- หน้าแรก
- ข้ามโลกสร้างตัว จากชาวนาสู่ผู้คุมระบบ
- บทที่ 26 ระบบเทพเจ้าเศรษฐีในเมือง (26)
บทที่ 26 ระบบเทพเจ้าเศรษฐีในเมือง (26)
บทที่ 26 ระบบเทพเจ้าเศรษฐีในเมือง (26)
ในวันหยุดแรงงาน 1 พฤษภาคม เซี่ยหยางหยิบโฉนดที่ดินสองสามชุดใส่กระเป๋าแบบไม่คิดอะไรมาก เธอพาวันบอดี้การ์ดสี่คนในชุดลำลองสวมแว่นกันแดด บินตรงสู่หนานเฉิงด้วยท่าทางสบาย ๆ
สำหรับบอดี้การ์ดคนอื่นในทีมเทพเจ้าเศรษฐี เธอแบ่งสองคนไปคอยคุ้มครองเซี่ยซูหลิงในชีวิตประจำวัน และอีกสองคนติดตามลูกพี่ลูกน้องคนรองไปที่เมืองหลวงเพื่อก่อตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัย
ในอนาคต เธอตั้งใจจะใช้บอดี้การ์ดจากบริษัทของตัวเองเพื่อดูแลอสังหาริมทรัพย์และกิจการทั้งหมด
ส่วนบอดี้การ์ดที่เหลือให้ประจำอยู่ที่อำเภอเสี่ยวหลิง เพื่อช่วยเฝ้าดูโปรเจกต์ต่าง ๆ ของเธอ คนที่มีพลังต่อสู้สูง ๆ เหมาะกับการเฝ้าฐานที่มั่นที่สุดแล้ว
สำหรับการเดินทางออกนอกพื้นที่ พาบอดี้การ์ดไปสี่คนก็ถือว่าเพียงพอ
ร่างเดิมเคยเรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในแถบชานเมืองหนานเฉิง โรงเรียนแห่งนี้ฐานะไม่ค่อยดีนัก นักเรียนในพื้นที่มักจะรับได้ไม่เต็มโควตาในแต่ละปี จึงมักจะมีกลุ่มนักเรียนนอกพื้นที่ที่ถูกส่งต่อมาจากโรงเรียนอื่นปะปนอยู่ด้วย
เหล่านักเรียนมีที่มาที่ไปหลากหลายและวุ่นวาย ทีมครูบาอาจารย์เองก็มีระดับฝีมือปะปนกันไป ส่งผลให้คุณภาพการเรียนการสอนรั้งท้ายของจังหวัดมาโดยตลอด
แต่ต่อให้เป็นโรงเรียนธรรมดาแค่ไหน ก็มักจะมีศิษย์เก่าที่โดดเด่นออกมาสักสองสามคนเสมอ
อย่างเช่นเพื่อนร่วมห้องที่ชื่อ เฉิงจั๋ว เขาเป็นเด็กหนุ่มตัวเล็ก ๆ ผอม ๆ และเป็นคนเงียบขรึมมาก แต่เก่งคณิตศาสตร์สุดยอด ตอนมัธยมต้นเขาเคยแข่งคณิตศาสตร์ได้รางวัลที่ 1 ของเมือง และรางวัลที่ 2 ของมณฑล ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเขาสอบติดคณะคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยหัวต้า (มหาวิทยาลัยชั้นนำ) และยังไม่ทันเรียนจบปีกรีเขาก็ได้รับการยืนยันให้เรียนต่อปริญญาโทในมหาวิทยาลัยเดิมทันที ตอนนี้เขาอยู่ปี 2 ของระดับปริญญาโท
วันหยุด 1 พฤษภาคมปีนี้เป็นวันมงคลเหมาะแก่การแต่งงาน เฉิงจั๋วบินกลับมาเพื่อร่วมงานแต่งของลูกพี่ลูกน้อง วันต่อมาเขาไปเดินร้านหนังสือแล้วบังเอิญเจอ จางโอวหมิง เพื่อนร่วมโต๊ะสมัยมัธยมต้น จึงถูกลากมายังสถานที่นัดรวมตัวอย่างกระตือรือร้น
ตอนที่เซี่ยหยางไปถึง นอกจากเฉิงจั๋วกับจางโอวหมิงที่นั่งแทะเม็ดกวยจี้คุยกันอยู่ที่มุมห้อง คนอื่น ๆ ต่างรุมล้อมอยู่รอบตัว เหมาซือถง และ ลู่ข่าย พร้อมกับเอ่ยแซว:
"เซี่ยหยางเมื่อวานไม่มางานแต่งจริง ๆ ด้วย เหมาเหมาเธอไม่โกรธเหรอ?"
"เทียบกับเรื่องนั้น ฉันอยากรู้มากกว่าว่า เดี๋ยวพอเซี่ยหยางมาถึงแล้วเห็นอาข่ายจนละสายตาไม่ได้ เหมาเหมาเธอจะหึงไหมจ๊ะ?"
"ถามแบบนั้นได้ยังไง ต้องถามเซี่ยหยางสิ ว่าเห็นเหมาเหมาแล้วจะตาร้อนด้วยความอิจฉาหรือเปล่า?"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า... เอ๊ะ! เซี่ย... เซี่ยหยาง?"
เซี่ยหยางยืนกอดอก มองคนกลุ่มนี้ด้วยรอยยิ้มเย็น: "สวัสดีทุกคน! ไม่เจอกันไม่กี่ปี ปากยังเสียเหมือนเดิมเลยนะ"
"..."
"..."
"พรวด!—"
จางโอวหมิงเกือบจะสำลักเม็ดกวยจี้ตาย จนกระทั่งเซี่ยหยางมองมาทางเขา เขาก็อุทาน "เชี่ย!" ออกมาคำโตแล้วเด้งตัวจากเก้าอี้ด้วยความตกใจ
"เซี่ยหยาง! เธอ... เธอ... เธอคือเซี่ยหยางคนนั้นจริง ๆ เหรอ... โอ๊ย แม่เจ้า—"
"ไอ้หมาจาง แกเป็นบ้าอะไร! ตกอกตกใจไปได้ พูดจาไม่เป็นภาษามนุษย์เลยนะแก"
"ไม่ใช่โว้ย คือเธอ... ยัยนั่น..."
จางโอวหมิงอยากจะบอกว่า ช่วงก่อนหน้านี้เขาเห็นชื่อเซี่ยหยางบนคำค้นหายอดนิยม... ไม่สิ! พูดให้ชัดคือ ตอนเขาเห็นข่าวเซี่ยหยางในโซเชียล เขาคิดว่าเป็นเศรษฐีนีที่ชื่อเหมือนเพื่อนเก่าสมัยมัธยมเฉย ๆ
ก็ผู้หญิงเราพอโตขึ้นก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน แถมไม่เจอกันตั้ง 8 ปี ใครจะไปนึกว่าเซี่ยหยางคนนี้คือเซี่ยหยางคนนั้นล่ะ!
ให้ตายเถอะ! สมองเขาแล่นผ่านข่าวนั้นอย่างรวดเร็ว ข่าวนั้นว่าไงนะ? ดูเหมือนจะบอกว่าเธอเป็นเจ้าของเพียงคนเดียวของหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งในหนานเฉิง... แถมยังมีชื่อครอบครองถนนสายกินที่มีความยาวถึงหนึ่งกิโลเมตร...
นึกไม่ถึงจริง ๆ! เศรษฐีนีที่มีสินทรัพย์นับพันล้านดันอยู่ข้างตัวเขา แถมยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมด้วย! จางโอวหมิงตกใจจนอ้าปากค้าง กวาดตามองทุกคนรอบตัว: "พวกเธอไม่รู้กันเลยเหรอ?"
"รู้อะไร? ไอ้หมาจางแกอยากจะพูดอะไรกันแน่?"
"ก็เซี่ยหยางไง เธอ..."
ทว่าพวกผู้หญิงต่างก็กระหายที่จะเห็นเซี่ยหยางอับอายขายหน้า จึงไม่มีใครอยากฟังจางโอวหมิงพูดไร้สาระ แต่ละคนเดินเข้าไปรุมล้อมเซี่ยหยางราวกับดูเรื่องสนุก:
"เซี่ยหยาง ทำไมเพิ่งมาล่ะ?"
"นั่นสิ เมื่อวานเหมาเหมาแต่งงาน เธอรอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นเธอมาจนเธอร้องไห้เลยนะ ตอนมัธยมพวกเธอสนิทกันขนาดเข้าห้องน้ำยังต้องจูงมือกันไปเลย ทำไมจบมาแล้วถึงห่างเหินกันขนาดนี้? หรือว่าเป็นเพราะลู่ข่าย?"
เซี่ยหยางปรายตามองคนในห้องอย่างไม่ใส่ใจ เธอขี้เกียจขุดชื่อพวกเขาออกมาจากกองความทรงจำ จึงตอบกลับไปแบบขอไปทีว่า: "อ๋อ สงสัยตอนนั้นฉันคงจะใสซื่อเกินไปมั้งคะ"
"..."
"..."
"..."
"พรวด!—"
เป็นจางโอวหมิงอีกรอบที่กลั้นขำไม่ไหว
เขาพยายามทนแล้วนะ แต่ทนไม่ได้จริง ๆ: "ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..."
"ยางยาง..." สีหน้าของเหมาซือถงดูแย่ลงทันที เธอถลึงตาใส่จางโอวหมิงก่อนหันไปคาดคั้นเซี่ยหยาง "เธอหมายความว่ายังไง?"
"ไม่มีความหมายอะไรพิเศษค่ะ" เซี่ยหยางมองไปรอบ ๆ "แล้วคุณครูล่ะคะ? ไม่ได้เชิญครูมาด้วยเหรอ?"
"เชิญสิ เชิญแน่นอน" จางโอวหมิงรีบตอบ "ครูประจำชั้นบอกชัดเจนว่าเขากับคุณนายจะมาสายหน่อย ครูคนอื่นก็เชิญนะแต่ไม่แน่ใจว่าจะมาไหม เออเซี่ยหยาง เธอยังไม่รู้ใช่ไหมว่าคุณนายของครูประจำชั้นเราคือใคร? หึหึ คือครูคณิตศาสตร์ของเราไงล่ะ! นึกไม่ถึงล่ะสิว่าเขาจะลงเอยกัน?"
"..."
เรื่องนี้เธอนึกไม่ถึงจริง ๆ
"มา ๆ ๆ! เธอนั่งข้างฉันนี่ เดี๋ยวฉันจะเล่าข่าวซุบซิบในโรงเรียนให้ฟังเยอะ ๆ เลย"
พูดจบ จางโอวหมิงก็รีบดึงตัวเซี่ยหยางไปนั่งด้วยความกระตือรือร้น
ต้นขา (ที่พึ่ง) ทองคำชัด ๆ! ทองระยิบระยับแสบตาขนาดนี้ ไม่รีบกอดตอนนี้จะไปกอดตอนไหน! "ต้นขา... เอ๊ย คนสวย เธอเนี่ยซ่อนคมเก่งจริง ๆ นะ!"
หลังจากเซี่ยหยางนั่งลง จางโอวหมิงก็รีบรินน้ำชาให้ พร้อมกับเลือกขนมถั่วต่าง ๆ ที่ผู้หญิงชอบกินมาวางไว้ตรงหน้า พร้อมเอ่ยแซวติดตลก:
"เหนือกว่าอาเฉิงไปอีกขั้นเลยนะเนี่ย อ้อจริงสิ พวกเธอสองคนคงจำกันไม่ได้แล้วใช่ไหม?"
เซี่ยหยางพินิจพิจารณาเด็กหนุ่มตรงหน้า เขาดูสูงโปร่ง ผอมเพรียว สวมแว่นตา ดูท่าทางเป็นคนซื่อสัตย์สุภาพ ดีกว่าไอ้ลู่ข่ายที่ดูมันเยิ้มคนนั้นไม่รู้กี่เท่า
เธอถามด้วยความสนใจ: "เฉิงจั๋ว? เฉิงจั๋วที่สอบติดหัวต้าและได้รับการประกันเข้าเรียนต่อโทล่วงหน้าใช่ไหมคะ?"
"เฮ้ เซี่ยหยาง เธอรู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ?" จางโอวหมิงดูประหลาดใจ
"แน่นอนค่ะ!" เซี่ยหยางยิ้ม "ฉันมักจะสนใจในตัวคนที่มีความสามารถเสมอ"
พูดจบเธอก็หยิบตลับนามบัตรที่ฟางหวยเตรียมไว้ให้ในกระเป๋าออกมา ดึงนามบัตรส่วนตัวพิมพ์ทองส่งให้เฉิงจั๋ว: "ในอนาคตถ้ามีโปรเจกต์ที่ต้องการเงินลงทุน ติดต่อฉันได้ตลอดเวลานะคะ"
พอเห็นจางโอวหมิงจ้องตลับนามบัตรในมือเธอตาเป็นมันเหมือนจ้องเนื้อชิ้นโต เธอก็รู้สึกขำจึงส่งให้เขาด้วยใบหนึ่ง
จางโอวหมิงตื่นเต้นจนมือสั่น: "โอ้มายก๊อด! ฉันได้คอนแทคส่วนตัวของเศรษฐีนีมาครอบครองแล้ว!"
"..." "..."
ยังไม่ทันที่เฉิงจั๋วจะได้พูดอะไรเพื่อกู้หน้าให้เพื่อนเก่าร่วมโต๊ะ เหมาซือถงก็จูงมือลู่ข่ายที่ทำหน้าบึ้งตึงเดินเข้ามา: "หยางหยาง เธอกำลังแจกนามบัตรอยู่เหรอจ๊ะ?"
พวกผู้หญิงคนอื่นเห็นเข้าก็พากันรุมล้อมเข้ามา:
"เซี่ยหยาง ตอนนี้ทำงานตำแหน่งอะไรเหรอ?"
"พกนามบัตรติดตัวแบบนี้ ไม่เป็นเจ้าของกิจการก็ต้องเป็นฝ่ายขายละนะ เซี่ยหยางเธออยู่กลุ่มเจ้าของหรือกลุ่มเซลล์ล่ะจ๊ะ? ฮ่าฮ่าฮ่า! ขอโทษทีนะ อย่าหาว่าฉันถามตรงเกินไปล่ะ"
ระบบเทพเจ้าเศรษฐีกระโดดตัวลอยด้วยความโมโห: 【โฮสต์! ตบหน้ามัน! ตบหน้ามันให้หนักเลย!】
วินาทีต่อมา เสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่ร่าเริงก็ดังขึ้นในหัวของเซี่ยหยาง:
【ติ๊ง! ตรวจพบว่าสภาพแวดล้อมที่โฮสต์อยู่เหมาะแก่การตบหน้า เปิดใช้งานภารกิจย่อยของระบบเทพเจ้าเศรษฐี】
【ติ๊ง! ระบบเทพเจ้าเศรษฐีพร้อมรับใช้! ประกาศภารกิจย่อย: มหาเศรษฐีตัวจริงต้องเริ่มจากการเป็น "ประธาน" เท่านั้น! โปรดลงทุนในโปรเจกต์ที่มีความเป็นไปได้มูลค่า 500 ล้านหยวนภายใน 6 ชั่วโมง รางวัลเมื่อทำภารกิจสำเร็จ: เงินลงทุน 5,000 ล้านหยวน (ใช้สำหรับการลงทุนโครงการเท่านั้น) เริ่มนับถอยหลัง!】
เซี่ยหยาง: "..."
เธอเอามือกุมขมับแล้วหัวเราะออกมา
"หัวเราะอะไรของเธอ!" ผู้หญิงคนที่พูดเมื่อกี้รู้สึกเหมือนถูกเซี่ยหยางเยาะเย้ย สีหน้าจึงเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที "ฉันพูดอะไรผิดหรือไง? เธอก็แค่จบอาชีวะแล้วไปต่ออนุปริญญา พอเรียนจบก็หางานทำ อย่างมากก็เพิ่งทำงานได้สองปี ถ้าไม่ใช่ฝ่ายขายจะเป็นเจ้าของกิจการไปได้ยังไง?"
เซี่ยหยางไม่สนใจเธอ แต่หันไปถามเฉิงจั๋ว: "ได้ยินว่าพวกนักศึกษาปริญญาโทปกติจะต้องทำโปรเจกต์ตามอาจารย์ที่ปรึกษา ตอนนี้ในมือคุณมีโปรเจกต์ที่กำลังดำเนินการอยู่บ้างไหมคะ?"
"หืม?"
"ขาดเงินลงทุนหรือเปล่า?"
"???"
เซี่ยหยางเหลือบมองเวลา เธอต้องเซ็นสัญญาลงทุนให้เสร็จภายใน 6 ชั่วโมงถึงจะทำภารกิจสำเร็จ เวลาค่อนข้างกระชั้นชิด เธอจึงพูดสรุปสั้น ๆ: "สะดวกติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาของคุณไหมคะ? พอดีช่วงนี้ในมือฉันมีเงินเย็นเหลืออยู่นิดหน่อย อยากจะหาโปรเจกต์ลงทุนดู มากไม่มีหรอกค่ะ แต่สัก 500 ล้านน่ะพอมี"
"!!!"
ทุกคนในที่นั้นถึงกับใบ้กินทันที
เท่าไหร่นะ?
500 ล้าน?
เธอเรียกเงินจำนวนนี้ว่า "มีไม่มาก" อย่างนั้นเหรอ?