เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ระบบเทพเจ้าเศรษฐีในเมือง (9)

บทที่ 9 ระบบเทพเจ้าเศรษฐีในเมือง (9)

บทที่ 9 ระบบเทพเจ้าเศรษฐีในเมือง (9)


เซี่ยหยางรู้อยู่แล้วว่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดอีก 480 ห้องต้องใช้เวลา

ระบบเทพเจ้าเศรษฐีกำลังรอให้เธอทำภารกิจย่อยสำเร็จเสียก่อน ถึงจะส่งโฉนดที่ดินมาให้เธอด้วยวิธีการที่ถูกต้องและสมเหตุสมผล

แต่เรื่องเร่งด่วนที่สุดตอนนี้คือเธอต้องย้ายบ้านก่อน

ตอนนี้คนในชุมชนคงรู้กันหมดแล้วว่าเธอเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวของหมู่บ้านว่านหัว ขืนอยู่ที่นี่ต่อคงไม่สงบและไม่ปลอดภัยแน่ๆ

อีกอย่าง สภาพแวดล้อมที่นี่ก็ไม่ได้ดีเด่อะไร ในเมื่อมีตัวเลือกที่ดีกว่า ทำไมต้องทนลำบากด้วยล่ะ?

"เสี่ยวฟาง วิลล่าของฉันที่เซิ่งซื่อเถาหยวนตกแต่งเสร็จหรือยัง?"

"เสร็จเรียบร้อยครับคุณเซี่ย วิลล่าหลังนั้นเป็นวิลล่าราชาแห่งโครงการ ตอนเปิดตัว ผู้พัฒนาทุ่มงบตกแต่งไปกว่าพันล้านเพื่อใช้เป็นตัวชูโรงถ่ายทำโฆษณา ไม่เพียงแต่การตกแต่งระดับท็อป เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ดังก็ครบครัน หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยครับ"

ได้ยินดังนั้น เซี่ยหยางก็หันไปยิ้มตาหยีให้เซี่ยซูหลิง "แม่คะ งั้นวันนี้เราย้ายบ้านกันเลยนะ"

"......"

เซี่ยซูหลิงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ

เธอหยิกต้นขาตัวเองหนึ่งที

เจ็บ!

แสดงว่าไม่ได้ฝันไป

แต่ลูกสาวไปเอาเงินมาจากไหนมากมายก่ายกองขนาดซื้อบ้านได้เยอะแยะปานนี้?

หนึ่งในนั้นยังเป็นวิลล่าราชาที่มีมูลค่ากว่าพันล้านทั้งที่ยังไม่รวมค่าตกแต่ง!

ถ้าเป็นแค่ห้องชุดในหมู่บ้านว่านหัวสักห้อง เธออาจจะกังวลว่าลูกไปกู้หนี้นอกระบบหรือแอบไปขายไตมาซื้อ...

แต่ลูกสาวเป็นเจ้าของทั้งหมู่บ้านว่านหัว 510 ห้อง แถมด้วยวิลล่าราชาที่เซิ่งซื่อเถาหยวนอีก นี่มัน...

สมองของเซี่ยซูหลิงเหมือนกลายเป็นแป้งเปียกไปแล้ว

เธอคำนวณไม่ออกเลยว่าบ้านทั้งหมดนี้ต้องใช้เงินเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าเธอดูถูกตัวเองหรือลูกนะ แต่ความจริงก็คือความจริง—

ต่อให้ขายแม่ลูกคู่นี้ทิ้ง ก็ยังหาเงินมาซื้อไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยว

ตอนนี้เธอมึนงงไปหมด ลูกสาวว่าไงก็ว่าตามกัน

ส่วนเรื่องร้านชาบู... ขอโทษที! ลืมไปเลยว่าต้องไปทำงาน

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เซี่ยหยางเลยไหว้วานให้ฟางหวยช่วยติดต่อบริษัทขนย้ายให้ด้วย

เพื่อเป็นการตอบแทน เธอสัญญาว่าจะมอบหมายให้บริษัทจี๋ตี้เป็นผู้ดูแลการปล่อยเช่าห้องชุดทั้ง 510 ห้องในหมู่บ้านว่านหัวแต่เพียงผู้เดียว

พอฟางหวยแจ้งข่าวนี้กลับไปที่บริษัท พนักงานจี๋ตี้ทุกคนต่างโห่ร้องด้วยความยินดี ปรบมือเกรียวกราว

แค่ตอนที่เซี่ยหยางมีห้องชุดให้เช่าหรือขาย 30 ห้อง จี๋ตี้ก็ยกให้เธอเป็นลูกค้ารายใหญ่ระดับวีไอพีแล้ว ถึงขนาดส่งฟางหวย นายหน้ามือทองไปบริการส่งโฉนดถึงที่

แต่นี่เธอกลายเป็นเจ้าของห้องชุดทั้ง 510 ห้องในหมู่บ้านว่านหัว!

ห้องเช่าจำนวนมหาศาลขนาดนี้ แค่กินเปอร์เซ็นต์ค่าเช่าก็เลี้ยงพนักงานจี๋ตี้ได้เกินครึ่งบริษัทแล้ว!

ถ้าเกิดเธอคิดจะขายขึ้นมา พนักงานทุกคนคงพร้อมใจกันเรียกเซี่ยหยางว่า "คุณพ่อ" กันทั้งบริษัท

"คุณเซี่ยครับ ผมจะรีบติดต่อรถมาช่วยขนของให้นะครับ เรียบร้อยแล้วจะโทรแจ้ง ไม่รบกวนเวลาคุณกับคุณป้าเก็บของแล้วครับ"

พอฟางหวยกลับไป ชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่คนในหมู่บ้านว่านหัวก็ไม่กล้าอยู่ต่อ ได้แต่ทยอยเดินลงบันไดกลับไปอย่างเสียดายที่ไม่ได้เม้าท์มอยต่อ

ช็อกสุดๆ ไปเลย! ช็อกจนกรามค้างหุบไม่ลง

ยัยลูกสาวตัวแสบที่ผลาญเงินแม่จนโดนชุมชนเอาไปทำป้ายเตือนภัย กลับกลายเป็นเจ้าของตึกทั้งตึกในหมู่บ้านว่านหัวเพียงคนเดียว!

ไม่สิ! ไม่ใช่แค่ตึกเดียวนะ เห็นว่าอีกสิบกว่าตึกก็กำลังโอนกรรมสิทธิ์อยู่ไม่ใช่เหรอ? ข่าวใหญ่สะเทือนวงการชัดๆ!

ลูกตากระเด็นเกลื่อนพื้น เก็บกันแทบไม่ทัน!

แม่ไป๋และชาวบ้านหมู่บ้านว่านหัวคนอื่นๆ ก็สภาพไม่ต่างกัน

ตอนแรกกะมาดูเรื่องสนุก แต่ไหงกลายเป็นว่าเรื่องสนุกดันมาตกใส่หัวตัวเองซะงั้น... ตั้งแต่รับสายจากเจ้าของบ้านหรือลูกหลาน ก็ยืนอึ้งกิมกี่มาจนถึงตอนนี้ สติสตังยังไม่กลับเข้าร่าง

คุณพระคุณเจ้า! มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?

ลูกสาวเซี่ยซูหลิงซื้อหมู่บ้านว่านหัวทั้งหมู่บ้าน?

เอาเงินมาจากไหนนักหนาเนี่ย?

"หยางหยาง บ้านพวกนี้... ของจริงเหรอลูก? แต่ว่า..."

เซี่ยซูหลิงยังคิดไม่ตกจริงๆ ว่าลูกสาวไปเอาเงินมาจากไหน

"ของจริงค่ะ" เซี่ยหยางเตรียมคำตอบไว้แล้ว "ความจริงคือพ่อหนู..."

"พ่อแก?" เซี่ยซูหลิงตกใจจนแทบกระโดดจากโซฟา "แกไปเอาพ่อมาจากไหน?"

เซี่ยหยางขำ "หนูไม่ใช่หงอคงนะแม่ จะไม่มีพ่อทางชีวภาพได้ยังไง

แต่หนูก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานนี้เองว่าเขาเสียไปแล้ว ตอนมีชีวิตอยู่เขาไม่ได้แต่งงานมีลูก แล้วก็ตัดขาดกับญาติพี่น้องคนอื่น ทายาททางสายเลือดก็มีแค่หนูคนเดียว เขาเลยทิ้งมรดกทั้งหมดไว้ให้หนู"

เรื่องนี้ก็ไม่ได้โกหกทั้งหมดเสียทีเดียว

พ่อทางชีวภาพของร่างนี้คือคุณชายตัวปลอมที่ถูกสลับตัวของตระกูลหนึ่งทางภาคเหนือ และเป็นผู้พ่ายแพ้ในศึกชิงอำนาจของตระกูล

ตอนนั้นเขาถูกไล่ออกจากตระกูลโดยไม่มีเงินติดตัวสักแดง แต่คุณชายตัวจริงก็ยังไม่ยอมปล่อยไป วางยาเขาหวังจะให้เสียชื่อเสียงป่นปี้

แต่คาดไม่ถึงว่า เซี่ยซูหลิงผู้เป็นเหยื่อเคราะห์ร้าย นอกจากจะไม่แจ้งความเอาผิดแล้ว กลับเลือกที่จะลาออกและย้ายหนีไปจากความวุ่นวายอย่างเงียบๆ

พอคุณชายตัวปลอมได้สติและรู้แผนการชั่วของคุณชายตัวจริง ประกอบกับเห็นว่าครอบครัวบุญธรรมทอดทิ้งเขาอย่างไม่ไยดี พ่อแม่แท้ๆ ก็รักแต่ลูกเลี้ยงไม่สนใจเขา จึงตัดสินใจหนีออกนอกประเทศ หวังจะไปสร้างเนื้อสร้างตัวแล้วกลับมาตบหน้าคนพวกนั้นให้สาสม

แต่อนิจจาชะตาฟ้าลิขิต อายุเพียง 35 ปีก็ตรวจพบมะเร็งสมองระยะสุดท้าย ต้องจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร

ดังนั้น เรื่องที่พ่อแท้ๆ ป่วยตายนั้นเป็นเรื่องจริง แต่มรดกน่ะเป็นข้ออ้าง

เซี่ยหยางแค่ต้องการที่มาที่ไปของเงินเท่านั้นเอง

ถ้าคนนอกจะสืบ ก็คงสืบเจอแค่ว่าเงินที่ใช้ซื้อบ้านมาจากบัญชีลับในธนาคารสวิส

"!!!"

ข่าวนี้เหมือนระเบิดลงกลางวง สำหรับเซี่ยซูหลิงแล้ว มันน่าตกใจยิ่งกว่าการที่ลูกสาวควักโฉนดบ้าน 511 ใบออกมาโชว์เสียอีก

"เรื่องพวกนี้... ลูกรู้ได้ยังไง?"

"ทนายความที่เขาจ้างไว้ก่อนตายเป็นคนบอกหนูค่ะ"

บอกกะผีน่ะสิ! ระบบเป็นคนสืบมาให้ต่างหาก

ระบบหลักกลอกตาที่ไม่มีอยู่จริง:

โฮสต์คนนี้ช่างไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย คะแนนสักแต้มยังไม่ทันหาได้ ก็กล้าใช้ระบบเยี่ยงทาส คะแนนติดลบที่ค้างอยู่ไม่รู้ว่ารางวัลจากโลกนี้จะพอจ่ายหรือเปล่า

เซี่ยหยางไม่สนหรอก ถ้าไม่พอก็ติดไว้ก่อน เธอคือมนุษย์เงินเดือนผู้น่าสงสารที่เกือบจะได้เป็นเซียนเสวยสุขบนสวรรค์ แต่ดันโดนลากมาทำงานในโลกที่พร้อมจะพังทลายพวกนี้โดยไม่มีเหตุผล ตัวการอย่างเจ้าระบบหมานี่มีสิทธิ์อะไรมาบ่นเธอ?

ระหว่างที่เซี่ยซูหลิงกำลังทำใจยอมรับความจริง เซี่ยหยางก็เริ่มเก็บของเตรียมย้ายบ้านแล้ว

เอาเข้าจริง ของที่สองแม่ลูกต้องขนย้ายมีไม่กี่ชิ้น

เฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ไฟฟ้า ซื้อมาทยอยใช้หลายปีแล้ว สภาพเก่าจนสมควรเปลี่ยนใหม่ เสื้อผ้าเครื่องนอนส่วนใหญ่ก็เก่า คัดแต่ของใหม่ๆ ใส่กระเป๋าเดินทางสองใบ นอกนั้นก็พวกเอกสาร โทรศัพท์ ที่ชาร์จ ของใช้ติดตัว

สุดท้ายเก็บของได้กระเป๋าเดินทางสองใบ กับลังพลาสติกสามใบ รถเก๋งคันเดียวก็ขนหมด

เซี่ยหยางเลยโทรบอกฟางหวยว่าไม่ต้องจ้างบริษัทขนย้ายแล้ว แค่หารถตู้ธรรมดาสักคันก็พอ

"รถตู้เหรอครับ? ไม่ต้องเช่าหรอกครับ ทางนิติบุคคลของเซิ่งซื่อเถาหยวนมีบริการนี้อยู่แล้ว เดี๋ยวผมให้พวกเขาส่งรถมารับคุณเซี่ยนะครับ"

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 9 ระบบเทพเจ้าเศรษฐีในเมือง (9)

คัดลอกลิงก์แล้ว