- หน้าแรก
- อุบัติการณ์วันสิ้นโลก ดันเกิดใหม่เป็นโลลิให้ยัยคลั่งรักนอนกอด
- บทที่ 7: เธอบอกว่าฉันคงจะทั้งหอมทั้งนุ่มน่ากิน
บทที่ 7: เธอบอกว่าฉันคงจะทั้งหอมทั้งนุ่มน่ากิน
บทที่ 7: เธอบอกว่าฉันคงจะทั้งหอมทั้งนุ่มน่ากิน
บทที่ 7: เธอบอกว่าฉันคงจะทั้งหอมทั้งนุ่มน่ากิน
อวิ๋นเสี่ยวหนิงอึ้งไปอีกรอบ เธอค่อยๆ เงยหน้ามองเจียงหลี
อีกฝ่ายเท้าเปล่ามาตลอดตั้งแต่ปีนหน้าต่างเข้ามา ฝ่าเท้าแดงฉานไปด้วยเลือด คงเดินเท้าเปล่ามานานพอสมควรแล้ว
แต่คนคนนี้... ทำไมถึงชอบหยิบฉวยของคนอื่นกินแล้วก็เอาของคนอื่นไปดื้อๆ แบบนี้ล่ะ? เมื่อกี้ก็บะหมี่ คราวนี้เป็นรองเท้าอย่างนั้นเหรอ?
มันจะเกินไปหน่อยไหม!
เดี๋ยวสิ... จากแววตาและสีหน้าของเจียงหลี อวิ๋นเสี่ยวหนิงรู้สึกแปลกๆ จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่าทั้งที่เพิ่งเจอกันไม่กี่นาที... แต่เจียงหลีเหมือนกำลังจงใจแกล้งยั่วเย้าเธอเล่นซะอย่างนั้น!
"ทำไม ไม่เต็มใจงั้นเหรอ?"
ล้อเล่นหรือเปล่า? เรื่องแบบนี้ใครจะไปเต็มใจกันเล่า?
อวิ๋นเสี่ยวหนิงถอยหลังไปครึ่งก้าว พอหายตกใจ เธอก็เผลอทำแก้มป่องด้วยความไม่พอใจโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าอยากได้ของ ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน หรือไม่ก็เอาอะไรมาแลก มีปัญหาหรือเปล่า หืม?"
เจียงหลีกอดอก เคียวสีดำลอยอยู่ด้านหลังช้าๆ ราวกับจะช่วยเสริมบารมีให้ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น
แต่รังสีอำมหิตแค่นี้ข่มอวิ๋นเสี่ยวหนิงไม่ได้หรอก เธอก้มหน้ามองเท้าของเจียงหลี แล้วถามสวนกลับไปทันที!
"แล้ว... แล้วรองเท้าของเธอไปไหนล่ะ?"
"หายไปไหนหมดแล้ว?"
"มันเปื้อนเลือดจนชุ่ม ทั้งแฉะทั้งเหนียว ใส่แล้วไม่สบายเท้า ฉันเลยถอดทิ้งไปแล้ว..."
!!!
ช่างเป็นเหตุผลที่ฟังดูเข้าท่าเหลือเกิน
อวิ๋นเสี่ยวหนิงถอยหลังไปอีกครึ่งก้าว เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว
แต่... แต่จะให้ยอมปล่อยให้คนอื่นมาแย่งของกินแย่งของใช้ไปง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง? อีกอย่าง รองเท้าคู่นี้เป็นของขวัญวันเกิดที่เจ้าของร่างเดิมได้รับมาและหวงแหนมากด้วย เธอไม่มีทางยอมยกให้ง่ายๆ หรอก!
จะไม่ยอมอ่อนข้อให้เด็ดขาด!
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป อวิ๋นเสี่ยวหนิงไม่กล้าจินตนาการเลยว่าต่อไปจะโดนแกล้งจนสภาพเป็นยังไง
เมื่อกี้เสียบะหมี่ไปก็ขาดทุนย่อยยับแล้ว คราวนี้อวิ๋นเสี่ยวหนิงตัดสินใจว่าจะปกป้องรองเท้าคู่นี้สุดชีวิต!
...สองนาทีต่อมา
"เป็นไงบ้าง?"
"หนาวนิดหน่อย... อึก"
การเดินเท้าเปล่าขึ้นบันได โดยสวมแค่ถุงน่องบางๆ สองชั้น สัมผัสมันช่างสากระคายและเย็นเฉียบทรมานเท้าจริงๆ
รู้สึกไม่สบายเท้าเอาซะเลย
อวิ๋นเสี่ยวหนิงรู้สึกว่าทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไป ฝ่าเท้าบอบบางของเธอถูกขั้นบันไดที่เย็นเฉียบทิ่มแทงจนเจ็บไปหมด
โดยเฉพาะตอนที่เหยียบโดนร่องกันลื่นบนบันได มันสากจนอวิ๋นเสี่ยวหนิงปวดร้าวไปถึงกระดูก!
ตอนนี้มีเพียงฝ่ามือนุ่มที่อุ่นจัดซึ่งกำลังจับท่อนแขนของเธออยู่เท่านั้นที่มอบความอบอุ่นให้ได้บ้าง
โชคดีที่กระบวนการผูกมัด 'ผู้สนับสนุนเฉพาะตัว' เริ่มต้นขึ้นแล้ว รออีกไม่ถึงสิบนาที อวิ๋นเสี่ยวหนิงก็จะปลดล็อกฟังก์ชันทั้งหมดของระบบได้สมบูรณ์!
เอาเถอะ เท้าเปล่าก็เท้าเปล่า ถ้าการปลดล็อกระบบแลกมาด้วยการเจ็บเท้านิดหน่อย ก็ถือว่าคุ้มค่า
และความรู้สึกที่ถูกเจียงหลีจูงมือเดินไปแบบนี้...
พูดตามตรง มันก็อุ่นใจดีเหมือนกัน
มันทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก
อวิ๋นเสี่ยวหนิงก้มหน้าก้มตา ไม่ห่วงเรื่องเดินเท้าเปล่าจะเป็นหวัดอีกต่อไป ได้แต่รีบก้าวเท้าตามจังหวะการเดินของเจียงหลีให้ทัน
"เจียงหลี พวกเราจะไปไหนกัน?"
"หอพัก"
"หือ?"
"ไปหอพักทำไม?"
ตามความคิดของอวิ๋นเสี่ยวหนิง เธอคงเลือกที่จะหนีออกจากโรงเรียนไปหาที่ซ่อนตัวก่อน
อีกอย่าง พวกเธอไม่รู้สถานการณ์ภายนอกโรงเรียนเลย ตั้งแต่วันสิ้นโลกปะทุขึ้นเมื่อสองชั่วโมงก่อน สัญญาณโทรศัพท์ทั้งสองซิมก็หายเกลี้ยง
ติดต่อโลกภายนอกไม่ได้เลย
แต่โลกภายนอกอาจจะปลอดภัยกว่าในโรงเรียนก็ได้มั้ง?
เพราะในโรงเรียนคนค่อนข้างเยอะ... ความหนาแน่นของพวกสัตว์ประหลาดก็น่าจะสูงกว่า
แต่เจียงหลีดูจะไม่ยี่หระกับพวก 'ผู้ติดเชื้อ' เลยสักนิด
แน่นอนสิ ก็เธอมีฝีมือขนาดนั้นนี่นา
เคียวยักษ์เหวี่ยงไปมาอย่างรวดเร็วและดุดัน ผ่าร่างผู้ติดเชื้อที่ขวางทางขาดครึ่งในพริบตา ดูไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด
อวิ๋นเสี่ยวหนิงเดาว่าเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับ 'พลังจิต' ระดับ SSS ของเจียงหลีแน่ๆ
"ข้างล่างหอพักมีซุปเปอร์มาร์เก็ต"
"ของใช้ในชีวิตประจำวัน อาหาร น้ำดื่ม มีครบหมด บนหอก็มีกระเป๋าเป้กับกระเป๋าเดินทางให้ขนของเพียบ"
"เราต้องไปถึงที่นั่นก่อนคนอื่นเพื่อกวาดของฟรี"
"แล้วก็ไปหาเสื้อผ้าเปลี่ยนด้วย"
"อีกอย่าง เธอหิวไม่ใช่เหรอ?"
"ถ้าหิวก็ไม่มีสมาธิ แล้วจะใช้พลังได้ยังไง จริงไหม?"
...คิดรอบคอบจริงแฮะ
อวิ๋นเสี่ยวหนิงนึกว่าอีกฝ่ายกะจะฆ่าล้างบางผู้ติดเชื้อให้หมดโรงเรียน แล้วยึดหอพักทำเป็นเซฟเฮาส์ซะอีก
"เราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว"
"...?"
"พลังของฉันอยู่ได้อีกแค่ประมาณสิบนาที พลังจิตก็ใกล้จะเกลี้ยงแล้ว ตอนนี้ยังรู้วิธีฟื้นฟูเร็วๆ ด้วย แถมบะหมี่ถ้วยเมื่อกี้ก็ไม่อยู่ท้องเลยสักนิด"
ฆ่าผู้ติดเชื้อมาตลอดทางตั้งหลายสิบตัว พลังยังใช้ต่อได้อีกตั้งสิบนาทีเลยเหรอ?
อวิ๋นเสี่ยวหนิงนึกถึงตัวเองที่กาง 'เส้นขอบเขต' ได้แค่ครั้งเดียว ครั้งที่สองก็ทำไม่ได้แล้ว เธอก้มหน้าลงด้วยความน้อยใจนิดๆ
ทว่ายังไม่ทันได้ถอนหายใจ แรงบีบที่มือของเจียงหลีก็เพิ่มขึ้นกะทันหัน
แม้รองเท้าคู่นั้นจะใส่ไม่พอดีเป๊ะ แต่ก็ดีพอที่จะให้เจียงหลีเดินเหินได้ว่องไวราวกับบิน
แต่... แต่ว่า...
"โอ๊ยๆ ช้าหน่อย... ช้าหน่อยสิ ช้าหน่อย"
"เจ็บๆๆ เจ็บจะตายอยู่แล้ว อ๊า!"
ใบหน้าเล็กของอวิ๋นเสี่ยวหนิงซีดเผือด แม้จะมองไม่เห็นสภาพเท้าผ่านถุงน่อง แต่ป่านนี้คงแดงช้ำไปหมดแล้ว
มิน่าล่ะในคัมภีร์โบราณถึงเรียกการเดินเท้าเปล่าว่า 'ตีนเปล่าเล่าเปลือย'
ก็เพราะมันโดนพื้นสากๆ บาดจนแดงเถือกไปหมดนั่นแหละ!
เจ็บชะมัด... หลังจากออกมาจากตึกเรียน
โลกภายนอกช่างแตกต่างจากโรงเรียนในความทรงจำของอวิ๋นเสี่ยวหนิงอย่างสิ้นเชิง
ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยเลือด แต่กลับมีศพน้อยมาก
นั่นเป็นเพราะคนที่ตายต่างลุกขึ้นมาวิ่งไล่กินคนกันหมดแล้ว
บนถนนสายหลักนอกตึกเรียนตอนนี้มีผู้ติดเชื้อไม่มากนัก มีแค่หนึ่งหรือสองตัวเดินโซซัดโซเซอย่างไร้จุดหมาย
ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่น่าจะกำลังรุมล้อมโจมตีมนุษย์ที่เหลือรอด เหมือนกับที่พวกมันล้อมเธอเมื่อกี้นั่นแหละ
"เธอสังเกตพวกมันบ้างหรือเปล่า?"
"สังเกต?"
"ใช่"
"ดูรูปร่างหน้าตา สังเกตพฤติกรรมของพวกมัน"
"เรื่องนี้สำคัญมากนะ ฉันมัวแต่ยุ่งกับการต่อสู้และปรับตัวเข้ากับพลัง เลยไม่ได้สังเกตพวกมันอย่างละเอียด"
"ฉัน... ฉันก็ไม่ได้ดูเหมือนกัน"
อวิ๋นเสี่ยวหนิงรู้สึกได้ว่าเจียงหลีปรายตามองมา แต่เธอไม่กล้าเงยหน้าสู้สายตา
สิ่งที่เจียงหลีพูดมีเหตุผลมาก หนังและซีรีส์ซอมบี้หลายเรื่องก็เป็นแบบนี้ ตัวเอกมักจะปรับกลยุทธ์โดยดูจากนิสัยและลักษณะของซอมบี้!
นี่เป็นวิธีที่ฉลาดและสำคัญมาก
แต่ทว่า... ถึงแม้วันสิ้นโลกจะปะทุขึ้นมานานกว่าสองชั่วโมงแล้ว
ถึงแม้เธอจะนั่งอยู่ริมหน้าต่างห้องเรียนในที่ปลอดภัยสุดๆ มาตลอดสองชั่วโมงนั้น
แต่ดูเหมือนว่าเวลาทั้งหมดนั้นเธอจะเอาแต่เหม่อลอย จมอยู่ในความคิด พิจารณาชีวิต
แล้วก็ตามด้วยการถอนหายใจอย่างสิ้นหวังพร้อมกุมท้องที่ว่างเปล่า
"พวกมันแบ่งคร่าวๆ ได้เป็นสองประเภท"
"หือ?"
"ฉันเรียกพวกมันว่า 'ประเภททั่วไป' กับ 'ประเภทกลายพันธุ์'"
"พวกที่โจมตีเธอ พวกที่มีอวัยวะโจมตีงอกออกมาเป็นพิเศษ คือประเภทกลายพันธุ์ ส่วนสองตัวที่เดินอยู่ข้างหน้าที่รูปร่างไม่ต่างจากคนปกติ คือประเภททั่วไป"
"อ๋อ"
อวิ๋นเสี่ยวหนิงเองก็สังเกตเห็นจุดนี้เหมือนกัน
แต่ทว่าสัตว์ประหลาดที่พุ่งเข้ามาในห้องเรียนเพื่อโจมตีเธอ ล้วนมีรูปร่างผิดมนุษย์ทั้งนั้น เธอแทบไม่เห็นประเภททั่วไปเลย
"ประเภททั่วไปจะโจมตีไม่เลือกหน้า แต่ประเภทกลายพันธุ์ดูเหมือนจะมีเป้าหมายเจาะจงเล่นงานคนบางกลุ่มเป็นพิเศษ"
"เหมือนอย่างเธอนั่นแหละ ฉันหาเธอเจอได้ก็เพราะตามพวกมันกับกลิ่นบะหมี่ถ้วยมานี่แหละ!"
เลิกพูดเรื่องบะหมี่ถ้วยสักทีจะได้ไหมเนี่ย?
อวิ๋นเสี่ยวหนิงเม้มปากเงียบ ตั้งใจฟังต่อ
"เธอเคยคิดไหมว่าทำไมพวกมันถึงรุมโจมตีเธอ?"
"มะ ไม่รู้สิ"
"อืม... ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีนะ..."
"บางที?"
"บางทีในสายตาพวกมัน เธออาจจะดูน่าอร่อยเป็นพิเศษก็ได้มั้ง?"
"..."
"เพราะขนาดฉันเห็น ฉันยังคิดว่าเธอดูน่าอร่อยมากๆ เลย~"
"!!??"
"เวลากินเข้าไป รสชาติต้องทั้งหอมทั้งนุ่มแน่ๆ"