- หน้าแรก
- ข้ามโลกสร้างตัว จากชาวนาสู่ผู้คุมระบบ
- บทที่ 15 ระบบเทพเจ้าเศรษฐีในเมือง (15)
บทที่ 15 ระบบเทพเจ้าเศรษฐีในเมือง (15)
บทที่ 15 ระบบเทพเจ้าเศรษฐีในเมือง (15)
ณ ห้องโถงชั้นล่างของอาคารหวนอวี่อินเตอร์เนชั่นแนล ตึก A ในเวลานี้มีกลุ่มชายหนุ่มนั่งอยู่ด้วยสีหน้าท้อแท้
"ทำไมทำแบบนี้ล่ะ! ไหนบอกว่าถ้ามาถึงตรงเวลาจะให้โอกาสพวกเราพรีเซนต์ พอเรามาถึงกลับไม่ยอมเจอ หมายความว่ายังไงกัน!"
"ทุ่มกว่าแล้ว นั่งรอมาตั้งสามชั่วโมงเต็มๆ แม้แต่เงาก็ยังไม่เห็น กลับไปห้องพักพวกห้องข้างๆ ต้องหัวเราะเยาะพวกเราแน่"
"ฟังจากน้ำเสียงรองประธานเฉิน เหมือนว่าก่อนหน้าพวกเรา ท่านประธานฟางเพิ่งจะพบกับอีกทีมหนึ่ง และดูเหมือนจะสนใจโครงการของทีมนั้นมากกว่า เพราะงั้นพวกเราก็เลยโดนเทไงล่ะ"
"น่าเจ็บใจชะมัด! ถ้าจะไม่เจอก็บอกกันแต่แรกสิ จะได้ไม่ต้องถ่อมาถึงที่นี่! โธ่เอ๊ย ค่าตั๋วเครื่องบินนะเว้ย ไม่ใช่ใบปลิว!"
"เจ้าหก นายเงินไม่พอใช้แล้วใช่ไหม? ค่าตั๋วขากลับเดี๋ยวฉันสำรองจ่ายให้ก่อน นายไม่ต้องเครียดนะ"
"เฮ้อ ลูกพี่ ไม่ใช่แค่เจ้าหกหรอก ผมเองก็ใกล้จะต้องแทะดินกินแทนข้าวแล้ว ครึ่งปีมานี้เพื่อโครงการนี้พวกเราตระเวนไปกี่ที่ เสียเงินไปเท่าไหร่แล้ว... ดูท่ามุมมองของแม่ผมจะถูกนะ นักศึกษาจนๆ ควรตั้งใจเรียนอยู่ในหอคอยงาช้าง จะมาคุยเรื่องธุรกิจอะไรกัน นักศึกษาที่เริ่มทำธุรกิจสำเร็จก่อนเรียนจบน่ะมันมีแค่หยิบมือเดียว คนธรรมดาอย่างพวกเราไม่คู่ควรหรอก!"
"อย่าพูดจาถอดใจแบบนั้นสิ"
เซี่ยอวี้ฟาง ในฐานะพี่ใหญ่ของห้องพัก แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความล้มเหลวและเคว้งคว้างไม่แพ้กัน แต่เขาก็ยังฝืนดึงสติให้กำลังใจเพื่อนพ้อง:
"ผู้ยิ่งใหญ่คนไหนก่อนจะสำเร็จก็ต้องเคยผ่านความล้มเหลวและความลำบากมาก่อนทั้งนั้น พวกเราเพิ่งจะโดนไปกี่ครั้งเอง? อย่างมากก็แค่พักไว้ก่อน รอเรียนจบหาเงินได้แล้วค่อยเอามาลงทุนเอง!"
"ไม่ต้องปลอบพวกเราหรอกลูกพี่ เทคโนโลยีสมัยนี้เปลี่ยนไปทุกวัน กว่าพวกเราจะหาเงินมาลงทุนได้มากพอ โครงการนี้มันคงล้าสมัยไปแล้วล่ะ!"
"..."
พอประโยคนี้หลุดออกมา คนที่ก้มหน้าถอนหายใจก็เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน
เซี่ยอวี้ฟางถอนหายใจยาว: "แล้วพวกนายจะเอายังไง? ซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินดึกบินกลับมหาวิทยาลัยคืนนี้เลย? หรือจะหาที่พักสักคืน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาเสี่ยงดวงดูใหม่?"
อีกห้าคนที่เหลือต่างพากันเงียบกริบ
อุตส่าห์บินมาไกลถึงหนานเฉิง แต่กลับไม่ได้เห็นแม้แต่หน้าผู้ลงทุน จะให้กลับไปมือเปล่าแบบนี้ ใครมันจะไปยอมรับได้?
แต่ถ้าจะค้างที่นี่คืนหนึ่ง แล้วพรุ่งนี้ยังไม่ได้เจอคน ไม่ได้เงินลงทุน นอกจากจะเสียการเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้ว ยังต้องเสียค่าที่พักไปฟรีๆ อีกหนึ่งคืน
พวกเขาใกล้จะไม่มีเงินกินข้าวกันแล้ว!
ค่าที่พักคืนหนึ่งสำหรับนักศึกษาจนๆ มีค่าเท่ากับค่าอาหารเกือบครึ่งเดือน
"เอ๊ะ? นั่นอวี้ฟางไม่ใช่เหรอ?"
เมื่อก้าวพ้นประตูหมุนสุดหรูเข้ามาในห้องโถง เซี่ยซูหลิงก็เหลือบไปเห็นเซี่ยอวี้ฟางที่นั่งหน้าเศร้าอยู่ในโซนพักผ่อนทันที
"อวี้ฟาง ทำไมหลานมาอยู่ที่นี่ล่ะ? มหาวิทยาลัยเปิดเทอมไปนานแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"คุณคือ..."
เซี่ยซูหลิงสวมแว่นกันแดดอยู่ เซี่ยอวี้ฟางเลยจำไม่ได้ในทันที
"ไอ้เจ้าเด็กคนนี้ ฉันก็อาหญิงของหลานไง! ตอนตรุษจีนเพิ่งจะกินข้าวด้วยกันแท้ๆ จำกันไม่ได้แล้วเหรอ?"
พูดจบ เซี่ยซูหลิงก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังสวมแว่นกันแดดอยู่ เธอเหลียวมองไปรอบๆ แล้วกระซิบถามลูกสาว:
"หยางหยาง แม่ถอดแว่นแป๊บหนึ่งคงไม่เป็นไรใช่ไหม? ใส่ไอ้นี่แล้วหลานจำแม่ไม่ได้เลย"
เซี่ยหยางอดขำไม่ได้: "ถอดเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูก็จะถอดเหมือนกัน เราขึ้นไปหาที่นั่งคุยกันข้างบนดีกว่า"
พูดเสร็จ เธอก็หันไปมองเซี่ยอวี้ฟางที่กำลังยืนอึ้ง:
"น้องอวี้ฟาง ปกติเรียนอยู่ที่ปักกิ่งไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมาหนานเฉิงได้ล่ะ? กินข้าวเย็นหรือยัง?"
"...กินแล้วครับ"
โครก...
ท้องของเขามันซื่อสัตย์กว่าปาก
เซี่ยอวี้ฟางเกาหัวด้วยความอาย: "ยังเลยครับ..."
หางตาของเขาเหลือบไปเห็นเพื่อนรูมเมทที่ทำหน้าเจื่อนเพราะท้องร้องหิวเหมือนกัน จึงรีบแนะนำให้อากับลูกพี่ลูกน้องรู้จัก "คุณอาครับ พี่ครับ นี่คือรูมเมทของผม พวกเรามาด้วยกันครับ"
เซี่ยหยางพยักหน้าทักทายพวกเขา พลางกดโทรศัพท์หาเลขาโจวของประธานกัว:
"เลขาโจวคะ ฉันเซี่ยหยางนะคะ ตอนนี้ฉันอยู่ที่โถงตึก A ค่ะ... เปล่าค่ะ คุณไม่ต้องลงมาหรอก ฉันแค่จะถามว่าในตึก A มีที่ไหนให้หาอะไรทานได้บ้างไหม? อ๋อ ชั้น 18 มีโรงอาหารใช่ไหมคะ? ได้ค่ะ! เดี๋ยวฉันพาน้องชายไปทานข้าวก่อน แล้วจะขึ้นไปพบนะคะ"
โรงอาหารชั้น 18 ส่วนใหญ่ให้บริการพนักงานของบริษัทต่างๆ ที่เช่าอยู่ในอาคารหวนอวี่ ตึก A
คนนอกจะไม่ค่อยรู้ว่าที่นี่มีโรงอาหาร และมักจะไม่ขึ้นมาทานที่นี่
เพราะชั้นล่างก็คือถนนคนเดินที่คึกคักที่สุดใจกลางเมือง มีร้านอาหารให้เลือกมากมาย
แต่หากคนนอกจะมาใช้บริการก็สามารถทำได้ โดยต้องทำบัตรทานอาหารชั่วคราวและเติมเงินลงไปก่อน เมื่อใช้เสร็จก็ค่อยแลกเงินคืน
ทว่ายังไม่ทันที่เซี่ยหยางจะได้ไปทำบัตร เลขาโจวก็มายืนรออยู่ที่หน้าลิฟต์ชั้น 18 แล้ว พอเห็นเซี่ยหยางเธอก็ยื่นบัตรทานอาหารให้ทันที:
"คุณเซี่ยคะ ใช้บัตรของดิฉันก่อนเถอะค่ะ จะได้ไม่เสียเวลาทานอาหาร"
เซี่ยหยางคิดครู่หนึ่งแล้วไม่ปฏิเสธ: "ขอบคุณค่ะเลขาโจว เดี๋ยวใช้ไปเท่าไหร่ฉันโอนคืนให้นะคะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ แค่ค่าอาหารมื้อเดียวเอง" เลขาโจวตอบติดตลก "อีกอย่าง เดี๋ยวท่านประธานกัวก็เบิกคืนได้ค่ะ แต่ว่าช่วงเวลานี้กับข้าวในโรงอาหารอาจจะเหลือไม่กี่อย่างแล้วนะคะ"
ระหว่างที่พูด เธอได้นำกลุ่มของเซี่ยหยางมายังห้องอาหาร
ช่องบริการอาหารแบบตักเอง เหลือกับข้าวเพียงไม่กี่อย่างที่ถูกเลือกทิ้งไว้จริงๆ
แต่ที่ช่องอาหารประเภทเส้นยังมีพ่อครัวอยู่ สามารถสั่งบะหมี่น้ำร้อนๆ เกี๊ยว หรือเส้นหมี่ต่างๆ ได้ตามสั่ง
นอกจากนี้ยังมีช่องอาหารมื้อดึกที่จะเริ่มให้บริการตอนสามทุ่ม มีพวกหม่าล่าทั่ง กุ้งเครย์ฟิช เบียร์ และของย่างต่างๆ
กลุ่มของเซี่ยอวี้ฟางทั้งหกคนสั่งบะหมี่ผักใส่ไข่ที่ราคาถูกที่สุด
เซี่ยหยางยิ้มมองลูกพี่ลูกน้อง: "ไม่ต้องประหยัดเงินให้พี่หรอก ตอนนี้พี่มีเงิน ที่นี่มีอะไรอยากทานก็สั่งได้ตามใจชอบเลย"
"พอแล้วครับพี่ ทานให้อิ่มก็พอ พวกผมไม่เลือกทานหรอกครับ"
ถึงจะพูดอย่างนั้น เซี่ยหยางก็ยังสั่งเนื้อตุ๋นน้ำแดงกับซี่โครงหมูทอดมาเพิ่มให้พวกเขาอีกคนละจานใหญ่
"พวกนายทานกันไปก่อนนะ พี่ขอขึ้นไปจัดการธุระแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวจะลงมารับ"
เลขาโจวยังยืนรออยู่ เซี่ยหยางไม่อยากให้เธอเสียเวลาเลิกงาน จึงให้พวกน้องๆ ทานกันไปก่อน ส่วนเธอและเลขาโจวจะขึ้นไปพบประธานกัวเพื่อดำเนินเรื่องการส่งมอบกรรมสิทธิ์อาคารหลังนี้ให้เรียบร้อย
เซี่ยซูหลิงมาเป็นเพื่อนลูกสาวอยู่แล้ว อีกอย่างเห็นหลานๆ กำลังก้มหน้าก้มตาทางอย่างเอร็ดอร่อย เธออยู่ตรงนี้ไปก็ไม่มีอะไรทำ
เธอจึงเดินตามลูกสาวขึ้นไปข้างบน เห็นลูกสาวจับมือเจรจากับประธานกัวอย่างสง่าผ่าเผย รับมอบกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของอาคารขนาดใหญ่แห่งนี้ด้วยรอยยิ้ม...
"..."
อะไรนะ!!! ลูกสาวมารับมอบตึกเหรอ? อาคารสำนักงานที่ตั้งอยู่กลางย่านธุรกิจ ดูโอ่อ่าและมูลค่ามหาศาลขนาดนี้... กลายเป็นของลูกสาวเธอแล้วเหรอ?
หรือว่า... จะเป็นมรดกจากไอ้สามีผีดิบคนนั้นทิ้งไว้ให้อีก?
จนกระทั่งลูกสาวลุกขึ้นกล่าวคำอำลาอย่างสุภาพ เซี่ยซูหลิงก็ได้แต่ทำท่าโบกมือลาประธานกัวและเลขาโจวไปตามสัญชาตญาณ
จนกระทั่งเข้าไปในลิฟต์และออกจากชั้น 28 มาแล้ว เซี่ยซูหลิงก็ยังอยู่ในอาการเหม่อลอย
ส่วนเซี่ยหยางกำลังพิจารณาเรื่องหนึ่ง: ถึงเวลาที่เธอต้องจ้างผู้จัดการมืออาชีพมาดูแลอสังหาริมทรัพย์พวกนี้แทนเธอเสียที
ขณะเดียวกัน ก็ต้องจ้างทีมบอดี้การ์ดที่ไว้ใจได้มาคุ้มครองความปลอดภัยของเธอและแม่ด้วย
นอกจากนี้ ยังต้องหาครูฝึกเก่งๆ มาช่วยเทรนร่างกายที่อ่อนแอนี้ให้แข็งแรงขึ้น และเรียนรู้วิชาป้องกันตัวไว้บ้าง
แม้ว่าเธอจะจบชีวิตในโลกนี้ไป ก็ยังมีโลกใบเล็กอีกนับไม่ถ้วนรอให้เธอไปเก็บกู้ซับระบบที่มีบั๊กของโรงงาน และต่อให้จบทั้งหมดเธอก็ยังกลับไปยังช่วงเวลาที่กำลังจะบรรลุเซียนได้
แต่ยังไงก็ต้องมีจิตวิญญาณในการทำงาน—ก่อนจะทำภารกิจสำเร็จ จะยอมตายก่อนได้ยังไงล่ะ!
ระบบหลัก: 【ลำบากเธอจริงๆ ที่นึกถึงจุดนี้ได้!】
ระบบมหาเศรษฐีทำตาเป็นประกาย: 【โฮสต์ของเค้าตั้งใจทำงานที่สุดเลย!】
"..."