก็มา นังบ่าวสารเลวคนนี้ต้องการทำลายชื่อเสียงของข้า!”

ฮูหยินใหญ่ทำความเคารพองค์ชายน้อย แต่ทันทีที่เขาเห็นเธอ ดวงตากลมโตของเขาก็กระพริบปริบๆ เขาวิ่งไปหาเธอพร้อมกับเรียกเธอว่า 'แม่'

ฮูหยินใหญ่ไม่กล้าตอบรับอย่างแน่นอน “องค์ชายน้อย ข้าเกรงว่าท่านจะจำคนผิดแล้วเพคะ…”

หลานชายตัวน้อยของจักรพรรดิยื่นมือเล็กๆ ป้อมๆ ของเขาออกมาจับแขนเสื้อของฮูหยินใหญ่ “ท่านแม่ขอรับ”

“องค์รัชทายาทเสด็จ”

ขณะที่สาวใช้ขององค์รัชทายาทประกาศ ฮูหยินใหญ่และฝูงชนที่เฝ้าดูอยู่รอบๆต่างก็คุกเข่าลงบนพื้น

องค์รัชทายาททรงฉลองพระองค์ปักดิ้นทองและดำ พระองค์ทรงอุ้มพระโอรสที่ยังร้องไห้จ้า “โอรสของข้ายังเด็กนัก ฮูหยิน คุณหนูเฉียว ข้าต้องขออภัยแทนเขาด้วย เจ้าทั้งสองคนดูคล้ายกับแม่ของเขามาก เลยอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้น ขอให้พวกเจ้าอย่าถือสากับการกระทำของเขาเลย”

ฮูหยินใหญ่ไม่กล้าให้องค์รัชทายาทขออภัย จึงรีบพูดว่า “ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาเพคะ”

หลังจากออกจากวังตะวันออกแล้ว เฉียวหรูฉีก็ยังคงไม่หายหงุดหงิด “ข้าสงสัยจริงๆว่าผู้หญิงคนไหนที่เป็นคนให้กำเนิดไอ้เด็กเลวนั่น…”

ฮูหยินใหญ่ยกมือขึ้นตบเฉียวหรูฉี "เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? หากคำพูดของเจ้าหลุดไปถึงพระกรรณองค์รัชทายาท ทุกคนในจวนหวังของเราจะต้องถูกประหาร!”

เฉียวหรูฉียกมือขึ้นกุมใบหน้าของเธอและร้องไห้ “แม่ แม่ไม่ชอบลูกแล้วเพราะได้พี่สาวกลับมาใช่ไหม”

ฮูหยินใหญ่เตือนเฉียวหรูฉีว่า “มันเป็นโชคดีของเจ้าแล้วที่เจ้าดูเหมือนมารดาขององค์ชายน้อย เจ้าไม่ได้อยากเป็นพระชายาองค์รัชทายาทยู่แล้วเหรอ? ไม่ใช่เรื่องดีเหรอไงที่องค์ชายน้อยชอบเจ้า”

“เขาก็แค่เด็กเลวคนนึงที่เกิดจากนางบำเรอ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉียวหรูอี้ซึ่งอยู่ข้างๆ ดูไม่มีความสุขเล็กน้อย

ฮูหยินใหญ่กุมมือของเฉียวหรูอี้และพูดว่า "เจ้าป็นเด็กดีตลอดมา ดังนั้นข้าฝากให้เจ้าดูแลนางในยามที่เจ้าต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงกับนางด้วย”

เฉียวหรูฉีรู้สึกหงุดหงิดยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นยิ่งเพิ่มความเดือดดาลที่เธอมีให้กับไอ้เด็กนั่นมากขึ้นไปอีก

ฮองเฮารู้สึกปวดใจที่เห็นหลานชายตัวน้อยของเธอร้องไห้ไม่ยอมหยุด

เธอถามองค์รัชทายาทว่า “คนที่ส่งไปหลินอันกลับมาแล้วไม่ใช่หรือ”

องค์รัชทายาททรงถอนหายใจ “เธอไม่ได้อยู่ในโรงเตี๊ยมหมื่นรสอีกต่อไปแล้วพะย่ะค่ะ และไม่มีใครรู้เลยว่าคนของโรงเตี๊ยมหมื่นรสหายไปไหน”

ฮองเฮากล่อมหลานชายตัวน้อยที่น่ารักของเธอ “ถ้างั้นเจ้าก็ให้ลูกสาวคนที่สามของหวังอันหยวนเป็นสนมเอกก่อน

“ในฐานะลูกสาวของหวังอันหยวน เธอคู่ควรกับตำแหน่งสนมเอกขององค์รัชทายาท สิ่งสำคัญที่สุดคือต้วนเอ๋อร์ชอบเธอ”

องค์รัชทายาทส่ายพระเศียรและตรัสว่า  “เสด็จแม่ มันไม่สมควร หม่อมฉันจะสั่งให้คนออกค้นหาจินเหนียงทั่วราชอาณาจักร”

ฮองเฮาตรัสถาม “แล้วทำไมตอนนั้นเจ้าไม่พาเธอกลับมาด้วย”

ท่าทีขององค์รัชทายาททำให้ฮองเฮาทรงขุ่นเคือง “เจ้านี่ช่างเป็นลูกที่ดีจริงๆ เจ้าคงคิดว่าแม่ผู้ใจดีของเจ้าจะดูถูกเธอเพียงเพราะเธอไม่ได้เกิดในตระกูลขุนนางงั้นหรอ?”

องค์รัชทายาทคุกเข่าและตรัสว่า “เสด็จแม่ ลูกไม่ได้หมายความเช่นนั้นพะย่ะค่ะ ลูกแค่เกรงว่าไทเฮาและพระสนมเซียนอาจสร้างปัญหา ดังนั้นลูกจึงวางแผนให้ได้รับพระราชกฤษฎีกาจากพระบิดาก่อนที่จะพานางกลับมา แต่ใครจะรู้เล่าว่า…”

ฮองเฮาทรงถอนหายใจ “เอาล่ะ ลืมมันไปซะ เจ้าควรจะหาเธอให้พบในเร็ว ๆ นี้ แม่ไม่อยากเห็นหลานตัวน้อยร้องไห้จนเสียงแหบแบบนี้อีกแล้ว”

เมื่อเด็กอายุสองขวบเริ่มเข้าใจคำพูดของผู้คน เขาจะยึดติดกับแม่มากที่สุด

เฉียวจินเหนียงสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะเธอเพิ่งฝันร้าย ต้วนเอ๋อร์ของเธอถูกทรมานโดยไอ้สารเลวนั่น

หงหลิงและลู่เหอที่เฝ้าอยู่ข้างนอกได้ยินเสียงร้องของเธอก็รีบเข้ามาข้างใน “คุณหนู คุณหนูสบายดีไหมเจ้าคะ”

เฉียวจินเหนียงกระแอม "ข้าสบายดี ตอนนี้ยามอะไรแล้ว? แล้วท่านแม่กลับมาหรือยัง”

“ยามจื่อแล้วเจ้าค่ะ นายหญิงก็กลับมาแล้วเจ้าค่ะ โอรสขององค์รัชทายาทเข้าใจผิดว่าคุณหนูสามเป็นเสด็จแม่ของพระองค์ จึงทำให้มีปัญหาขึ้น”

หงหลิงรินน้ำให้เฉียวจินเหนียง

เฉียวจินเหนียงจิบน้ำ แม้แต่หลานชายตัวน้อยของฮ่องเต้ที่มีคนดูแลมากมายขนาดนั้นยังต้องการแม่ แล้วต้วนเอ๋อร์ผู้น่าสงสารของเธอจะไม่คิดถึงแม่ของเขาได้อย่างไร?

เฉียวจินเหนียงตัดสินใจแล้ว เมื่อเธอได้พบกับท่านพ่อในวันพรุ่งนี้ เธอจะคุกเข่าและขอให้เขาช่วยตามหาต้วนเอ๋อร์ให้เธอ

เธอใช้ชีวิตอย่างหรูหราในจวนหวัง แต่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้วนเอ๋อร์ของเธอจะกินอิ่มไหม

เธอไม่รู้ว่าไอ้สารเลวนั่นจะดูแลต้วนเอ๋อร์ได้ดีหรือเปล่า

เฉียวจินเหนียงนอนไม่หลับอีกต่อไป เธอได้แต่ตื่นตลอดทั้งคืน

ขณะที่สาวใช้กำลังแต่งตัวให้ เฉียวจินเหนียงเคยผ่านการแต่งตัวบนเรือมาก่อนตอนนั้นเธอคิดว่านั่นมันเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แต่เธอไม่คิดว่าความยุ่งยากที่แท้จริงคือสื่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ต่างหาก

ไม่น่าแปลกใจเลยที่เธอต้องมีสาวใช้ถึงสี่คน แค่หวีผมก็ใช้เวลากว่า 1 เค่อแล้ว หลังจากนั้นสาวใช้ก็ชโลมครีมนวดผมบนผมของเธอและหวีต่อไป

สาวใช้ที่อยู่ข้างๆ หยิบผ้าร้อนมาประคบบนใบหน้าของเฉียวจินเหนียงอย่างเบามือ

สาวใช้ที่เหลืออีกสองคนก็เทครีมทามือและค่อยๆทาลงบนมือของเฉียวจินเหนียง

เมื่อมองดูสิ่งนี้ นั่วหมี่ก็ตกตะลึง “คุณหนู บ่าวช่างไร้ประโยชน์ บ่าวขอโทษที่ดูแลคุณหนูได้ไม่ดีเจ้าค่ะ”

เฉียวจินเหนียงยิ้ม “ข้าชอบนอนดึก เพราะฉะนั้นข้าจึงไม่มีเวลามากพอที่จะทำเรื่องพวกนี้ และต่อให้เจ้าจะต้องการดูแลข้า แต่ข้าก็ยังต้องการประหยัดเวลาไว้เพื่อการนอนอยู่ดี”

ท่านพ่อท่านแม่บุญธรรมของเธอเสียชีวิตไปเมื่อสามปีก่อน และแม้ว่าเธอจะมีไอ้สารเลวคอยช่วยเหลือ แต่เธอก็ยังยุ่งมาก

ท้ายที่สุดแล้วหมื่นรส ก็เป็นโรงเตี๊ยมที่มีชื่อเสียงมากในทางใต้ของจีน

หงหลิงยิ้มและพูดว่า “คุณหนู คุณหนูนอนดึกได้ตั้งแต่ตอนนี้ ฮูหยินใหญ่ใจดีกับคุณหนูมาก คุณหนูไม่จำเป็นต้องตื่นเช้าเลยเจ้าค่ะ”

หลังจากนั้น เธอมัดผมของเฉียวจินเหนียงเป็นมวยทรงงูที่คดเคี้ยวสวยงาม สอดกิ๊บสีทองเข้าไปในผมของเธอ และช่วยเธอสวมชุดสีแดงที่ปักลายด้วยเมฆมงคล เฉียวจินเหนียงในตอนนี้ทั้งดูสง่างามและมีเสน่ห์มาก

“คุณหนู คุณหนูสวยจังเลยเจ้าค่ะ.. คุณหนูเป็นผู้หญิงที่งามที่สุดในจวนหวังเลยเจ้าค่ะ” ลู่เหอพูดอย่างประจบประแจง

จบบทที่ ตอนที่ 4 : องค์ชายน้อย ทรงจำคนผิดแล้วเพคะ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว