- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยพร้อมสกิลมองเห็นค่าโชค
- บทที่ 3 - นิมิตแห่งฟ้าดิน
บทที่ 3 - นิมิตแห่งฟ้าดิน
บทที่ 3 - นิมิตแห่งฟ้าดิน
บทที่ 3 - นิมิตแห่งฟ้าดิน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว สิบเดือนเปรียบเสมือนเพียงดีดนิ้ว
อาจเป็นเพราะร่างกายที่หดเล็กลง ซั่วเหิงจึงต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันไปกับการนอนหลับ ฟังจากที่ 004 บอก สาเหตุมาจากร่างกายยังอยู่ในช่วงการเจริญเติบโตซึ่งเป็นภาวะปกติ ให้เขาไม่ต้องกังวล
ซั่วเหิงก็ไม่ได้กังวลจริงๆ นั่นแหละ
วันๆ เขาก็ขลุกอยู่ในพื้นที่จิตสำนึกเพื่ออ่านข้อมูล ดูว่าพ่อจ๋าแม่จ๋าทำอะไรอยู่ข้างนอก แล้วก็จำศีล ชีวิตน้อยๆ นี้จะเรียกว่าไม่สุขสบายก็คงไม่ได้
กระทั่งไม่กี่วันก่อนที่เขาจะคลอด หลังจากที่อ่านข้อมูลทั้งหมดจบแล้ว 004 กลัวว่าเขาจะเบื่อ จึงอุตส่าห์หาภาพยนตร์และละครจากโลกอื่นมาให้เขาดูแก้เซ็ง
ตอนนี้ซั่วเหิงจึงพอจะเข้าใจขอบเขตอำนาจและหน้าที่ของระบบพวกนี้อย่างคร่าวๆ แล้ว รวมถึงเรื่องของมหาโลกจำนวนนับล้านล้านภายใต้การปกครองของระบบหลัก ซึ่งผลงานทางวัฒนธรรมในนั้นมีมากมายดุจดวงดาว ซั่วเหิงดูอย่างเพลิดเพลินเจริญใจ
【โฮสต์ คุณกำลังจะคลอดแล้วครับ】
ซั่วเหิงดึงสติกลับมาจากละครทีวี
【ถึงเวลาเร็วขนาดนี้เชียว? ก็ดีเหมือนกัน】
ซั่วเหิงยิ้มบาง
สำหรับชีวิตในโลกผู้บำเพ็ญเพียร เขาตั้งตารอคอยอยู่ไม่น้อย
...
ย่านฉิงหลังจากทานอาหารสมุนไพรวิญญาณประจำวันเสร็จ ก็รู้สึกถึงสัญญาณเตือนว่าจะคลอด
นางคว้ามือใหญ่ของซั่วหยาที่อยู่ข้างๆ ไว้แน่น ความตื่นตระหนกเล็กน้อยในแววตาทำเอาซั่วหยาปวดใจยิ่งนัก
ไม่ว่าย่านฉิงจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่แข็งแกร่งเพียงใด แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางจะได้เป็นแม่คน ซั่วหยาเข้าใจความหวาดหวั่นของภรรยาเป็นอย่างดี
อย่าว่าแต่ย่านฉิงเลย แม้แต่ตัวเขาเองยังตื่นเต้นจนเหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ
"ใครก็ได้! ฮูหยินเจ็บท้องแล้ว!"
ซั่วหยากุมมือย่านฉิงแน่น มอบคำปลอบโยนอันหนักแน่นให้แก่นาง "ฮูหยิน ไม่เป็นไร เจ้ากับลูกจะต้องปลอดภัย"
ย่านฉิงรู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรงที่บิดเกร็งในท้อง นางข่มความเจ็บปวดแล้วพยักหน้ายิ้มให้ซั่วหยา ก่อนจะถูกคนประคองเข้าไปในห้องคลอด
...
หน้าห้องคลอดบรรยากาศคึกคักยิ่งนัก
ไม่ใช่แค่ซั่วหยาที่รอคอยอย่างร้อนใจ แม้แต่เก้าจู่ซั่วกู่ก็มาด้วย ตอนนี้กำลังนั่งจิบชาอยู่บนเก้าอี้ข้างๆ
นอกจากสองท่านนี้แล้ว ยังมีชายอีกคนพาเด็กน้อยคนหนึ่งเหาะมาจากที่ไกลๆ
ชายผู้นั้นเหยียบเมฆมงคลสีขาวบริสุทธิ์ เมื่อลงสู่พื้นเมฆนั้นก็เลือนหายไป
"เก้าจู่ พี่ใหญ่"
ซั่วหยาง น้องชายแท้ๆ ต่างมารดาของซั่วหยา
ก่อนหน้านี้เพราะย่านฉิงตั้งครรภ์ไม่สะดวกรับแขก ซั่วหยางจึงไม่ได้มารบกวน แต่ในใจเขายังคงระลึกถึงพี่สะใภ้และหลานชายที่ยังไม่เกิดอยู่เสมอ สมบัติล้ำค่าต่างๆ จึงถูกส่งเข้าคลังของพี่ใหญ่ไม่ขาดสาย
"น้องรองกับเสี่ยวเย่มาแล้ว นั่งเถอะ" ซั่วหยาโบกมือ ตอนนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนกฎระเบียบอะไรทั้งนั้น
ซั่วหยางพยักหน้า ส่งสัญญาณให้ลูกชายตามเขาไปนั่งด้านข้าง
ลูกชายของซั่วหยาง คือซั่วเชียนเย่ ปีนี้กำลังจะหกขวบ ถึงวัยที่ใกล้จะเริ่มฝึกวิชาแล้ว
เขาดูเงียบขรึมเรียบร้อย อายุน้อยแต่บุคลิกสูงส่งสง่างามดั่งหยกเนื้อดี มองออกได้เลยว่าอนาคตต้องเป็นคุณชายผู้เลอโฉมสะท้านโลกา
เวลานี้ ซั่วเชียนเย่กำลังมองไปทางห้องคลอดอย่างคาดหวัง
"ท่านพ่อ อาสะใภ้จะคลอดน้องชายหรือน้องสาวขอรับ?"
ซั่วหยางยกมือลูบหัวเขา "พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน"
ซั่วเชียนเย่พยักหน้า ไม่ได้ถามต่อ
...
ประจวบเหมาะกับเวลานั้น ท้องนภาพลันเกิดลมเมฆปั่นป่วน
มังกรอัสนีตัวหนึ่งขดตัวผลุบโผล่อยู่ในชั้นเมฆ
ใช้อัสนีเป็นกระดูก ใช้วายุเป็นรูปร่าง
ดวงตามังกรคู่หนึ่งที่ควบแน่นจากลมและสายฟ้าจ้องมองลงมายังทิศทางของตระกูลซั่ว รัศมีนับสิบล้านลี้ ไม่มีผู้ใดไม่ตื่นตระหนก
"นี่คือ... นิมิตแห่งฟ้าดิน?!"
ซั่วหยาดีดตัวลุกขึ้นยืน 'พรึ่บ' มองดูมังกรยักษ์อัสนีวายุที่ขดตัวอยู่บนท้องฟ้าด้วยความตื่นเต้นดีใจ
"อุแว้——"
ยามเมื่อเสียงร้องไห้ของทารกดังสนั่นหวั่นไหว มังกรอัสนีก็อ้าปากกว้าง คายลูกแก้วแสงสีเขียวม่วงออกมา
ลูกแก้วแสงนั้นลอยละล่องท่ามกลางสายตาของทุกคน สุดท้ายก็พุ่งทะลุหลังคาตำหนักหลักของตระกูลซั่ว ตกลงสู่กึ่งกลางหน้าผากของทารกแรกเกิด
ครืน!
พลังแห่งลมและสายฟ้าพลันพรั่งพรู ราวกับกำลังร่วมเฉลิมฉลอง
มุมปากของซั่วกู่ฉีกยิ้มออกมาจากใจจริง
ก่อนหน้ามีกระดูกกระบี่ ตามมาด้วยกายาอัสนีวายุ
ตระกูลซั่วของเขาในยุคทองนี้ จักต้องรุ่งโรจน์!
...
เวลานั้น ซั่วเหิงที่เพิ่งคลอดกำลังถูกย่านฉิงโอบกอดไว้อย่างอ่อนโยน
ใบหน้าของนางยังคงซีดเซียวเล็กน้อย แม้สมรรถภาพร่างกายของผู้บำเพ็ญเพียรจะดีเยี่ยม หรือกระทั่งความสามารถในการฟื้นตัวจะสูงมากเพราะพลังปราณ แต่การคลอดลูกอย่างไรก็กระทบกระเทือนร่างกายอยู่บ้าง จึงยังต้องบำรุงรักษาตัวอย่างละเอียดไปอีกระยะหนึ่ง
"เด็กดี น่ารักจริงๆ"
ย่านฉิงยิ้ม ก้มหน้าเอาปลายจมูกเขี่ยจมูกน้อยๆ ของซั่วเหิง
นอกจากตอนเพิ่งคลอดที่ร้องไปไม่กี่คำแล้ว ซั่วเหิงก็ไม่ร้องอีกเลย เพียงแค่ลืมตาคู่หนึ่งมองสำรวจไปรอบๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น
แววตาที่มีประกายนั้นทำให้หัวใจของย่านฉิงอ่อนยวบ
ซั่วเหิงเป็นทารกที่หน้าตาน่ารักมาก ดวงตาสีนิลกลมโต บริเวณกึ่งกลางหน้าผากประทับไว้ด้วยตราสัญลักษณ์อัสนีวายุสีเขียวสลับม่วง
อาจเป็นเพราะเพิ่งชักนำนิมิตแห่งฟ้าดินมาหมาดๆ ตราสัญลักษณ์อัสนีวายุนั้นจึงยังคงเรืองแสงจางๆ
ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างของซั่วหยาพุ่งเข้ามาดุจสายลม
"ฮูหยิน!"
ซั่วหยาถลาไปที่ข้างเตียง โอบย่านฉิงไว้ในอ้อมแขน มองสำรวจนางตั้งแต่หัวจรดเท้า "เป็นอย่างไรบ้าง ไม่เป็นไรนะ?"
ย่านฉิงหัวเราะเบาๆ "ข้าสบายดี ท่านพี่ไม่ดูลูกของเราหน่อยหรือเจ้าคะ?"
"ใช่ ใช่ ต้องดูสิ" ซั่วหยาเห็นย่านฉิงปลอดภัยดีแล้วจริงๆ ถึงได้เบนสายตาไปยังทารกในอ้อมแขนนาง
การมองครั้งนี้ ประสานสายตากับซั่วเหิงเข้าอย่างจัง
...
ไม่รู้ทำไม ซั่วเหิงรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเต้นแรงขึ้นมาวูบหนึ่ง
แม้จะเคยเห็นหน้าตาสองคนนี้ผ่านหน้าจอแสงอยู่ทุกวัน แต่การได้มาเห็นด้วยตาเนื้อจริงๆ นี่เป็นครั้งแรก
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่หล่อเหลา หญิงสาวอ่อนโยนเพียบพร้อม
ฉากที่งดงามราวกับความฝัน ทำให้ซั่วเหิงถอนหายใจเบาๆ ในใจ
นั่นสินะ มนุษย์อย่างไรก็เป็นสัตว์สังคม ต่อให้ความรู้สึกของเขาจะด้านชากว่าคนทั่วไปมากแล้ว แต่ความรักความผูกพันในครอบครัว ก็ยังคงเป็นสิ่งที่สัมผัสใจคนได้มากที่สุดอยู่ดี
"แอ้... อูว แอ้..." ซั่วเหิงแสร้งทำเป็นไร้เดียงสา ยื่นมือน้อยๆ ออกไปหาทั้งสองคน
"สมกับเป็นลูกชายข้า น่ารักจริงๆ"
ก่อนคลอดเพราะมีผลึกต้นกำเนิดวิญญาณกั้นขวางจึงตัดสินได้ยาก แต่หลังคลอดแล้ว เพียงใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์กวาดผ่านก็รู้เพศของเด็กคนนี้ได้ทันที
"ท่านพี่ ตั้งชื่อให้ลูกของเราสิเจ้าคะ?"
ซั่วหยาจ้องมองดวงตากลมโตของซั่วเหิง พลางนึกถึงพรสวรรค์ของเด็กคนนี้ มุมปากก็ยกยิ้มขึ้น
"กายาอัสนีวายุ หนึ่งเดียวในหล้า พ่อหวังว่าวันหน้าเจ้าจะโบยบินสู่เก้าสวรรค์ แบกรับความยิ่งใหญ่ ครองความเป็นหนึ่งในใต้หล้า! เช่นนั้น ให้ชื่อว่า——ซั่วเหิง" (เหิง แปลว่า มีอำนาจ/สมดุล/มาตราชั่งตวงวัด เปรียบเปรยถึงการแบกรับหรือการเป็นมาตรฐานของโลก)
ย่านฉิงยกมือลูบแก้มขาวนุ่มของลูกชาย "ซั่วเหิง เสี่ยวเหิง ลูกมีชื่อแล้วนะ"
ซั่วเหิงภายนอกยังคงมองทั้งสองคนตาแป๋ว แต่ภายในใจกลับหัวเราะเบาๆ
ซั่วเหิง
พรหมลิขิตสินะ?
【โฮสต์ ตรวจพบว่าคุณถือกำเนิดแล้ว ปัจจุบันเนตรชะตาฟ้าพัฒนาสมบูรณ์แล้ว คุณสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา】
ซั่วเหิงเลิกคิ้วเงียบๆ รู้สึกถึงความอุ่นวาบในดวงตา จึงกระตุ้นพลังมองไปที่ซั่วหยาและย่านฉิง
แสงสีม่วงเจิดจรัส ยั่งยืนยาวนาน
【โฮสต์ครับ สีม่วงถือว่าเป็นผู้มีวาสนามากแล้วครับ】
ซั่วเหิงไม่แสดงความเห็นใดๆ
(จบแล้ว)