- หน้าแรก
- เล่ห์รักคุณหนูยอดนักตุน
- บทที่ 5 สถานะเขยแต่งเข้าแห่งตระกูลเซี่ย!
บทที่ 5 สถานะเขยแต่งเข้าแห่งตระกูลเซี่ย!
บทที่ 5 สถานะเขยแต่งเข้าแห่งตระกูลเซี่ย!
"ลืมไปแล้วหรือไงว่าจี้ฉางอันมีสถานะเป็นอะไร? เขาเป็นเขยแต่งเข้าบ้านตระกูลเซี่ยนะ!"
"กินข้าวบ้านตระกูลเซี่ย ซุกหัวนอนในบ้านตระกูลเซี่ย ข้าวของทุกชิ้นล้วนเป็นของตระกูลเซี่ยทั้งนั้น!"
"พอเซี่ยหมิงเยว่ตาย สองผู้เฒ่าตระกูลเซี่ยก็จากไป สมบัติพัสถานทั้งหมดก็ตกไปอยู่ในมือจี้ฉางอัน!"
"เขาเสวยสุขในคฤหาสน์ตระกูลเซี่ย ผลาญเงินทองของตระกูลเซี่ย แล้วยังหน้าด้านรับหลัวชางเจวียนเข้ามาเชิดหน้าชูตา"
"ตอนนังหลัวชางเจวียนแต่งเข้ามา พวกหล่อนก็เห็นกันเต็มสองตานี่ สภาพดูไม่ได้ เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งติดตัวมาแค่สองชิ้น"
"แล้วก็จี้เจียวเจียว... อ้อ ไม่สิ ตอนนั้นยังชื่อหลินเจียวเจียว ยังไม่ได้เปลี่ยนแซ่ด้วยซ้ำ"
"พ่อแท้ๆ ไม่เอา นังหลัวชางเจวียนเลยหอบหิ้วลูกติดมาด้วย ตอนนั้นผอมแห้งหัวโตเหมือนลูกลิง หาเนื้อหนังไม่ได้สักขีดเดียว!"
"แล้วดูตอนนี้สิ"
"หลัวชางเจวียนยังเหลือเค้าเดิมไหม? เสื้อผ้ากางเกงที่ใส่ล้วนเป็นของดีมียี่ห้อจากร้านสหกรณ์ทั้งนั้น!"
"รองเท้าหนังที่ใส่อยู่คู่ละเป็นร้อยหยวน พวกเราใครจะมีปัญญาซื้อ? ส่วนจี้เจียวเจียวก็ผิวพรรณผุดผ่อง ใครจะดูออกว่าเคยเป็นลูกลิงผอมโซ? นี่มันเลี้ยงด้วยเงินตระกูลเซี่ยทั้งนั้น!"
"ใส่รองเท้าหนัง ใส่ชุดกระโปรงสวยๆ ยังจะไปสงสารพวกมันอีก แล้วใครจะสงสารพวกเราล่ะ?"
สิ้นเสียงตวาดของตู้เสี่ยวเหมย ฝูงชนที่กำลังจับกลุ่มนินทาก็เงียบกริบ
จริงด้วย...
พวกเขาไปหลงสงสารหลัวชางเจวียนกับจี้เจียวเจียว แต่ใครจะมาเวทนาพวกเขากันเล่า?
สองแม่ลูกนั่นกินอิ่มนอนอุ่น อยู่บ้านหลังใหญ่ มีเนื้อกินทุกวัน แถมยังมีเสื้อผ้าใหม่ใส่ไม่ซ้ำ
แล้วพวกเราล่ะ?
เงินเดือนแค่สิบยี่สิบหยวน ในจานข้าวแทบไม่เห็นวิญญาณเนื้อ แต่ละบ้านต้องรัดเข็มขัดจนกิ่ว
สภาพแบบนี้ยังจะมีหน้าไปสงสารเศรษฐีอย่างหลัวชางเจวียนกับจี้เจียวเจียวอีกหรือ?
เหอะ!
สมองกลับกันไปหมดแล้วแน่ๆ!
ชาวบ้านที่ได้สติรีบเก็บความสงสารกลับคืนแทบไม่ทัน สีหน้าเจื่อนๆ กันไปหมดด้วยความกระดากอาย
"เฮ้อ ใครจะไปนึกถึงเรื่องพวกนี้กันล่ะ"
"ถ้าเธอไม่พูดเตือนสติ พวกเราก็ลืมไปแล้วจริงๆ"
"ถ้าจะพูดว่าใครน่าสงสาร ก็พวกเรานี่แหละที่น่าสงสาร"
"ฉันว่าซือเซิงนั่นแหละน่าสงสารที่สุด แม่แท้ๆ ก็ตาย พ่อก็ไปคว้าแม่เลี้ยงมาเสวยสุข"
"จี้ฉางอันเอาเงินเมียเก่ามาเลี้ยงลูกเมียใหม่ ถ้าเซี่ยหมิงเยว่รู้คงลุกจากโลงมาข่วนหน้าแหกแน่!"
"ถ้าตายายตระกูลเซี่ยยังอยู่ จี้ฉางอันคงไม่กล้ากำเริบเสิบสานขนาดนี้!"
"นั่นสิ จริงที่สุด"
"เอาเถอะๆ แยกย้ายกันได้แล้ว กลับบ้านไปทำกับข้าวให้ลูกเต้ากินกันดีกว่า"
ฝูงชนค่อยๆ สลายตัว ต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้านไปทำหน้าที่ของตน
ณ โรงพยาบาล
นายแพทย์มองฝ่ามือของจี้ฉางอันที่ถูกตะเกียบแทงทะลุคาอยู่ด้วยความตกตะลึง จนสมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ
"คุณ... ไปทำอีท่าไหนมาเนี่ย?"
เขาเป็นหมอมานาน ไม่เคยเห็นบาดแผลลักษณะนี้มาก่อน
มันช่างพิลึกพิลั่นเกินไปแล้ว
จี้ฉางอันกัดฟันทนความเจ็บปวด ตอบเลี่ยงๆ ไปว่า "ผมพลาดทำแทงมือตัวเองครับ หมอช่วยรักษาก่อนเถอะ ดึงตะเกียบออกได้ไหม?"
เขาอับอายเกินกว่าจะบอกความจริงว่าถูกลูกสาวตัวเองแทง
ขืนพูดไปคงเอาหน้าไปไว้ที่ไหนไม่ได้
หมอกล่าวเสียงเครียด "รักษาได้ แต่จะดึงออกตรงๆ ไม่ได้หรอก"
หมอหันไปหยิบคีมออกมา
เริ่มจากใช้อาโอดีนฆ่าเชื้อที่ปลายตะเกียบทั้งสองด้านที่โผล่พ้นฝ่ามือออกมา แล้วจัดการฆ่าเชื้อที่คีมด้วย
"เจ็บหน่อยนะ อดทนไว้ล่ะ"
หมอกำชับพลางใช้คีมคีบตะเกียบส่วนที่คาอยู่ในมือเขาอย่างมั่นคง