- หน้าแรก
- ระบบอัญเชิญพลิกชะตา ครองหล้าด้วยขุนพลเทพ
- บทที่ 43 - จะมีเรื่องหรือ
บทที่ 43 - จะมีเรื่องหรือ
บทที่ 43 - จะมีเรื่องหรือ
บทที่ 43 - จะมีเรื่องหรือ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"คุณชายลวี่ จำที่ข้าพูดเมื่อครู่ได้หรือไม่ หากเจ้าดูแลกรงเล็บสกปรกของเจ้าไม่ได้ ก็ตัดทิ้งไปซะ" หวังอวี่เอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม
ความจริงแล้วหวังอวี่ก็แค่กะจะขู่เจ้าเด็กนี่ให้กลัวเล่นๆ เท่านั้น ไม่ได้คิดจะตัดมือเขาจริงๆ หรอก
เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มันทำให้หวังอวี่รู้สึกระแวงสงสัยเป็นอย่างมาก เขาเกรงว่าเบื้องหลังเรื่องนี้อาจจะมีอะไรแอบแฝงอยู่
หากลวี่ชงยอมอ่อนข้อให้สักหน่อย หวังอวี่ก็ไม่รังเกียจที่จะเปลี่ยนเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็ก และทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นไม่มีอะไรเลย แต่ใครจะไปคิดว่าเจ้าลวี่ชงนี่หัวแข็งชะมัด
หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ หากเป็นคนที่คุ้นเคยกับลวี่ชงย่อมต้องดูออกแน่ว่าเจ้าเด็กนี่ผิดปกติไปจากทุกทีอย่างเห็นได้ชัด
"ไอ้สุนัขรับใช้ วันหน้าข้าจะมาจัดการเจ้าให้พิการเลยคอยดู" ลวี่ชงที่ถูกหิ้วคออยู่ตะโกนด่าอย่างเดือดดาล
ลวี่ชงไม่เคยเห็นยอดฝีมือระดับเทียนเหรินตัวจริงมาก่อน จึงไม่รู้เลยว่าคนที่หิ้วคอเขาอยู่นั้นคือยอดฝีมือระดับเทียนเหริน ไม่ใช่ระดับปรมาจารย์อย่างที่เขาเข้าใจ
"ไอ้หนู ยังจะปากดีอีกนะ" จ้าวควงเวยพุ่งเข้าไปเตะลวี่ชงที่ถูกจับมัดอยู่หลายที
ความจริงแล้วจ้าวควงเวยเจ้าเล่ห์จะตายไป ที่เขาเข้าไปเตะนี่ก็เพื่อช่วยลวี่ชงทางอ้อม และเพื่อหาทางลงให้หวังอวี่ด้วย ไม่อย่างนั้นหากปล่อยให้หวังอวี่ตัดมือลวี่ชงไปจริงๆ ความแค้นระหว่างสองฝ่ายคงผูกกันแน่นจนแก้ยากแน่
ซูอวี้หยาที่อยู่ข้างๆ ก็ฉลาดเป็นกรด นางมองปราดเดียวก็เข้าใจเจตนาแฝงของจ้าวควงเวยทันที จึงรีบหันไปสั่งลูกน้องด้านหลังว่า "ยังไม่รีบพาคุณชายลวี่ออกไปอีก"
หวังอวี่ส่งสัญญาณให้หลิงตงไหลส่งตัวลวี่ชงให้คนพวกนั้น เดิมทีหวังอวี่คิดว่าเรื่องนี้คงจบลงเพียงเท่านี้ เพราะเขาเองก็ไม่ได้มีกะจิตกะใจจะไปตัดมือลวี่ชงจริงๆ เพื่อสร้างความแค้นกับลวี่เสินหมัวหรอก
คนอื่นอาจจะเกรงกลัวลวี่เสินหมัว แต่เขาไม่กลัว จวนแม่ทัพบูรพาคุมทหารม้าเหล็กกล้าถึงสามแสนนาย ส่วนลวี่เสินหมัวแม้จะได้ชื่อว่าเป็นเทพสงครามแห่งต้าชาง แต่ในมือกลับไม่มีอำนาจทางทหารจริงๆ เลยแม้แต่น้อย
เขาเป็นผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ก็จริง แต่กองทหารรักษาพระองค์ขึ้นตรงต่อฮ่องเต้ หากไม่มีราชโองการ ลวี่เสินหมัวก็สั่งการทหารไม่ได้แม้แต่คนเดียว
และนี่ก็เป็นเหตุผลที่จ้าวควงเวยกล้าเข้าไปเตะเจ้านั่นเพื่อช่วยแก้สถานการณ์ เพราะในเมื่อจวนแม่ทัพบูรพาไม่กลัวลวี่เสินหมัว จวนแม่ทัพประจิมก็ย่อมไม่กลัวเช่นกัน
สาเหตุที่หวังอวี่ไม่อยากตัดมือลวี่ชงจริงๆ ไม่ใช่เพราะกลัวจะผิดใจกับลวี่เสินหมัว แต่แค่ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวโดยใช่เหตุ แถมหวังอวี่ยิ่งรู้สึกว่าเบื้องหลังเรื่องนี้มีกลิ่นตุๆ ชอบกล จึงไม่อยากวู่วามจนตกหลุมพรางใครเข้า
แต่ทว่าคนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต นึกว่าเรื่องจะจบลงแค่นี้ แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นอีก ลวี่ชงที่เป็นถึงยอดฝีมือระดับเหนือชั้น ออกแรงเตะต่อยเพียงไม่กี่ทีก็ซัดพวกที่มาจับตัวเขากระเด็นไปคนละทิศละทาง จากนั้นก็หมุนตัวฟาดฝ่ามือใส่หวังอวี่
"อึก" เลือดคำโตพุ่งออกมาจากปาก
อย่าเพิ่งเข้าใจผิด คนที่กระอักเลือดไม่ใช่หวังอวี่ แต่เป็นลวี่ชง มีหลิงตงไหลคอยคุ้มกันอยู่ข้างกาย ลำพังแค่ลวี่ชงจะไปทำอะไรหวังอวี่ได้
เพียงแต่หลิงตงไหลลงมืออย่างรู้หนักเบา แม้จะซัดลวี่ชงจนบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นเอาชีวิต เห็นได้ชัดว่าหลิงตงไหลต้องการให้หวังอวี่เป็นคนตัดสินใจว่าจะจัดการกับลวี่ชงอย่างไรในท้ายที่สุด
ทว่าเวลานี้หวังอวี่กลับตกที่นั่งลำบาก หากเขาทำตามที่พูดไว้คือตัดมือลวี่ชงทิ้ง นอกจากจะต้องเป็นศัตรูกับเทพสงครามแห่งต้าชางอย่างลวี่เสินหมัวแล้ว หากเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไร แล้วหวังอวี่ก้าวพลาดตกลงไปจะทำอย่างไร
แต่เจ้าลวี่ชงนี่ก็รนหาที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมเมื่อกี้เขาก็ลั่นวาจาไปแล้วว่าจะตัดมือทิ้ง หากปล่อยลวี่ชงไปเฉยๆ แบบนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องดีเหมือนกัน
ถ้าเขาปล่อยลวี่ชงไปง่ายๆ คนอื่นคงคิดว่าเขากลัวลวี่เสินหมัว หรืออาจจะลามไปถึงว่าจวนแม่ทัพบูรพากลัวลวี่เสินหมัว หากเป็นแบบนั้นจริง ชื่อเสียงบารมีของหวังอวี่คงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
บารมีเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่มันสัมผัสได้ สำหรับผู้ที่อยู่เหนือคนอื่น สิ่งนี้สำคัญยิ่งชีพ
ความคิดในหัวหมุนวนพันตลบ หวังอวี่แสร้งทำเป็นโกรธจัด กระโดดเข้าไปเตะลวี่ชงที่บาดเจ็บอยู่หลายที แต่มีอยู่ทีหนึ่งที่ดูเหมือนจะใส่แรงเยอะไปหน่อย เผลอเตะลวี่ชงกระเด็นไปทางตงฟางเจียวหนวี่
เงาดำทะมึนพุ่งเข้ามาหา ตงฟางเจียวหนวี่เผลอซัดฝ่ามือสวนออกไปตามสัญชาตญาณ ส่งผลให้ลวี่ชงกระเด็นไปกระแทกใส่องค์ชายสี่หวงฝูหมิงเฟิ่งที่อยู่ข้างๆ
ลวี่ชงที่โดนยำเละไปหลายตลบ ในที่สุดก็สลบเหมือดไปไม่รู้เรื่องรู้ราว หวงฝูหมิงเฟิ่งมองลวี่ชงที่มีสภาพดูไม่ได้ด้วยสายตาเย็นชา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่เขาก็หิ้วคอลวี่ชงแล้วเหวี่ยงกลับมาทางหวังอวี่
หวังอวี่ลอบยิ้มแห้งในใจ อุตส่าห์เตะส่งไปให้คนอื่นเผื่อจะมีจุดเปลี่ยนอะไรบ้าง ใครจะไปนึกว่าเจ้านี่จะโดนโยนกลับมาอีก
เท้าหนักๆ กระทืบลงไปบนแขนของลวี่ชง เสียงกระดูกหักดังกร๊อบ เป็นอันว่าเขาได้ทำตามคำพูดที่ลั่นไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม หวังอวี่ก็ยังเหลือทางรอดไว้ให้บ้าง ลูกเตะเมื่อกี้ดูเหมือนหนักหน่วง แต่หากได้หมอเทวดามารักษา แขนของลวี่ชงก็ยังมีโอกาสกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม
เมื่อเห็นหวังอวี่ลงมือ ซูอวี้หยาแม้ภายนอกจะดูสงบนิ่ง แต่ในใจกลับร้อนรุ่ม เรื่องคืนนี้คงจบไม่สวยแน่แล้ว
เรื่องบานปลายมาถึงขั้นนี้ ลำพังนางคงรับมือไม่ไหว
ไป๋รั่วหลานที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะกระตุกชายเสื้อหวังอวี่ นางเองก็รู้ดีว่าหลังจากเท้าข้างนั้นกระทืบลงไป เรื่องนี้คงยากจะจบลงง่ายๆ
หวังอวี่โบกมือเบาๆ เป็นเชิงบอกไป๋รั่วหลานว่าไม่ต้องกังวล
พูดกันตามตรง หวังอวี่ไม่ได้กลัวลวี่เสินหมัวสักเท่าไหร่ แม้ตอนนี้เขาจะไม่ได้อยู่ที่จวนแม่ทัพบูรพา แต่อยู่ในเมืองหลวง เขาก็มั่นใจว่าหากลวี่เสินหมัวมาหาเรื่อง เขาจะไม่ตกเป็นรองแน่
อย่าลืมว่าหวังอวี่ยังมีหลิงตงไหลอยู่ข้างกาย แม้หลิงตงไหลจะเคยบอกว่าเทียบกับลวี่เสินหมัวแล้ว เขาอาจจะยังเป็นรองอยู่นิดหน่อย แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
ต่อให้หลิงตงไหลคนเดียวเอาไม่อยู่ หวังอวี่ก็ยังมี "การ์ดอัญเชิญระดับเทพ" ที่ยังไม่ได้ใช้อีกหนึ่งใบ
และในสิทธิพิเศษแฝงของระบบ การอัญเชิญห้าครั้งแรกที่ไม่ใช่การใช้แต้มอัญเชิญ จะไม่มีทางได้ตัวละครที่ต่ำกว่าระดับเทียน (ระดับฟ้า)
และการ์ดอัญเชิญระดับเทพก็นับเป็นวิธีการอัญเชิญที่ไม่ใช่การใช้แต้ม ดังนั้นย่อมไม่มีทางได้ตัวละครที่ต่ำกว่าระดับเทียนแน่นอน
ดังนั้น หากต้องใช้การ์ดใบนี้ในตอนนี้ มันก็ดูจะสิ้นเปลืองไปสักหน่อย
[จบแล้ว]